เว็บไซต์ Hackread.comได้รับรายงานเกี่ยวกับการขายรายละเอียดส่วนบุคคลของชาวอิหร่าน 45,000 บน Dark Web ใน hacking forum โดยมีชื่อผู้ใช้และหมายเลขโทรศัพท์
จากข้อมูลตัวอย่างที่ Hackread.
เว็บไซต์ Hackread.comได้รับรายงานเกี่ยวกับการขายรายละเอียดส่วนบุคคลของชาวอิหร่าน 45,000 บน Dark Web ใน hacking forum โดยมีชื่อผู้ใช้และหมายเลขโทรศัพท์
จากข้อมูลตัวอย่างที่ Hackread.
ผู้ให้บริการอีเมลของอิตาลีกล่าวยืนยันว่าข้อมูลของผู้ใช้บริการ Email.it มากกว่า 600,000 รายกำลังถูกขายบน Dark Web ทั้งนี้ข้อมูลที่ถูกขโมยไปไม่มีข้อมูลทางการเงินถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกแฮ็ก
กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อ NN (No Name) Hacking Group อ้างว่าพวกเขาทำการบุกรุกและขโมยข้อมูลในเดือนมกราคม 2561 เมื่อ 2 ปีก่อนและได้ทำการเเจ้งกับ Email.
บริษัท Mozilla ได้เปิดตัว Firefox เวอร์ชัน 75 ซึ่งได้อัพเดตแพตช์ความปลอดภัย 6 รายการสำหรับเดสก์ทอป และ 2 รายการสำหรับแอพพลิเคชั่นบนแอนดรอยด์
ช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูง 3 รายการซึ่งมีจุดบกพร่องด้านความปลอดภัยของหน่วยความจำ ได้แก่ CVE-2020-6825, CVE-2020-6826,CVE-2020-6828 ที่อาจนำไปสู่การรันโค้ดโดยไม่รับอนุญาต
ช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงปานกลาง 3 รายการคือ CVE-2020-6822, CVE-2020-6823 และ CVE-2020-6824 ที่อาจนำไปสู่การรันโค้ดโดยไม่รับอนุญาต
ช่องโหว่แอพพลิเคชั่นบนแอนดรอยด์ 2 รายการคือ CVE-2020-6821 ที่เป็นช่องโหว่สามารถอ่านความจำเริ่มต้นจึงทำให้เป็นช่องทางในการอ่านข้อมูลที่สำคัญได้ CVE-2020-6827 เป็นช่องโหว่ที่หลอกให้เบราว์เซอร์มือถือแสดง URI ที่ไม่ถูกต้อง
บริษัท Google ได้เปิดตัว Chrome เวอร์ชัน 81.0.4044.92 ที่มีเเก้ไขข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย 32 รายการ โดย 3 รายการเป็นช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูง 8 รายการช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงปานกลางและ 12 รายการช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงงต่ำ เปิดให้อัพเดตใน Windows, Mac และ Linux
ช่องโหว่ที่รุนแรงที่สุด CVE-2020-6454 เป็นช่องโหว่ use-after-free ใน extensions ส่วนที่ CVE-2020-6423 เป็นช่องโหว่ use-after-free ใน audio tracked และ CVE-2020-6455 ที่เป็นช่องโหว่ WebSQL
ส่วนช่องโหว่ที่มีความรุนแรงปานกลางเป็นข้อบกพร่องในการบังคับใช้นโยบาย, การตรวจสอบอินพุตที่ไม่น่าเชื่อถือในคลิปบอร์ด, use-after-free ใน devtools และ use-after-free ใน window management
Google ยังมอบรางวัลเงินรางวัลให้กับนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ได้ทำการรายงานช่องโหว่ และทำการจ่ายเงินมากกว่า $26,000 เพื่อเป็นรางวัล
ทั้งนี้ผู้ใช้งานควรอัพเดตเเพตซ์อยู่เสมอเพื่อความปลดภัยในการใช้งาน
ที่มา: securityaffairs
