กลุ่มแรนซัมแวร์ใช้ Microsoft Teams relays เพื่อซ่อนการเชื่อมต่อที่เป็นอันตราย

กลุ่มแรนซัมแวร์ DragonForce ได้ใช้มัลแวร์ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ และใช้ชื่อว่า Backdoor.Turn เพื่อใช้ในการซ่อนการรับส่งข้อมูลของ Command-and-Control ไว้ภายใน Relay Infrastructure ของ Microsoft Teams (more…)

พบช่องโหว่บน Microsoft Teams สำหรับ Android ที่ทำให้ผู้โจมตีขโมยข้อมูลสำคัญได้

Microsoft ได้เผยแพร่ข้อมูลช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญใน Microsoft Teams สำหรับ Android ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวได้รับหมายเลข CVE-2026-42835 และมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 โดยช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้โจมตีที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว สามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญผ่านระบบเครือข่ายได้ (more…)

Microsoft เตรียมยุติการใช้งาน Together Mode ใน Teams เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

 

Microsoft ได้ประกาศยกเลิกการใช้งานฟีเจอร์ “Together Mode” ออกจาก Microsoft Teams ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปยังการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยทำให้การประชุมสะดวกยิ่งขึ้น (more…)

พบช่องโหว่ใหม่บน Microsoft Teams บนระบบปฏิบัติการ Android ที่สามารถโจมตีแบบ Spoofing ได้

ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ถูกเปิดเผยล่าสุดใน Microsoft Teams บนระบบปฏิบัติการ Android ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถปลอมแปลงอุปกรณ์ภายในระบบได้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับองค์กร และผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มนี้สำหรับการสื่อสารในแต่ละวัน (more…)

พบปัญหา Microsoft Teams ขัดข้อง ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าประชุมได้ หลังอัปเดตเบราว์เซอร์ Edge เวอร์ชันล่าสุด

Microsoft กำลังเร่งตรวจสอบปัญหาที่ได้รับรายงาน ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้บางส่วนที่ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุม Microsoft Teams ได้ หลังจากมีการอัปเดตเบราว์เซอร์ Microsoft Edge เวอร์ชันล่าสุด โดยปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้พยายามเข้าถึงการประชุมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือเข้าร่วมผ่านลิงก์การประชุมที่ถูกแชร์มา ซึ่งเป็นสองช่องทางการเข้าใช้งานที่พบบ่อยที่สุดในเวิร์กโฟลว์การทำงานร่วมกันในองค์กร ทำให้ส่งผลกระทบต่อองค์กรต่าง ๆ รวมถึงองค์กรที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานของ NHSmail (more…)

ฟังก์ชันการวางโดยการคลิกขวาใน Microsoft Teams ใช้งานไม่ได้หลังจากอัปเดตเบราว์เซอร์ Edge

Microsoft Teams ยืนยันความผิดพลาดในโปรแกรมที่ทำให้การวางโดยการคลิกขวาใช้งานไม่ได้ สำหรับเวอชันเดสก์ท็อป (26072.519.4556.7438) ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS โดยทาง Microsoft ระบุว่า สาเหตุหลักเกิดจาก Code Regression ที่มาพร้อมกับการอัปเดตเบราว์เซอร์ Microsoft Edge เมื่อเร็ว ๆ นี้ (more…)

การโจมตีแบบฟิชชิ่งผ่าน Microsoft Teams มุ่งเป้าไปที่พนักงานด้วยมัลแวร์ A0Backdoor

พบผู้โจมตีได้มีการติดต่อพนักงานในองค์กรด้านการเงิน และสาธารณสุขผ่านทาง Microsoft Teams เพื่อหลอกให้เหยื่อยินยอมให้เข้าถึงระบบจากระยะไกลผ่านทาง Quick Assist และติดตั้งมัลแวร์ตัวใหม่ที่เรียกว่า A0Backdoor (more…)

Microsoft Teams เตรียมเพิ่มระบบแจ้งเตือนเกี่ยวกับการแอบอ้างชื่อแบรนด์ในระหว่างการโทร

