พบช่องโหว่ zero-day บน macOS ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้คำสั่งที่เป็นอันตรายได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยช่องโหว่ใหม่ใน macOS Finder ของ Apple ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้คำสั่งบน Mac ที่ใช้ macOS เวอร์ชันใดก็ได้จนถึง Big Sur รุ่นล่าสุด

Zero-days เป็นช่องโหว่ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในบางกรณีก็มีรายงานว่าถูกใช้ในการโจมตีจริงเรียบร้อยแล้ว หรือได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถโจมตีได้จริง ช่องโหว่นี้ถูกพบโดย Park Minchan นักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระ เกิดจากวิธีที่ macOS ประมวลผลไฟล์ inetloc ซึ่งทำให้เรียกใช้คำสั่งที่ผู้โจมตีฝังไว้โดยไม่ตั้งใจ และไม่มีคำเตือนหรือข้อความแจ้ง

บน macOS Internet location files ที่มีนามสกุล .inetloc เป็นบุ๊กมาร์กทั้งระบบที่สามารถใช้เปิดแหล่งข้อมูลออนไลน์ได้ (news://, [ftp://|ftp:], afp://) หรือไฟล์ในเครื่อง (file://) ช่องโหว่ใน macOS Finder ช่วยให้ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น inetloc สามารถรันคำสั่งใดก็ได้ และไฟล์เหล่านี้สามารถฝังอยู่ภายในอีเมลได้ ซึ่งหากผู้ใช้คลิกที่ไฟล์ประเภทนี้ที่แนบมาในอีเมล คำสั่งที่ฝังอยู่ภายในอีเมลเหล่านั้นก็จะทำงานทันทีโดยไม่ต้องขึ้น prompt หรือคำเตือนแก่ผู้ใช้งาน

Apple ดำเนินการ patch แต่ไม่ได้กำหนดหมายเลข CVE

แม้ว่าทาง Apple ได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นไปแล้วโดยไม่มีการระบุหมายเลข CVE แต่ตามที่ Minchan ค้นพบในภายหลัง การแก้ไขช่องโหว่นี้ของ Apple ได้แก้ไขข้อบกพร่องเพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากยังคงสามารถโจมตีได้โดยการเปลี่ยนโปรโตคอลที่ใช้ในการรันคำสั่งที่ฝังจาก file:// เป็น FiLe:// เนื่องจาก macOS เวอร์ชันที่อัปเดต (จาก Big Sur) ได้บล็อกเฉพาะคำนำหน้าที่เขียนในรูปแบบ file:// เท่านั้น (คำนำหน้าใน com.

Apple แก้ไขช่องโหว่ Zero-day บน IOS ที่ถูกใช้ในการติดตั้งสปายแวร์ NSO บน iPhone

Apple ได้เผยแพร่การอัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day สองช่องโหว่ที่ถูกพบในการโจมตี iPhone และ Mac เพื่อติดตั้งสปายแวร์ Pegasus

ช่องโหว่นี้คือ CVE-2021-30860 และ CVE-2021-30858 โดยช่องโหว่ทั้งสองส่งผลทำให้สามารถมีการรันโค้ดที่เป็นอันตรายที่ถูกฝังไว้ในเอกสารที่ผู้โจมตีสร้างขึ้นได้

ช่องโหว่ CVE-2021-30860 CoreGraphics เป็นบั๊ก integer overflow ที่ค้นพบโดย Citizen Lab ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีสามารถสร้างเอกสาร PDF ที่เป็นอันตรายซึ่งรันคำสั่งเมื่อเปิดใน iOS และ macOS

CVE-2021-30858 เป็นช่องโหว่บน WebKit ที่เมื่อมีการเข้าถึงหน้าเว็ปไซต์ที่ผู้โจมตีสร้างขึ้นด้วย iPhone และ macOS จะทำให้สามารถถูกรันคำสั่งที่เป็นอันตรายที่อยู่บนหน้าเว็ปไซต์ได้ เบื้องต้นทาง Apple ระบุว่าช่องโหว่นี้ถูกเปิดเผยแพร่ออกสู่สาธารณะแล้วอีกด้วย

