Permalink พบช่องโหว่ 0-Day ใหม่บน Windows ที่กำลังถูกใช้โจมตี ผู้ใช้งานควรรีบอัปเดตโดยด่วน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Microsoft ได้ออกแพตช์ความปลอดภัยแก้ไขช่องโหว่ทั้งหมด 71 รายการใน Microsoft Windows และซอฟต์แวร์อื่นๆ รวมถึงการแก้ไขช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่สามารถใช้ร่วมกันกับช่องโหว่ในการเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลเพื่อเข้าควบคุมระบบที่มีช่องโหว่

2 ช่องโหว่ระดับ Critical, 68 ช่องโหว่ระดับ Important และอีก 1 ช่องโหว่ระดับต่ำ โดย 3 ช่องโหว่ในนี้ถูกระบุว่าเป็นช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะเรียบร้อยแล้ว

ส่วน 4 ช่องโหว่ zero-days มีดังนี้

CVE-2021-40449 (CVSS score: 7.8) - Win32k Elevation of Privilege Vulnerability
CVE-2021-41335 (CVSS score: 7.8) - Windows Kernel Elevation of Privilege Vulnerability
CVE-2021-40469 (CVSS score: 7.2) - Windows DNS Server Remote Code Execution Vulnerability
CVE-2021-41338 (CVSS score: 5.5) - Windows AppContainer Firewall Rules Security Feature Bypass Vulnerability

ที่ด้านบนสุดของรายการคือ CVE-2021-40449 ช่องโหว่ use-after-free ในไดรเวอร์เคอร์เนล Win32k ที่ Kaspersky ตรวจพบว่ามีการใช้ในการโจมตีเป็นวงกว้างในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และต้นเดือนกันยายน 2564 โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัทไอที บริษัทผู้ค้าอาวุธ และหน่วยงานทางการทูต โดย Kaspersky ตั้งชื่อกลุ่มผู้โจมตีว่า "MysterySnail"

"ความคล้ายคลึงกันของโค้ด และการนำ C2 [command-and-control] กลับมาใช้ใหม่ที่เราค้นพบ ทำให้เราสามารถเชื่อมโยงการโจมตีเหล่านี้กับผู้โจมตีที่รู้จักกันในชื่อ IronHusky และ Chinese-speaking APT กิจกรรมดังกล่าวย้อนหลังไปถึงปี 2012" นักวิจัยของ Kaspersky Boris Larin และ Costin Raiu กล่าว

การโจมตีนี้จะนำไปสู่การใช้โทรจันเพื่อการเข้าถึงระยะไกลที่สามารถรวบรวม และขโมยข้อมูลระบบจากเครื่องที่ถูกโจมตีก่อนที่จะพยายามติดต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ C2

ช่องโหว่อื่น ๆ ได้แก่ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลที่ส่งผลต่อ Microsoft Exchange Server (CVE-2021-26427), Windows Hyper-V (CVE-2021-38672 และ CVE-2021-40461), SharePoint Server (CVE-2021-40487 และ CVE- 2021-41344) และ Microsoft Word (CVE-2021-40486) รวมถึงช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลใน Rich Text Edit Control (CVE-2021-40454)

CVE-2021-26427 ซึ่งมีคะแนน CVSS 9.0 และถูกพบโดย US National Security Agency "เซิร์ฟเวอร์ Exchange เป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงสำหรับแฮกเกอร์ที่ต้องการเจาะเครือข่ายธุรกิจ" Bharat Jogi จาก Qualys กล่าว

October Patch Tuesday แก้ไขอีกช่องโหว่สองจุดที่พึ่งถูกค้นพบใน Print Spooler CVE-2021-41332 และ CVE-2021-36970 ด้วย

ซอฟต์แวร์แพตช์จากผู้ให้บริการรายอื่น

นอกจากไมโครซอฟต์แล้ว ผู้ให้บริการรายอื่นๆยังได้ออกแพตซ์เพื่อแก้ไขช่องโหว่หลายรายการ ได้แก่

Adobe
Android
Apple
Cisco
Citrix
Intel
Linux distributions Oracle Linux, Red Hat, and SUSE
SAP
Schneider Electric
Siemens, and
VMware

ที่มา: thehackernews.

เกาหลีเหนือใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ VPN เพื่อแฮกสถาบันวิจัยนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้

สถาบันวิจัยพลังงานปรมาณูเกาหลี (KAERI) ของรัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าเครือข่ายภายในของบริษัทถูกบุกรุกโดยผู้ต้องสงสัยที่คาดว่ามาจากเกาหลีเหนือ

การบุกรุกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผ่านช่องโหว่ของ VPN (โดยยังไม่มีการระบุว่าเป็นของผู้ให้บริการรายใด) และมี IP Address ของผู้โจมตีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 13 IP โดยหนึ่งในนั้นคือ IP "27.102.114[.]89" ซึ่งมีประวัติการเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือชื่อว่า Kimsuky

KAERI ก่อตั้งขึ้นในปี 2502 ในเมืองแดจอน เป็นสถาบันวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งออกแบบ และพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องปฏิกรณ์ แท่งเชื้อเพลิง การหลอมรวมของรังสี และความปลอดภัยของนิวเคลียร์

หลังจากการบุกรุก KAERI กล่าวว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อบล็อก IP Address ของผู้โจมตี และอัพเดทแพตซ์ของ VPN ที่มีช่องโหว่เรียบร้อยแล้ว โดยสถาบันฯกำลังสืบสวนรายละเอียดผลกระทบจากการบุกรุก และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น

จากรายงานของสำนักข่าว SISA ของเกาหลีใต้ซึ่งเปิดเผยถึงเหตุการณ์การบุกรุกในครั้งนี้ โดยสำนักข่าวอ้างว่า KAERI พยายามปกปิดการโจมตี โดยพยายามปฏิเสธการโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่ง KAERI อ้างว่าเป็นเพียงความผิดพลาดจากพนักงานระดับปฏิบัติการเท่านั้น

ตั้งแต่ปี 2012 Kimsuky (หรือที่รู้จักในชื่อ Velvet Chollima, Black Banshee หรือ Thallium) เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักในแคมเปญจารกรรมทางอินเทอร์เน็ตที่กำหนดเป้าหมายไปยังสถาบันวิจัย และปฏิบัติการพลังงานนิวเคลียร์ในเกาหลีใต้

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Cyber Security อย่าง Malwarebytes ได้เปิดเผยถึงการโจมตีไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยใช้วิธีการติดตั้ง Backdoor บนระบบปฏิบัติการ Android และ Windows ที่ชื่อว่า AppleSeed โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญ

โดยมีเป้าหมายคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทางนิวเคลียร์ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และรองกงสุลใหญ่ประจำสถานกงสุลเกาหลีใต้ในฮ่องกง โดยมี IP Address ของ command-and-control (C2) ที่ตรงกัน

ยังไม่มีข้อมูลว่าช่องโหว่ VPN ที่ถูกใช้ในการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นของผู้ให้บริการรายใด แต่ที่ผ่านมามีหลายองค์กรที่ถูกโจมตีด้วยช่องโหว่ของ VPN จากผู้ให้บริการต่างๆเช่น Pulse Secure, SonicWall, Fortinet FortiOS และ Citrix หลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ที่มา : thehackernews

พบกลุ่มจารกรรมไซเบอร์กลุ่มใหม่ โจมตีกระทรวงการต่างประเทศในแอฟริกาและตะวันออกกลาง

เมื่อวันพฤหัสที่ 10 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมานี้ นักวิจัยได้พบกลุ่มจารกรรมทางไซเบอร์กลุ่มใหม่ ที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการการโจมตีหน่วยงานทางการทูตและบริษัทโทรคมนาคมในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปี 2017 เป็นอย่างน้อย โดยมีชื่อแคมเปญว่า “BackdoorDiplomacy” เป็นการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่เปิดเผยทางอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์ เพื่อทำการแฮ็กข้อมูลทางไซเบอร์ต่าง ๆ รวมถึงการทำ Lateral Movement ไปยังเครื่องอื่น ๆ ภายในเครือข่ายเพื่อฝัง backdoor ที่ชื่อว่า “Turian” ที่มีความสามารถในรวมข้อมูลของระบบ จับภาพหน้าจอ ขโมยข้อมูลที่สำคัญ (more…)

