รายงาน Verizon Data Breach Investigations Report 2020 เผย DoS มีอัตราการโจมตีที่สูงมากขึ้น

Verizon ได้ออกรายงาน DBIR ประจำปี 2020 โดยใจความสำคัญของรายงานนั้นชี้ว่าภัยคุกคามอันดับต้น ๆ หรือ Threat Action Varieties นั้นจะพบโจมตีการปฏิเสธการให้บริการ (DoS), Phishing, Ransomware และการละเมิดข้อมูลทางการเงินเป็นกลุ่มเหตุการณ์ที่ถูกพบมากที่สุดในรายงาน Verizon DBIR ของปีนี้

Verizon DBIR มีการนำรายละเอียดมาจากการวิเคราะห์เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจำนวน 32,002 รายการ โดยพบว่ามีการละเมิดข้อมูล 3,950 รายการในกลุ่มอุตสาหกรรม 16 กลุ่ม ส่วนการโจมตี DoS นั้นเป็นรูปแบบที่ใช้ในการใช้โจมตีมากที่สุดและมีจำนวนเพิ่มขึ้นซึงมีเหตุการณ์ 13,000 เหตุการณ์และถูกมองว่าเป็นเครื่องมือการโจมตีของอาชญากรไซเบอร์ที่มากที่สุด โดยคิดเป็น 40% ของเหตุการณ์ความปลอดภัยที่รายงาน

ในรายงาน Verizon DBIR ยังพบว่าในปี 2019 ที่ผ่านมานั้นการโจมตีและการจารกรรมทางไซเบอร์มีเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงเหลือเพียงแค่ 3.2 เปอร์เซ็นต์จาก 13.5 เปอร์เซ็นต์ในปี 2018 แต่พบแคมเปญที่ทำการกำหนดเป้าหมายเพื่อทำการจารกรรมและการโจมตีมากขึ้น เช่นแคมเปญโจมตีองค์การอนามัยโลก (WHO), การจารกรรมข้อมูลในของหน่วยงานหรือรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจรายงานสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ทีนี้:https://enterprise.

A massive database of 8 billion Thai internet records leaks

พบฐานข้อมูลบันทึกการใช้งานอินเตอร์เน็ตจาก AIS รั่วไหล มีข้อมูลกว่า 8.3 พันล้านรายการ ดำเนินการปิดเรียบร้อยแล้ว

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Justin Paine พบฐานข้อมูล ElasticSearch สามารถเข้าถึงได้จากอินเตอร์เน็ตโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ โดย Justin Paine ระบุว่าฐานข้อมูลนั้นเป็นของ Advanced Wireless Network (AWN).ซึ่งอยู่ในเครือ Advanced Info Service (AIS) โดยมีข้อมูลกว่า 8.3 พันล้านรายการ ฐานข้อมูลดังกล่าวมีข้อมูล DNS query และ Netflow data ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเข้าอินเตอร์เน็ตได้

Justin Paine ยกตัวอย่างการดึงข้อมูล DNS query จาก 1 ไอพี พบข้อมูลการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งสามารถอนุมานจากข้อมูลได้ว่าบุคคลนี้ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ระบบปฏิบัติการมือถืออะไร ใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์ใด เข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง ใช้เบราว์เซอร์อะไร แต่ปกติแล้วในบ้านหรือออฟฟิศมักจะมีการแชร์ไอพีกัน ทำให้ไม่สามารถระบุลึกถึงตัวตนรายบุคคลได้ แต่มีประโยชน์มากกับการทำโฆษณา

Justin Paine พบฐานข้อมูลนี้ในวันที่ 7 พ.ค. 2020 เขาพยายามติดต่อ AIS ในวันที่ 13-21 พ.ค. 2020 แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงติดต่อ ThaiCERT ในวันที่ 21 พ.ค. 2020 โดยไม่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลนี้ได้อีกในวันที่ 22 พ.ค. 2020

ทั้งนี้ TechCrunch พยายามติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง AIS แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ

ที่มา : rainbowtabl

VMware fixes CVE-2020-3956 Remote Code Execution issue in Cloud Director

VMware ออกเเพตซ์แก้ไข CVE-2020-3956 ใน VMware Cloud Director

VMware ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีจากระยะไกล ที่ถูกค้นพบช่องโหว่โดย Tomáš Melicher และ LukášVáclavík จาก Citadelo ถูกระบุเป็นรหัส CVE-2020-3956 ในผลิตภัณฑ์ VMware Cloud Director

