โดยเราจะมาร่วมกันหาคำตอบใน วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 14:00 - 15:00 น.
ซึ่งทุกท่านเพียงกดปุ่ม ลงทะเบียน เพื่อเข้าร่วมงานในครั้งนี้ได้ก่อนใคร พร้อมรับสิทธิ์พิเศษภายในงาน
เรียนเชิญทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ “องค์กรจะปลอดภัยได้อย่างไร เมื่อพนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ”
Microsoft issues out-of-band Office and Paint 3D security updates to stop 3D graphic attack
Microsoft ออกแพตช์ปรับปรุงความปลอดภัย MS Office และ Paint 3D เพื่อหยุดการโจมตีกราฟิก 3D
Microsoft ได้เปิดตัวแพตช์ปรับปรุงความปลอดภัยสำหรับ MS Office, MS Office 365 ProPlus และ Paint 3D เพื่อแก้ไขปัญหาช่องโหว่ที่มีอยู่หลายรายการในไลบรารี Autodesk FBX 3D
ช่องโหว่นี้อยู่ในไลบรารี Autodesk FBX ทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดเพื่อโจมตีระยะไกลในผลิตภัณฑ์ Microsoft ที่ใช้ไลบรารี FBX เมื่อทำการประมวลเนื้อหา 3D ที่ถูกสร้างมาเป็นพิเศษซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีได้รับสิทธิ์เท่ากับผู้ใช้งานในระบบ
การปรับปรุงแพตช์ในไลบรารี Autodesk FBX 3D นี้ถูกปรับปรุงใน Microsoft Office 2016 Click-to-Run (C2R) สำหรับรุ่น 32 บิตและ 64 บิต, Microsoft Office 2019 สำหรับรุ่น 32 บิตและ 64 บิตและ Office 365 ProPlus สำหรับระบบ 32 บิตและ 64 บิตและ Paint 3D
เช่นเดียวกันกับ Autodesk ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ AutoCAD ได้ออกแพตช์เเก้ไขใน FBX-SDK เวอร์ชั่น 2020.0 เพื่อเเก้ไขปัญหาช่องโหว่ถูกติดตามเป็น CVE-2020-7080, CVE-2020-7081, CVE-2020-7082, CVE-2020-7083, CVE-2020-7084 และ CVE-2020-7085 ซึ่งช่องโหว่ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ Autodesk อื่นๆ เช่น AutoCAD, Maya, Motion Builder, Mudbox, 3ds Max, Fusion, Revit, Infraworks และ Navisworks
ข้อเเนะนำ
ผู้ที่ใช้งาน MS Office หรือ Office 365 ProPlus ควรทำการอัพเดตแพตช์ความปลดภัยล่าสุดเพื่อเเก้ไขปัญหาการใช้งานส่วนผู้ใช้ Paint 3D หรือ 3D Viewe ควรทำการอัพเดตเป็น Paint 3D เวอร์ชั่น 6.2003.4017.0 และ 3D View เวอร์ชั่น 7.2003.11022.0
ที่มา : zdnet
นักวิจัยค้นพบช่องโหว่ “Symlink Race” ใน 28 ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสยอดนิยมในปัจจุบัน
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก RACK911 Labs กล่าวว่าพวกเขาพบช่องโหว่ "Symlink Race" ใน 28 ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสยอดนิยมในปัจจุบัน โดยผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องที่เกิดกับโปรแกรมป้องกันไวรัสทำการลบไฟล์ในระบบซึ่งอาจทำให้ระบบปฏิบัติการเกิดปัญหาหรือทำให้ไม่สามารถใช้งานได้
Vesselin Bontchev นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งบัลแกเรียกล่าวว่าช่องโหว่ Symlink race เป็นช่องโหว่ที่เกิดขั้นจากการเชื่อมโยงไฟล์ที่เป็นอันตรายเข้ากับไฟล์ที่ถูกต้องเพื่อทำการยกระดับสิทธิ์ไฟล์ที่เป็นอันตรายให้สูงขึ้นเพื่อใช้ในการโจมตี Elevation-of-Privilege (EoP)
