Palo Alto Networks ออก Hotfix แก้ไขช่องโหว่ Zero-day บนไฟร์วอลล์

Palo Alto Networks เริ่มออก hotfixes เพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2024 เพื่อติดตั้งแบ็คดอร์บน PAN-OS ไฟร์วอลล์

ช่องโหว่ดังกล่าว (CVE-2024-3400) มีระดับความรุนแรงสูงสุด (CVSSv3: 10.0) ส่งผลต่อไฟร์วอลล์ PAN-OS 10.2, PAN-OS 11.0 และ PAN-OS 11.1 ที่เปิดใช้งาน telemetry และ GlobalProtect (เกตเวย์ หรือพอร์ทัล)

โดยผู้โจมตีที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายด้วยสิทธิ์ root ผ่าน command injection โดยไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้

ปัจจุบัน Palo Alto ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวด้วย hotfix ที่ออกสำหรับ PAN-OS 10.2.9-h1, PAN-OS 11.0.4-h1 และ PAN-OS 11.1.2-h3 โดย hotfixes อื่น ๆ เพิ่มเติมจะถูกเผยแพร่สำหรับ PAN-OS เวอร์ชันถัด ๆ ไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ตามคำแนะนำของ Palo Alto Networks อุปกรณ์ Cloud NGFW, อุปกรณ์ Panorama และ Prisma Access จะไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้

ผู้ดูแลระบบที่ยังไม่สามารถอัปเดตได้ในทันที สามารถปิดใช้งานฟีเจอร์ device telemetry บนอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่จนกว่าจะสามารถอัปเดตแพตซ์ได้ หากอุปกรณ์มีการใช้งาน 'Threat Prevention' สามารถบล็อกการโจมตีได้ด้วยการเปิดใช้งาน 'Threat ID 95187'

คำเตือนของ Palo Alto Networks เกี่ยวกับการโจมตี ได้รับการยืนยันโดยบริษัทรักษาความปลอดภัย Volexity ซึ่งเป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ และตรวจพบผู้โจมตีที่ใช้มันเพื่อติดตั้งแบ็คดอร์บน PAN-OS โดยใช้มัลแวร์ Upstyle ในการโจมตีเครือข่าย และขโมยข้อมูล

Volexity กำลังติดตามพฤติกรรมดังกล่าวภายใต้ชื่อผู้โจมตี UTA0218 และคาดว่าผู้โจมตีเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่กำลังดำเนินอยู่เหล่านี้

นักวิจัยด้านภัยคุกคาม ยูทากะ เซจิยามะ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าพบอุปกรณ์ PAN-OS มากกว่า 82,000 เครื่องที่เปิดให้เข้าถึงได้บนอินเทอร์เน็ต และเสี่ยงต่อการโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2024-34000 โดย 40% อยู่ในสหรัฐอเมริกา

CISA ได้เพิ่ม CVE-2024-3400 ลงในแค็ตตาล็อก Known Exploited Vulnerabilities (KEV) โดยสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางจัดการด้านความปลอดภัยอุปกรณ์ของตน โดยใช้ mitigation rule หรือปิดใช้งาน telemetry ภายในหนึ่งสัปดาห์ หรือภายในวันที่ 19 เมษายน 2024

ที่มา : https://www.

CISA สั่งหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบจากการถูกโจมตีของ Microsoft ทำการแก้ไขโดยด่วน

 

หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกา (CISA) ออกคำสั่งฉุกเฉินใหม่ เพื่อสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาเร่งแก้ไข ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการโจมตี Microsoft corporate email หลายบัญชีโดยกลุ่ม APT29 ของรัสเซีย

คำสั่งฉุกเฉิน 24-02 ได้ออกให้กับหน่วยงาน Federal Civilian Executive Branch (FCEB) เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2024 โดยกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางตรวจสอบอีเมลที่อาจได้รับผลกระทบจากการโจมตี ทำการรีเซ็ตข้อมูลบัญชีที่ถูกโจมตี และใช้มาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยบัญชี Microsoft Azure ที่ได้รับสิทธิ์สูง

