พบช่องโหว่ Zero-day ในเครื่องมือ Windows PsExec ที่จะทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถเข้าควบคุมเครื่องที่ถูกบุกรุกได้

David Wells นักวิจัยมัลแวร์จาก Tenable ได้ค้นพบช่องโหว่ Zero-day ใน PsExec หรือเครื่องมือการจัดการสำหรับผู้ดูแลระบบโดยการสั่งการด้วยคำสั่งต่างๆ ผ่านระบบเน็ตเวิร์คจากระยะไกล ซึ่งช่องโหว่ที่ถูกค้นพบนั้นถูกเรียกว่า pipe hijacking โดยอาศัยการสร้าง pipe ที่ถูกใช้ในการติดต่อสารโดย PsExec เอาไว้ก่อนแล้วด้วยสิทธิ์ที่ต่ำกว่า เมื่อเซอร์วิสของ PsExec มาใช้งานจริงก็จะทำการใช้งาน pipe ที่มีอยู่และจะไม่มีการแก้ไขสิทธิ์เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีซึ่งสร้าง pipe ไว้รอจะสามารถใช้ pipe ดังกล่าวซึ่งจะได้สิทธิ์เป็น Local system และกลายเป็นช่องทางในการยกระดับสิทธิ์ขึ้นมาได้

Wells กล่าวอีกว่าช่องโหว่ Zero-day นี้ถูกพบใน PsExec หลายเวอร์ชันตั้งแต่ v1.72 ที่อยู่ใน Windows XP จนถึงเวอร์ชัน v2.2 ที่อยู่ภายใน Windows 10 ซึ่งหลังจากค้นพบช่องโหว่ Wells ได้รายงานต่อ Microsoft ถึงปัญหาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2020 หลังจากรายงานช่องโหว่ไปแล้ว 90 วัน Microsoft ไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้ Wells จึงได้ทำการเปิดเผยต่อสาธารณะ

Mitja Kolsek ซีอีโอจากบริษัท ACROS Security ได้ออกมากล่าวถึงการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทได้ออกไมโครแพทช์ฟรีเพื่อแก้ไขช่องโหว่การเพิ่มสิทธิพิเศษเฉพาะที่ (Local Privilege Escalation - LPE) ในเครื่องมือการจัดการ Windows PsExec ในเวอร์ชัน 32 บิตและ 64 บิตของ Microsoft ซึ่งพร้อมใช้งานแล้วผ่านแพลตฟอร์ม 0patch

ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการติดตามการอัปเดตแพตช์การแก้ไขช่องโหว่จาก Microsoft เมื่อมีการแก้ไขช่องโหว่ควรรับทำการอัปเดตแพตช์อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ สำหรับผู้ที่ต้องอัปเดตแพตช์ผ่านแพลตฟอร์ม 0patch สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่: https://blog.

นักวิจัยค้นพบช่องโหว่ Zero-day ใหม่ใน Windows 7 and Windows Server 2008

นักวิจัยด้านความปลอดภัยชาวฝรั่งเศส Clément Labro ได้เปิดเผยถึงการค้นพบช่องโหว่ Zero-day โดยบังเอิญซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2

ช่องโหว่สองรายการที่ถูกค้นพบนี้อยู่ใน Registry key โดยช่องโหว่เกิดจากการกำหนดค่าไม่ถูกต้องในเซอร์วิส PC Endpoint Mapper และ DNSCache ตามพาทดังนี้

HKLM \ SYSTEM \ CurrentControlSet \ Services \ RpcEptMapper
HKLM \ SYSTEM \ CurrentControlSet \ Services \ Dnscache

นักวิจัยกล่าวว่าช่องโหว่ที่ถูกค้นพบสามารถทำให้ผู้ประสงค์ร้ายแก้ไข Registry key ได้ โดย Registry key ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ต่อเพื่อเปิดใช้งาน sub-key ในกลไกของ Windows Performance Monitoring ซึ่งโดยปกติแล้วจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถโหลดไฟล์ DLL ของตนเองที่ทำการแก้ไขด้วย Custom tool เพื่อการติดตามประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันได้ตามต้องการ ซึ่งด้วยวิธีการนี้ใน Windows เวอร์ชันใหม่ๆ จะมีการจำกัดสิทธิการทำงานนี้ไว้ แต่ด้วยกลไกลที่กล่าวมาของ Windows 7 และ Server 2008 ผู้ประสงค์ร้ายที่อยู่ในระบบสามารถใช้ช่องทางนี้ในการลอบรันโค้ดในระดับ SYSTEM ได้

