Microsoft ทำการแก้ไข 3 ช่องโหว่ ‘Zero-day’ และ 15 ช่องโหว่ระดับ ‘Critical’ ในรายงานแพตช์ประจำเดือนเมษายน

Microsoft ทำการแก้ไข 3 ช่องโหว่ ‘Zero-day’ และ 15 ช่องโหว่ระดับ ‘Critical’ ในรายงานแพตช์ประจำเดือนเมษายน

Microsoft ได้เปิดตัวแพตช์อัปเดตความปลอดภัยเดือนเมษายน 2020 โดย Microsoft แจ้งว่าได้ทำการแก้ไขช่องโหว่ 113 รายการในผลิตภัณฑ์ Microsoft โดยแบ่งออกเป็นช่องโหว่ระดับ Critical 15 รายการ, ช่องโหว่ระดับ Important 93 รายการ, ช่องโหว่ระดับ Moderate 3 รายการและช่องโหว่ระดับ Low อีก 2 รายการ

ทั้งนี้ Microsoft ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่ ‘Zero-day’ ด้วยกัน 3 รายการโดยพบว่ามีช่องโหว่ 2 รายการถูกใช้ในการโจมตีระบบแล้ว

รายละเอียดของช่องโหว ‘Zero-day’

CVE-2020-1020 (CVSS 7.8) - ช่องโหว่การรันโค้ดโจมตีระยะไกลของ Adobe Font Manager Library ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่เพื่อลอบรันโค้ดจากทางไกลได้ (RCE) แต่สำหรับ Windows 10 ผู้โจมตีจะสามารถเข้าโจมตีใน AppContainer Sandbox ด้วยสิทธิ์จำกัดและจะสามารถติดตั้งโปรแกรม, เรียกดู, เปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลได้ รวมถึงสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ที่มีสิทธิ์เต็มของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดีมีหลายทางที่ผู้โจมตีจะใช้ช่องโหว่ได้ เช่น หลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์เอกสารที่สร้างขึ้นแบบพิเศษหรือดูผ่าน Windows Preview
CVE-2020-0938 (CVSS 7.8) - ช่องโหว่การรันโค้ดโจมตีระยะไกลของ Adobe Font Manager Library เช่นเดียวกันกับ CVE-2020-1020
CVE-2020-1027 (CVSS 7.8) - เป็นช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ที่เกิดขึ้นใน Windows Kernel
Microsoft ยังได้เปิดเผยว่าช่องโหว่ Zero-day ทั้ง 3 ได้รับการรายงานจากทีมความปลอดภัยของกูเกิลทั้งจาก Project Zero และ Threat Analysis Group (TAG) นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ระดับรายแรงและช่องโหว่อื่นๆ กว่า 100 รายการถูกแพตช์ในครั้งนี้เช่นกัน ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้
แพตช์ความปลอดภัยที่เปิดให้อัพเดตคือ KB4549951 และ KB4549949 ผู้ใช้ควรติดตั้งการอัพเดตแพตช์ความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงของข้อมูลและระบบ

ที่มา: www.

CISA ประกาศแจ้งเตือนภัยคุกคามพุ่งเป้าโจมตีช่องโหว่ Pulse Secure VPN (CVE-2019-11510)

 

CISA ประกาศแจ้งเตือนภัยคุกคามพุ่งเป้าโจมตีช่องโหว่ Pulse Secure VPN (CVE-2019-11510)

Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ได้รับรายงานจากรัฐบาลกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวกับเชิงพาณิชย์ของสหรัฐ เกี่ยวกับที่มีเหตุการณ์การใช้ประโยชน์จาก CVE-2019-11510 ซึ่งเป็นช่องโหว่ในการอ่านไฟล์ที่ส่งผลต่อ Pulse Secure VPN เพื่อเข้าถึงเครือข่ายเหยื่อ ถึงแม้ว่าทาง Pulse Secure จะปล่อยแพตช์สำหรับ CVE-2019-11510 ในเดือนเมษายน 2019 แล้วก็ตาม

CVE-2019-11510 เป็นช่องโหว่ในการอ่านไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่ส่งผลต่ออุปกรณ์ Pulse Secure VPN ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อร้องขอไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเซิร์ฟเวอร์ VPN ได้

ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากการอนุญาติให้สำรวจพาธไดเรกทอรี dana/html5/acc จึงทำให้เข้าผู้โจมตีเข้าถึงเนื้อหาของไฟล์ได้โดยไม่ต้องขอรับอนุญาต ทำให้ผู้โจมตีสามารถค้นหาและอ่านข้อมูลไฟล์หรือข้อมูลยูสเซอร์และพาสเวิดที่อยู่บนระบบได้

