Zyxel แจ้งเตือนพบช่องโหว่ RCE ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อ Router มากกว่า 12 รุ่น

Zyxel ผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายจากไต้หวัน ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อ Router มากกว่า 12 รุ่น ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวอาจทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถ Remote Command Execution บนอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้อัปเดตแพตช์ได้

ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยประเภท Command Injection นี้มีหมายเลข CVE-2025-13942 โดยพบในฟังก์ชัน UPnP ของอุปกรณ์ Zyxel 4G LTE/5G NR CPE, DSL/Ethernet CPE, Fiber ONTs และอุปกรณ์ Wireless extenders

Zyxel ระบุว่า ผู้โจมตีจากภายนอกที่ไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อเรียกใช้ OS command ของอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้ UPnP SOAP requests ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโจมตีโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม การโจมตีผ่านช่องโหว่ CVE-2025-13942 น่าจะอยู่ในวงจำกัดกว่าที่ระดับความรุนแรงได้ระบุไว้ เนื่องจากการจะโจมตีระบบให้สำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องมีการเปิดใช้งาน UPnP และการเข้าถึงผ่าน WAN ซึ่งการเข้าถึงผ่าน WAN นั้นถูก Disable ไว้เป็นค่า Default อยู่แล้ว

Zyxel ระบุว่า "การเข้าถึงผ่าน WAN บนอุปกรณ์เหล่านี้จะถูก Disable ไว้เป็นค่า Default และการโจมตีจากระยะไกลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเปิดใช้งานทั้งการเข้าถึงผ่าน WAN และฟังก์ชัน UPnP ที่มีช่องโหว่เท่านั้น แต่บริษัทขอแนะนำให้ผู้ใช้ทำการติดตั้งแพตช์เพื่อรักษาระดับการป้องกันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด"

นอกจากนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Zyxel ยังได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ประเภท Command Injection ระดับความรุนแรงสูงอีก 2 รายการ (CVE-2025-13943 และ CVE-2026-1459) ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นหลังจากการยืนยันตัวตน โดยอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเรียกใช้ OS command ได้ หากได้ข้อมูล Credential ที่ถูกขโมยมา

Shadowserver ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันกำลังติดตามอุปกรณ์ Zyxel ที่เชื่อมต่ออยู่บนอินเทอร์เน็ตเกือบ 120,000 เครื่อง ซึ่งในจำนวนนี้เป็น Router มากกว่า 76,000 เครื่อง

อุปกรณ์ของ Zyxel มักตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หลายแห่งทั่วโลกมักนำไปใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานแก่ลูกค้า เมื่อมีการเปิดใช้งานสัญญาบริการอินเทอร์เน็ตใหม่

CISA กำลังติดตามช่องโหว่ของ Zyxel จำนวน 12 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Router, Firewall และ NAS ของบริษัท ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เคยถูกนำไปใช้ หรือกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงในปัจจุบัน

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Zyxel ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า บริษัทไม่มีแผนที่จะออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแบบ Zero-day จำนวน 2 รายการ (CVE-2024-40891 และ CVE-2024-40891) ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง และส่งผลกระทบต่อ Router รุ่นที่หมดระยะเวลาการ Support (EOL) ไปแล้ว แต่ยังคงมีวางจำหน่ายอยู่ในช่องทางออนไลน์ โดยบริษัทแนะนำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ Router รุ่นใหม่ที่ Firmware ได้รับการอัปเดตแก้ไขช่องโหว่แล้วแทน

Zyxel ระบุว่า "อุปกรณ์รุ่น VMG1312-B10A, VMG1312-B10B, VMG1312-B10E, VMG3312-B10A, VMG3313-B10A, VMG3926-B10B, VMG4325-B10A, VMG4380-B10A, VMG8324-B10A, VMG8924-B10A, SBG3300 และ SBG3500 ถือเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าที่หมดระยะเวลาการ Support (EOL) ไปแล้วมานานหลายปีแล้ว ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่กว่า เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด"

Zyxel อ้างว่าปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจมากกว่า 1 ล้านแห่งใน 150 ตลาดทั่วโลก ที่กำลังใช้งานผลิตภัณฑ์เครือข่ายของบริษัท

 

ที่มา : bleepingcomputer.