นักวิจัยด้านความปลอดภัยของไซเบอร์จาก Bitdefender ค้นพบ IoT Botnet ชนิดใหม่ซึ่งถูกเรียกว่า Dark Nexus เพื่อใช้ทำการโจมตี DDoS ไปยังอุปกรณ์หลากหลายประเภท
Dark Nexus แพร่กระจายโดยใช้ช่องโหว่ CVE-2019-7256 ในการโจมตีอุปกรณ์ IoT ที่หลากหลายรวมเช่นเราท์เตอร์ ( Dasan Zhone, Dlink และ ASUS), กล้องวงจรปิดและกล้องจับความร้อน
CVE-2019-7256 เป็นช่องโหว่ Command-injection ใน Linear eMerge E3-Series และช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีจากระยะไกลโดยไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ใน Netgear DGN1000 เราเตอร์
นักวิจัยพบความคล้ายคลึงของ Dark Nexus กับมัลแวร์ Qbot และ Mirai นักวิจัยยังกล่าวอีกว่า Dark Nexus บางเวอร์ชันมีคุณสมบัติ reverse proxy เพื่อให้เหยื่อทำหน้าที่เป็น proxy สำหรับสร้างโฮสต์ที่ติดเชื้อเป็นเซิร์ฟเวอร์ C2 ของผู้โจมตี เพื่อจัดเก็บไฟล์หรือ Payloads ที่จำเป็นในเครื่องแทนและใช้เป็นฐานโจมตีต่อไป ปัจจุบันพบ Dark Nexus มีมากกว่า 40 เวอร์ชัน
นักวิจัยจาก Bitdefender สันนิษฐานว่า Botnet ชนิดนี้อาจถูกสร้างขึ้นโดย greek.
Microsoft Exchange Server มากกว่า 350,000 เซิร์ฟเวอร์ยังไม่ได้แพตช์ช่องโหว่ RCE ล่าสุด CVE-2020-0688
นักวิจัยจาก Rapid 7 เปิดเผยรายงานการใช้อุปกรณ์การสแกนในชื่อ Project Sonar ทำการสแกนทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาว่ากว่า 82% ของเซิร์ฟเวอร์ MS Exchange หรือ 433,464 ระบบ พบเซิร์ฟเวอร์ MS Exchange มีอย่างน้อย 315,000 และอาจมากถึง 350,000 เซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้รับการแพตช์ช่องโหว่ความปลอดภัยโดยไมโครซอฟท์ที่ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์
ทั้งนี้ Rapid 7 ยังสแกนและพบเซิร์ฟเวอร์ MS Exchange รุ่น 2010 กว่า 31,000 เครื่องที่ไม่ได้แพตช์ตั้งแต่ปี 2012 และอีก 800 เครื่องไม่เคยได้รับการแพตช์เลยและมีเซิร์ฟเวอร์ MS Exchange 2007 จำนวน 10,731 ระบบและเซิร์ฟเวอร์ MS Exchange รุ่น 2010 มากกว่า 166,000 เครื่องที่ End-of-Support ไปหลายปีแล้วด้วย
ช่องโหว่ CVE-2020-0688 ถูกค้นพบโดย Zero Day Initiative เป็นช่องโหว่ที่กระทบกับ MS Exchange Server หลายเวอร์ชันตั้งแต่ปี 2010-2019 โดยเกิดจากความล้มเหลวในการสร้าง Unique Key ในขณะติดตั้ง ทำให้ผู้โจมตีสามารถลอบรันโค้ดในสิทธิ์ระดับ SYSTEM เพื่อเข้ายึดเครื่องได้
ผู้ดูเเลระบบควรทำการอัพเดตแพตช์ความปลอดภัย เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบและปกป้องข้อมูลขององค์กร
ที่มา: helpnetsecurity
ความเสี่ยงผู้ใช้ Zoom อาจพบบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักและสามารถดูข้อมูลที่อยู่, อีเมลและรูปถ่ายจากรายชื่อผู้ติดต่อภายใต้โดเมนอีเมลที่ใช้
Zoom แอพพลิเคชั่นวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ยอดนิยม ถูกระบุปัญหาจากผู้ใช้งานที่สามารถดูข้อมูลที่อยู่, อีเมลและรูปถ่ายของบุคคลอื่นๆ ที่ไม่รู้จักภายใต้โดเมนอีเมลที่ใช้งานอยู่
