Banking Trojan บน Android ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Rokarolla กำลังมุ่งเป้าการโจมตีไปที่แอปพลิเคชันธนาคาร และ Crypto จำนวน 217 แอป โดยใช้ชุดคำสั่งที่ครอบคลุมถึง 137 คำสั่ง (more…)
Rokarolla มัลแวร์บน Android ตัวใหม่ มุ่งเป้าโจมตีแอปธนาคาร และแอป Crypto กว่า 217 แอป
พบช่องโหว่บน Microsoft Teams สำหรับ Android ที่ทำให้ผู้โจมตีขโมยข้อมูลสำคัญได้
Microsoft ได้เผยแพร่ข้อมูลช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญใน Microsoft Teams สำหรับ Android ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวได้รับหมายเลข CVE-2026-42835 และมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 โดยช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้โจมตีที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว สามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญผ่านระบบเครือข่ายได้ (more…)
Google เพิ่มฟีเจอร์ป้องกัน AI Deepfake scam บน Android
Google เปิดตัวฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่สำหรับ Android ที่จะช่วยตรวจจับและแจ้งเตือนสายโทรศัพท์ที่มิจฉาชีพใช้ AI เลียนแบบเสียงของบุคคลใกล้ชิด หรือคนรู้จักของผู้ใช้ เพื่อใช้ในการหลอกลวงทางโทรศัพท์
(more…)
CISA แจ้งเตือนช่องโหว่บน Android และ Linux ที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีจริง
สำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (CISA) ออกคำเตือนว่า แฮ็กเกอร์กำลังโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ต่าง ๆ ใน Linux Kernel และระบบปฏิบัติการ Android
ช่องโหว่ล่าสุดที่หน่วยงานได้เพิ่มเข้าไปในแคตตาล็อกช่องโหว่ที่มีการถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง (KEV catalog) คือ CVE-2025-48595 ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Integer Overflow ที่มีความรุนแรงระดับ High ใน Android Framework โดยช่องโหว่นี้สามารถถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับสิทธิ์การเข้าถึงได้
ตามรายงานแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยล่าสุดของ Google ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อ Android เวอร์ชัน 14 ถึง 16 และสามารถถูกใช้โจมตีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบใด ๆ จากผู้ใช้งาน
Google ระบุว่า CVE-2025-48595 อาจกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายในวงจำกัด แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการโจมตี หรือข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวกับช่องโหว่ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขแล้วด้วยแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนมิถุนายน 2026 (security patch levels 2026-06-01 และ 2026-06-05)
ช่องโหว่ที่สองที่ CISA เพิ่มเข้าไปใน KEV catalog คือช่องโหว่ที่มีหมายเลข CVE-2022-0492 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Privilege Escalation ที่มีความรุนแรงระดับ High โดยส่งผลกระทบต่อ Linux Kernel หลายเวอร์ชัน ตั้งแต่เวอร์ชัน 2.6 ถึง 4.20 และ 5.5 ถึง 5.17
ช่องโหว่นี้อยู่ในฟังก์ชัน ‘cgroup_release_agent_write()’ ของระบบย่อย cgroups v1 เนื่องจากการตรวจสอบการ authentication ที่ไม่รัดกุมพอ ผู้โจมตีในระดับ Local สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อ bypass namespace isolation ยกระดับสิทธิ์ และอาจ escape ออกจากคอนเทนเนอร์เพื่อเข้าถึงระบบโฮสต์ในระดับ Root ได้
ตามรายงานก่อนหน้านี้จาก Aqua Security และ Palo Alto Networks ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบเป็นหลักต่อสภาพแวดล้อมแบบคอนเทนเนอร์ที่ใช้ cgroups v1 และจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งเมื่อคอนเทนเนอร์ได้รับสิทธิ์การทำงานที่สูงขึ้น
เวอร์ชันของ Linux Kernel ที่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว ได้แก่ :
4.9.301+
4.14.266+
4.19.229+
5.4.177+
5.10.97+
5.15.20+
5.16.6+
5.17-rc3+
การเพิ่มช่องโหว่ทั้งสองรายการใน KEV ส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมดที่อยู่ภายใต้คำสั่ง BOD 22-01 จะต้องติดตั้งอัปเดตความปลอดภัย และดำเนินการลดผลกระทบตามที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แนะนำ หรือให้หยุดใช้งานซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว โดย CISA ได้กำหนดเวลาภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2026
อย่างไรก็ตาม KEV ยังเป็นเหมือนประกาศเตือนสำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และองค์กรขนาดใหญ่โดยทั่วไป ซึ่งองค์กรเหล่านี้ควรดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อรับมือกับช่องโหว่เหล่านี้อย่างเร่งด่วนในระดับเดียวกัน
ทั้งนี้ ช่องโหว่ทั้งสองรายการยังไม่ได้ถูกระบุว่ามีการนำไปใช้โจมตีโดยกลุ่มแรนซัมแวร์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเตือนเฉพาะที่ CISA มักใช้ในรายการ KEV เพื่อเน้นย้ำถึงความรุนแรงเป็นพิเศษ และความเร่งด่วนในการอัปเดตแพตช์
ที่มา : bleepingcomputer.