พบข้อมูลที่ถูกขโมยโดยมัลแวร์ที่ไม่เคยพบมาก่อนบนคลาวด์กว่า 1.2 TB

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ( 9 มิถุนายน 2564 ) พบฐานข้อมูลบนคลาวด์เป็นข้อมูลที่ถูกขโมยมากว่า 1.2 TB ประกอบไปด้วยข้อมูล cookie และ credentials ที่มาจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows จำนวน 3.2 ล้านเครื่อง จากมัลแวร์ที่ไม่เคยพบมาก่อน ที่เรียกว่า “nameless”

ในบล็อกของ NordLocker บริษัทซอฟต์แวร์เข้ารหัสไฟล์ที่รวมกับที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่เข้ารหัสแบบ end-to-end ได้กล่าวไว้ว่า ไวรัสสามารถหลบซ่อนการตรวจจับพร้อมกับข้อมูลที่ขโมยกว่า 6 ล้านไฟล์ ที่ขโมยมาจากเครื่องเดสก์ท็อป และยังสามารถถ่ายภาพผู้ใช้งานได้หากอุปกรณ์นั้นมีเว็บแคม โดยมัลแวร์จะแพร่กระจายผ่านซอฟต์แวร์ Adobe PhotoShop ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องมือ Crack Windows และเกมส์ละเมิดลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มแฮ็กเกอร์ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้ตั้งใจและผู้ให้บริการคลาวด์ได้รับแจ้งว่าให้ทำการ take down โฮสต์ดังกล่าวไป ซึ่งข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นอยู่ระหว่าง ปี 2018 ถึง 2020 โดยมี cookie กว่า 2 พันล้านรายการ

Sean Nikkel นักวิเคราะห์ภัยคุกคามทางไซเบอร์อาวุโสของ Digital Shadows ได้กล่าวว่า เรายังคงต้องประสบกับปัญหาทางข้อมูลถูกโจมตีหรือรั่วไหล ตราบใดที่ผู้คนไม่ได้ใช้แนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดีทั้งหมด ซึ่งหากบริษัทจัดเก็บข้อมูลไว้บนระบบคลาวด์ จะมีตัวเลือกมากมายสำหรับการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ และควรจัดหมวดหมู่ของข้อมูลว่าข้อมูลนั้นจำเป็นหรือเป็นข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผย และควรจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ต่าง ๆ และอย่างน้อยที่สุด ให้ทำการเข้ารหัสที่ปลอดภัยให้กับข้อมูล และตรวจสอบ หรือทดสอบระบบเป็นระยะ ๆ

Law Floyd ผู้อำนวยการฝ่ายบริการคลาวด์ของ Telos กล่าวเสริมว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยควรใช้การควบคุมการเข้าถึงที่เข้มงวดกับฐานข้อมูล และตรวจสอบให้แน่ใจว่า port ที่เปิดให้เข้าถึงฐานข้อมูลนั้นเป็น port ที่จำเป็นเท่านั้น และควรสร้าง policy ที่เหมาะสม รวมทั้งตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคลากรได้รับการศึกษาเกี่ยวกับ policy เหล่านี้อย่างเหมาะสม

ที่มา : scmagazine

Hackers Using Microsoft Build Engine to Deliver Malware Fileless

แฮกเกอร์ได้มีการใช้ Microsoft Build Engine (MSBuild) ในทางที่ผิด โดยใช้ส่ง Trojan และ Malware ประเภท Fileless ซึ่งมีเป้าหมายในการขโมยข้อมูลบนระบบ Windows

นักวิจัยจากบริษัท Anomali ที่ให้บริการด้านโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ กล่าวว่าเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (13 May 2021) ไฟล์ที่มีโค้ดอันตรายที่มีการเข้ารหัสและเชลล์โค้ดสำหรับติดตั้ง Blackdoor เพื่อใช้ในการเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อเพื่อขโมยข้อมูลได้มีการถูกสร้างขึ้น

MSBuild คือ เครื่องมือโอเพ่นซอร์สสำหรับ Compile .NET และ Visual Studio ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัท Microsoft ที่มีไว้ใช้สำหรับ Compiling source code, Packaging, Testing, Deploying Applications

