Microsoft ออกแพตช์อัปเดตประจำเดือนสิงหาคม 2026 แก้ไขช่องโหว่ 400 รายการ โดยเป็นช่องโหว่ Zero-Days 3 รายการ

Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนสิงหาคม 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 400 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 2 รายการ (more…)

Microsoft ออกแพตช์อัปเดตประจำเดือนกรกฎาคม 2026 แก้ไขช่องโหว่จำนวนมากถึง 570 รายการ และช่องโหว่ Zero-Day 3 รายการ

 

Patch Tuesday ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ของ Microsoft มีการอัปเดตด้านความปลอดภัยที่แก้ไขช่องโหว่จำนวนมากถึง 570 รายการ โดยในจำนวนนี้รวมถึงช่องโหว่ Zero-day 2 รายการที่ถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงแล้ว และอีก 1 รายการที่ถูกเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ (more…)

ช่องโหว่ Zero-day ‘RoguePlanet’ ของ Microsoft Defender ทำให้ได้สิทธิ์ระดับ SYSTEM บนระบบ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ปล่อยโค้ด exploit สำหรับช่องโหว่ zero-day ตัวใหม่บน Microsoft Defender ในชื่อ "RoguePlanet" เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก Microsoft เพิ่งออกอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026

นักวิจัยที่ใช้นามแฝงว่า Nightmare Eclipse ระบุว่า ช่องโหว่ใหม่นี้ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Windows 10 และ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ล่าสุดแล้ว โดยช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเปิด command prompt ที่มีสิทธิ์ระดับ SYSTEM ผ่านช่องโหว่ประเภท race condition บน Microsoft Defender ได้

นักวิจัยได้แชร์โค้ด POC เมื่อบ่ายวันอังคารที่ผ่านมาใน self-hosted Git repository หลังจากระบุว่าคลังเก็บซอร์สโค้ด (Repository) บน GitHub และ GitLab ที่เคยโฮสต์ของพวกเขาได้ถูก Microsoft ลบออกไปก่อนหน้านี้

Nightmare Eclipse เขียนไว้ใน repository ว่า "การโจมตีนี้เป็นแบบ race condition ดังนั้นผลลัพธ์จึงมีทั้งสำเร็จ และล้มเหลว แต่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ถึง 100% บนคอมพิวเตอร์บางเครื่อง ในขณะที่บางเครื่องก็รันได้ค่อนข้างลำบาก"

มีรายงานว่าช่องโหว่นี้ได้รับการทดสอบกับ Windows 11 เวอร์ชัน Official และ Canary รวมถึงระบบ Windows 10 ที่ติดตั้ง security updates รอบเดือนมิถุนายน 2026 แล้ว

เมื่อการโจมตีสำเร็จ command prompt จะถูกเปิดขึ้นมาพร้อมสิทธิ์ระดับ SYSTEM

บริษัท ThreatLocker เปิดเผยกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาสามารถทดสอบ และทำซ้ำ exploit นี้ได้สำเร็จ และยืนยันว่าโค้ดโจมตีนี้ทำงานได้จริงบนระบบ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ KB5094126 เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งแชร์วิดีโอสาธิตการทำงาน

Danny Jenkins CEO ของ ThreatLocker ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า "การวิเคราะห์เบื้องต้นของเรายืนยันว่า การโจมตี RoguePlanet นั้นใช้งานได้จริง และทำงานตามที่อธิบายไว้ องค์กรที่ใช้ระบบ application allowlisting สามารถป้องกันไม่ให้โค้ดโจมตีนี้ทำงานได้ ซึ่งถือเป็นเลเยอร์การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต่อการโจมตีนี้"

ข้อมูลจาก Nightmare Eclipse ระบุว่า เดิมที RoguePlanet ถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะช่องโหว่ประเภท RCE ที่ใช้ประโยชน์จากการที่ Microsoft Defender จัดการกับไฟล์ที่โฮสต์อยู่บน remote SMB shares

นักวิจัยอธิบายในบล็อกโพสต์ว่า "ในการพัฒนาช่วงแรก ได้รับการยืนยันแล้วว่าช่องโหว่นี้คือ RCE มันต้องการให้ผู้โจมตีล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ .vhd ใน remote SMB server ซึ่งหากโจมตีสำเร็จจะส่งผลให้ Defender เขียนทับไฟล์ของตัวเอง และผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ RCE อย่างชัดเจน"

