Exploit ของช่องโหว่ Spectre โผล่ใน VirusTotal เชื่อมาจาก Immunity Canvas คาดว่าถูกเอามาใช้จริงแล้ว

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Julien Voisin ประกาศการค้นพบโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ (Exploit) สำหรับช่องโหว่ Spectre ในเว็บไซต์ VirusTotal โดยการโจมตีช่องโหว่ Spectre นั้นสามารถทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำได้อย่างอิสระ

ทีม Intelligent Response ได้เคยมีการพูดช่องโหว่ Spectre และ Meltdown เมื่อปี 2018 สามารถอ่านบทความของเราได้ที่นี่ i-secure

จากการตรวจสอบ Exploit ที่อยู่ใน VirusTotal นั้น Voision พบ Exploit สำหรับระบบ Linux และ Windows ซึ่งเมื่อทำการใช้งานแล้วโดยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ต่ำ ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ต่ำดังกล่าวจะสามารถดึงค่าแฮช LM/NT และ Kerberos ticket ใน Windows และข้อมูลใน /etc/shadow สำหรับระบบ Linux ได้ทันที

การวิเคราะห์ยังบ่งชี้ถึงที่มาของทั้งสอง Exploit โดยทั้งสอง Exploit มีที่มาจากโปรแกรม Canvas ของ Immunity ซึ่งเป็นโปรแกรมรวม Exploit คล้ายกับ Metasploit แต่มี Private exploit ที่ทาง Immunity มีการพัฒนาขึ้นเองอยู่ด้วย ที่มาของ Exploit ทั้งสองนั้นมาจากการรั่วไหลของ Canvas 7.26 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวามคมที่ผ่านมา ซึ่งก็สอดคล้องกับงานวิจัยของ Immunity ที่เคยสาธิตการใช้งาน Canvas เพื่อโจมตีช่องโหว่ Spectre และขโมยข้อมูล Kerberos ticket มาตามวีดิโอ vimeo

 

ที่มา: bleepingcomputer

อัปเดตสถานการณ์ SolarWinds: การแถลงการณ์กับวุฒิสภาและคณะกรรมการข่าวกรอง

ในช่วงระหว่างปลายเดือนกุมพาพันธ์ที่ผ่านมา กรณีการโจมตี SolarWinds มีความเคลื่อนไหวหลายประกาศ ซึ่งทีม Intelligent Response ขอสรุปสถานการณ์ และความเคลื่อนไหวดังกล่าวให้รับทราบดังนี้

1.NASA และ FAA ร่วมวงผู้ได้รับผลกระทบ

องค์การบริการการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ NASA และองค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) ออกมายืนยันว่าทางองค์กรได้รับผลกระทบจากการโจมตีซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีการโจมตี SolarWinds ในลักษณะ Supply-chain attack ไม่มีการเปิดเผยผลกระทบและความรุนแรง อย่างไรก็ตามทั้งสององค์กรได้ออกมายืนยันว่าได้มีการดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อจัดการกับสถานการณ์แล้ว

ที่มา: bleepingcomputer

 

2.ไมโครซอฟต์ปล่อยชุดคิวรี่ CodeQL ในการใช้ค้นหา IOC ในระดับโค้ด

ไมโครซอฟต์มีการเผยแพร่คิวรี่สำหรับเฟรมเวิร์ค CodeQL เพื่อใช้ในการหา IOC ที่เกี่ยวข้องกับมัลแวร์ SUNBURST ในระดับโค้ด ตัวอย่างเช่น โค้ดส่วนที่ใช้ในการฝังตัว (implant), โค้ดฟังก์ชันแฮชที่ใช้ในการเก็บข้อมูลโปรเซส รวมไปถึงส่วนโค้ดที่ใช้ในการติดต่อการ C&C โดยปัจจุบันโค้ดได้ถูก Merge เข้าไปในการ Repository กลางของ CodeQL แล้ว และสามารถเข้าดูได้ที่ github

ที่มา: microsoft

 

3.1อัปเดตข้อมูลจากการให้ข้อมูลกับคณะกรรมการข่าวกรอง โดย Microsoft, FireEye, CrowdStrike และ SolarWinds