Microsoft เตรียมจะเพิ่มฟีเจอร์ป้องกันการฉ้อโกงใหม่ในการโทรผ่าน Teams เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับผู้โทรจากภายนอกที่พยายามแอบอ้างเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการโจมตีแบบ Social Engineering

ฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่นี้มีชื่อว่า "Brand Impersonation Protection" โดยจะเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตให้กับกลุ่มผู้ใช้งานแบบ Targeted Release ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และจะถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น (more…)

แฮ็กเกอร์ใช้ช่องโหว่ของ Microsoft Teams เพื่อปลอมแปลงข้อความ และแก้ไขการแจ้งเตือน

ช่องโหว่ระดับ Critical ใน Microsoft Teams ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางการสื่อสารในที่มีผู้ใช้งานกว่า 320 ล้านคนทั่วโลก ทำให้ผู้โจมตีสามารถปลอมตัวเป็นผู้บริหาร และแก้ไขข้อความได้

ช่องโหว่เหล่านี้ (ปัจจุบัน Microsoft ได้แก้ไขไปแล้ว) สามารถทำให้ทั้งบุคคลภายนอก และบุคคลภายในสามารถปลอมแปลงตัวตนในการแชท, การแจ้งเตือน และการโทร ซึ่งอาจนำไปสู่การฉ้อโกง, การแพร่กระจายมัลแวร์ และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จได้

Check Point ได้เปิดเผยช่องโหว่นี้ต่อ Microsoft ในเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งปัญหาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความไว้วางใจในเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกัน สามารถถูกใช้เป็นอาวุธโดยผู้โจมตี ซึ่งมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการทำงานจากระยะไกล

Teams ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 ในฐานะส่วนหนึ่งของ Microsoft 365 ได้ผสานรวมการแชท, การประชุมทางวิดีโอ, การแชร์ไฟล์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้กลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจตั้งแต่ระดับสตาร์ทอัพไปจนถึงบริษัทในกลุ่ม Fortune 500

การตรวจสอบของ Check Point มุ่งเน้นไปที่สถาปัตยกรรมแบบ JSON ของเวอร์ชันเว็บ ซึ่งข้อความประกอบด้วยพารามิเตอร์ต่าง ๆ เช่น content, messagetype, clientmessageid และ imdisplayname

ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ในการแก้ไขข้อความโดยไม่ปรากฏ label กำกับว่า “Edited” ด้วยการใช้ clientmessageid ซ้ำ ซึ่งเปรียบเสมือนการเขียนข้อความใหม่โดยไม่ทิ้งร่องรอย

ส่วนการแจ้งเตือนก็สามารถถูกปลอมแปลงได้โดยการแก้ไขค่า imdisplayname ทำให้การแจ้งเตือนดูเหมือนว่าส่งมาจากผู้บริหารระดับสูง เช่น CEO ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจโดยสัญชาตญาณของผู้ใช้ที่มีต่อการส่งข้อความด่วน

ในการแชทส่วนตัว การแก้ไขหัวข้อการสนทนาผ่าน PUT endpoint จะเปลี่ยน displayName ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวตนของผู้ส่ง ดังที่แสดงในภาพหน้าจอก่อนและหลังของอินเทอร์เฟซที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป

การเริ่มต้นการโทรผ่าน POST /api/v2/epconv ทำให้สามารถปลอมแปลง displayName ในส่วนรายชื่อผู้เข้าร่วม ซึ่งเป็นการปลอมแปลงตัวตนของผู้โทรระหว่างการสนทนาด้วยเสียง หรือวิดีโอ

หนึ่งในช่องโหว่คือการปลอมแปลงการแจ้งเตือน ซึ่งมีหมายเลข CVE-2024-38197 โดยเป็นช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับปานกลาง (CVSS 6.5) ซึ่งส่งผลกระทบต่อ iOS เวอร์ชัน 6.19.2 และเวอร์ชันต่ำกว่า ซึ่งช่องข้อมูลผู้ส่งขาดการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเหมาะสม

สถานการณ์การโจมตีช่องโหว่ Microsoft Teams

ช่องโหว่เหล่านี้ทำลายความไว้วางใจที่มีต่อ Teams และทำให้มันกลายเป็นช่องทางในการหลอกลวงสำหรับกลุ่ม APTs, ผู้โจมตีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐฯ และอาชญากรไซเบอร์