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก RACK911 ได้ทำการทดสอบช่องโหว่โดยการสร้างสคริปต์เพื่อทำการพิสูจน์ช่องโหว่ Symlink Race พบว่าในการทดสอบบน Windows, macOS และ Linux พวกเขาใช้ช่องโหว่ Symlink race ที่มีอยู่ในซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและสามารถลบไฟล์ที่สำคัญในซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสได้โดยที่ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสไม่ได้แสดงผลการแจ้งเตือนและพวกเขายังทดสอบช่องโหว่โดยทำการลบไฟล์ที่สำคัญในระบบปฏิบัติการ ผลลัพธ์คือระบบปฏิบัติการเกิดความเสียหายอย่างมากถึงขึ้นต้องทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เพื่อซ่อมแซมระบบปฏิบัติการที่เกิดความเสียหาย
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก RACK911 กล่าวว่าช่องโหว่นี้อยู่ในผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส 28 รายกาย บนระบบปฏิบัติการ Linux, Mac และ Windows และได้รายงานให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสรับทราบและเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ทำการการแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานควรทำการอัพเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของระบบและข้อมูลของผู้ใช้งาน
ที่มา : zdnet
พบช่องโหว่บน Microsoft Teams โดยช่องโหว่สามารถ Hijack บัญชีได้ด้วยรูป GIF
Microsoft ได้ออกแพตช์แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยใน Microsoft Teams ซึ่งแฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่มีความต่อเนื่องกันทำการขโมยบัญชี Microsoft Teams ทั้งหมดที่อยู่ในองค์กรโดยการลิ้งค์ส่ง URL ที่เป็นอันตรายหรือรูปภาพ .GIF ไปยังผู้ใช้ Microsoft Team ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ Microsoft Teams สองเวอร์ชั่นได้เเก่ เวอร์ชั่นเดสก์ท็อปและเวอร์ชั่นที่ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์
นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก CyberArk ได้ทำการทดสอบช่องโหว่พบว่าทุกครั้งที่ทำการเปิดแอปพลิเคชันไคลแอนต์จะพบว่ามีการสร้าง Temporary Access Token เพื่อใช้พิสูจน์ตัวตนกับ login.
Google discloses zero-click bugs impacting several Apple operating system
Google เปิดเผยช่องโหว่ Zero-Click ที่อาจส่งผลกระทบต่อการประมวลผลมัลติมีเดียของ Apple
ทีม Google Project Zero ได้เผยเเพร่รายงานการวิจัยว่าพวกเขาได้ทำการค้นพบช่องโหว่ Zero-Click ที่อาจส่งผลกระทบต่อการประมวลผลมัลติมีเดียบนระบบปฏิบัติการของ Apple
ช่องโหว่ที่ค้นพบนี้อยู่ในขั้นตอนการประมวลผลมัลติมีเดียที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์โดยการส่งรูปภาพหรือวิดีโอที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษไปยังอุปกรณ์เป้าหมายถึงแม้ว่าเป้าหมายจะไม่ทำการโต้ตอบกลับหรือที่เรียกว่าการโจมตีแบบ “Zero-Click” ซึ่งหมายความว่าข้อความที่เป็นรูปภาพจาก SMS, อีเมลหรือข้อความจาก IM อาจเป็นช่องทางในการโจมตีได้
นักวิจัยของ Google Project Zero กล่าวว่าพวกเขาได้ทำการวิเคราะห์เฟรมเวิร์ค Image I/O ซึ่งใช้ใน iOS, macOS, tvOS และ watchOS โดยใช้เทคนิค “ fuzzing” เพื่อทำการทดสอบว่า Image I/O ว่าจะสามารถจัดการกับไฟล์มัลติมีเดียที่มีรูปแบบไม่ถูกต้องได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าพวกเขาพบช่องโหว่จำนวน 6 ช่องโหว่บน Image I/O และอีก 8 ช่องโหว่บน OpenEXR ซึ่งเป็นไลบรารีโอเพนซอร์ซสำหรับแยกไฟล์ภาพ EXR ที่เป็นส่วนประกอบบน Image I/O
ทีมวิจัยกล่าวว่าข้อบกพร่องและช่องโหว่ทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้วในเเพตซ์ความปลอดภัยในเดือนมกราคมและเดือนเมษายนในขณะที่ช่องโหว่บน OpenEXR ก็ได้รับการเเพตซ์แล้วเช่นกันใน OpenEXR v2.4.1
ที่มา:
zdnet.