ปัญหานี้เกิดจากการตั้งค่าใน “Company Directory” ซึ่งจะเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ หากทำการลงทะเบียนด้วยที่อยู่อีเมลที่ใช้ภายใต้โดเมนเดียวกัน วิธีนี้จะช่วยให้การค้นหาเพื่อนร่วมงานที่จะติดต่อกันได้ง่ายขึ้นภายใต้โดเมนของบริษัทเดียวกัน
ปัญหานี้ถูกพบโดยผู้ใช้งาน Zoom หลายคนได้ลงทะเบียนด้วยอีเมลส่วนตัว โดยแอพพลิเคชั่น Zoom ได้ทำการจัดกลุ่มผู้ใช้งานบางคนร่วมกันที่ลงทะเบียนภายใต้โดเมนเดียวกัน นั่นหมายความว่า Zoom ไม่สามารถแยกแยะ Company Email กับ Free Email ออกจากกันได้ในบางกรณี ซึ่งทำให้ Free Email สามารถใช้งานฟีเจอร์ Company Directory ทั้งที่ไม่ควรใช้ได้ และทำให้สามารถเห็นข้อมูลส่วนบุคคล, ที่อยู่, อีเมล, และภาพถ่ายใน “Company Directory” ได้แม้ว่าคนเหล่าเป็นเพื่อนร่วมงานหรือไม่ก็ตาม
ผู้ใช้งานที่ชื่อ Gehrels ได้ทำการทดสอบการเข้าสู่ระบบ Zoom ด้วยบัญชีที่แตกต่างกันเกือบ 1,000 บัญชีที่ระบุไว้ในส่วน “Company Directory” เขากล่าวว่าถ้าสมัครสมาชิก Zoom ด้วยผู้ให้บริการโดเมนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Gmail, Hotmail หรือ Yahoo จะสามารถดูข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้ทั้งหมดเช่น ชื่อเต็ม, ที่อยู่ , อีเมล, รูปภาพประจำตัวและสามารถวีดีโอคอลหาคนที่เราดูข้อมูลได้ด้วย ซึ่งไม่สามารถปิดการใช้งานได้
ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลการอัพเดตและแก้ไขจาก Zoom
ที่มา: vice
Corona Virus: ตำรวจสากลเตือนองค์กรด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาลรับมือภัยคุกคามจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่
ในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลให้โรงพยาบาลและองค์กรด้านสาธารณสุขทั่วโลกต้องทุ่มเทอย่างหนักในการรับมือผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัส COVID-19 แต่ในขณะเดียวกันก็มีความตั้งใจใช้สถานการณ์ดังกล่าวในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยพบว่ามีการใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ทางการแพทย์ให้ไม่สามารถทำงานได้ นี่คือคำเตือนจากตำรวจสากล
Jurgen Stock เลขาธิการตำรวจสากลได้ให้ความเป็นห่วงว่า กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้ระบบทางการแพทย์ให้บริการไม่ได้ หรือให้บริการล่าช้าเท่านั้น แต่นี่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเลยทีเดียว หากอาชญากรสามารถใช้มัลแวร์ยึดระบบคอมพิวเตอร์ที่สนับสนุนงานด้านการแพทย์สำเร็จ
เราขอแนะนำให้ทุกองค์กรย้ำเตือนกับบุคลากรให้ระมัดระวังการเปิดอ่านอีเมล์ที่มาจากคนที่ไม่รู้จัก หรือปฏิบัติตามคำแนะนำในเรื่องของ Cyber Security Awareness และจงแน่ใจว่าซอฟต์แวร์ Anti-Virus มีการปรับปรุงฐานข้อมูลล่าสุด รวมทั้งตรวจตราระบบปฏิบ้ติการให้มีการอุดช่องโหว่ให้เรียบร้อย