CISA ระบุว่า ขณะนี้หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย (SVR) ได้ใช้ข้อมูลที่ขโมยมาจากระบบ Microsoft corporate email รวมถึงรายละเอียดการตรวจสอบสิทธิ์ที่ใช้ร่วมกันระหว่าง Microsoft และลูกค้าทางอีเมล์ เพื่อเข้าถึงระบบลูกค้าบางระบบ

การโจมตีอีเมลของหน่วยงานรัฐบาลกลาง

Microsoft และหน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐอเมริกา ได้แจ้งหน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมดทันทีหลังจากตรวจพบว่า Microsoft Exchange ได้ถูก Hacker ชาวรัสเซียโจมตี และขโมยข้อมูล

ซึ่งคำสั่งฉุกเฉินฉบับใหม่ของ CISA ถือว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่าอีเมลของหน่วยงานรัฐบาลกลางถูกโจมตี และขโมยข้อมูลจาก Microsoft Exchange ในเดือนมกราคม 2024

ปัจจุบัน CISA ได้สั่งให้หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี ทำการระบุเนื้อหาทั้งหมดของการติดต่อกับบัญชี Microsoft ที่ถูกโจมตี และดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ภายในวันที่ 30 เมษายน 2024

หากตรวจพบสัญญาณของถูกโจมตีจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ :

ดำเนินการแก้ไขทันทีสำหรับ token, passwords, API keys หรือข้อมูลรับรองการตรวจสอบสิทธิ์อื่น ๆ ที่ทราบ หรือสงสัยว่าจะถูกบุกรุก
สำหรับการละเมิดการรับรองความถูกต้องที่น่าสงสัยใด ๆ ที่ผ่านการดำเนินการที่ 1 ภายในวันที่ 30 เมษายน 2024

Reset ข้อมูล credentials ในแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง และปิดใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่ได้มีการใช้งานอีกต่อไป
ตรวจสอบการลงชื่อเข้าใช้ การออกโทเค็น และบันทึกพฤติกรรมบัญชีอื่น ๆ สำหรับผู้ใช้ และบริการที่สงสัยว่าข้อมูลประจำตัวถูกบุกรุก หรือพบว่าถูกบุกรุกจากพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตราย

แม้ว่าข้อกำหนด ED 24-02 จะมีผลกับหน่วยงาน FCEB โดยเฉพาะ แต่การขโมยข้อมูลของ Microsoft corporate account อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรอื่น ๆ จึงแนะนำให้ทำการป้องกันการโจมตีตามคำแนะนำของ Microsoft account teams

รวมถึงการนำมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาใช้งาน เช่น การใช้รหัสผ่านที่รัดกุม, การเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ทุกครั้งที่เป็นไปได้ และยกเว้นจากการแบ่งปันข้อมูลที่ความสำคัญผ่านช่องทางที่ไม่ปลอดภัย

การโจมตี Microsoft ของกลุ่ม APT 29

ในเดือนมกราคม 2024 ทาง Microsoft เปิดเผยว่ากลุ่ม APT 29 (หรือในชื่อ Midnight Blizzard และ NOBELIUM) ได้ทำการโจมตี corporate email server ด้วยวิธี password spray attack ทำให้สามารถเข้าถึงบัญชีสำหรับทดสอบที่เป็น non-production ได้ เนื่องจากบัญชีดังกล่าวไม่ได้เปิดใช้งาน MFA จึงทำให้ถูกโจมตีเข้าถึงระบบของ Microsoft ได้สำเร็จ

หลังจากนั้น Hacker ทำการเข้าถึงแอปพลิเคชัน OAuth พร้อมการเข้าถึงระบบอื่น ๆ ของ Microsoft ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยให้ผู้ Hacker สามารถเข้าถึง และขโมยข้อมูลจาก mailbox ขององค์กรได้ ซึ่งบัญชีอีเมลเหล่านี้เป็นของสมาชิกระดับสูงของ Microsoft และพนักงานในแผนกความปลอดภัยทางไซเบอร์ และกฎหมายของบริษัท