ช่องโหว่ CVE-2020-3956 (CVSSv3 8.8) เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีจากระยะไกล ซึ่งช่องโหว่สามารถทำให้ผู้โจมตีที่ได้รับการรับรองความถูกต้องสามารถส่งทราฟฟิกที่เป็นอันตรายไปยัง Cloud Director เพื่อทำการเรียกใช้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต การโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวสามารถใช้ช่องโหว่ผ่านทาง HTML5 และ Flex-based UIs, API Explorer interface และ API access

ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อ VMware Cloud Director 9.5.x, 9.7.x และ 10.0.x บนระบบปฏิบัติการ Linux และ Photon OS

ทั้งนี้ VMware Cloud Director เวอร์ชัน 8.x, 9.0.x, 9.1.x และ 10.1.0 บนระบบปฏิบัติการ Linux จะไม่ได้รับผลกระทบนี้ ผู้ใช้งานควรทำการอัพเดตซอฟต์แวร์ VMware vCloud Director เป็นเวอร์ชัน 9.1.0.4, 9.5.0.6, 9.7.0.5 และ 10.0.0.2 เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่และลดความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี

ที่มา: securityaffairs

British Airline EasyJet Suffers Data Breach Exposing 9 Million Customers’ Data

สายการบิน EasyJet เกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล กระทบลูกค้า 9 ล้านราย

สายการบิน EasyJet ออกประกาศวันที่ 19 พ.ค. 2020 แจ้งเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ลูกค้า 9 ล้านกว่ารายถูกเข้าถึงอีเมล โดยมีลูกค้า 2,208 รายถูกเข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิต พร้อมระบุว่าลูกค้าทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการติดต่อภายในวันที่ 26 พ.ค. 2020

ทางสายการบินยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าข้อมูลดังกล่าวถูกเข้าถึงได้อย่างไรและถูกเข้าถึงนานเท่าไรก่อนการประกาศในครั้งนี้ โดยสายการบินได้ทำตามขั้นตอนรับมือภัยคุกคาม จ้างผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐาน แจ้ง Information Commissioner's Office (ICO) และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูลแล้ว

ที่มา : thehackernews

Top 10 Routinely Exploited Vulnerabilities

DHS, CISA และ FBI เปิดเผยช่องโหว่ยอดนิยม Top 10 ที่ใช้ในการโจมตีช่วง 2016-2019

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS), สำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) และ สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้ออกรายงานช่องโหว่ 10 อันดับแรกของซอฟต์แวร์ที่ถูกใช้โจมตีมากที่สุดในช่วงระหว่างปี 2559 ถึงปี 2562 รายละอียดช่องโหว่มีดังนี้

CVE-2017-11882: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลใน Microsoft Office
CVE-2017-0199: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลใน Microsoft Office
CVE-2017-5638: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลบน Apache Struts
CVE-2012-0158: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลใน Microsoft Windows ActiveX
CVE-2019-0604: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลใน Microsoft SharePoint
CVE-2017-0143: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลใน Microsoft SMB
CVE-2018-4878: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาตบน Adobe Flash Player
CVE-2017-8759: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลใน Microsoft .NET Framwework
CVE-2015-1641: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาตใน Microsoft Office
CVE-2018-7600: ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีระยะไกลบน Drupal
US-CERT ได้ออกคำแนะนำในการลดความเสี่ยงจากการโจมตีโดยเเนะนำผู้ใช้งานให้ทำการและอัพเดทแพตซ์ด้านความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ

ที่มา: us-cert

NXNSAttack technique can be abused for large-scale DDoS attacks

“NXNSAttack” เทคนิคการโจมตี DDoS ที่มีขนาดใหญ่โดยสามารถเพิ่มขนาดการโจมตีได้ 2 ถึง 1,620 เท่า

ทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟและศูนย์สหวิทยาการในเฮอร์ซลิยาประเทศอิสราเอลได้เปิดเผยถึงรายละเอียดเทคนิคการโจมตี DDoS ที่มีความรุนเเรงใหม่ โดยพวกเขาตั้งชื่อเทคนิคนี้ว่า “NXNSAttack” เทคนิคนี้ใช้ช่องโหว่ใน DNS server ซึ่งเทคนิคนี้จะสามารถทำให้เกิดการโจมตี DDoS ในสัดส่วนที่มหาศาลโดยมีอัตราส่วนขยายการโจมตี DDoS จากปกติเพิ่มเป็น 2 ถึง 1,620 เท่า

NXNSAttack เป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นบน DNS resolver แบบ recursive ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากการส่ง request ไปยัง DNS resolver เป้าหมาย เมื่อเกิดการตอบสนองจาก DNS server ที่เป็นเป้าหมายเกิดความผิดผลาดและไม่ถูกต้องจาก DNS server จะทำให้เกิดการทำสำเนา DNS record ที่ถูกส่งมาและเพิ่มมากขึ้น

ซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบคือ ISC BIND (CVE-2020-8616), NLnet labs Unbound (CVE-2020-12662), PowerDNS (CVE-2020-10995) และ CZ.NIC Knot Resolver (CVE-2020-12667) รวมไปถึงบริการ DNS server จากทั้ง Cloudflare, Google, Amazon, Microsoft, Oracle (DYN), Verisign, IBM Quad9 และ ICANN

ผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งาน DNS server แนะนำให้ทำการอัพเดต DNS Resolver เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

ผู้ที่สนใจเทคนิค "NXNSAttack" สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: http://www.