แม้ว่า Apple จะไม่เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ช่องโหว่ในการโจมตี แต่ Citizen Lab ได้ยืนยันว่า CVE-2021-30860 เป็นการใช้ประโยชน์จาก iMessage แบบ zero-day zero-click ที่ชื่อว่า 'FORCEDENTRY'

พบว่ามีการใช้ช่องโหว่ของ FORCEDENTRY เพื่อหลีกเลี่ยงระบบความปลอดภัยบน iOS BlastDoor เพื่อติดตั้งสปายแวร์ NSO Pegasus บนอุปกรณ์ที่เป็นของนักเคลื่อนไหวชาวบาห์เรน

BleepingComputer ได้ติดต่อ Citizen Lab พร้อมคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตี แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับในขณะนี้

Apple Zero-days อาละวาดในปี 2021
เป็นปีที่หนักมากสำหรับ Apple เพราะดูเหมือนว่าจะมีช่องโหว่ Zero-days อย่างต่อเนื่อง ซึ่งใช้ในการโจมตีเป้าหมายเป็นอุปกรณ์ iOS และ Mac

การโจมตีจาก FORCEDENTRY เปิดเผยในเดือนสิงหาคม (ก่อนหน้านี้ถูกติดตามโดย Amnesty Tech ในชื่อ Megalodon)
iOS zero-days สามช่องโหว่ (CVE-2021-1870, CVE-2021-1871, CVE-2021-1872) ที่ถูกใช้ในการโจมตีในเดือนกุมภาพันธ์
zero-day ใน iOS หนึ่งช่องโหว่ (CVE-2021-30661) ในเดือนมีนาคม ที่อาจมีการใช้ในการโจมตีเป็นวงกว้างได้ในอนาคต
หนึ่งช่องโหว่ zero-days ใน macOS (CVE-2021-30657) เดือนเมษายน ถูกใช้โจมตีโดยมัลแวร์ Shlayer
iOS zero-days อีกสามตัว (CVE-2021-30663, CVE-2021-30665 และ CVE-2021-30666) ในเดือนพฤษภาคม ที่สามารถทำให้มีการรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ (RCE) จากการเข้าเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย
macOS zero-day (CVE-2021-30713) ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งถูกใช้โดยมัลแวร์ XCSSET เพื่อเลี่ยง TCC privacy protections ของ Apple
zero-day ของ iOS สองช่องโหว่ (CVE-2021-30761 และ CVE-2021-30762) ในเดือนมิถุนายนที่ถูกใช้ในการแฮ็คเข้าสู่อุปกรณ์ iPhone, iPad และ iPod รุ่นเก่า
Project Zero ยังได้มีการเปิดเผยช่องโหว่ Zero-day อีก 11 ช่องโหว่ในปีนี้ ซึ่งใช้ในการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายไปยังอุปกรณ์ Windows, iOS และ Android

อัปเดต 9/13/21: ยืนยันจาก Citizen Labs ว่าการอัปเดตนี้แก้ไขช่องโหว่ของ FORCEDENTRY ได้เรียบร้อยแล้ว

ที่มา : bleepingcomputer

Adobe ปล่อย Update Patch Tuesday สำหรับเดือน พฤษภาคม 2021

โดยมีการแก้ไขช่องโหว่หลายรายการที่ครอบคลุมทั้ง 12 ผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงช่องโหว่ Zero-day ที่ส่งผลกระทบกับ Adobe Reader

มีรายงานว่า พบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โจมตีไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้ Adobe Reader บน Windows (CVE-2021-28550) ช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถเรียกใช้โค้ดแปลกปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต (Arbitrary Code Execution) บนระบบเป้าหมายได้
ส่งผลกระทบกับ Windows และ macOS เวอร์ชัน Acrobat DC, Acrobat Reader DC, Acrobat 2020, Acrobat Reader 2020, Acrobat 2017 และ Acrobat Reader 2017

รายการแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่มีการอัปเดต ได้แก่
Adobe Experience Manager

Adobe InDesign

Adobe Illustrator

Adobe InCopy

Adobe Genuine Service

Adobe Acrobat and Reader

Magento

Adobe Creative Cloud Desktop Application

Adobe Media Encoder

Adobe After Effects

Adobe Medium

Adobe Animate

โดยมี 10 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Critical และ 4 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Important ถูกพบใน Adobe Acrobat and Reader และช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 5 รายการ (CVE-2021-21101-CVE-2021-21105) ใน Adobe Illustrator ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินการเรียกใช้คำสั่ง หรือโค้ดที่อาจจะเป็นอันตรายด้วย User ที่ใช้งานอยู่ในตอนนั้น

ช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขแล้วใน Patch Tuesday โดยรวมแล้วทั้งหมด 43 รายการ

แนะนำให้ผู้ใช้ทำการรีบอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อทำการโจมตีระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัย

ที่มา : thehackernews

แจ้งเตือน “XcodeSpy” มัลแวร์ชนิดใหม่ที่พุ่งเป้าโจมตีในลักษณะ Supply-chain attack กับนักพัฒนาแอปพลิเคชัน iOS

นักวิจัยจากบริษัท SentinelOne บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ค้นพบมัลแวร์บนโปรเจกต์ Xcode ที่ถูกเรียกว่า “XcodeSpy” ซึ่งกำลังกำหนดเป้าหมายไปยังนักพัฒนาแอปพลิเคชัน iOS เพื่อทำการโจมตีในลักษณะ Supply-chain attack และเพื่อติดตั้งแบ็คดอร์บนระบบปฏิบัติการ macOS บนคอมพิวเตอร์ของผู้พัฒนา

Xcode เป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน (Integrated Development Environment - IDE) ที่สร้างโดย Apple ซึ่ง Xcode จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ทำงานบน macOS, iOS, tvOS และ watchOS

นักวิจัยจากบริษัท SentinelOne กล่าวว่าได้ค้นพบ iOS โปรเจกต์ที่มีชื่อว่า TabBarInteraction โดยโปรเจกต์ดังกล่าวเป็นโปรเจกต์ Xcode ที่ถูกต้องสำหรับผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน จากการตรวจสอบโปรเจกต์โดยทีมนักวัยจัยพบว่าผู้ประสงค์ร้ายได้ทำการโคลนโปรเจกต์ TabBarInteraction ที่ถูกต้องและได้เพิ่มสคริปต์ 'Run Script' ที่เป็นอันตรายลงไปยังโปรเจกต์ เมื่อผู้พัฒนาแอปพลิเคชันสร้างโปรเจกต์ code จะเรียกใช้ Run Script โดยอัตโนมัติเพื่อทำการสร้างไฟล์ที่ชื่อว่าว่า .tag ใน /tmp และภายในไฟล์จะมีคำสั่ง mdbcmd เพื่อเปิด Reverse shell กลับไปที่เซิร์ฟเวอร์ของผู้ประสงค์ร้าย นอกจากนี้แบ็คดอร์ยังสามารถทำให้ผู้ประสงค์ร้ายเข้าถึงการอัปโหลดและดาวน์โหลดไฟล์, ดึงข้อมูลหรือดักฟังจากกล้อง, ไมโครโฟนและคีย์บอร์ดของผู้ที่ตกเหยื่อได้อีกด้วย

ทั้งนี้ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจากซอฟต์แวร์ Xcode ควรระมัดระวังในการใช้งานอย่างมาก และไม่ควรดึงโปรเจกต์จากผู้พัฒนาที่ไม่รู้จักหรือไม่รู้เเหล่งที่มา เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: bleepingcomputer, hackread

นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2021-3156 ใน Sudo กระทบกับ MacOS ด้วย