กลุ่มแฮ็กเกอร์ Exploit ช่องโหว่ CVE-2025-32432 ใน Craft CMS เพื่อ Deploy Cryptominer และ Proxyware

กลุ่มผู้โจมตีที่มีแรงจูงใจทางการเงินถูกตรวจพบว่ากำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่การรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล CVE-2025-32432 ใน Craft CMS เพื่อใช้งานเพย์โหลดหลายชนิด เช่น:

เครื่องมือขุดคริปโตเคอร์เรนซี

ตัวโหลดมัลแวร์ ที่เรียกว่า Mimo Loader

proxyware ที่ใช้งานโดยทั่วไป

(more…)

Exploit สำหรับช่องโหว่ Zero Day บน Palo Alto PAN-OS ถูกปล่อยออกสู่สาธารณะ อัปเดตแพตซ์ด่วน!

Exploit code สำหรับการโจมตีช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงสุด (CVE-2024-3400, CVSSv3: 10.0) ใน PAN-OS ไฟร์วอลล์ของ Palo Alto Networks ถูกปล่อยออกสู่สาธารณะเรียบร้อยแล้ว

โดยช่องโหว่นี้สามารถทำให้ผู้โจมตีที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายด้วยสิทธิ์ root ผ่าน command injection บนไฟร์วอลล์ PAN-OS 10.2, PAN-OS 11.0 และ PAN-OS 11.1 ที่มีช่องโหว่ หากอุปกรณ์ดังกล่าวเปิดใช้งาน telemetry และ GlobalProtect (เกตเวย์ หรือพอร์ทัล) (more…)

Exploit สำหรับโจมตีช่องโหว่การตรวจสอบสิทธิ์ของ GoAnywhere MFT ถูกปล่อยออกมาแล้ว

Exploit สำหรับโจมตีช่องโหว่การตรวจสอบสิทธิ์ของ GoAnywhere MFT ถูกปล่อยออกมาแล้ว

ล่าสุด Exploit code สำหรับโจมตีช่องโหว่ authentication bypass ระดับ Critical ในซอฟต์แวร์ GoAnywhere MFT (Managed File Transfer) ของ Fortra ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างชื่อผู้ใช้ที่เป็นผู้ดูแลระบบบนอินสแตนซ์ที่มีช่องโหว่ผ่านทางพอร์ทัลของผู้ดูแลระบบได้ (more…)

Exploit ของช่องโหว่ Spectre โผล่ใน VirusTotal เชื่อมาจาก Immunity Canvas คาดว่าถูกเอามาใช้จริงแล้ว

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Julien Voisin ประกาศการค้นพบโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ (Exploit) สำหรับช่องโหว่ Spectre ในเว็บไซต์ VirusTotal โดยการโจมตีช่องโหว่ Spectre นั้นสามารถทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำได้อย่างอิสระ

ทีม Intelligent Response ได้เคยมีการพูดช่องโหว่ Spectre และ Meltdown เมื่อปี 2018 สามารถอ่านบทความของเราได้ที่นี่ i-secure

จากการตรวจสอบ Exploit ที่อยู่ใน VirusTotal นั้น Voision พบ Exploit สำหรับระบบ Linux และ Windows ซึ่งเมื่อทำการใช้งานแล้วโดยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ต่ำ ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ต่ำดังกล่าวจะสามารถดึงค่าแฮช LM/NT และ Kerberos ticket ใน Windows และข้อมูลใน /etc/shadow สำหรับระบบ Linux ได้ทันที

การวิเคราะห์ยังบ่งชี้ถึงที่มาของทั้งสอง Exploit โดยทั้งสอง Exploit มีที่มาจากโปรแกรม Canvas ของ Immunity ซึ่งเป็นโปรแกรมรวม Exploit คล้ายกับ Metasploit แต่มี Private exploit ที่ทาง Immunity มีการพัฒนาขึ้นเองอยู่ด้วย ที่มาของ Exploit ทั้งสองนั้นมาจากการรั่วไหลของ Canvas 7.26 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวามคมที่ผ่านมา ซึ่งก็สอดคล้องกับงานวิจัยของ Immunity ที่เคยสาธิตการใช้งาน Canvas เพื่อโจมตีช่องโหว่ Spectre และขโมยข้อมูล Kerberos ticket มาตามวีดิโอ vimeo

 

ที่มา: bleepingcomputer

งานแฮกระดับประเทศของจีน Tianfu Cup เข้าปีที่สาม ตบ iOS 14, Windows 10 และ Chrome ร่วง