การใช้ MSBuild เป็นเครื่องมือในการเข้าควบคุมเครื่องเป้าหมายโดยไม่ต้องใช้ไฟล์ (Fileless) เป็นแนวคิดในการหลบหลีกการถูกตรวจจับเนื่องจาก Malware ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ Application ที่ถูกกฎหมายโดยรูปการทำงานจะเป็นการโหลด Code ลงที่ Memory ทำให้ไม่มีการทิ้งร่องรอยบนระบบและสามารถซ่อนตัวได้โดยที่ไม่ถูกตรวจจับ

ตามที่มีการเขียนระบุไว้ว่ามีเพียงผู้ให้บริการโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ 2 รายเท่านั้นที่ระบุว่าหนึ่งในไฟล์ MSBuild ที่มีการอัปโหลดไปยัง VirusTotal vyx.

Adobe ปล่อย Update Patch Tuesday สำหรับเดือน พฤษภาคม 2021

โดยมีการแก้ไขช่องโหว่หลายรายการที่ครอบคลุมทั้ง 12 ผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงช่องโหว่ Zero-day ที่ส่งผลกระทบกับ Adobe Reader

มีรายงานว่า พบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โจมตีไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้ Adobe Reader บน Windows (CVE-2021-28550) ช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถเรียกใช้โค้ดแปลกปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต (Arbitrary Code Execution) บนระบบเป้าหมายได้
ส่งผลกระทบกับ Windows และ macOS เวอร์ชัน Acrobat DC, Acrobat Reader DC, Acrobat 2020, Acrobat Reader 2020, Acrobat 2017 และ Acrobat Reader 2017

รายการแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่มีการอัปเดต ได้แก่
Adobe Experience Manager

Adobe InDesign

Adobe Illustrator

Adobe InCopy

Adobe Genuine Service

Adobe Acrobat and Reader

Magento

Adobe Creative Cloud Desktop Application

Adobe Media Encoder

Adobe After Effects

Adobe Medium

Adobe Animate

โดยมี 10 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Critical และ 4 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Important ถูกพบใน Adobe Acrobat and Reader และช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 5 รายการ (CVE-2021-21101-CVE-2021-21105) ใน Adobe Illustrator ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินการเรียกใช้คำสั่ง หรือโค้ดที่อาจจะเป็นอันตรายด้วย User ที่ใช้งานอยู่ในตอนนั้น

ช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขแล้วใน Patch Tuesday โดยรวมแล้วทั้งหมด 43 รายการ

แนะนำให้ผู้ใช้ทำการรีบอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อทำการโจมตีระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัย

ที่มา : thehackernews

Nvidia แจ้งเตือนการพบปัญหาใน GPU driver และซอฟต์แวร์ vGPU ส่งผลให้สามารถถูกใช้ในการยกระดับสิทธิ์, รันคำสั่งอันตราย หรือทำ DoS

ช่องโหว่ทั้งหมดในส่วนของ GPU Display Driver ผู้ไม่หวังดีจำเป็นจะต้องเข้ามาถึงเครื่องได้ก่อน (local) จึงจะสามารถทำการโจมตีได้ ซึ่งประกอบด้วย

CVE-2021-1074 (คะแนน 7.5/10): ปัญหาอยู่ในตัว Installer ของ driver รุ่น R390 สำหรับ Windows ผู้ไม่หวังดีที่สามารถเข้ามาถึงเครื่องได้ (local) สามารถแทรกไฟล์อันตรายลงไปแทนที่ไฟล์ปกติ เพื่อใช้รันคำสั่งอันตราย, ยกระดับสิทธิ์, DoS หรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญได้
CVE-2021-1075 (คะแนน 7.3/10): ปัญหาอยู่ในส่วน kernel (nvlddmkm.