ฝั่งไมโครซอฟต์มีการร้องขอให้ทางภาครัฐฯ สนับสนุนหรือบังคับให้ภาคเอกชนจำเป็นต้องมีการแบ่งปันข้อมูลที่ดีกว่านี้เมื่อมีการโจมตีเกิดขึ้น
FireEye ระบุความเกี่ยวข้องกับการโจมตีว่า วิธีการโจมตีที่ตรวจพบนั้นมีความสอดคล้องกับพฤติกรรมในปฏิบัติการทางไซเบอร์รัสเซียมากที่สุด ทางทำเนียบขาวตอบรับในข้อเท็จจริงและกำลังหาวิธีการที่เหมาะสมในการเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัสเซีย
CrowdStrike เน้นไปที่ปัญหาในระบบของ Windows และวิธีการที่ล้าหลังในการพิสูจน์ตัวตนรวมไปถึงโซลูชันด้านความปลอดภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเช่นเดียวกัน
ที่มา: theregister

 

3.2อัปเดตข้อมูลจากการให้ข้อมูลกับวุฒิสภา โดย Microsoft, FireEye, CrowdStrike และ SolarWinds

SolarWinds ให้ข้อมูลรหัสผ่าน solarwinds123 ที่เกี่ยวข้องกับระบบ File server ของ SolarWinds นั้นเกิดจากเด็กฝึกงานเป็นผู้กำหนดขึ้นมา ทั้งนี้ปัญหาก็ได้รับการจัดการทันทีที่รับทราบ
ไมโครซอฟต์ระบุว่าไม่พบหลักฐานว่ากระทรวงกลาโหมถูกโจมตี
FireEye ระบุว่าผลกระทบที่แท้จริงจากการโจมตีนั้นยังคงถูกประเมินได้ยาก และในขณะเดียวกันการระบุข้อมูลใดที่ถูกขโมยออกไปบ้างก็เป็นไปได้ยากที่จะระบุได้เช่นเดียวกัน
ที่มา: cnn

นักวิจัยด้านความปลอดภัยเปิดเผยรายละเอียดช่องโหว่บน Windows NT LAN Manager ที่ Microsoft เพิ่งทำการแก้ไขช่องโหว่

Yaron Zinar นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากบริษัท Preempt ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของช่องโหว่ใน Windows NT LAN Manager (NTLM) ที่ Microsoft ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้วในการอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนหรือ Patch Tuesday เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ช่องโหว่ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2021-1678 (CVSSv3: 4.3/10) ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการอธิบายจาก Microsoft ว่าเป็นช่องโหว่ที่สามารถ Bypass ฟีเจอร์ความปลอดภัยของ Windows NT LAN Manager (NTLM) โดยช่องโหว่ดังกล่าวอยู่ใน IRemoteWinSpool MSRPC interface ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซสำหรับ Printer Remote Procedure Call (RPC) ที่ออกแบบมาสำหรับการจัดการตัวจัดคิวของเครื่องพิมพ์เอกสารจากระยะไกล ซึ่งช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถรีเลย์เซสชันการตรวจสอบสิทธิ์ NTLM ไปยังเครื่องที่ถูกโจมตีและใช้ MSRPC interface ของ Printer spooler เพื่อเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลบนเครื่องที่ถูกโจมตี

ช่องโหว่จะส่งผลกระทบกับ Windows ทุกรุ่น ได้แก่ Windows Server, Windows Server 2012 R2, Windows Server 2008, Windows Server 2016, Windows Server 2019, RT 8.1, 8.1, 7 และ 10

ทั้งนี้นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้กล่าวว่าพวกเขามีโค้ด Proof-of-Concept (POC) สำหรับช่องโหว่และสามารถใช้งานได้ แต่จะยังไม่ทำการเผยเเพร่สู่สาธารณะ อย่างไรก็ดีผู้ใช้และผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: securityweek | thehackernews

VLC Media Player ออกเวอร์ชัน 3.0.12 แก้ไขช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากระยะไกล

โครงการ VideoLAN ได้เปิดตัว VLC Media Player เวอร์ชัน 3.0.12 สำหรับ Windows, Mac และ Linux ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยใน VLC Media Player เวอร์ชันล่าสุดนี้ได้ทำการปรับปรุงคุณสมบัติและแก้ไขความปลอดภัยมากมายอีกทั้งยังเป็นการอัปเกรดที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ Mac เนื่องจากในเวอร์ชันนี้มีการรองรับ Apple Silicon และแก้ไขความผิดเพี้ยนของเสียงใน macOS