CISA ขอแนะนำให้องค์กรที่ยังไม่ได้ทำการอัพเกรดแพตช์ Pulse Secure VPN ให้ทำการอัพเกรดโดยด่วน และขอแนะนำให้เปลี่ยนรหัสผ่านสำหรับบัญชี Active Directory ทั้งหมดรวมถึงบัญชีผู้ดูแลระบบในกรณีที่พบว่าถูกทำการโจมดี

ทั้งนี้ CISA ได้เผยแพร่ตัวบ่งชี้ภัยคุกคาม (IOC) และเครื่องมือช่วยผู้ดูแลเครือข่ายค้นหาและตรวจจับการใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ CVE-2019-11510 เพื่อเป็นประโยชน์ในการป้องกันเครือข่ายจากการโจมตี

เครื่องมือสำหรับตรวจสอบการโจมตีจาก CISA: https://github.

Linksys Smart Wi-Fi ถูกโจมตีเปลี่ยนเส้นทางเข้าเว็บอันตราย เตือนผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่านด่วน

Linksys Smart Wi-Fi ถูกโจมตีเปลี่ยนเส้นทางเข้าเว็บอันตราย เตือนผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่านด่วน

Linksys ได้ทำการล็อคบัญชีคลาวด์ของผู้ใช้ Smart Wi-Fi และขอให้ผู้ใช้รีเซ็ตรหัสผ่านหลังจากพบว่าแฮกเกอร์ได้ทำการขโมยบัญชีและเปลี่ยนการตั้งค่าของเราเตอร์เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ที่มีมัลแวร์

Linksys Smart Wi-Fi เป็นระบบบริการบนคลาวด์เพื่อให้เจ้าของอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเราเตอร์ Linksys และอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพื่อจัดการการตั้งค่าเราเตอร์

บริษัท Bitdefender ได้เผยแพร่ตามรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่าพวกเขาได้ตรวจพบแคมเปญที่จัดขึ้นเพื่อโจมตีเราเตอร์ D-Link และ Linksys และทำการเปลี่ยนการตั้งค่า DNS ผู้ใช้งานที่เข้าถึงเว็บไซต์บางแห่งผ่านเราเตอร์ที่ถูกแฮกนั้นจะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย และจะเสนอแอพข้อมูล COVID-19 จากองค์การอนามัยโลกที่ทำการปลอมและเเฝงมัลแวร์ Oski ไว้เพื่อขโมยข้อมูล

ข้อเเนะนำจาก Linksys

ผู้ใช้จะได้รับแจ้งเตือนให้รีเซ็ตรหัสผ่านเมื่อทำการเข้าสู่ระบบ Smart Wi-Fi และควรทำการเปลี่ยนรหัสผ่านเพื่อความปลดภัย
ผู้ใช้โปรดทำการตรวจสอบการตั้งค่า DNS ของเราเตอร์และทำการสแกนไวรัสและมัลแวร์แบบเต็มรูปแบบ

ที่มา: zdnet

Google ลบ Chrome Extensions ที่ซ่อนโค้ดไว้เพื่อขโมย Cryptocurrency Wallets ออกจากเว็บสโตร์ 49 รายการ

Google ลบ Chrome Extensions ที่ซ่อนโค้ดไว้เพื่อขโมย Cryptocurrency Wallets ออกจากเว็บสโตร์ 49 รายการ

Google ได้ทำการลบ Chrome Extensions จำนวน 49 รายการออกจากเว็บสโตร์ออฟฟิเชียล หลังพบว่า Extensions ดังกล่าวแฝงมัลแวร์ไว้เพื่อขโมยข้อมูล Cryptocurrency Wallets

Chrome Extensions เหล่านี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยจาก PhishFort และ MyCrypto โดย Extensions เหล่านี้ถูกปลอมเเปลงและแฝงมัลแวร์เพื่อใช้ในการขโมยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Mnemonic Phrases, Private Keys และ Keystore files ของ Cryptocurrency Wallets จะส่งข้อมูลที่ถูกขโมยไปยังผู้โจมตีผ่านคำขอ HTTP POST นอกจากนี้มัลแวร์ยังใช้เซิร์ฟเวอร์ C2 ที่ไม่ซ้ำกัน 14 แห่ง

ทั้งนี้พบว่าเป็น Extensions ดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency ของแบรนด์ดังหลายเจ้าเช่น Trezor, Jaxx, Electrum, MyEtherWallet, MetaMask, Exodus, และ KeepKey