FBI: ProLock ransomware gains access to victim networks via Qakbot infections

FBI แจ้งเตือน Ransomware สายพันธุ์ใหม่ ProLock แพร่กระจายผ่านโทรจัน Qakbot

FBI ได้ออกแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับแรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า ProLock ซึ่งถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ, หน่วยงานราชการ, สถาบันการเงินและองค์กรค้าปลีก

FBI กล่าวว่า ProLock ถูกพบครั้งเเรกในเดือนมีนาคม 2563 แรนซัมแวร์ ProLock สามารถเข้าถึงเครือข่ายที่ถูกแฮกผ่านโทรจัน Qakbot และจะแพร่กระจายไปสู่ระบบที่อยู่ในเครือข่าย ล่าสุดบริษัทผู้ให้บริการเอทีเอ็มยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ Diebold Nixdorf ก็ถูกแรนซัมแวร์ ProLock โจมตีด้วยเช่นกันมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา

FBI ยังเตือนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแรนซัมแวร์ ProLock ที่จ่ายเงินค่าไถ่เพื่อถอดรหัสไฟล์ว่า ตัวถอดรหัสที่เจ้าของแรนซัมแวร์ให้กับผู้จ่ายเงินค่าไถ่นั้นทำงานไม่สมบูรณ์และอาจส่งผลให้ไฟล์ที่ทำการกู้คืนนั้นเสียหายได้

FBI และ Group-IB ได้ออกคำเเนะนำให้ผู้ใช้งานและผู้ดูเเลระบบควรระมัดระวังในการใช้งานอินเตอร์เน็ตและทำการอัพเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอยู่เสมอ ถ้าหากพบว่าคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรติดเชื้อมัลแวร์ Qakbot ให้ทำการเเยกออกจากเครือข่ายที่เหลือโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการเเพร่กระจายต่อไปในคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่าย

ที่มา: zdnet

Smartphones, laptops, IoT devices vulnerable to new BIAS Bluetooth attack

สมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป, อุปกรณ์ IoT เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากช่องโหว่ใหม่ “BIAS Bluetooth”

นักวิจัยได้เปิดเผยช่องโหว่ใหม่รหัส CVE-2020-10135 บนโปรโตคอลการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, แล็ปท็อปและอุปกรณ์ IoT

ช่องโหว่นี้มีชื่อว่า “BIAS: Bluetooth Impersonation AttackS” ซึ่งช่องโหว่จะส่งผลกระทบต่อโปรโตคอลการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth Classic โดยช่องโหว่นี้จะอนุญาตให้ผู้โจมตีทำการปลอมแปลงข้อมูลของอุปกรณ์ที่ถูกจับคู่และทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์โดยที่ไม่ทำการพิสูจน์ตัวตน

ทีมวิจัยกล่าวว่าพวกเขาทดสอบชิป Bluetooth จาก Cypress, Qualcomm, Apple, Intel, Samsung และ CSR อุปกรณ์ทั้งหมดที่เราทดสอบนั้นมีความเสี่ยงต่อการโจมตีของ BIAS

หลังจากการทดสอบนักจัยได้รายงานช่องโหว่ต่อ Bluetooth Special Interest Group (Bluetooth SIG) หรือองค์กรมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยี Bluetooth ในเดือนธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา

Bluetooth SIG กล่าวว่าหลังจากรับทราบถึงช่องโหว่พวกเขาได้อัปเดตข้อมูลและทำการเเก้ไขช่องโหว่แล้วใน Bluetooth Core เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีทำการโจมตีช่องโหว่ BIAS และคาดว่าผู้จำหน่ายอุปกรณ์ Bluetooth จะทำการรอัพเดตเฟิร์มแวร์ในเร็วๆ นี้เพื่อแก้ไขปัญหาช่องโหว่ดังกล่าว

ผู้ที่สนใจรายละเอียดงานวิจัย "BIAS: Bluetooth Impersonation AttackS” สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://francozappa.