งานแฮกระดับประเทศของจีน Tianfu Cup ดำเนินเข้ามาสู่ปีที่ 3 แล้ว โดยในปีนี้นั้นเป้าหมายชื่อดังอย่าง iOS 14, Windows 10 v2004, Chrome รวมไปถึงกลุ่มเทคโนโลยี virtualization สามารถถูกโจมตีโดยช่องโหว่ได้สำเร็จ

Tianfu Cup ครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่เมืองเฉิงตูในช่วงเวลาเดียวกับการแข่งขัน Pwn2Own ผู้เข้าแข่งขันจำนวน 15 ทีมจะมีเวลา 5 นาทีและเงื่อนไขในการโจมตีได้ 3 ครั้งเพื่อให้นำ exploit ที่ทำการพัฒนามาโจมตีกับเป้าหมาย เงินรางวัลจะถูกมอบให้กับทีมซึ่งโจมตีเป้าหมายได้สำเร็จก่อนตามเงื่อนไขของความยากและอื่นๆ โดยในปีนี้ทีมผู้ชนะซึ่งได้เงินรางวัลไปสูงสุดคือทีม 360 Enterprise Security and Government and (ESG) Vulnerability Research Institute จาก Qihoo 360 ซึ่งได้เงินรางวัลไป 22 ล้านบาท

นอกเหนือจาก iOS 14, Windos 10 และ Chrome แล้ว เป้าหมายที่ถูกโจมตีสำเร็จยังมี Samsung Galaxy S20, Ubuntu, Safari, Firefox, Adobe PDF Reader, Docker (Community Edition), VMWare EXSi (hypervisor), QEMU (emulator & virtualizer) และเฟิร์มแวร์ของ TP-Link และ ASUS ด้วย

การแข่งขัน Tianfu Cup เป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่หลังจากรัฐบาลจีนมีนโยบายจำกัดไม่ให้ชาวจีนเข้าร่วมการแข่งขันอย่าง Pwn2Own จากข้อกังวลเรื่องความมั่นคงของประเทศ แต่ผลักดันให้มีการแข่งขันภายในประเทศแทนและคาดว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการแข่งขันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อแนวทางด้านไซเบอร์ของจีน

ที่มา: zdnet

นักสืบไซเบอร์ของแท้! ทีม Check Point วิเคราะห์และแกะรอยไฟล์ Exploit จนพบผู้ขายและเหล่า APT ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ

โค้ด exploit คือชุดของโค้ดซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีช่องโหว่ โดยไฟล์ exploit จะประกอบไปด้วยส่วนของโค้ดซึ่งใช้โจมตีช่องโหว่จริง ๆ และส่วนของโค้ดที่จะถูกนำมาใช้หลังจากโจมตีช่องโหว่สำเร็จ หรือที่รู้จักกันด้วยคำว่า payload

ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Check Point ได้มีการแกะรอยไฟล์ไบนารีไฟล์หนึ่งซึ่งถูกตรวจพบในระบบของลูกค้าซึ่งถูกโจมตี โดยผลการแกะรอยไฟล์ประสานกับการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ threat intelligence ทำให้ Check Point สามารถระบุตัวผู้ขายโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ และผู้ซื้อซึ่งรวมไปถึงกลุ่ม APT อื่น ๆ ได้

แนวทางของการแกะรอยของ Check Point ประกอบด้วยการดำเนินการ 3 ขั้นตอนซ้ำไปซ้ำมาและขยายผลการค้นหาออกไปเรื่อย ๆ ได้แก่

1. วิเคราะห์ไฟล์ไบนารีที่เจอ ระบุหาเอกลักษณ์ของไฟล์นั้น ๆ ซึ่งแฝงอยู่ใน metadata ของไฟล์หรือในส่วน header ของไฟล์เอง
2. นำผลลัพธ์ที่ได้ไปขยายผลในระบบ threat intelligence จนได้ไฟล์ที่มีลักษณะเหมือนกัน จากนั้นนำไฟล์ที่ได้มีวิเคราะห์ต่อไปเรื่อย ๆ
3. เมื่อถึงจุดหนึ่ง ไฟล์ที่ตรวจพบและมีคุณลักษณะเหมือนกันจะเชื่อมโยงกลับไปหาผู้ขายโดยอัตโนมัติ ถ้าข้อมูลในระบบ threat intelligence นั้นมากและมีคุณภาพมากพอ