นอกจากการแก้ไขข้อบกพร่องและการปรับปรุงแล้ว VLC Media Player 3.0.12 ยังแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวนมากที่ถูกรายงานโดย Zhen Zhou จากทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัท NSFOCUS ซึ่งค้นพบช่องโหว่ Buffer overflow ที่อาจทำให้ซอฟต์แวร์เกิดข้อขัดข้องหรืออาจนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยสิทธิ์ของผู้ใช้ที่ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถใช้ช่องโหว่นี้ได้โดยการสร้างไฟล์สื่อที่ออกแบบมาเป็นพิเศษและหลอกให้ผู้ใช้เปิดไฟล์ด้วย VLC

ทั้งนี้ผู้ใช้ VLC Media Player ควรทำการอัปเดตเวอร์ชันให้เป็น VLC 3.0.12 เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: bleepingcomputer

นักวิจัยด้านความปลอดภัยค้นพบข้อบกพร่องที่จะทำให้ Windows 10 เกิด Blue Screen of Death เมื่อเข้าถึงพาธเฉพาะ

Jonas Lykkegaard นักวิจัยด้านความปลอดภัยด้านระบบปฏิบัติการ Windows ได้เปิดเผยถึงการค้นพบพาธที่จะทำให้ Windows 10 เกิดขัดข้องและจะแสดง Blue Screen of Death (BSOD) ทันทีเพียงแค่เปิดพาทในแถบ Address bar ของเบราว์เซอร์หรือใช้คำสั่งอื่นๆ

Lykkegaard กล่าวว่าเขาได้ค้นพบพาธสำหรับ Win32 device namespace สำหรับอุปกรณ์ในกลุ่ม "console multiplexer driver" ที่สามารถอ้างถึงได้ผ่านพาธ \\.\globalroot\device\condrv\kernelconnect โดยหากมีการพยายามเข้าถึงพาธนี้ไม่ว่าจะในลักษณะใดก็ตาม ระบบจะเกิดการแครชและแสดงหน้า Blue Screen of Death ทันที การวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่าพาธดังกล่าวนั้นจำเป็นจะต้องมีการระบุพารามิเตอร์อย่างน้อยหนึ่งรายการ ทั้งนี้หากเรียกพาธดังกล่าวโดยไม่ระบุค่าใดๆ ไป ระบบจะเกิดข้อผิดพลาดจากการตรวจสอบเงื่อนไขนี้ไม่สมบูรณ์ และทำให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าว

หลังจากพบข้อบกพร่องนักวิจัยได้ทำการแจ้งต่อ Microsoft แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านเพื่อให้ Microsoft ทำการตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัยที่ได้รับรายงานและจัดเตรียมการอัปเดตสำหรับอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

ที่มา: bleepingcomputer

 

ฟอร์มของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ IObit ถูกแฮกและถูกใช้ประโยชน์จากการบุกรุกเพื่อทำการเเพร่กระจาย DeroHE Ransomware

IObit ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ยูทิลิตี้ที่รู้จักกันดีในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Windows และโปรแกรมป้องกันมัลแวร์เช่น Advanced SystemCare ถูกแฮกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประสงค์ร้ายได้ใช้ประโยชน์จากการบุกรุกนี้เพื่อทำการโจมตีผู้ใช้อย่างกว้างขวางโดยการแจกจ่ายซอฟต์แวร์ที่แฝง DeroHE ransomware ไว้ให้กับสมาชิกฟอรัมทำการดาวน์โหลด

การแจกจ่ายซอฟต์แวร์ที่แฝง DeroHE ransomware ไว้ให้กับสมาชิกฟอรัมทำการดาวน์โหลดนั้นเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกฟอรัม IObit จะได้รับอีเมลที่อ้างว่ามาจาก IObit โดยระบุว่าสมาชิกฟอรัม IObit มีสิทธิ์ได้รับการใช้งานซอฟต์แวร์ฟรี 1 ปี ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษในการเป็นสมาชิกฟอรัมเท่านั้น โดยภายในอีเมลจะมีลิงก์คือ hxxps://forums.