กลุ่ม APT29 เป็นที่รู้จักหลังจากการโจมตีแบบ supply chain attack ของ SolarWinds ในปี 2020 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังหน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา และบริษัทหลายแห่งรวมถึง Microsoft ทำให้สามารถขโมย source code บางส่วนของ Azure, Intune และ Exchange ต่อมาในปี 2021 กลุ่ม APT29 ได้โจมตี Microsoft อีกครั้ง ซึ่งการโจมตีดังกล่าวทำให้สามารถเข้าถึง customer support tool ได้

ที่มา : bleepingcomputer

Palo Alto Networks ออก Hotfix แก้ไขช่องโหว่ Zero-day บนไฟร์วอลล์

Palo Alto Networks เริ่มออก hotfixes เพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2024 เพื่อติดตั้งแบ็คดอร์บน PAN-OS ไฟร์วอลล์

ช่องโหว่ดังกล่าว (CVE-2024-3400) มีระดับความรุนแรงสูงสุด (CVSSv3: 10.0) ส่งผลต่อไฟร์วอลล์ PAN-OS 10.2, PAN-OS 11.0 และ PAN-OS 11.1 ที่เปิดใช้งาน telemetry และ GlobalProtect (เกตเวย์ หรือพอร์ทัล)

โดยผู้โจมตีที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายด้วยสิทธิ์ root ผ่าน command injection โดยไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้

ปัจจุบัน Palo Alto ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวด้วย hotfix ที่ออกสำหรับ PAN-OS 10.2.9-h1, PAN-OS 11.0.4-h1 และ PAN-OS 11.1.2-h3 โดย hotfixes อื่น ๆ เพิ่มเติมจะถูกเผยแพร่สำหรับ PAN-OS เวอร์ชันถัด ๆ ไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ตามคำแนะนำของ Palo Alto Networks อุปกรณ์ Cloud NGFW, อุปกรณ์ Panorama และ Prisma Access จะไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้

ผู้ดูแลระบบที่ยังไม่สามารถอัปเดตได้ในทันที สามารถปิดใช้งานฟีเจอร์ device telemetry บนอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่จนกว่าจะสามารถอัปเดตแพตซ์ได้ หากอุปกรณ์มีการใช้งาน 'Threat Prevention' สามารถบล็อกการโจมตีได้ด้วยการเปิดใช้งาน 'Threat ID 95187'

คำเตือนของ Palo Alto Networks เกี่ยวกับการโจมตี ได้รับการยืนยันโดยบริษัทรักษาความปลอดภัย Volexity ซึ่งเป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ และตรวจพบผู้โจมตีที่ใช้มันเพื่อติดตั้งแบ็คดอร์บน PAN-OS โดยใช้มัลแวร์ Upstyle ในการโจมตีเครือข่าย และขโมยข้อมูล

Volexity กำลังติดตามพฤติกรรมดังกล่าวภายใต้ชื่อผู้โจมตี UTA0218 และคาดว่าผู้โจมตีเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่กำลังดำเนินอยู่เหล่านี้

นักวิจัยด้านภัยคุกคาม ยูทากะ เซจิยามะ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าพบอุปกรณ์ PAN-OS มากกว่า 82,000 เครื่องที่เปิดให้เข้าถึงได้บนอินเทอร์เน็ต และเสี่ยงต่อการโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2024-34000 โดย 40% อยู่ในสหรัฐอเมริกา

CISA ได้เพิ่ม CVE-2024-3400 ลงในแค็ตตาล็อก Known Exploited Vulnerabilities (KEV) โดยสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางจัดการด้านความปลอดภัยอุปกรณ์ของตน โดยใช้ mitigation rule หรือปิดใช้งาน telemetry ภายในหนึ่งสัปดาห์ หรือภายในวันที่ 19 เมษายน 2024

ที่มา : https://www.