Clément Labro พบช่องโหว่นี้โดยบังเอิญจากการทำ PrivescCheck เครื่องมือตรวจสอบการตั้งค่าว่า Windows มีการตั้งค่าที่ไม่ถูกต้องและอาจถูกใช้ในการยกระดับสิทธิได้หรือไม่ โดยเขาพบช่องโหว่ดังกล่าวเมื่อทดลอง PrivescCheck กับ Windows 7 ภายหลังจากที่อัปเดต PrivescCheck สู่สาธารณะไปแล้ว จึงเลือกที่จะเผยแพร่การค้นพบช่องโหว่ Zero-day นี้

ทั้งนี้ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ได้สิ้นสุดอายุการซับพอต (End Of Life - EOL) และทาง Microsoft ได้หยุดให้บริการอัปเดตแพตซ์ความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้แล้ว อย่างไรก็ดีผู้ใช้สามารถทำการอัปเดตแพตซ์ความปลอดภัยได้โดยการชำระเงิน (Extended Support Updates - ESU) หรือการอัปเดตแพตช์จาก Third-party เช่น 0patch ของบริษัท ACROS Security ซึ่งได้ทำการอัปเดตแพตซ์ความปลอดภัยและเเก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว

ที่มา:

zdnet.

Google Chrome เตรียมปล่อยแพตช์ช่องโหว่เพิ่มอีก 2 หลังจากพบการใช้ช่องโหว่เพื่อโจมตี

Google เตรียมปล่อยแพตช์ช่องโหว่ Zero-day เพิ่มอีก 2 รายการหลังจากมีการติดต่อมาจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยนิรนามเกี่ยวกับรายละเอียดของช่องโหว่และความเป็นไปได้ที่ทั้งสองช่องโหว่จะถูกใช้เพื่อโจมตีจริงแล้ว

ช่องโหว่แรกคือ CVE-2020-16013 เป็นช่องโหว่ซึ่งเกิดจากการอิมพลีเมนต์ที่ไม่ถูกต้องของ WebAssembly และเอนจินจาวาสคริปต์ ส่วนอีกช่องโหว่หนึ่งคือ CVE-2020-16017 ซึ่งเป็นช่องโหว่ use-after-free ในฟีเจอร์ Site isolation ซึ่งส่งผลให้เกิดการรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้ ในขณะนี้รายละเอียดของช่องโหว่รวมไปถึงข้อมูลของผู้โจมตีซึ่งใช้ช่องโหว่นั้นยังคงถูกจำกัด คาดว่าจะมีการปล่อยข้อมูลออกมาหลังจากมีการแพตช์ออกซักระยะหนึ่งต่อไป

จากสถิติที่ผ่านมา Google ออกแพตช์ Zero-day ไปทั้งหมดกว่า 5 ช่องโหว่ในช่วงเวลาหนึ่งเดือน ลักษณะดังกล่าวส่อเค้าให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าอาจมีกลุ่มของผู้โจมตีที่กำลังเคลื่อนไหวและมีการใช้ช่องโหว่ใน Google Chrome ในการโจมตีจริงอยู่ ขอให้ผู้ใช้งานติดตามการอัปเดตแพตช์และติดตั้งแพตช์เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีอย่างใกล้ชิด

ที่มา: bleepingcomputer.