พบช่องโหว่ Zero-day ในเครื่องมือ Windows PsExec ที่จะทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถเข้าควบคุมเครื่องที่ถูกบุกรุกได้

David Wells นักวิจัยมัลแวร์จาก Tenable ได้ค้นพบช่องโหว่ Zero-day ใน PsExec หรือเครื่องมือการจัดการสำหรับผู้ดูแลระบบโดยการสั่งการด้วยคำสั่งต่างๆ ผ่านระบบเน็ตเวิร์คจากระยะไกล ซึ่งช่องโหว่ที่ถูกค้นพบนั้นถูกเรียกว่า pipe hijacking โดยอาศัยการสร้าง pipe ที่ถูกใช้ในการติดต่อสารโดย PsExec เอาไว้ก่อนแล้วด้วยสิทธิ์ที่ต่ำกว่า เมื่อเซอร์วิสของ PsExec มาใช้งานจริงก็จะทำการใช้งาน pipe ที่มีอยู่และจะไม่มีการแก้ไขสิทธิ์เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีซึ่งสร้าง pipe ไว้รอจะสามารถใช้ pipe ดังกล่าวซึ่งจะได้สิทธิ์เป็น Local system และกลายเป็นช่องทางในการยกระดับสิทธิ์ขึ้นมาได้

Wells กล่าวอีกว่าช่องโหว่ Zero-day นี้ถูกพบใน PsExec หลายเวอร์ชันตั้งแต่ v1.72 ที่อยู่ใน Windows XP จนถึงเวอร์ชัน v2.2 ที่อยู่ภายใน Windows 10 ซึ่งหลังจากค้นพบช่องโหว่ Wells ได้รายงานต่อ Microsoft ถึงปัญหาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2020 หลังจากรายงานช่องโหว่ไปแล้ว 90 วัน Microsoft ไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้ Wells จึงได้ทำการเปิดเผยต่อสาธารณะ

Mitja Kolsek ซีอีโอจากบริษัท ACROS Security ได้ออกมากล่าวถึงการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทได้ออกไมโครแพทช์ฟรีเพื่อแก้ไขช่องโหว่การเพิ่มสิทธิพิเศษเฉพาะที่ (Local Privilege Escalation - LPE) ในเครื่องมือการจัดการ Windows PsExec ในเวอร์ชัน 32 บิตและ 64 บิตของ Microsoft ซึ่งพร้อมใช้งานแล้วผ่านแพลตฟอร์ม 0patch

ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการติดตามการอัปเดตแพตช์การแก้ไขช่องโหว่จาก Microsoft เมื่อมีการแก้ไขช่องโหว่ควรรับทำการอัปเดตแพตช์อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ สำหรับผู้ที่ต้องอัปเดตแพตช์ผ่านแพลตฟอร์ม 0patch สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่: https://blog.

กลุ่มแฮกเกอร์รับจ้างใช้เครืองมือเเฮกชนิดใหม่ที่ชื่อ PowerPepper ในการโจมตีผู้ใช้ล่าสุด

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Kaspersky ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแบ็คดอร์ PowerShell ใน Windows ที่พึ่งมีการค้นพบ โดยแบ็คดอร์ที่มีการค้นพบนั้นถูกระบุชื่อว่า PowerPepper ตามภาษาที่ถูกใช้เพื่อพัฒนาแบ็คดอร์ เชื่อว่าเป็นแบ็คดอร์ที่ถูกพัฒนามาจากกลุ่ม Advanced Persistent Threat (APT) รับจ้างที่มีชื่อว่า DeathStalker

กลุ่ม DeathStalker เป็นกลุ่ม APT ที่ถูกพบครั้งเเรกในปี 2012 โดยมีการกำหนดเป้าหมายการโจมตีไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางในหลายสิบประเทศตามคำขอของลูกค้าที่ทำการว่าจ้าง กิจกรรมการโจมตีที่ถูกตรวจพบว่ามีการใช้ PowerPepper ถูกพบครั้งแรกเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การโจมตีส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยอีเมล Spear-phishing ที่มีไฟล์เอกสาร Word ที่เป็นอันตราย ซึ่งเมื่อคลิกแล้วจะดาวน์โหลดและเรียกใช้สคริปต์ PowerShell ชื่อ Powersing เพื่อดำเนินการรันคำสั่งอันตราย จากนั้นมัลแวร์จะใช้ประโยชน์จากโปรโตคอล DNS-over-HTTPS (DoH) เป็นช่องทางการสื่อสารจากเซิร์ฟเวอร์ Command and Control (C&C) ของผู้ประสงค์ร้าย