นักวิจัยระบุว่า อีกสถานการณ์หนึ่งของการโจมตีอาจนำไปสู่ RCE ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ล่อให้เหยื่อเปิด SMB share หากมีการเปิดใช้งานการตั้งค่า symlink evaluation ไว้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยอ้างว่า Microsoft ได้แอบทำการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Defender ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยการแพตช์ API "mpengine!SysIO*" ซึ่งบล็อกการโจมตีแบบ junction attacks ไว้

นักวิจัยระบุว่า "การเขียนโค้ด RoguePlanet ใหม่เพื่อให้ใช้งานได้อีกครั้งนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก และไม่สามารถทำสถานการณ์การโจมตีรูปแบบอื่นให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ในตอนนี้จึงยังไม่ชัดเจนว่า RoguePlanet จะถูกจำกัดอยู่แค่ LPE (Local Privilege Escalation) หรือจะมีวิธีบางอย่างในการเปลี่ยนมันให้เป็น RCE"

การปล่อยโค้ดโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่าง Nightmare Eclipse และ Microsoft เกี่ยวกับแนวทางการเปิดเผยช่องโหว่ และโครงการ bug bounty ของบริษัท

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักวิจัยรายนี้ได้เปิดเผยช่องโหว่ zero-days ของ Windows ออกสู่สาธารณะหลายตัว ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ BlueHammer, RedSun, GreenPlasma และ YellowKey โดย zero-days บางตัวมีเป้าหมายที่ Microsoft Defender ในขณะที่ตัวอื่น ๆ มุ่งเป้าไปที่ BitLocker และส่วนประกอบของ Windows

Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ GreenPlasma และ YellowKey ในวันนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026

ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยตอบโต้การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วยการแจ้งเตือนว่าจะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อมีผู้ทำ "กิจกรรมที่เป็นอันตรายซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายจริงต่อลูกค้า" ซึ่งทำให้หลายคนในชุมชน Cyber Security มองว่า Microsoft กำลังข่มขู่นักวิจัย

Nightmare Eclipse อ้างว่า Microsoft มุ่งเป้า และลบ repository ก่อนหน้านี้ที่โฮสต์บน GitHub และ GitLab ซ้ำ ๆ ส่งผลให้ต้องสร้างแพลตฟอร์มโค้ดที่โฮสต์เองขึ้นมาที่ projectnightcrawler[.]dev

อัปเดต 10-06-2026 :

หลังจากเผยแพร่เรื่องนี้ Microsoft แจ้งกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบอยู่ โดยโฆษกของไมโครซอฟต์ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า “Microsoft รับทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบความถูกต้อง และความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบจากข้อกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างจริงจัง บริษัทมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัย และอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบเพื่อปกป้องลูกค้าโดยเร็วที่สุด” “ที่สำคัญ เราสนับสนุนการเปิดเผยช่องโหว่แบบประสานงาน ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปกป้องลูกค้า และสนับสนุนชุมชนนักวิจัยโดยการรับรองว่าผลการค้นพบของพวกเขาได้รับการตรวจสอบ และแก้ไขอย่างละเอียดก่อนที่จะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ”

 

ที่มา : bleepingcomputer.

Microsoft ออกแพตช์อัปเดตประจำเดือนมิถุนายน 2026 แก้ไขช่องโหว่ Zero-day 3 รายการ และช่องโหว่อื่น ๆ อีก 200 รายการ

Patch Tuesday ประจำเดือนมิถุนายน 2026 ของ Microsoft มีการอัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ต่าง ๆ จำนวน 200 รายการ และช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะอีก 3 รายการ (more…)

Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตประจำเดือนพฤษภาคม 2026 แก้ไขช่องโหว่ 120 รายการ ไม่มีช่องโหว่ Zero-day

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งมาพร้อมกับการอัปเดตด้านความปลอดภัยสำหรับแก้ไขช่องโหว่จำนวน 120 รายการ และไม่มีการเปิดเผยช่องโหว่แบบ Zero-day แต่อย่างใด (more…)

Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตประจำเดือนเมษายน 2026 แก้ไขช่องโหว่ 167 รายการ โดยเป็นช่องโหว่ Zero-Days 2 รายการ

Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนเมษายน 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 167 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 1 รายการ

(more…)

Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แก้ไขช่องโหว่ 58 รายการ โดยเป็นช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 6 รายการ

 

Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 58 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 6 รายการ และช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 3 รายการ (more…)

Microsoft ระบุว่าปัญหาการบูตไม่สำเร็จของ Windows 11 เกิดจากการอัปเดตที่ผิดพลาดในเดือนธันวาคม 2025

Microsoft ได้ออกมาชี้แจงถึงรายงานล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาการบูตไม่สำเร็จของ Windows 11 หลังจากติดตั้งอัปเดตเดือนมกราคม 2026 โดยระบุว่าสาเหตุเชื่อมโยงกับความพยายามในการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ที่ไม่สำเร็จก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ระบบอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์

ปัญหาการบูตไม่สำเร็จนี้ เริ่มมีรายงานเข้ามาเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 หลังจากที่ผู้ใช้ได้ติดตั้งอัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 บน Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2

โดยหลังจากติดตั้งอัปเดตดังกล่าว ระบบที่ได้รับผลกระทบจะไม่สามารถเริ่มทำงานได้ และจะแสดงหน้าจอสีฟ้า (BSOD) พร้อม error code "UNMOUNTABLE_BOOT_VOLUME"

จากการอัปเดตข้อมูลล่าสุดที่พบโดย Susan Bradley จาก AskWoody นั้น Microsoft ระบุว่า ผลการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบเกิดจาก errors ในการบูตครั้งนี้มาจากกรณีที่เครื่องไม่สามารถติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ได้มาก่อนหน้านี้

เมื่อการติดตั้งอัปเดตที่ไม่สำเร็จดังกล่าวถูก Rolled back กลับไป Windows จะถูกทิ้งไว้ในสถานะที่ไม่เสถียร หรือที่เรียกว่า "Improper state"

ข้อความแจ้งเตือนฉบับปรับปรุงระบุว่า "การตรวจสอบล่าสุดระบุว่า ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ไม่สำเร็จ และตกอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back การอัปเดต"

"ความพยายามในการติดตั้งอัปเดต Windows ขณะที่ระบบยังอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์นี้ อาจส่งผลให้อุปกรณ์ไม่สามารถบูตได้ ขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาบางส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ประสบปัญหาบูตไม่ได้ หากมีการพยายามติดตั้งอัปเดตในขณะที่ระบบยังไม่สมบูรณ์"

“อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ปัญหาเพียงบางส่วนนี้จะไม่สามารถป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก และจะไม่สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ไม่สามารถบูตได้อยู่แล้ว"

บริษัทระบุว่ากำลังตรวจสอบสาเหตุที่อุปกรณ์บางเครื่องไม่สามารถติดตั้งการอัปเดต Windows หรือเข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back

Microsoft ระบุว่าขณะนี้ปัญหาจำกัดเฉพาะ physical devices เท่านั้น ยังไม่มีรายงานว่า virtual machines ได้รับผลกระทบ

 

ที่มา : bleepingcomputer.

การอัปเดต Windows 11 KB5074109 ทำให้ระบบมีปัญหา Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งการอัปเดต

อัปเดตความปลอดภัย Windows 11 ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 ของ Microsoft ได้ก่อให้เกิดปัญหาความเสถียรของระบบหลายประการ รวมถึงอาการเครื่องค้าง และหน้าจอดำ ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องถอนการติดตั้งอัปเดตดังกล่าว โดยมีรายงานระบุถึงปัญหาด้านกราฟิก และแอปพลิเคชันล้มเหลว ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มองค์กร

KB5074109 อยู่ในอัปเดตบน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 (build 26200.7623) และ 25H2 (build 26100.7623) โดยประกอบด้วยการแก้ไขความปลอดภัยกว่า 100 รายการ รวมถึงช่องโหว่ Zero-day 3 รายการ พร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น การปรับปรุงการใช้พลังงานของ NPU