จากสถิติในเดือนมีนาคม สำนักข่าว Sky News แจ้งว่ามีการพบอีเมล์หลอกลวงส่งหาองค์การด้านสาธารณสุขที่มีการแอบอ้างว่าผู้ส่งมาจากหน่วยงาน IT ภายในองค์กรนั้นๆเอง โดยหัวข้อของอีเมล์จะเป็นไปในลักษณะ “ALL STAFF: Corona Virus Awareness” โดยทำการแจ้งข่าวสารและการสัมนาออนไลน์ โดยโน้มน้าวให้ผู้อ่านอีเมล์ทำการลงทะเบียนออนไลน์ ซึ่งสุดท้ายข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งไปที่อาชญากร
เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำรอยเหตุการณ์ในปี 2017 ที่มีการแพร่กระจายของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ชื่อว่า WannaCry ซึ่งส่งผลในวงกว้างต่อองค์กรด้านสาธารณสุข เกิดการยึกเครื่องคอมพิวเตอร์ส่งผลต่อการให้การรักษาผู้ป่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ท่านจะไม่ได้อยู่ในองค์ด้านสาธารณสุขก็ตาม ท่านก็ควรให้ความระมัดระวังต่อการรับข้อมูลที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสด้วยความมีสติ ไตร่ตรองให้รอบคอบ ตามข้อมูลและคำเตือนของตำรวจสากลและหน่วยงานต่างๆดังที่กล่าวไปข้างต้น
ที่มา: news.
บริษัท Mimecast ได้ทำการสังเกตพบแคมเปญใหม่โดยใช้ประโยชน์จากเทคนิค ซึ่งได้รับการค้นพบครั้งแรกในปี 2013 และถูกนำเสนอในการประชุม Virus Bulletin ในหัวข้อการโจมตีผ่าน Hardcoded Password ที่ถูกกำหนดให้เป็น CVE-2012-0158 และถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการแพร่กระจายมัลแวร์ LimeRAT Remote Access Trojan โดยใช้รหัสผ่านดีฟอลต์ชื่อ “VelvetSweatshop” ซึ่งเป็นรหัสผ่านดีฟอลต์ที่โปรแกรมเมอร์ของ Microsoft ใช้เป็นรหัสเริ่มต้นในการถอดรหัสไฟล์ Excel
คำว่า “Velvet Sweatshop” นี้มาจากซีแอตเติลไทม์สในปี 1989 ใช้นิยามพนักงานของ Microsoft ที่ให้บริการหลากหลายบริการ ทำพนักงานใช้เวลาทำงานมากเกินสมควร
LimeRAT เป็นโทรจันที่ออกแบบมาสำหรับเครื่อง Windows โดยจะสามารถติดตั้งแบ็คดอร์ที่มีคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบที่ของผู้ติดเชื้อและติดตั้งมัลแวร์สายพันธุ์ต่างๆ เช่น Ransomware, Cryptominers, Keyloggers และ Botnets นอกจากนี้ยังสามารถแพร่กระจายผ่าน USB ไดรฟ์ ที่เชื่อมต่อ เพื่อขโมยข้อมูลต่างๆ และส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ Command-and-Control (C2) ของผู้โจมตี
ในแคมเปญนี้นักวิจัยจากบริษัท Mimecast ได้สังเกตเห็นโทรจันทำการซ่อน Payload ไว้ในเอกสารรูปแบบของไฟล์ Excel ในโหมด Read-only ที่แพร่กระจายผ่านอีเมลฟิชชิง
ในการถอดรหัสไฟล์เอกสาร Excel เมื่อเปิดเอกสารในโหมด Read-only โปรเเกรม Excel จะฝังรหัสผ่าน "VelvetSweatshop" หากถอดรหัสไฟล์สำเร็จจะอนุญาตให้มาโครที่ฝัง Payload ที่เป็นอันตรายเริ่มทำงานในขณะที่ยังคงเอกสารในโหมด Read-only
โดยปกติแล้วถ้าถอดรหัสไฟล์ "VelvetSweatshop" ไม่สำเร็จผู้ใช้ต้องใส่รหัสผ่าน อย่างไรก็ตามถ้าเปิดเอกสารในโหมด Read-only ไฟล์เอกสารจะถูก bypasses รหัสและ Windows ก็ทำการเปิดไฟล์ต่อไป