Matthew Hickey ผู้ร่วมก่อตั้ง Hacker House ได้ออกมาเปิดเผยบนทวิตเตอร์ถึงการทดสอบ PoC ของช่องโหว่ CVE-2021-3156 หรือที่เรียกว่า Baron Samedit บน MacOS ซึ่งเขาได้พบว่า MacOS ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับระบบปฏิบัติการ Unix ตัวอื่นๆ

สืบเนื่องมาจากที่นักวิจัยจาก Qualys ได้เปิดเผยช่องโหว่ CVE-2021-3156 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Heap-based buffer overflow ที่อยู่ภายในเป็นเครื่องมือ Sudo ที่ถูกใช้อย่างเเพร่หลายบนระบบปฏิบัติการ Unix ซึ่งช่องโหว่จะนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้ โดยที่ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องรู้รหัสผ่านของผู้ใช้

Hickey ได้ทดสอบช่องโหว่ CVE-2021-3156 บน MacOS และได้ทำการปรับเปลี่ยนโค้ดบน PoC ของช่องโหว่เล็กน้อย โดยการสั่งเขียนทับ argv[0] หรือสร้าง symlink ซึ่งจะทำให้ระบบปฏิบัติการ MacOS มีช่องโหว่เช่นเดียวกันกับระบบปฏิบัติการ Linux และยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้เช่นเดียวกัน

Hickey กล่าวอีกว่าช่องโหว่ CVE-2021-3156 นี้สามารถใช้ประโยชน์ได้ใน macOS เวอร์ชันล่าสุดได้ ถึงแม้ว่าจะใช้แพตช์ความปลอดภัยล่าสุดที่ Apple เปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ Hickey ได้รายงานข้อผิดพลาดเเก่ Apple แล้ว ซึ่ง Apple ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในขณะที่ตรวจสอบรายงาน ผู้ใช้งาน MacOS ควรทำการติดตามการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยจาก Apple อย่างต่อเนื่องและเมื่อทาง Apple ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวผู้ใช้ควรรีบทำการอัปเดตแพตช์อย่างเร่งด่วน

ที่มา: zdnet.

Google Project Zero พาแกะ 3 ฟีเจอร์ใหม่ใน iMessage ของ iOS 14 ลดโอกาสโดน Zero-CLick Exploit ได้

Samuel Groß นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Google Project Zero ได้มีการเผยแพร่งานวิจัยใหม่เกี่ยวกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยใน iOS 14 ในส่วนของ iMessage ซึ่งตกเป็นเป้าหมายในการถูกโจมตีแบบ Zero-click อยู่บ่อยครั้ง โดยงานวิจัยนี้เกิดจากการทำ Reverse engineering กับกระบวนการทำงานของ iMessage ในเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์

สำหรับฟีเจอร์แรกนั้นถูกเรียกว่าเซอร์วิส BlastDoor ซึ่งเป็นส่วนโมดูลใหม่สำหรับประมวลผลข้อมูลไบนารี อาทิ ไฟล์แนบ, ลิงค์และไฟล์รูปข้างใน Sandbox ซึ่งไม่สามารถเชื่อมต่อออกสู่เครือข่ายได้ ผลลัพธ์ของการแยกประมวลผลนี้ทำให้การจัดเรียงกันของหน่วยความจำนั้นแตกต่างออกไปและเพิ่มความเป็นไปได้ยากในการที่จะทำการโจมตีในลักษณะของ Memory corruption