เมื่อได้รับรายงานนักวิจัยจาก Google ได้ทำการลบ Extensions ดังกล่าวภายใน 24 ชั่วโมง และในเดือนกุมภาพันธ์ Google ได้ทำการลบ Chrome Extensions ที่เป็นอันตรายมากกว่า 500 รายการออกจากเว็บสโตร์หลังจากพบว่ามีการแฝงโค้ดที่เป็นอันตรายเพื่อใช้ขโมยข้อมูลของผู้ใช้งาน

ที่มา: hackread

บัญชี Zoom มากกว่า 500,000 บัญชีถูกวางขายในแฮกเกอร์ฟอรัมบน Dark Web

บัญชี Zoom มากกว่า 500,000 บัญชีถูกวางขายในแฮกเกอร์ฟอรัมบน Dark Web
บริษัท Cyble ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้พบมีบัญชี Zoom มากกว่า 500,000 รายการถูกวางขายในแฮกเกอร์ฟอรัมบน Dark Web ในราคา $0.0020 หรือ 0.065 บาท บัญชีที่ถูกขายประกอบไปด้วยรายชื่อ, ที่อยู่, อีเมลและรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง

Cyble ได้ระบุว่าบัญชีที่พบเหล่านี้เป็นบัญชีที่ใช้ที่อยู่, อีเมลและรหัสผ่านรวมกันผ่านเว็บไซต์ โดยข้อมูลที่พบไม่ได้ถูกขโมยจาก Zoom แต่มาจากการโจมตีด้วยเทคนิค Credential Stuffing Attacks ที่ใช้ Botnets ในการโจมตีและรวมรวมข้อมูล

Cyble ได้ทำการซื้อบัญชีมากกว่า 530,000 ที่อ้างว่าเป็นบัญชีแอคเคาท์ของ Zoom ในแฮกเกอร์ฟอรัมบน Dark Web และทำการตรวจสอบข้อมูลพบที่อยู่, อีเมล, รหัสผ่าน, Personal Meeting URL และ HostKey โดยพบว่าบัญชีเหล่านี้เป็นบัญชีของวิทยาลัยหลายแห่ง นอกจากนี้บัญชีเหล่านี้ยังมีบัญชีของบริษัททางด้านการเงิน Chase และ Citibank จากการตรวจสอบข้อมูลทางบริษัทยังสามารถยืนยันได้ว่าบัญชีเหล่านี้เป็นข้อมูลบัญชีที่ถูกต้อง

เมื่อเร็ว ๆ นี้นักวิจัยจาก IntSights ก็ได้ค้นพบฐานข้อมูลแอคเคาท์ของ Zoom ที่มี Meeting IDs, ชื่อผู้ใช้งานและ Host Key ถูกวางขายอยู่ในฟอรัมใน Dark Web เช่นกันและมีข้อมูลมากกว่า 2,300 รายการ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ใช้ Zoom เปลี่ยนรหัสผ่านและเปลี่ยนรหัสผ่านในเว็บไซต์อื่นที่ใช้ข้อมูล ID เดียวกันกับ Zoom ผู้เชี่ยวชาญยังได้เเนะนำให้แยกข้อมูล ID ทางการใช้งานออนไลน์และการใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันในทุกๆ เว็บไซต์เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลจากเว็บไซต์หนึ่งจะที่ส่งผลกระทบต่อคุณในเว็บไซต์อื่นๆ

ที่มา: bleepingcomputer

แจ้งเตือนช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์บน WebSphere Application Server (CVE-2020-4276, CVE-2020-4362)

แจ้งเตือนช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์บน WebSphere Application Server (CVE-2020-4276, CVE-2020-4362)
CVE-2020-4276 และ CVE-2020-4362 เป็นช่องโหว่การเพิ่มระดับสิทธิพิเศษในระบบของ IBM WebSphere Application Server ทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลและไม่ได้รับอนุญาตสามารถทำการเพิ่มระดับสิทธิ์ในระบบจากการเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นเป้าหมาย

นักวิจัย Noxxx จากบริษัท Chaitin Tech ได้รายงานช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์บน WebSphere Application Server (CVE-2020-4276, CVE-2020-4362) ให้กับทางบริษัท IBM ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากนั้นบริษัท IBM ได้ทำการยืนยันช่องโหว่และได้ทำการเผยแพร่แพตช์ PH21511 ที่สอดคล้องกับช่องโหว่ CVE-2020-4276