พบการโจมตีผ่านช่องโหว่ Zero-Day บน Android เพื่อเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์
มีการตรวจพบการโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Zero-Day ระดับ Critical บน Android ในการโจมตีแบบระบุเป้าหมาย ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเกือบสมบูรณ์ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องมีการโต้ตอบใด ๆ กับระบบเลย (Zero-Click)
ช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งมีหมายเลข CVE-2025-48595 ได้รับการเน้นย้ำในรายงานความปลอดภัย Android ประจำเดือนมิถุนายน 2026 โดยทาง Google ได้ยืนยันว่าเริ่มพบการนำช่องโหว่นี้ไปใช้โจมตีจริงในวงจำกัดแล้ว ซึ่งช่องโหว่นี้อยู่ใน Component ของ Android Framework และจัดเป็นช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ (EoP) ที่มีระดับความรุนแรงสูง
ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่นี้จากระยะไกล เพื่อยกระดับสิทธิ์ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ในการรันโค้ดเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งช่วยเพิ่มระดับความเสี่ยงอย่างมาก เนื่องจากหากทำการโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีสามารถ bypass ระบบป้องกันที่เป็นแกนหลักความปลอดภัย และเข้าถึงทรัพยากรที่สำคัญของระบบได้
นักวิจัยด้านความปลอดภัยระบุว่า ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 14, 15, 16 และ 16 QPR2 แม้ว่าจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความรุนแรงระดับสูง แต่คุณลักษณะในการโจมตีของช่องโหว่นี้ โดยเฉพาะการที่ผู้ใช้ไม่ต้องมีการโต้ตอบใด ๆ กับระบบเลย ทำให้ช่องโหว่นี้มีความอันตรายเป็นพิเศษในการโจมตีแบบระบุเป้าหมาย
พฤติกรรมการโจมตีในสถานการณ์จริง
ในสถานการณ์การโจมตีจริง ช่องโหว่ดังกล่าว มักจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับช่องโหว่อื่น ๆ เพื่อให้สามารถยึดครอง และควบคุมอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการลักลอบขโมยข้อมูล การสอดแนม และการแฝงตัวเพื่อเข้าถึงระบบอย่างถาวร
Google ระบุว่า ปัญหาร้ายแรงที่สุดในรายงานความปลอดภัยฉบับนี้อาจนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์จากระยะไกล โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องมีส่วนร่วมใด ๆ เลย พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมาตรการลดผลกระทบในระดับแพลตฟอร์มถูกละเลย
ระบบป้องกันและคำแนะนำในการรับมือ
แม้ว่า Android จะมีการวางระบบป้องกันไว้หลายชั้น ซึ่งรวมถึงการจำกัดการเข้าถึงข้อมูล การควบคุมสิทธิ์ และการป้องกันขณะทำงาน แต่ผู้โจมตีที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้รับการอัปเดตแพตช์ หรือเป็นเวอร์ชันเก่า
ทางบริษัทยืนยันว่า ได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ดังกล่าวให้แก่พันธมิตรของ Android ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ เพื่อให้ผู้ผลิตอุปกรณ์มีเวลาในการเตรียมตัว และเผยแพร่แพตช์อัปเดต
การอัปเดตความปลอดภัยที่รวมอยู่ในแพตช์ 2026-06-05 สามารถแก้ไขช่องโหว่ CVE-2025-48595 และช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยคาดว่าจะมีการปล่อยแพตช์ซอร์สโค้ดไปยัง Android Open Source Project (AOSP) repository ไม่นานหลังจากรายงานความปลอดภัยนี้ถูกเผยแพร่
Google Play Protect ยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงจากความพยายามโจมตี โดยฟีเจอร์นี้จะถูกเปิดใช้งานไว้เป็นค่าเริ่มต้นบนอุปกรณ์ที่รองรับบริการ Google Mobile Services (GMS) ซึ่งจะคอยสแกนแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง และแจ้งเตือนผู้ใช้หากพบแอปพลิเคชันที่อาจเป็นอันตราย