Exploit สำหรับช่องโหว่ Zero Day บน Palo Alto PAN-OS ถูกปล่อยออกสู่สาธารณะ อัปเดตแพตซ์ด่วน!

Exploit code สำหรับการโจมตีช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงสุด (CVE-2024-3400, CVSSv3: 10.0) ใน PAN-OS ไฟร์วอลล์ของ Palo Alto Networks ถูกปล่อยออกสู่สาธารณะเรียบร้อยแล้ว

โดยช่องโหว่นี้สามารถทำให้ผู้โจมตีที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายด้วยสิทธิ์ root ผ่าน command injection บนไฟร์วอลล์ PAN-OS 10.2, PAN-OS 11.0 และ PAN-OS 11.1 ที่มีช่องโหว่ หากอุปกรณ์ดังกล่าวเปิดใช้งาน telemetry และ GlobalProtect (เกตเวย์ หรือพอร์ทัล)

ในขณะที่ Palo Alto Networks ได้เริ่มปล่อย hotfixes ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่คาดว่ากำลังถูกใช้ในการโจมตีมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม รวมถึงการติดตั้งแบ็คดอร์ Upstyleเพื่อใช้ในการโจมตีต่อไปยังภายในเครือข่าย และขโมยข้อมูล โดยกลุ่มผู้โจมตีที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในชื่อ UTA0218

Shadowserver แพลตฟอร์มตรวจสอบภัยคุกคามความปลอดภัยระบุว่า พบอินสแตนซ์ไฟร์วอลล์ PAN-OS มากกว่า 156,000 รายการบนอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ให้ข้อมูลว่าในจำนวนี้มีความเสี่ยงจากการโจมตีโดยช่องโหว่ดังกล่าวจำนวนเท่าใด

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยูทากะ เซจิยามะ เปิดเผยว่าพบอุปกรณ์ PAN-OS มากกว่า 82,000 ระบบที่เปิดให้เข้าถึงได้บนอินเทอร์เน็ต และเสี่ยงต่อการโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2024-34000 โดย 40% อยู่ในสหรัฐอเมริกา (ประเทศไทยราว ๆ 907 ระบบ อ้างอิงจาก https://twitter.

พบช่องโหว่ Zero-Day การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลบน Paloalto GlobalProtect

พบช่องโหว่ Zero-Day การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลบน Paloalto GlobalProtect

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2024 Volexity ตรวจพบการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ Zero-Day ของ GlobalProtect ซึ่งเป็นฟีเจอร์หนึ่งของ Palo Alto Networks PAN-OS จากหนึ่งในลูกค้าของพวกเขา โดย Volexity พบการแจ้งเตือนที่น่าสงสัยบนเครือข่าย ซึ่งมาจากไฟร์วอลล์ของลูกค้า

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวน่าจะถูก compromised ไปเรียบร้อยแล้ว วันถัดมาวันที่ 11 เมษายน 2024 Volexity พบการโจมตีโดยใช้งานช่องโหว่เดียวกันนี้กับลูกค้ารายอื่นของพวกเขา โดยมาจากผู้โจมตีรายเดียวกัน ผู้โจมตีซึ่ง Volexity เรียกว่า UTA0218 สามารถโจมตีช่องโหว่บนอุปกรณ์ไฟร์วอลล์จากระยะไกลได้ โดยพบการสร้าง reverse shell และดาวน์โหลดเครื่องมืออื่น ๆ ลงบนอุปกรณ์

(more…)

CISA เปิดตัวระบบการวิเคราะห์ “Malware Next-Gen” ออกสู่สาธารณะ

 

หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกา (CISA) เปิดตัวระบบการวิเคราะห์ "Malware Next-Gen" เวอร์ชันใหม่ ให้บุคคลทั่วไปสามารถส่งตัวอย่างมัลแวร์เพื่อรับการวิเคราะห์โดย CISA ได้ (more…)

Palo Alto Networks แจ้งเตือนช่องโหว่ Zero-Day ใน PAN-OS ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีอย่างแพร่หลาย