กลุ่มผู้ขายโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวมีชื่อว่า Volodya โดยลูกค้าซึ่งตรวจพบประวัติการซื้อขายโค้ดประกอบไปด้วยกลุ่ม APT ต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ Ursnif, GandCrab, Cerber, Magniber, Turla และ APT28

สำหรับผู้ที่สนใจแนวทางในเชิงเทคนิค ทีมตอบสนองการโจมตีและภัยคุกคามขอแนะนำให้ลองอ่านบล็อกของ Check Point ฉบับเต็มที่ https://research.

แฮกมาแฮกกลับไม่โกง นักวิจัยด้านความปลอดภัยโจมตีช่องโหว่ Buffer Overflow ในมัลแวร์ Emotet หยุดการแพร่ได้ 6 เดือน

James Quinn จาก Binary Defense ได้ออกมาเปิดเผยถึงปฏิบัติการการโจมตีกระบวนการแพร่กระจายของมัลแวร์ Emotet โดยการโจมตีช่องโหว่ Buffer overflow ในกระบวนการติดตั้งของมัลแวร์ซึ่งส่งผลให้มัลแวร์ล้มเหลวที่จะทำงานต่อและทำให้กระบวนการแพร่กระจายของมัลแวร์ Emotet ในถูกชะลอลงไปได้กว่า 6 เดือน

มัลแวร์ Emotet เป็นหนึ่งในมัลแวร์ตระกูล Botnet ซึ่งมีอัตราการแพร่กระจายสูงสุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก โดยหากผู้ควบคุมมัลแวร์ Emotet สามารถใช้มัลแวร์เป็นช่องทางในการขโมยข้อมูลระบบหรือใช้ในการติดตั้งมัลแวร์สายพันธุ์อื่นๆ เข้าไปเพิ่มเติมได้

ช่องโหว่ที่ James Quinn ค้นพบนั้นเป็นช่องโหว่ Buffer overflow ง่ายๆ ในกระบวนการติดตั้งลงในระบบของมัลแวร์ Emotet โดยการโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวสามารถทำได้เพียงแค่ใช้สคริปต์ PowerShell ในการแก้ไขค่าซึ่งเกี่ยวข้องกับการตั้งค่ารีจิสทรีที่มัลแวร์ Emotet จะเข้าไปดำเนินการ ส่งผลให้เกิดลักษณะของการทำ Killswitch และทำให้มัลแวร์ไม่สามารถติดตั้งในระบบได้

ช่องโหว่นี้ถูกแพร่กระจายอย่างลับๆ ระหว่างหน่วยงาน CERT และกลุ่ม Cybersecurity เพื่อป้องกันคนร้ายรู้ตัว โดยช่องโหว่ดังกล่าวถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 6 กุมภาพันธ์จนถึงวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ช่องโหว่นี้ในปัจจุบันไม่สามารถใช้หยุดการแพร่กระจายได้แล้วเนื่องจากผู้พัฒนามัลแวร์ได้มีการแก้ไขโค้ดซึ่งส่งผลให้ช่องโหว่ดังกล่าวถูกปิดลง

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มจาก Binary Defense ได้ที่: https://www.

วิเคราะห์โค้ดโจมตีช่องโหว่ Drupalgeddon2 (CVE-2018-7600)

สรุปย่อ
หลังจากโครงการ Drupal ประกาศพบช่องโหว่ร้ายแรงรหัส CVE-2018-7600 หรือ SA-CORE-2018-002 ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Remote Code Execution (RCE) ที่มีผลกระทบโดยตรงกับ Drupal เวอร์ชั่น 7.x, 8.3.x, 8.4.x และ 8.5.x เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ในตอนนี้โค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวก็ได้มีการถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะและถูกนำมาใช้ในการโจมตีจริงแล้ว ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนเว็บแอปพลิเคชันจาก บริษัท ไอ-ซีเคียว จำกัด จึงจะขอนำช่องโหว่และโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่มาอธิบายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ซึ่งจะนำไปสู่การควบคุมและจัดการความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยช่องโหว่นี้ครับ