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบ นักวิจัยพบว่าแพตช์ PH21511 ยังไม่ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่ ดังนั้นนักวิจัยจึงทำการแจ้ง IBM อีกครั้งและหลังจากการยืนยันครั้งสุดท้าย IBM จึงได้ทำการเปิดตัวแพตช์ PH23853 โดยระบุหมายเลขช่องโหว่ใหม่เป็น CVE-2020-4362 ดังนั้นตัวเลข CVE ทั้งสองจึงเป็นช่องโหว่เดียวกัน

รุ่นที่ได้รับผลกระทบ

WebSphere Application Server 9.0.x
WebSphere Application Server 8.5.x
WebSphere Application Server 8.0.x
WebSphere Application Server 7.0.x

การอัพเดตแพตช์

WebSphere Application Server 9.0.x: ให้ทำการอัพเดตแพตช์ PH21511 และ PH23853
WebSphere Application Server 8.5.x: ให้ทำการอัพเดตแพตช์ PH21511 และ PH23853
WebSphere Application Server 8.0.x: ให้ทำการอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 8.0.0.15 จากนั้นให้อัพเดตแพตช์ PH21511 และ PH23853
WebSphere Application Server 7.0.x: ให้อัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 7.0.0.45 แล้วให้อัพเดตแพตช์ PH21511 และ PH23853

ที่มา: meterpreter

Apple ได้จ่ายเงินรางวัล $75,000 ให้แก่ Bug Hunter ที่ค้นพบช่องโหว่การแฮก iPhone และ MacBook

Apple ได้จ่ายเงินรางวัล $75,000 ให้แก่ Bug Hunter ที่ค้นพบช่องโหว่การแฮก iPhone และ MacBook

Apple ได้จ่ายเงินรางวัล $75,000 ในโครงการ Bug Bounty ให้กับนักวิจัยด้านความปลอดภัย Ryan Pickren ที่เปิดเผยช่องโหว่ที่ใช้สอดแแนมโดยใช้กล้องไอโฟนและไมโครโฟนบน iPhone และ MacBook โดยไม่ได้รับอนุญาตหลังจากเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย

การโจมตีนี้ใช้ช่องโหว่ที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่ CVE-2020-3852, CVE-2020-3864, CVE-2020-3865, CVE-2020-3885, CVE-2020-3887, CVE-2020-9784 และ CVE-2020-9787 ที่เป็นช่องโหว่บน iOS หรือ macOS

การเเฮกจะเกิดเมื่อเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยใช้ Safari บน iOS หรือ macOS จะทำให้เกิดการอนุญาตให้เว็บไซต์ที่เป็นอันตรายหรือเว็บไซต์ปลอมที่แฮกเกอร์เตรียมไว้และดูเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือ เพื่อเข้าถึงกล้องและไมโครโฟของอุปกรณ์ของผู้เยื่ยมชมโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่องโหว่นี้เกิดใน Safari เวอร์ชัน 13.0.4 เวอร์ชันบน macOS และ iOS

ข้อเเนะนำในการใช้งานเพื่อความปลอดภัย
บริษัท Apple ได้รับแจ้งปัญหาและเปิดให้อัปเดตความปลอดภัยจากช่องโหว่แล้วใน Safari เวอร์ชัน 13.0.5 (28 มกราคม 2020) และ Safari 13.1 (24 มีนาคม 2563) บน iOS หรือ macOS ผู้ใช้งานควรรีบทำการอัพเดตแอพพลิเคชั่นเพื่อความปลอดภัย

ที่มา: bleepingcomputer, ryanpickren, hotforsecurity.

Zoom มีโดเมน Phishing ที่จดทะเบียนใหม่ประมาณ 2,000 โดเมนในหนึ่งเดือน

Zoom มีโดเมน Phishing ที่จดทะเบียนใหม่ประมาณ 2,000 โดเมนในหนึ่งเดือน

บริษัท BrandShield พบว่าเดือนมีนาคมที่เป็นช่วงวิกฤต COVID-19 ระบาดใหญ่นั้นได้มีการจดทะเบียนโดเมนที่เกี่ยวข้องกับ Zoom มากถึง 2,000 โดเมนถ้านับรวมทั้งหมดอาจมีมากถึง 3300 โดเมน ซึ่งโดเมน เกือบ 30% เปิดใช้งานอีเมลเซิร์ฟเวอร์ จากการวิเคราะห์ของบริษัทคาดว่าโดเมนเหล่านี้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการโจมตีแบบ phishing หรือพยายามทำให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่นที่อ้างว่าเป็น Zoom และแฝงมัลแวร์ลงในเครื่องของเหยื่อ เพื่อขโมยข้อมูลจากผู้ใช้