Palo Alto Networks แจ้งเตือนช่องโหว่ความรุนแรงระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อ PAN-OS software ซึ่งใช้ใน GlobalProtect gateways กำลังถูกใช้ในการโจมตีอย่างแพร่หลาย

CVE-2024-3400 (คะแนน CVSS 10/10 ความรุนแรงระดับ Critical) เป็นช่องโหว่การ command injection ใน GlobalProtect feature ของ PAN-OS software ที่ทำให้ Hacker ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถเรียกใช้คำสั่งด้วยสิทธิ์ root บน firewall ได้ ช่องโหว่ดังกล่าวถูกค้นพบ และรายงานโดยบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Volexity

โดยช่องโหว่จะส่งผลกระทบต่อ firewall ที่มีการกำหนดค่า enable ในส่วนของ GlobalProtect gateway (Network > GlobalProtect > Gateways) และ device telemetry (Device > Setup > Telemetry)

PAN-OS ที่ได้รับผลกระทบ :

PAN-OS < 11.1.2-h3
PAN-OS < 11.0.4-h1
PAN-OS < 10.2.9-h1

การแก้ไข

แม้ว่าทาง Palo Alto Networks จะไม่มีรายละเอียดทางเทคนิค เกี่ยวกับลักษณะของการโจมตีของช่องโหว่ดังกล่าว แต่ก็คาดว่ามีความเสี่ยงสูงที่ช่องโหว่จะกำลังถูกใช้ในการโจมตี

ปัจจุบัน (12 เมษายน 2024) ทาง Palo Alto Networks ยังไม่ได้ออกแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว แต่แจ้งว่าจะออกแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ในวันที่ 14 เมษายน 2024 จึงแนะนำให้ผู้ดูแลระบบทำการเปิดใช้งาน Threat Prevention subscription ID : 95187 เพื่อตรวจจับ และป้องกันการโจมตีจากช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา : thehackernews

https://security.

เซิร์ฟเวอร์ VMware ESXi ของบริษัท Hosting ถูกโจมตีจาก Ransomware ตัวใหม่ในชื่อ SEXi

IxMetro Powerhost ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล และโฮสติ้งจากประเทศชิลี ได้ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์จากกลุ่ม Ransomware ใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ SEXi ซึ่งมีความสามารถในการเข้ารหัสเซิร์ฟเวอร์ VMware ESXi และการสำรองข้อมูลของบริษัท

PowerHost คือบริษัทที่ทำธุรกิจทางด้านด้าน Data center, โฮสติ้ง และ interconnectivity ซึ่งมีสถานที่ตั้งในสหรัฐอเมริกา อเมริกาใต้ และยุโรป

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 เมษายน 2024) IxMetro แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าได้ถูกโจมตีด้วย Ransomware เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2024 โดยได้ถูกเข้ารหัสเซิร์ฟเวอร์ VMware ESXi ของบริษัทบางส่วนที่ใช้เป็น virtual private servers สำหรับลูกค้า ทำให้ลูกค้าที่โฮสต์เว็บไซต์ หรือบริการของตนบนเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ประสบปัญหา ขณะที่บริษัท PowerHost กำลังพยายามกู้คืนข้อมูลขนาดหลาย terabytes จากการสำรองข้อมูล (more…)

Cisco แจ้งเตือนการโจมตีแบบ password-spraying มุ่งเป้าไปที่บริการ VPN

Cisco ออกคำแนะนำสำหรับลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีโดยวิธีการ password-spraying ที่กำลังมุ่งเป้าหมายไปที่บริการ Remote Access VPN (RAVPN) บนอุปกรณ์ไฟร์วอลล์ Cisco Secure (more…)

“Loop DoS” การโจมตีรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบจำนวนมาก

มีการค้นพบการโจมตีแบบใหม่ของ Denial-of-Service (DoS) ที่กําหนดเป้าหมายไปที่โปรโตคอล UDP ในระดับ application-layer ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ Host หลายแสนระบบตกอยู่ในความเสี่ยง

(more…)