เพื่อเป็นการป้องกันการตกเป็นเหยื่อผู้ใช้ควรระมัดระวังในการเปิดเอกสารที่แนบมากับอีเมล หรือคลิกลิงก์ในอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก หรือผู้ดูแลระบบควรทำจำกัดการใช้งาน PowerShell บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ด้วยอีกทางหนึ่ง

ที่มา: thehackernews | securityweek

Cisco ปล่อยแพทช์ความปลอดภัยสำหรับ Webex เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าร่วมการประชุมแบบไม่เห็นตัวตนได้ (Ghost User)

นักวิจัยจาก IBM พบปัญหาด้านความปลอดภัยบน Cisco Webex เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถ

เข้าร่วมการประชุมแบบไม่เห็นตัวตน และสามารถเข้าถึงได้ทั้งเสียง, วิดีโอ, แชท และแชร์สกรีน (CVE-2020-3419)
แม้จะถูกไล่ออกจากห้องแล้ว แต่ก็ยังสามารถได้ยินเสียงในห้องประชุมแบบไม่เห็นตัวตนได้ (CVE-2020-3471)
เข้าถึงข้อมูลของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม อาทิเช่น ชื่อและนามสกุล, อีเมล และ IP Address โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้แม้จะอยู่แค่ใน Lobby room ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องก็ตาม (CVE-2020-3441)
ข้อมูลระบุว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในขั้นตอนการ Handshake ของการติดต่อกันระหว่างสมาชิกในห้องประชุม (Participants) ดังนั้นการโจมตีดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ไม่หวังดีรู้ URL ของ Meeting เท่านั้น ปัญหานี้มีผลกระทบต่อ Webex บนระบบปฏิบัติการทั้ง macOS, iOS และ Windows รวมทั้ง Webex Meetings แอพพลิเคชั่น และ Webex Room Kit

ล่าสุด Cisco มีการอัพเดตแพทช์บน Cloud ของ Cisco Webex Meeting แล้ว และปล่อยอัพเดตสำหรับ Cisco Webex Meetings แอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์พกพา และซอฟต์แวร์ของ Cisco Webex Meetings Server แล้ว ผู้ใช้งานควรทำการอัพเดตทันที

ที่มา: bleepingcomputer

พบช่องโหว่ Zero-day ใน Chrome จะทำให้ผู้โจมตีสามารถ Hijack คอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเป้าหมายได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Sergei Glazunov จากทีม Google Project Zero ได้เปิดเผยถึงการค้นพบช่องโหว่ Zero-day บนเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome สำหรับ Windows, Mac และ Linux โดยช่องโหว่นี้จะทำให้ผู้โจมตีสามารถ Hijack คอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเป้าหมายได้

ช่องโหว่ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-15999 เป็นช่องโหว่ประเภท Memory corruption โดยช่องโหว่ถูกพบใน FreeType ซึ่งเป็นไลบรารีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สยอดนิยมสำหรับการแสดงผลแบบอักษรที่มาพร้อมกับ Chrome

หลังจากค้นพบช่องโหว่ Glazunov ได้ทำการรายงานช่องโหว่ Zero-day ไปยังนักพัฒนา FreeType ทันที ซึ่ง Glazunov มีความกังวลว่าผู้ประสงค์ร้ายจะใช้ช่องโหว่จากไลบรารี FreeType นี้ทำการโจมตีระบบอื่นๆ ซึ่งปุจจุบันยังไม่พบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ แต่เนื่องจากไลบรารี FreeType เป็นโปรเจ็กต์โอเพ่นซอร์สจึงคาดว่าผู้ประสงค์ร้ายจะสามารถทำ reverse-engineer ของ zero-day ได้และจะสามารถหาช่องโหว่ของตัวเองได้ภายในไม่กี่วันหรือกี่สัปดาห์ โดยเมื่อได้รับการเเจ้งเตือนทีมผู้พัฒนา FreeType ได้ออกแพตช์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วใน FreeType เวอร์ชัน 2.10.4 แล้ว

ทั้งนี้ Google เปิดตัว Chrome เวอร์ชัน 86.0.4240.111 เพื่อเเก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยดังกล่าว ผู้ใช้ควรทำการอัปเดต Google Chrome ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อเป็นการป้องกันผู้ประสงค์ร้ายทำการโจมตีผู้ใช้และระบบ

ที่มา: thehackernews | zdnet