ทีม Project Zero พบกลุ่มเเฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ Zero-day จำนวน 11 รายการ ในการโจมตีผู้ใช้ Windows, iOS และ Android

ทีม Project Zero จาก Google ได้เปิดเผยถึงการค้นพบกลุ่มเเฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ Zero-day จำนวน 11 รายการ ในการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายไปที่ผู้ใช้ Windows, iOS และ Android

ตามรายงานการโจมตีพบแคมเปญการโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์เกิดขึ้นในสองช่วงเวลาคือในเดือนกุมภาพันธ์และตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา โดยช่องโหว่ Zero-day จำนวน 11 รายการ ที่ถูกใช้ในการโจมตีมีรายละเอียดดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-6418 - เป็นช่องโหว่ในโมดูล TurboFan ของ Chrome (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-0938 - เป็นช่องโหว่ใน Font บน Windows (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-1020 - เป็นช่องโหว่ใน Font บน Windows (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-1027 - เป็นช่องโหว่ Client Server Run-Time Subsystem (CSRSS) บน Windows (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-15999 - เป็นช่องโหว่ Freetype Heap buffer overflow บน Chrome (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในตุลาคม 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-17087 - เป็นช่องโหว่ Heap buffer overflow ใน cng.

พบช่องโหว่ใน zoom ส่งผลให้ผู้อื่นสามารถเห็นข้อมูลที่ไม่ต้องการแชร์ได้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ

ช่องโหว่ดังกล่าวคือ CVE-2021-28133 โดยปกติผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะแชร์หน้าจอเฉพาะส่วนที่ต้องการ, แอพพลิเคชั่นที่ต้องการ หรือเลือกที่จะแชร์หน้าจอทั้งหมด แต่ช่องโหว่ดังกล่าวนี้จะแสดงข้อมูลของแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นเห็นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ หากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวถูกเปิดซ้อนบนแอพพลิเคชั่นที่ถูกแชร์อยู่

ปัญหาดังกล่าวถูกทดสอบบนเวอร์ชั่น 5.4.3 และ 5.5.4 ทั้งบน Windows และ Linux มีการเปิดเผยว่าช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการแจ้งไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ปีที่แล้ว และปัจจุบันช่องโหว่ดังกล่าวก็ยังไม่มีการปล่อยแพทช์ออกมา โดย zoom แจ้งว่ารับทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการแก้ไข แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะถูกแสดงเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ แต่หากมีการอัดวิดีโอไว้ ก็จะสามารถเปิดย้อนกลับมาเพื่อดูได้

ที่มา: thehackernews

Adobe เปิดตัวแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับ “Critical” ใน Adobe Creative Cloud Desktop, Framemaker และ Connect

Adobe เปิดตัวแพตช์การอัปเดตด้านความปลอดภัยที่แก้ไขช่องโหว่ใน Adobe Creative Cloud Desktop, Adobe Framemaker และ Adobe Connect

โดยรวมแล้วแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยที่ได้รับการเเก้ไขช่องโหว่มีจำนวน 8 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Critical และเป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยรายละเอียดของช่องโหว่ที่สำคัญมีดังนี้

ช่องโหว่ใน Adobe Framemaker จำนวน 1 รายการ ติดตามด้วยรหัส CVE-2021-21056 โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ใน Adobe Framemaker เวอร์ชัน 2019.0.8 และต่ำกว่า สำหรับ Windows
ช่องโหว่ใน Adobe Creative Cloud Desktop จำนวน 3 รายการ ติดตามด้วยรหัส CVE-2021-21068, CVE-2021-21078 และ CVE-2021-21069 โดยช่องโหว่ 2 รายการแรกจะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต และช่องโหว่ที่สามเป็นช่องโหว่นำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ของผู้ใช้ ซึ่งช่องโหว่ทั้ง 3 รายการจะส่งผลกระทบกับ Adobe Creative Cloud Desktop เวอร์ชัน 5.3 และเวอร์ชันก่อนหน้า สำหรับ Windows และ Mac OS
ช่องโหว่ใน Adobe Connect จำนวน 4 รายการ ติดตามด้วยรหัส CVE-2021-21085, CVE-2021-21079, CVE-2021-21079 และ CVE-2021-21081 โดยช่องโหว่แรกเป็นช่องโหว่การตรวจสอบอินพุตข้อมูลที่ไม่เหมาะสมและช่องโหว่อีก 3 รายการเป็นช่องโหว่ Cross-Site Scripting (XSS) ซึ่งช่องโหว่จะส่งผลกระทบกับ Adobe Connect เวอร์ชัน 11.0.5 และเวอร์ชันก่อนหน้า

ทั้งนี้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Adobe ควรทำการอัปเดตแพตช์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: bleepingcomputer