ในการโจมตีนี้ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องป้อนข้อมูลผู้ใช้และ Microsoft Office จะไม่มี dialogs แจ้งเตือนใด ๆ เกี่ยวกับไฟล์ที่เปิด
คำเเนะนำในการป้องกันมัลแวร์
หลีกเลี่ยงการเปิดเอกสารที่แนบมาจากอีเมลที่ไม่รู้จักและไม่ระบุชื่อ ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่ดีและอัพเดตอยู่เสมอ
ที่มา: Zdnet
พบช่องโหว่ Zero-Day ใหม่ระดับ ‘Critical’ ผู้ใช้ Firefox รีบแพตช์ด่วน
บริษัท Mozilla ได้เปิดตัวให้อัพเดตแพตช์ความปลอดภัยสำหรับ Firefox และ Firefox ESR เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยทำการแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ช่องโหว่ดังกล่าวจะอนุญาตให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายโจมตีเครื่องที่ใช้ Firefox เวอร์ชั่นก่อนหน้า 74.0.1 และ Firefox Extended Support Release 68.6.1 ช่องโหว่รายงานโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Francisco Alonso และ Javier Marcos ของ JMP Security
รายละเอียดช่องโหว่
CVE-2020-6819: เป็นช่องโหว่ use-after-free ที่เกิดจาก browser component ที่ชื่อ “nsDocShell destructor” โดย nsDocShell เป็น client ที่อยู่ใน nsI-HttpChannel API ที่เป็นฟังก์ชันของเบราว์เซอร์เพื่ออ่าน HTTP headers
CVE-2020-6820: เป็นช่องโหว่ use-after-free ในการจัดการ ReadableStream ที่เชื่อมต่อกับ Streams API
บริษัท Mozilla ได้แนะนำผู้ใช้ Firefox เวอร์ชั่น ก่อนหน้า 74.0.1 และ Firefox ESR เวอร์ชั่น 68.6.1ให้รีบอัพเดตแพตช์โดยด่วน
ที่มา: threatpost
Zoom ถูกปลอมโปรแกรมการติดตั้งเพื่อใช้แพร่กระจายมัลแวร์
TrendMicro ได้รายงานว่าพบการเเพร่กระจายของตัวโปรแกรมติดตั้งไคลเอนต์ Zoom ที่แฝงมาพร้อมกับมัลแวร์เช่น Coinminers, Remote Access Trojans ในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ
TrendMicro ยังได้กล่าวว่าพบตัวติดตั้งไคลเอนต์ที่ถูกต้องของ Zoom ที่มาพร้อมกับมัลแวร์ Coinminer ถูกใช้เพื่อล่อลวงผู้ใช้ที่ต้องการติดตั้งซอฟต์แวร์ แต่ไฟล์การติดตั้งที่ผู้ใช้ดาวน์โหลดนี้ไม่ได้มาจากเว็บไซต์ทางการของ Zoom
เมื่อทำการติดตั้งไคลเอนต์เสร็จเรียบร้อย มัลแวร์นี้จะพยายามใช้ GPU และ CPU เพื่อทำการขุดหา Monero Cryptocurrency ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์ช้าลงและทำให้คอมพิวเตอร์เกิดความร้อนที่มากเกินไปซึ่งอาจเป็นที่มาทำให้ฮาร์ดแวร์เสียหายได้
ยังมีโปรแกรมติดตั้งไคลเอนต์ Zoom ตัวอื่นจะแฝงมัลแวร์ njRAT Remote Access Trojan หรือที่รู้จักกันชื่อ Bladabindi ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของเหยื่อที่ติดไวรัส เเละสามารถขโมยข้อมูล, ถ่ายภาพหน้าจอด้วยกล้องเว็บแคมบนคอมพิวเตอร์หรือรันคำสั่งเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์อื่น ๆ
เพื่อเป็นแนวทางป้องกันให้ดาวน์โหลดไคลเอนต์ Zoom จากส่วนการดาวน์โหลดในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ Zoom.