ฟีเจอร์ส่วนที่สองนั้นถูกเรียกว่า Shared cache resliding โดยเป็นการปรับปรุงส่วนของ Shared cache ในหน่วยความจำ ส่วนของ Shared cache เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยความจำที่มีการเก็บตำแหน่งของฟังก์ชันของระบบเอาไว้และจะถูกสุ่มภายใต้ฟีเจอร์ ASLR เฉพาะเมื่อมีการบูต เนื่องจากการสุ่มตำแหน่งโดย ASLR ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก การโจมตีในบางเทคนิคสามารถนำไปสู่การระบุหาแอดเดรสใน Shared cache ซึ่งนำไปสู่การข้ามผ่านฟีเจอร์ ASLR ได้ ใน iOS 14 ปัญหาในส่วนนี้ถูกแก้โดยการเพิ่มเงื่อนไขในการสุ่มตำแหน่งของข้อมูลใน Shared cache สำหรับเซอร์วิสใดๆ เมื่อเซอร์วิสเริ่มทำงานแทน ซึ่งทำให้การข้ามผ่านฟีเจอร์ ASLR เป็นไปได้ยากขึ้นหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย

ฟีเจอร์ส่วนสุดท้ายยังคงอยู่ในแนวทางของการป้องกันการข้ามผ่านฟีเจอร์ ASLR ซึ่งมาในลักษณะของการ Brute force โดยใน iOS 14 นั้นเซอร์วิสอย่าง BlastDoor จะถูกตั้งค่าและควบคุมให้อยู่ในกลไกที่ชื่อ ExponentialThrottling ซึ่งจะทำการหน่วงเวลาของการรีสตาร์ทหากโปรเซสหรือเซอร์วิสมีการแครช ฟีเจอร์ ExponentialThrottling ถูกบังคับใช้เฉพาะกับกลไกที่สำคัญ ดังนั้นผลกระทบของเวลาที่ถูกหน่วงในแต่ละครั้งจะไม่กระทบต่อการใช้งานทั่วไป จากการตรวจสอบโดย Samuel เวลาหน่วงที่มากที่สุดหลังจากมีการแครชและจำนวนเวลาถูกเพิ่มไปเรื่อยๆ นั้นคือ 20 นาที

สำหรับใครที่สนใจทางด้าน Exploitation โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมของ macOS และ iOS สามารถอ่านรายละเอียดจากการ Reverse engineer ได้ที่ : googleprojectzero

ที่มา: zdnet

VLC Media Player ออกเวอร์ชัน 3.0.12 แก้ไขช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากระยะไกล

โครงการ VideoLAN ได้เปิดตัว VLC Media Player เวอร์ชัน 3.0.12 สำหรับ Windows, Mac และ Linux ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยใน VLC Media Player เวอร์ชันล่าสุดนี้ได้ทำการปรับปรุงคุณสมบัติและแก้ไขความปลอดภัยมากมายอีกทั้งยังเป็นการอัปเกรดที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ Mac เนื่องจากในเวอร์ชันนี้มีการรองรับ Apple Silicon และแก้ไขความผิดเพี้ยนของเสียงใน macOS

นอกจากการแก้ไขข้อบกพร่องและการปรับปรุงแล้ว VLC Media Player 3.0.12 ยังแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวนมากที่ถูกรายงานโดย Zhen Zhou จากทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัท NSFOCUS ซึ่งค้นพบช่องโหว่ Buffer overflow ที่อาจทำให้ซอฟต์แวร์เกิดข้อขัดข้องหรืออาจนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยสิทธิ์ของผู้ใช้ที่ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถใช้ช่องโหว่นี้ได้โดยการสร้างไฟล์สื่อที่ออกแบบมาเป็นพิเศษและหลอกให้ผู้ใช้เปิดไฟล์ด้วย VLC

ทั้งนี้ผู้ใช้ VLC Media Player ควรทำการอัปเดตเวอร์ชันให้เป็น VLC 3.0.12 เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: bleepingcomputer

Cisco ปล่อยแพทช์ความปลอดภัยสำหรับ Webex เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าร่วมการประชุมแบบไม่เห็นตัวตนได้ (Ghost User)

นักวิจัยจาก IBM พบปัญหาด้านความปลอดภัยบน Cisco Webex เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถ

เข้าร่วมการประชุมแบบไม่เห็นตัวตน และสามารถเข้าถึงได้ทั้งเสียง, วิดีโอ, แชท และแชร์สกรีน (CVE-2020-3419)
แม้จะถูกไล่ออกจากห้องแล้ว แต่ก็ยังสามารถได้ยินเสียงในห้องประชุมแบบไม่เห็นตัวตนได้ (CVE-2020-3471)
เข้าถึงข้อมูลของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม อาทิเช่น ชื่อและนามสกุล, อีเมล และ IP Address โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้แม้จะอยู่แค่ใน Lobby room ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องก็ตาม (CVE-2020-3441)
ข้อมูลระบุว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในขั้นตอนการ Handshake ของการติดต่อกันระหว่างสมาชิกในห้องประชุม (Participants) ดังนั้นการโจมตีดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ไม่หวังดีรู้ URL ของ Meeting เท่านั้น ปัญหานี้มีผลกระทบต่อ Webex บนระบบปฏิบัติการทั้ง macOS, iOS และ Windows รวมทั้ง Webex Meetings แอพพลิเคชั่น และ Webex Room Kit

ล่าสุด Cisco มีการอัพเดตแพทช์บน Cloud ของ Cisco Webex Meeting แล้ว และปล่อยอัพเดตสำหรับ Cisco Webex Meetings แอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์พกพา และซอฟต์แวร์ของ Cisco Webex Meetings Server แล้ว ผู้ใช้งานควรทำการอัพเดตทันที

ที่มา: bleepingcomputer

Apple ปล่อยแพตช์ความปลอดภัย ช่องโหว่บางรายการถูกใช้โจมตีแล้ว

Apple ประกาศแพตช์ด้านความปลอดภัยเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดยแพตช์ซึ่งออกมานั้นมีการปิดการโจมตีช่องโหว่ zero-day ทั้ง 3 รายการใน iOS ซึ่งตรวจพบว่าถูกใช้โดยผู้ไม่ประสงค์ดีแล้วโดย Google Project Zero

Google Project Zero ตรวจพบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีกำลังใช้ช่องโหว่ 3 รายการได้แก่ CVE-2020-27930, CVE-2020-27932 และ CVE-2020-27950 ในการโจมตีจริง ช่องโหว่แรกนั้นเป็นช่องโหว่ memory corruption ในไลบรารี FontParser ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากไฟล์ฟอนต์แบบพิเศษได้ สองช่องโหว่ที่เหลือเป็นช่องโหว่สำหรับยกระดับสิทธิ์ และช่องโหว่ที่ช่วยข้ามผ่านมาตราการด้านความปลอดภัย

อุปกรณ์ที่ได้รับการแพตช์ได้แก่ iOS, iPadOS, macOS และ watchOS ซึ่งสามารถทำได้อัปเดตได้ทันทีจากหน้าต่างการตั้งค่าของอุปกรณ์ ขอให้ทำการอัปเดตทันทีเพื่อลดความเสี่ยงจากช่องโหว่

ที่มา: thehackernews

Adobe ออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ความรุนแรงระดับ “Critical” ใน Adobe Acrobat และ Reader

Adobe ได้ออกเเพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ความรุนแรงระดับ “Critical” จำนวน 14 รายการ ซึ่งช่องโหว่จะส่งผลกระทบต่อ Adobe Acrobat และ Reader สำหรับ Windows และ macOS โดยช่องโหว่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาตบนอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ ทั้งนี้ช่องโหว่ที่มีความสำคัญและได้รับการเเก้ไขมีดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-24435 เป็นช่องโหว่ประเภท Heap-based buffer overflow ช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ช่องโหว่ CVE-2020-24436 เป็นช่องโหว่ประเภท Out-of-bounds write ช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ช่องโหว่ CVE-2020-24430 และ CVE-2020-24437 เป็นช่องโหว่ประเภท Use-after-free ช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ใช้งาน Adobe Acrobat และ Reader สำหรับ Windows และ macOS ควรทำการอัปเดตเเพตซ์และติดตั้งซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตี สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดของช่องโหว่เพิ่มเติมสามารถดูได้ที่นี่: helpx.