การอัปเดตนี้เผยแพร่ใน Patch Tuesday วันที่ 13 มกราคม 2026 โดยการอัปเดตนี้ยังรวมถึง Servicing Stack Update รหัส KB5071142 และ AI components สำหรับ Copilot+ PCs นอกจากนี้ Microsoft ได้ลดความซับซ้อนของชื่อการอัปเดตในเวอร์ชันนี้เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

ปัญหาด้านกราฟิก และการค้างของระบบ

ผู้ใช้บางส่วนรายงานว่าพบว่าระบบค้างโดยไม่มีหน้าจอ blue screens โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่ใช้กราฟิกหนัก เช่น BforArtists 5.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาต่อยอดจาก Blender เมื่อทำการสลับโหมดการแสดงผล

ปัญหาการค้างเหล่านี้เกิดจากความบกพร่องของ DirectX และ GPU driver ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง Kernel หรือ Graphics stack ในการอัปเดต

หลังการติดตั้ง ระบบ GPU ของ Nvidia และ AMD มักพบปัญหาหน้าจอดำ นอกจากนี้ File Explorer ยังไม่ตอบสนองต่อการตั้งค่า LocalizedResourceName ในไฟล์ desktop.

Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตประจำเดือนมกราคม 2026 แก้ไขช่องโหว่ 114 รายการ โดยเป็นช่องโหว่ Zero-Days 3 รายการ

Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 114 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และ ช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 2 รายการ

โดย Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 8 รายการ ซึ่งเป็นช่องโหว่ Remote Code Execution 6 รายการ และช่องโหว่ Privilege Escalation 2 รายการ

ช่องโหว่ในแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้ :

ช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) 57 รายการ
ช่องโหว่การ Bypass คุณสมบัติด้านความปลอดภัย (Security Feature Bypass) 3 รายการ
ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution) 22 รายการ
ช่องโหว่ในการเปิดเผยข้อมูล (Information Disclosure) 22 รายการ
ช่องโหว่ที่ทำให้เกิด DoS (Denial of Service) 2 รายการ
ช่องโหว่ของการปลอมแปลง (Spoofing) 5 รายการ

ช่องโหว่ Zero-Days 3 รายการ ที่ถูกแก้ไข

Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ Zero-days 1 รายการ ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี และช่องโหว่ Zero-days 2 รายการ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
**

ช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี
**

CVE-2026-20805 - Desktop Window Manager Information Disclosure Vulnerability
Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ Desktop Window Manager ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี ซึ่งเกิดจากการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญใน Desktop Windows Manager ทำให้ Hacker ที่ได้รับ authorized สามารถเปิดเผยข้อมูลในเครื่องได้ เมื่อโจมตีช่องโหว่นี้สำเร็จ จะทำให้ Hacker สามารถอ่าน memory addresses ที่เกี่ยวข้องกับ ALPC port ซึ่งเป็นหน่วยความจำในโหมดผู้ใช้จากระยะไกลได้

Microsoft ระบุว่า Microsoft Threat Intelligence Center (MSTIC) และ Microsoft Security Response Center (MSRC) เป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ดังกล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยวิธีการโจมตีช่องโหว่

ช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

CVE-2026-21265 - Secure Boot Certificate Expiration Security Feature Bypass Vulnerability

Microsoft ได้แจ้งเตือนว่า Certificate ของ Windows Secure Boot ที่ออกในปี 2011 ใกล้หมดอายุแล้ว และระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะถูก Bypassing Secure Boot ได้

โดยการอัปเดตความปลอดภัยจะต่ออายุ Certificate ที่ได้รับผลกระทบเพื่อรักษา Secure Boot trust chain และ verification of boot components ต่อไปได้

CVE-2023-31096 Windows Agere Soft Modem Driver Elevation of Privilege Vulnerability

ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี Agere Modem driver ของ third-party ซึ่งมาพร้อมกับ Windows เวอร์ชันที่รองรับ เมื่อโจมตีสำเร็จจะสามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ดูแลระบบ บนระบบที่มีช่องโหว่ได้ ซึ่งถูกระบุว่าจะถูกลบออกในการอัปเดตในอนาคต

ใน Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 ทาง Microsoft ได้ลบไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่ (agrsm64.sys และ agrsm.