พบช่องโหว่ Zero-day ใน Chrome จะทำให้ผู้โจมตีสามารถ Hijack คอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเป้าหมายได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Sergei Glazunov จากทีม Google Project Zero ได้เปิดเผยถึงการค้นพบช่องโหว่ Zero-day บนเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome สำหรับ Windows, Mac และ Linux โดยช่องโหว่นี้จะทำให้ผู้โจมตีสามารถ Hijack คอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเป้าหมายได้

ช่องโหว่ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-15999 เป็นช่องโหว่ประเภท Memory corruption โดยช่องโหว่ถูกพบใน FreeType ซึ่งเป็นไลบรารีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สยอดนิยมสำหรับการแสดงผลแบบอักษรที่มาพร้อมกับ Chrome

หลังจากค้นพบช่องโหว่ Glazunov ได้ทำการรายงานช่องโหว่ Zero-day ไปยังนักพัฒนา FreeType ทันที ซึ่ง Glazunov มีความกังวลว่าผู้ประสงค์ร้ายจะใช้ช่องโหว่จากไลบรารี FreeType นี้ทำการโจมตีระบบอื่นๆ ซึ่งปุจจุบันยังไม่พบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ แต่เนื่องจากไลบรารี FreeType เป็นโปรเจ็กต์โอเพ่นซอร์สจึงคาดว่าผู้ประสงค์ร้ายจะสามารถทำ reverse-engineer ของ zero-day ได้และจะสามารถหาช่องโหว่ของตัวเองได้ภายในไม่กี่วันหรือกี่สัปดาห์ โดยเมื่อได้รับการเเจ้งเตือนทีมผู้พัฒนา FreeType ได้ออกแพตช์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วใน FreeType เวอร์ชัน 2.10.4 แล้ว

ทั้งนี้ Google เปิดตัว Chrome เวอร์ชัน 86.0.4240.111 เพื่อเเก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยดังกล่าว ผู้ใช้ควรทำการอัปเดต Google Chrome ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อเป็นการป้องกันผู้ประสงค์ร้ายทำการโจมตีผู้ใช้และระบบ

ที่มา: thehackernews | zdnet

Apple ปล่อยแพตช์ความปลอดภัย ช่องโหว่บางรายการถูกใช้โจมตีแล้ว

Apple ประกาศแพตช์ด้านความปลอดภัยเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดยแพตช์ซึ่งออกมานั้นมีการปิดการโจมตีช่องโหว่ zero-day ทั้ง 3 รายการใน iOS ซึ่งตรวจพบว่าถูกใช้โดยผู้ไม่ประสงค์ดีแล้วโดย Google Project Zero

Google Project Zero ตรวจพบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีกำลังใช้ช่องโหว่ 3 รายการได้แก่ CVE-2020-27930, CVE-2020-27932 และ CVE-2020-27950 ในการโจมตีจริง ช่องโหว่แรกนั้นเป็นช่องโหว่ memory corruption ในไลบรารี FontParser ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากไฟล์ฟอนต์แบบพิเศษได้ สองช่องโหว่ที่เหลือเป็นช่องโหว่สำหรับยกระดับสิทธิ์ และช่องโหว่ที่ช่วยข้ามผ่านมาตราการด้านความปลอดภัย

อุปกรณ์ที่ได้รับการแพตช์ได้แก่ iOS, iPadOS, macOS และ watchOS ซึ่งสามารถทำได้อัปเดตได้ทันทีจากหน้าต่างการตั้งค่าของอุปกรณ์ ขอให้ทำการอัปเดตทันทีเพื่อลดความเสี่ยงจากช่องโหว่

ที่มา: thehackernews

Microsoft November 2020 Patch Tuesday fixes 112 vulnerabilities

Microsoft Patch Tuesday ประจำเดือนพฤศจิกายน 2020 มาแล้ว

ไมโครซอฟต์ประกาศ Microsoft Patch Tuesday ประจำเดือนพฤศจิกายน 2020 แล้ววันนี้ โดยในรอบเดือนนี้นั้นมีช่องโหว่ทั้งหมด 112 รายการที่ถูกแพตช์ จาก 112 รายการที่ถูกแพตช์มี 17 ช่องโหว่ที่ถูกระบุว่าเป็นช่องโหว่ระดับวิกฤติ รวมไปถึงมีการแพตช์ Zero-day ที่ถูกแจ้งโดย Google Project Zero

เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา Google Project Zero มีการแจ้งเตือนไปยังไมโครซอฟต์หลังจาก Google Threat Analysis Group ตรวจพบการใช้ช่องโหว่ Zero-day ในการโจมตีจริง โดยช่องโหว่ดังกล่าวถูกระบุด้วยรหัส CVE-2020-17087 เป็นช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ในส่วน Windows Kernel Cryptography Driver