ผู้ใช้งานควรเพิ่มความระมัดระวังความเสี่ยงนี้โดยหมั่นตรวจสอบชื่ออีเมลที่ส่งรวมถึง URL ของเว็บไซต์ที่เข้าชมเพื่อป้องกันการหลงเชื่อการโจมตีในลักษณะนี้

ที่มา: infosecurity-magazine

แคมเปญฟิชชิ่งใหม่หลอกลวงผู้ใช้ Cisco WebEx มุ่งเน้นเป้าหมายผู้ที่ทำงานจากที่บ้าน

The Cofense Phishing Defense Center (PDC) ได้สังเกตเห็นแคมเปญฟิชชิ่งใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อพยายามใช้ช่องโหว่เพื่อล่อลวงผู้ใช้ Cisco WebEx ด้วยอีเมลข้อความฟิชชิ่งหรือการแจ้งเตีอนที่มาจากอีเมลปลอมและเรียกร้องให้ผู้เหยื่อทำการติดตั้ง “อัปเดต” แอปพลิเคชันที่แฝงมัลแวร์เข้าไปเพื่อใช้ขโมยข้อมูลบนแพลตฟอร์มการประชุมทางไกล Cisco WebEx ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ที่ผู้คนนับล้านกำลังทำงานจากที่บ้าน

นักวิจัยพบการส่งอีเมลฟิชชิงด้วยหัวเรื่องที่ดึงดูดความสนใจเช่น "Critical Update" หรือ "Alert!" จากอีเมลปลอม "meetings @ webex [.] Com" เนื้อหาของอีเมลจะระบุ “เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดนี้เราขอแนะนำให้คุณอัปเดตเวอร์ชันของ Cisco Meetings Desktop App สำหรับ Windows ” และชี้ไปที่ปุ่ม “เข้าร่วม” เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “อัพเดต” จากนั้นจะแนบลิงค์มากับอีเมลที่ปลอมเเปลงเเจ้งเตือนด้านความปลอดภัย

เมื่อผู้ใช้ที่ตกเป็นเหยื่อที่คลิกที่ปุ่ม "เข้าร่วม" จะพายังหน้า Landing Page ฟิชชิ่งซึ่งเหมือนกับหน้าล็อกอินจริงของ Cisco WebEx

ผู้ใช้ควรสังเกตทุกครั้งที่ทำการคลิกลิงค์จากอีเมลที่แนะนำการติดตั้งหรือเเจ้งเตือนเพราะอีเมลนั้นอาจเป็นอีเมลฟิชชิ่งก็เป็นไปได้

ที่มา: cofense

ช่องโหว่ CVE-2020-3952 ระดับ ‘Critical’ อาจทำให้ผู้โจมตีแฮกเข้าถึงข้อมูลการตั้งค่า VMware vCenter Server ได้

VMware ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ CVE-2020-3952 ที่เป็นช่องโหว่บนเซอร์วิส VMware Directory Service (vmdir) ซึ่งทำให้สามารถถูกโจมตี vCenter Server หรือบริการอื่นๆ ที่ใช้เซอร์วิส vmdir สำหรับการตรวจสอบความถูกต้อง

ช่องโหว่ CVE-2020-3952 (CVSSv3: 10) เป็นปัญหาจากเซอร์วิส vmdir บน VMware vCenter Server ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Embedded หรือ Platform Services Controller (PSC) ไม่สามารถเข้าถึงการควบคุมได้อย่างถูกต้องภายใต้เงื่อนไขบางประการ

ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายและใช้ช่องโหว่บนเซอร์วิส vmdir อาจจะสามารถได้รับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเพื่อใช้แทรกแซงและโจมตี vCenter Server หรือบริการอื่นๆ ที่ใช้ vmdir ในการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง

รุ่นที่ได้รับผลกระทบ

รุ่นที่ได้รับผลกระทบนั้นอยู่ใน vCenter Server เวอร์ชัน 6.7 ก่อนเวอร์ชัน 6.7u3f บน Windows และ Virtual Appliance ที่ได้ทำการอัปเดตจากรุ่นก่อนหน้านี้เช่น 6.0 หรือ 6.5 การติดตั้ง vCenter Server เวอร์ชัน 6.7 ใหม่ทั้งหมดตั้งเเต่ต้นจะไม่ได้รับผลกระทบ

การเเก้ไข

VMware เปิดให้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้วใน vCenter Server เวอร์ชัน 6.7u3f แนะนำผู้ใช้งานควรรีบอัพเดตแพตช์

ที่มา: threatpost