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานที่ทำการ Sideload App หรือติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งภายนอกที่ไม่ใช่ช่องทางหลัก ยังคงมีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากช่องทางเหล่านี้มักถูกผู้โจมตีใช้เป็นเครื่องมือในการส่งต่อโค้ดโจมตี
ทีมรักษาความปลอดภัยของ Android ได้เรียกร้องให้ผู้ใช้ และองค์กรต่าง ๆ ดำเนินการอัปเดตอุปกรณ์ของตนให้เป็นเวอร์ชันแพตช์ความปลอดภัยล่าสุดโดยทันที
การอัปเดตแพตช์ที่ล่าช้า ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถนำช่องโหว่ที่รับรู้กันทั่วไป มาพัฒนาเป็นเครื่องมือโจมตี ซึ่งกรณีการโจมตีแบบ Zero-Day นี้ ยังช่วยเน้นย้ำถึงแนวโน้มในภาพรวมของภัยคุกคามบนมือถือ โดยผู้โจมตีมักมุ่งเป้าไปที่ Component หลักของระบบปฏิบัติการมากขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบให้รุนแรงที่สุด
ดังนั้น ในขณะที่เทคนิคการโจมตีมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา การอัปเดตแพตช์อย่างทันท่วงที และการวางระบบป้องกันความปลอดภัยหลายชั้น ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี และป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ถูกควบคุม หรือยึดระบบได้สำเร็จ
ที่มา : cybersecuritynews.
เนเธอร์แลนด์ทลายเครือข่าย Botnet ที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์กว่า 17 ล้านเครื่อง
ทางการเนเธอร์แลนด์ได้ประกาศการทลายเครือข่ายบอตเน็ตที่เข้าควบคุมอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์หลายล้านเครื่อง ซึ่งรวมถึงคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต, สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์ IoT เพื่อใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์จำนวนมาก
(more…)
BTMOB แพลตฟอร์มมัลแวร์ Android รองรับการสร้างเพย์โหลดฟิชชิงตามต้องการ
โทรจันควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล (Remote Access Trojan: RAT) บนระบบ Android ที่ชื่อว่า BTMOB กำลังถูกนำไปเสนอขายให้กับอาชญากรไซเบอร์ โดยมาพร้อมเครื่องมือแบบ Builder ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเพย์โหลดมัลแวร์ และปรับแต่งให้สอดคล้องกับแคมเปญฟิชชิง หรือการหลอกลวงที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย
(more…)
พบมัลแวร์สายพันธุ์ใหม่บนแอนดรอยด์ ‘DevilNFC’ ใช้ Kiosk Mode เพื่อควบคุมเหยื่อระหว่างการโจมตีแบบ NFC Relay
มีการค้นพบมัลแวร์ตัวใหม่บนระบบปฏิบัติการ Android ชื่อ 'DevilNFC' ซึ่งทำงานโดยการผสานวิธีการโจมตีแบบ NFC relay ร่วมกับการใช้ Kiosk Mode เพื่อล็อกหน้าจอของเหยื่อให้อยู่ในหน้าต่างแอปธนาคารปลอม จนกว่าข้อมูลบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตจะถูกขโมยไปสำเร็จ
(more…)
กลโกงโฆษณาบนระบบ Android ภายใต้ชื่อ “Trapdoor” มียอดส่งคำขอประมูลโฆษณาสูงกว่า 659 ล้านครั้งต่อวัน ผ่าน 455 แอปพลิเคชัน
นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการฉ้อโกงโฆษณา (Ad Fraud) และการโฆษณาที่เป็นอันตราย (Malvertising) รูปแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ใช้งานอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ภายใต้ชื่อ "Trapdoor"
(more…)
พบช่องโหว่ใหม่บน Microsoft Teams บนระบบปฏิบัติการ Android ที่สามารถโจมตีแบบ Spoofing ได้
ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ถูกเปิดเผยล่าสุดใน Microsoft Teams บนระบบปฏิบัติการ Android ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถปลอมแปลงอุปกรณ์ภายในระบบได้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับองค์กร และผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มนี้สำหรับการสื่อสารในแต่ละวัน (more…)