อ้างอิงจากข้อมูลสรุปโดย Bleeping Computer ช่องโหว่ 10 จาก 17 รายการที่ถูกระบุอยู่ในระดับวิกฤติอยู่ในส่วน Microsoft Windows Codecs Library, ส่วนของ Windows Kernel อีก 2 ช่องโหว่, ส่วน Microsoft Scripting Engine 3 ช่องโหว่ และ Microsoft Browsers และ Azure Sphere อย่างละหนึ่งช่องโหว่

ที่มา: bleepingcomputer | bleepingcomputer | threatpost | zdnet | theregister | securityweek

Google เปิดตัว Chrome เวอร์ชันใหม่เเก้ไขช่องโหว่ RCE แบบ Zero-day

Google เปิดตัว Chrome เวอร์ชัน 86.0.4240.183 สำหรับ Windows, Mac และ Linux เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 10 รายการรวมถึงช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล (Rmote Code Execution - RCE) แบบ Zero-day หลังพบผู้ประสงค์ร้ายพยายามใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตี

ช่องโหว่ CVE-2020-16009 เป็นช่องโหว่ในการใช้งานที่ไม่เหมาะสมใน V8 ซึ่งเป็นเอ็นจิ้น JavaScript โอเพ่นซอร์สของ Chrome ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถดำเนินการเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลได้ผ่านหน้า HTML ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ นอกจากนี้ Google ยังแก้ไขช่องโหว่ CVE-2020-17087 ช่องโหว่การยกระดับสิทธ์ในเคอร์เนล, CVE-2020-16004, CVE-2020-16005, CVE-2020-16006, CVE-2020-16007, CVE-2020-16008 และ CVE-2020-16011 ใน Chrome เวอร์ชัน 86.0.4240.183

ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการอัปเดต Google Chrome เป็นเวอร์ชัน 86.0.4240.183 หรือเวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยเข้าไปที่การตั้งค่า -> ความช่วยเหลือ -> เกี่ยวกับ Google Chrome จากนั้นเว็บเบราว์เซอร์จะทำการตรวจสอบการอัปเดตใหม่โดยอัตโนมัติและติดตั้งเมื่อพร้อมใช้งาน

ที่มา: bleepingcomputer

ฉุกเฉิน! แจ้งเตือนช่องโหว่ Zero-day ใน Cisco AnyConnect VPN มีโค้ดสำหรับโจมตีแล้ว

Cisco ออกแจ้งเตือนช่องโหว่ Zero-day รหัส CVE-2020-3556 ล่าสุดในซอฟต์แวร์ Cisco AnyConnect Secure Mobility Client การโจมตีช่องโหว่สามารถทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดที่เป็นอันตรายใส่อุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ได้จากระยะไกล โดย Cisco ได้มีการระบุว่าใน Advisory ว่าช่องโหว่ CVE-2020-3356 นี้มีโค้ดสำหรับโจมตีแล้ว แต่ยังไม่ตรวจพบการนำมาใช้โจมตีจริง

ช่องโหว่ CVE-2020-3356 เป็นช่องโหว่ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการสื่อสารระหว่างโปรเซสในอุปกรณ์ซึ่งทำให้ผู้โจมตีที่มีการพิสูจน์ตัวตนเข้ามาในระบบแล้วรวมไปถึงผู้โจมตีที่ใช้งานอยู่ในเครือข่ายเดียวกันสามารถรันสคริปต์ที่เป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตามช่องโหว่นี้จะถูกโจมตีได้ก็ต่อเมื่อฟีเจอร์ Auto Update และ Enable Scripting ถูกเปิดใช้งานอยู่ ซึ่งโดยปกตินั้นจะมีเพียงฟีเจอร์ Auto Update ซึ่งถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น

เนื่องจากยังไม่มีแพตช์ออกมา Cisco ได้ให้คำแนะนำในการลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยการตรวจสอบและปิดการใช้งานฟีเจอร์ Auto Update และ Enable Scripting ออกไปก่อนจนกว่าจะมีการแพตช์อย่างเสร็จสิ้น ขอให้ผู้ใช้งานติดตามการอัปเดตแพตช์อย่างใกล้ชิดและดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยช่องโหว่