Drupal เป็นโครงการซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สในรูปแบบของตัวจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ (Content Management System - CMS) ซึ่งได้รับความนิยมและถูกใช้งานมากมายทั่วโลก สำหรับช่องโหว่ล่าสุดคือ Drupalgeddon2 นั้น ที่มาที่แท้จริงยังคงเกิดจากปัญหายอดนิยมคือประเด็นของการตรวจสอบข้อมูลนำเข้า (input) ที่ถูกส่งมายัง Form API ซึ่งไม่สมบูรณ์มากพอ ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ผู้ประสงค์ร้ายสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้
ทำความรู้จัก Form API
Form API เป็น API รูปแบบหนึ่งใน Drupal ซึ่งมีการใช้งานรูปแบบการเก็บข้อมูลที่เรียกว่า Renderable Arrays โดยรูปแบบการเก็บข้อมูลชนิดนี้นั้นเป็นส่วนเสริมที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการแสดงโครงสร้างรวมไปถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ของ Drupal

ข้อมูลใน Renderable Arrays นั้นจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของอาเรย์ที่มี key และ value ซึ่งจะถูกเรียกใช้ในแต่ละครั้งที่มีการพยายามแสดงผล (render) จาก API ข้อมูลในส่วนของ key ภายในอาเรย์นั้นจะถูกระบุโดยมีการใช้เครื่องหมาย # (hash) นำหน้าค่าของ key เสมอ

Form API นั้นมีการใช้งานโดยทั่วไปใน Drupal ในรูปแบบของฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูล แต่สำหรับ Drupal ซึ่งพึ่งมีการติดตั้งใหม่นั้น ฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลจุดหนึ่งที่มีการใช้งาน Form API และมักจะถูกใช้งานโดยผู้ใช้เว็บไซต์เสมอนั้นคือฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลเพื่อสมัครสมาชิกในการเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์

ด้วยลักษณะของฟอร์มกรอกข้อมูลที่สามารถเข้าถึงสาธารณะ ช่องโหว่ Drupalgeddon2 จึงอาศัยฟอร์มกรอกข้อมูลและปัญหาของการไม่ตรวจสอบข้อมูลนำเข้าที่ผู้ใช้งานส่งเข้าไปในรูปแบบ Renderable Arrays เพื่อควบคุมและสั่งการให้เกิดการประมวลผลที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยได้
การโจมตีช่องโหว่
อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ช่องโหว่จาก CheckPoint และ Dofinity พร้อมโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ Drupalgeddon2 ซึ่งถูกเผยแพร่ออกมานั้น หนึ่งในตัวอย่างของการโจมตีช่องโหว่สามารถทำได้โดยผ่าน curl อ้างอิงจาก @IamSecurity ในรูปแบบดังนี้
$ curl -s -X 'POST' --data 'mail[%23post_render][]=exec&mail[%23children]=pwd&form_id=user_register_form' 'http://drupal.

Attackers exploit unpatched flaw to hit Windows XP, Server 2003

มีการค้นพบช่องโหว่ในวินโดส์ XP และ วินโดว์เซิร์ฟเวอร์ 2003 โดยช่องโหว่นี้จะอยู่ใน NDProxy.sys ซึ่งเป็นไฟล์ไดรเวอร์ที่ทำงานร่วมกับ Telephony Application Programming Interfaces (TAPI) เซอร์วิส ช่องโหว่นี้จะทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงสิทธิ์ที่สูงกว่าสิทธิ์ที่ตัวเองใช้อยู่ได้อย่างเช่น สิทธิ์แอดมิน เป็นต้น แต่ช่องโหว่นี้ไม่ได้เป็นการ remote ไปยังเครื่องเป้าหมายดังนั้นถ้าจะโจมตีผ่านช่องโหว่นี้แฮกเกอร์จะต้องสามารถเข้าถึงเครื่องเป้าหมายโดยใช้สิทธิ์อื่นๆก่อน จากการสืบสวนของบริษัท FireEye พบว่าช่องโหว่นี้ได้ถูกใช้ร่วมกับการโจมตีที่โจมตีผ่านช่องโหว่ของโปรแกรม Adobe Reader อีกทีหนึ่ง ตอนนี้วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ เปลี่ยนไปใช้ระบบปฎิบัติการที่ใหม่กว่านี้ เนื่องจากระบบปฎิบัติการที่ใหม่กว่านี้จะยังมีการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์อยู่

ที่มา : COMPUTERWORLD