บุคคลภายนอกสามารถแทรกซึมเข้ามาในฐานะบุคคลภายใน โดยปลอมตัวเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินเพื่อขโมยข้อมูลยืนยันตัวตน หรือส่งลิงก์ที่มีมัลแวร์ปลอมแปลงมาในรูปแบบคำสั่งจากผู้บริหาร

บุคคลภายในอาจขัดขวางการบรรยายสรุปด้วยการปลอมแปลงการโทร, สร้างความสับสนในการสนทนาที่ละเอียดอ่อน หรือเปิดช่องให้เกิดแผนการหลอกลวงทางอีเมล (BEC)

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง ได้แก่ การฉ้อโกงทางการเงิน โดยที่การแจ้งเตือนปลอมจาก CEO ที่สามารถหลอกให้เกิดการโอนเงิน, การละเมิดความเป็นส่วนตัวจากการสนทนาที่ถูกปลอมแปลงขึ้น และการจารกรรมข้อมูลผ่านประวัติการสนทนาที่ถูกแก้ไขในการโจมตีแบบ Supply Chain

ผู้โจมตี รวมถึงกลุ่มต่าง ๆ อย่าง Lazarus ได้มุ่งเป้าโจมตีแพลตฟอร์มเหล่านี้ด้วยวิธี social engineering มาอย่างยาวนาน ดังที่เห็นในรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการโจมตีผ่าน Teams ด้วย ransomware และการขโมยข้อมูล

ความง่ายดายในการใช้ช่องโหว่นี้ต่อเนื่องกัน เช่น การปลอมแปลงการแจ้งเตือนตามด้วยการโทรปลอม ยิ่งเพิ่มความอันตราย ซึ่งอาจหลอกลวงผู้ใช้ให้เปิดเผยความลับ หรือดำเนินการที่เป็นอันตราย

Check Point ได้เปิดเผยช่องโหว่เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2024 โดย Microsoft รับทราบปัญหาในวันที่ 25 มีนาคม และยืนยันการแก้ไขตามลำดับ

ช่องโหว่การแก้ไขข้อความได้รับการแก้ไขภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2024, ช่องโหว่การแก้ไขแชทส่วนตัวภายในวันที่ 31 กรกฎาคม, ช่องโหว่การแจ้งเตือน (CVE-2024-38197) ภายในวันที่ 13 กันยายน หลังจากแพตซ์อัปเดตในเดือนสิงหาคม และช่องโหว่การปลอมแปลงสายภายในเดือนตุลาคม 2025

ปัจจุบันช่องโหว่ทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ นอกจากการอัปเดต อย่างไรก็ตาม องค์กรควรมีการป้องกันหลายชั้น, ใช้การตรวจสอบแบบ zero-trust สำหรับข้อมูล identities และอุปกรณ์, ใช้ระบบป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงเพื่อสแกน payloads ใน Teams, บังคับใช้นโยบายการป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) และฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการตรวจสอบแบบ out-of-band สำหรับคำขอที่มาจากผู้บริหารระดับสูง

การคิดแบบ Critical thinking ยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจสอบการสื่อสารที่น่าสงสัยเสมอ แม้ว่าจะมาจากแหล่งที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม ในขณะที่เครื่องมือการทำงานร่วมกันพัฒนาขึ้น การรักษาความไว้วางใจของมนุษย์ก็มีความสำคัญเทียบเท่ากับการแก้ไขโค้ดเช่นเดียวกัน

ที่มา : cybersecuritynews

โปรแกรมติดตั้ง Microsoft Teams ปลอมแพร่กระจายมัลแวร์ Oyster ผ่าน Malvertising

แฮ็กเกอร์ใช้เทคนิค SEO poisoning และโฆษณาบนเครื่องมือค้นหา เพื่อหลอกผู้ใช้ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมติดตั้ง Microsoft Teams ปลอม ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะติดตั้งมัลแวร์ Oyster ซึ่งเป็น backdoor บนระบบ Windows ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรในเบื้องต้นได้

(more…)