ที่มา: bleepingcomputer

Google ประกาศรายละเอียดช่องโหว่ Zero-day ใน Windows เร่งด่วน พบการโจมตีแล้ว ยังไม่มีการแพตช์ในขณะนี้

Google Project Zero ออกประกาศให้รายละเอียดเร่งด่วนเกี่ยวกับช่องโหว่ Zero-day ใน Windows รหัส CVE-2020-17087 ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ในระบบได้ หลังจากมีการตรวจพบการใช้ช่องโหว่นี้ร่วมกับช่องโหว่ Zero-day ใน Google Chrome รหัส CVE-2020-15999 ในการโจมตีจริง

ประกาศของ Google Project Zero มีการให้รายละเอียดถึงที่มาของช่องโหว่เอาไว้รวมไปถึง PoC ของช่องโหว่ซึ่งกระทบ Windows 7 และ Windows 10 การประกาศสร้างการวิพากวิจารณ์ขึ้นมาอีกครั้งในเรื่องของการเปิดเผยช่องโหว่ เนื่องจากในบางมุมนั้นการเปิดเผยรายละเอียดของช่องโหว่โดยยังไม่มีแพตช์ออกมาอาจเป็นการสร้างผลกระทบที่มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยจุดยืน Google Project Zero การประกาศรายละเอียดอาจช่วยให้การตรวจจับและการพัฒนาทางเลือกในการป้องกันเกิดขึ้นได้ไวกว่าเดิมเช่นเดียวกัน

เนื่องจากเป็นการประกาศนอกรอบแพตช์และผลกระทบที่มีต่อช่องโหว่ อาจมีความเป็นไปได้สูงที่แพตช์ของช่องโหว่นี้จะออกในวันที่ 10 พฤศจิกายนในช่วง Patch Tuesday ประจำเดือนเลยทีเดียว ขอให้มีการติดตามและอัปเดตแพตช์กันต่อไป

ที่มา:

zdnet.

FireEye/Mandiant ออกรายงานความเคลื่อนไหวกลุ่ม APT “UNC1945” ใช้ Zero-day ใน Solaris ในการโจมตี

FireEye/Mandiant ออกรายงานเมื่อวานที่ผ่านมาถึงพฤติกรรมของกลุ่ม APT ใหม่ภายใต้ชื่อ UNC1945 กลุ่มนี้มีพฤติกรรมโจมตีบริษัทด้านโทรคมนาคม, สถาบันทางด้านการเงินและบริษัทให้คำปรึกษา ไฮไลท์สำคัญของพฤติกรรมอยู่ที่การใช้ช่องโหว่ Zero-day ใน Solaris ซึ่ง FireEye/Mandiant มีการแจ้งไปในรอบแพตช์เดือนตุลาคมในการโจมตี

จุดน่าสนใจในพฤติกรรมของภัยคุกคามจากข้อมูล Threat intelligence มีตามประเด็นดังนี้

กลุ่มผู้โจมตีมีการหลบหลีกการตรวจจับโดยการปฏิบัติการใน virtual machine กับซอฟต์แวร์ QEMU ซึ่งกลุ่มฯ พัฒนามาใช้สำหรับช่วยโจมตีโดยเฉพาะ
มีการใช้ช่องโหว่ CVE-2020-14871 ใน Solaris เพื่อเข้าถึงและติดตั้งมัลแวร์สำหรับสร้างช่องทางลับ
กลุ่มผู้โจมตีมีความเชี่ยวชาญในระบบตระกูล Unix สูง มีการใช้เทคนิค SSH port forwarding เพื่อสร้างช่องทางในการติดต่อ C&C และโอนถ่ายไฟล์
ยังไม่มีการตรวจพบการขโมยข้อมูลออกจากระบบที่ถูกโจมตี แต่มีการติดตั้ง Ransomware เมื่อเสร็จสิ้นปฏิบัติการด้วย
ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของกลุ่ม UNC1945 ได้ที่ https://www.