นักวิจัยค้นพบช่องโหว่ “Symlink Race” ใน 28 ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสยอดนิยมในปัจจุบัน
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก RACK911 Labs กล่าวว่าพวกเขาพบช่องโหว่ "Symlink Race" ใน 28 ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสยอดนิยมในปัจจุบัน โดยผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องที่เกิดกับโปรแกรมป้องกันไวรัสทำการลบไฟล์ในระบบซึ่งอาจทำให้ระบบปฏิบัติการเกิดปัญหาหรือทำให้ไม่สามารถใช้งานได้
Vesselin Bontchev นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งบัลแกเรียกล่าวว่าช่องโหว่ Symlink race เป็นช่องโหว่ที่เกิดขั้นจากการเชื่อมโยงไฟล์ที่เป็นอันตรายเข้ากับไฟล์ที่ถูกต้องเพื่อทำการยกระดับสิทธิ์ไฟล์ที่เป็นอันตรายให้สูงขึ้นเพื่อใช้ในการโจมตี Elevation-of-Privilege (EoP)
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก RACK911 ได้ทำการทดสอบช่องโหว่โดยการสร้างสคริปต์เพื่อทำการพิสูจน์ช่องโหว่ Symlink Race พบว่าในการทดสอบบน Windows, macOS และ Linux พวกเขาใช้ช่องโหว่ Symlink race ที่มีอยู่ในซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและสามารถลบไฟล์ที่สำคัญในซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสได้โดยที่ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสไม่ได้แสดงผลการแจ้งเตือนและพวกเขายังทดสอบช่องโหว่โดยทำการลบไฟล์ที่สำคัญในระบบปฏิบัติการ ผลลัพธ์คือระบบปฏิบัติการเกิดความเสียหายอย่างมากถึงขึ้นต้องทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เพื่อซ่อมแซมระบบปฏิบัติการที่เกิดความเสียหาย
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก RACK911 กล่าวว่าช่องโหว่นี้อยู่ในผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส 28 รายกาย บนระบบปฏิบัติการ Linux, Mac และ Windows และได้รายงานให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสรับทราบและเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ทำการการแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานควรทำการอัพเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของระบบและข้อมูลของผู้ใช้งาน
ที่มา: www.