REvil Ransomware found buyer for Trump data, now targeting Madonna

กลุ่ม REvil Ransomware อ้างว่ามีผู้ต้องการซื้อข้อมูล Donald Trump และกำลังเตรียมที่จะประมูลข้อมูลเกี่ยวกับ Madonna

กลุ่ม REvil ransomware หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ Sodinokibi ได้ประกาศว่ามีผู้พร้อมซื้อสำหรับเอกสารที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐอเมริกาและกำลังเตรียมที่จะเปิดประมูลข้อมูลของ Madonna และคนดังระดับโลกคนอื่นๆ

กลุ่ม REvil ransomware ได้ทำการโจมตีและเข้าถึงข้อมูลของบริษัท Grubman Shire Meiselas & Sacks (GSMLaw) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายสำหรับผู้มีชื่อเสียงและนักเเสดงดังมากมาย โดย REvil ได้ทำการขโมยข้อมูลส่วนตัวของบุคคลต่างๆ ออกไปมากกว่า 756 GB และได้กำหนดค่าไถ่เป็นจำนวน 42 ล้านดอลลาร์

GSMLaw ได้ทำการการเจรจากับกลุ่ม REvil ransomware เพื่อขอซื้อข้อมูลที่ถูกรั่วไหลไปแต่การเจรจาไม่เป็นผลทำให้กลุ่ม REvil ransomware ประกาศจะเผยเเพร่เอกสารสำคัญซึ่งเป็นอีเมลมากกว่า 160 ฉบับที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Donald Trump ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา หลังจากการประกาศเผยเเพร่ข้อมูลกลุ่ม REvil ransomware อ้างว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลที่สนใจที่จะซื้อข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับประธานาธิบดี Donald Trump

กลุ่ม REvil ransomware ระบุต่อไปว่าพวกเขาวางแผนที่จะทำการเปิดประมูลไฟล์ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Madonna โดยจะทำการตั้งราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านดอลลาร์

ล่าสุด REvil ได้เผยเเพร่เอกสารที่เกี่ยวข้องกับ Lady Gaga ซึ่งมีขนาด 2.4 GB ในเอกสารที่ทำการเผยเเพร่นั้นประกอบไปด้วย NDA (Non-disclosure agreement) หรือสัญญาที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลและสัญญาที่สำคัญต่างๆ

FBI ได้ออกมาเเถลงว่าไม่สนับสนุนให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจ่ายค่าขู่กรรโชกของแฮกเกอร์การจ่ายเงินตามความต้องการกรรโชก ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมกิจกรรมทางไซเบอร์ และออกคำเเนะนำในการป้องกันว่า บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ควรทำการติดตามกิจกรรมและข่าวสารเกี่ยวกับความปลอดภัยในอินเตอร์เน็ตอยู่เสมอ ควรทำการอัพเดตซอฟต์แวร์ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์

ที่มา: bleepingcomputer

Stored XSS in WP Product Review Lite plugin allows for automated takeovers

พบช่องโหว่ XSS บน WordPress ปลั๊กอินที่จะช่วยให้ผู้โจมตีสามารถยึดครองเว็บไซต์ได้

นักวิจัยจาก Sucuri Labs ได้ทำการค้นพบช่องโหว่นี้เป็นช่องโหว่ประเภท XSS บน WordPress ปลั๊กอินที่ชื่อ ”WP Product Review Lite” ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดครองเว็บไซต์ได้ โดยพบว่าในขณะนี้มีเว็บไซต์ติดตั้งปลั๊กอินนี้มีจำนวน 40,000 เว็บไซต์

ปลั๊กอิน “WP Product Review Lite” เป็นปลั๊กอินที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานทำการสร้างเนื้อหาและบทความอัตโนมัติโดยใช้เทมเพลตที่กำหนดไว้

ช่องโหว่เกิดจากการบายพาสพารามิเตอร์ถูกตั้งค่าภายในแอตทริบิวต์ HTML ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งสคริปต์ที่เป็นอันตรายไปเพื่อทำการจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลของเว็บไซต์เป้าหมายหรือเพื่อทำการรีไดเร็คผู้ใช้งานไปเว็ปไซต์ที่เป็นอันตรายเพื่อขโมยคุกกี้เซสชันและตรวจสอบสิทธิ์ เมื่อได้ข้อมูลครบแล้วผู้โจมตีสามารถยึดครองเว็บไซต์ที่เป้นเป้าหมายได้

ผู้ใช้ควรทำการอัปเดตปลั๊กอิน ”WP Product Review Lite” เป็นเวอร์ชัน 3.7.6 เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ ทำการโจมตีเพื่อเข้ายึดเว็บไซต์และการรีไดเร็คผู้เยี่ยมชมหรือผู้ดูแลระบบไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย

ที่มา: securityaffairs