NSA ได้เผยแพร่คำแนะนำและแจ้งเตือนบริษัทต่างๆ ให้ทำการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์จาก Web Shells รวมไปถึงช่องโหว่ที่มักถูกใช้โจมตี
สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NSA) และ Australian Signals Directorate (ASD) ได้ทำการเผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเตือนบริษัทต่างๆ ให้ทำการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานและเซิร์ฟเวอร์สำหรับภายในเพื่อทำการค้นหา Web shells ที่ถูกแฝงไว้ภายในเซิร์ฟเวอร์
Web shells เป็นหนึ่งในมัลแวร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน คำว่า "Web Shell" หมายถึงโปรแกรมที่เป็นอันตรายหรือสคริปต์ที่สามารถใช้เข้าถึงหรือส่งคำสั่งของระบบปฏิบัติการได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บไซต์ มักจะถูกติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกแฮก ผู้ประสงค์ร้ายมักจะอัปโหลดไฟล์ประเภทนี้ขึ้นมาบนเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้เป็นช่องทางในการควบคุม, สั่งการหรือขยายการโจมตีไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในเครือข่ายต่อในภายหลัง web shell ถือว่าเป็นมัลแวร์ประเภท backdoor ผู้ประสงค์ร้ายสามารถใช้เพื่อคัดลอก, แก้ไข, อัพโหลดไฟล์ใหม่หรือดาวน์โหลดข้อมูลที่สำคัญออกจากเซิร์ฟเวอร์
แฮกเกอร์จะทำการติดตั้ง web shells โดยหาช่องโหว่ภายในเซิร์ฟเวอร์หรือเว็บแอพพลิเคชันเช่น CMS, ปลั๊กอิน CMS, ธีม CMS, CRMs, อินทราเน็ตหรือแอพพลิเคชันในองค์กรอื่น ๆ เป็นต้น
Web shells สามารถใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งเขียนขึ้นมาได้หลายภาษาเช่น Go จนไปถึง PHP ด้วยวิธีนี้การนี้ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถซ่อน Web shells ภายในโค้ดของเว็บไซต์ใดๆ ภายใต้ชื่ออื่นๆ เช่น index.
Shade (Troldesh) ransomware shuts down and releases decryption keys
แรนซัมแวร์ “Shade” ได้ทำการปิดตัวลงและได้ปล่อยคีย์ถอดรหัสให้ผู้ตกเป็นเหยื่อสามารถใช้เพื่อถอดรหัสไฟล์
ทีม Shade ผู้ที่สร้างและเผยเเพร่แรนซัมแวร์ Shade (Troldesh) ได้ตัดสินใจหยุดเเพร่กระจายแรนซัมแวร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาและได้ปล่อยตัวกุญแจถอดรหัสมากกว่า 750,000 ตัว ลงใน GitHub ให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในอดีตสามารถใช้เพื่อถอดรหัสไฟล์ได้
ทั้งนี้แรนซัมแวร์ Shade (Troldesh) ถือเป็นแรนซัมแวร์หนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดถูกพบครั้งแรกในปี 2557 โดยเป็นแรนซัมแวร์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดซึ่งถูกเผยเเพร่ผ่านทางแคมเปญอีเมลขยะและ exploit kits
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Kaspersky Lab ได้ทำการทดสอบและยืนยันความถูกต้องของคีย์ที่ถูกปล่อยออกมาซึ้งขณะนี้ทาง Kaspersky Lab กำลังสร้างเครื่องมือเพื่อถอดรหัสแรนซัมแวร์ให้กับผู้ตกเป็นเหยื่อฟรีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถกู้คืนไฟล์ได้ เงื่อนไขเพียงอย่างเดียวที่ผู้ตกเป็นเหยื่อนั้นจะสามารถกู้ไฟล์ได้คือผู้ใช้ยังคงต้องมีไฟล์ที่เข้ารหัสอยู่ซึ่งจะสามารถทำการถอดรหัสและกู้คืนไฟล์ได้ ทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อที่ทำการบันทึกไฟล์ที่เข้ารหัสแรนซัมแวร์ลงในฮาร์ดไดรฟ์ออฟไลน์ ตอนนี้สามารถกู้คืนข้อมูลที่เคยสูญหายได้แล้ว
ทั้งนี้นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Kaspersky และ McAfee ได้เปิดให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถเข้าไปใช้งานบริการถอดรหัสได้แล้วที่ https://www.
แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ ‘Zero-day’ โจมตี Sophos XG Firewall
Sophos ได้ทำการเผยแพร่แพตช์ความปลอดภัยฉุกเฉินเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ในผลิตภัณฑ์ XG Firewall ที่ถูกแฮกเกอร์ใช้ประโยช์จากช่องโหว่ขโมยรหัสผ่านบนอุปกรณ์ XG Firewall
Sophos กล่าวว่าพวกเขาได้รับรายงานจากลูกค้ารายหนึ่ง ในวันพุธที่ 22 เมษายนหลังจากลูกค้าพบค่าฟิลด์ที่น่าสงสัยปรากฏในระบบการจัดการ หลังจากทำการตรวจสอบพวกเขาระบุว่าค่าฟิลด์ที่น่าสงสัยนั้นเป็นการโจมตีที่ใช้ช่องโหว่ SQL injection เพื่อขโมยรหัสผ่านบนอุปกรณ์ XG Firewall
Sophos กล่าวว่าแฮกเกอร์ได้ใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อโจมตีอุปกรณ์ XG Firewall ในส่วนการจัดการ Administration หรือ User Portal control panel ที่เปิดให้ทำการจัดการผ่านอินเตอร์เน็ต และยอมรับว่าแฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ SQL injection เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลบนอุปกรณ์และคาดว่าข้อมูลที่ถูกขโมยออกไปนั้นอาจมีชื่อบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกเข้าด้วยฟังก์ชั่นแฮชของผู้ดูแลอุปกรณ์ไฟร์วอลล์, บัญชีผู้ใช้ผู้ดูแลระบบพอร์ทัลไฟร์วอลล์และบัญชีผู้ใช้ที่ใช้สำหรับการเข้าถึงอุปกรณ์จากระยะไกล
การอัพเดตความปลอดภัย
Sophos ได้ทำการส่งแพตช์อัพเดตความปลอดภัยฉุกเฉินนี้ไปยังอุปกรณ์ XG Firewalls ของผู้ใช้แล้ว โดยผู้ใช้ที่ตั้งค่า "Allow automatic installation of hotfixes" บนอุปกรณ์จะได้รับการอัพเดตอัตโนมัติ สำหรับผู้ใช้ที่ปิดใช้งานการตั้งค่านี้ผู้ใช้งานสามารถทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ community.
ผู้ใช้ Android 8.0-9.0 โปรดระวัง! ช่องโหว่ CVE-2020-0022 “BlueFrag”ช่องโหว่โจมตี Bluetooth จากระยะไกล
ผู้ใช้ Android 8.0-9.0 โปรดระวัง! ช่องโหว่ CVE-2020-0022 “BlueFrag”ช่องโหว่โจมตี Bluetooth จากระยะไกล
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากบริษัท ERNW ได้ทำการเปิดเผยช่องโหว่ใน Bluetooth บนระบบปฏิบัติการ Android 8 และ 9 ที่จะช่วยให้ผู้โจมตีสามารถส่งมัลแวร์และขโมยข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงโดยเพียงแค่รู้ Bluetooth MAC address ของเป้าหมายเท่านั้น
ช่องโหว่ดังกล่าวถูกติดตามเป็น CVE-2020-0022 และถูกเรียกว่า “BlueFrag” ส่งผลกระทบต่อโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8 และ 9 แต่จะไม่สามารถทำงานได้กับโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 10 เพียงแค่จะส่งผลให้ Bluetooth ขัดข้องเท่านั้น
ช่องโหว่ CVE-2020-0022 เป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีจากระยะไกลหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงสามารถสั่งรันโค้ดเพื่อโจมตีผู้ใช้ที่เปิดใช้งาน Bluetooth โดยไม่ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ใช้ แต่ผู้โจมตีจะต้องระบุ Bluetooth MAC address ของอุปกรณ์เป้าหมาย โดยสามารถแสกนหาได้จาก WiFi MAC address ช่องโหว่นี้สามารถนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและอาจถูกใช้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ได้
ข้อแนะนำการแก้ไข
Google ได้รับรายงานปัญหาและออกแพตช์การเเก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020 ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8 และ 9 โปรดทำการตรวจสอบการอัปเดตในอุปกรณ์ของคุณ หากยังไม่มีแพตช์แก้ไขหรืออุปกรณ์ของคุณไม่รองรับอีกต่อ สามารถแก้ไขโดยเปิดใช้งาน Bluetooth เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
ที่มา: insinuator.
