Palo Alto Networks Patches Many Vulnerabilities in PAN-OS

Palo Alto Networks ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ใน PAN-OS ชุดใหญ่

Palo Alto Networks ได้ทำการแจ้งข้อมูลการแก้ไขช่องโหว่จำนวนมากให้ลูกค้ารับทราบโดยการแก้ไขช่องโหว่นั้นอยู่ในผลิตภัณฑ์ PAN-OS ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ Next-Generation Firewall ของบริษัท

ช่องโหว่ที่น่าสนใจและมีความร้ายแรงที่สุดคือ CVE-2020-2018 (CVSSv3 9) เป็นช่องโหว่ที่จะช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบการจัดการ Panorama management system และทำให้ห้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงการจัดการบนไฟร์วอลล์ได้ โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบได้เเก่ PAN-OS 7.1 เวอร์ชันก่อนหน้า 7.1.26, PAN-OS 8.1 เวอร์ชั่นเก่ากว่า 8.1.12, PAN-OS 9.0 เวอร์ชันก่อนหน้า 9.0.6 และ PAN-OS 8.0 ทุกรุ่น

ช่องโหว่ CVE-2020-2012 (CVSSv3 7.5) ซึ่งเป็นช่องโหว่ XXE เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถเข้าถึงอินเตอร์เฟส Panorama และสามารถอ่านไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาตในระบบ โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบได้เเก่ PAN-OS Panorama 9.0, 8.1, 8.0, 7.1

ช่องโหว่ CVE-2020-2011 (CVSSv3 7.5) เป็นช่องโหว่ซึ่งทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถทำปฏิเสธการให้บริการ (DoS) บนเซอร์วิสของ PAN-OS Panoram ทั้งหมดโดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบได้เเก่ PAN-OS Panorama 9.0, 8.1, 8.0, 7.1

ข้อเเนะนำ
ผู้ใช้ PAN-OS เวอร์ชัน 9.1, 9.0, 8.1 ควรทำการอัพเดตเเพตซ์ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุดเพือป้องกันผลกระทบของช่องโหว่ ผู้ใช้งาน PAN-OS เวอร์ชัน 8.0 จะไม่ได้รับการรอัพเดตเเพตซ์เนื่องจากจะหมดอายุการใช้งานในวันที่ 31 ตุลาคม 2019 สำหรับเวอร์ชัน 7.1 จะรองรับการใช้งานจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2020

ที่มา: securityweek

New Microsoft 365 sign-in pages already spoofed for phishing

แคมเปญฟิชชิงที่ปลอมแปลงหน้าลงชื่อเข้าใช้ Microsoft 365

ATP Office 365 ได้เปิดเผยถึงข้อมูลแคมเปญฟิชชิงที่ผู้ไม่หวังดีเริ่มทำการปลอมแปลงหน้าลงชื่อเข้าใช้ของ Azure AD และ Microsoft 365 รูปแบบใหม่หลังจาก Microsoft ได้ทำการอัปเดตหน้าลงชื่อเข้าใช้ใหม่ประมาณสามเดือนที่ผ่านมา

การปรับปรุงหน้าลงชื่อเข้าใช้ของ Microsoft นั้นต้องการลดความต้องการแบนด์วิดท์ที่จำเป็นสำหรับการโหลดหน้าลงชื่อเข้าใช้ Azure AD และ Microsoft 365 และหวังให้ผู้ใช้เห็นความเเตกต่างจากเว็บไซต์ฟิชชิ่งที่ไม่ได้ทำการปรับปรุงหน้าชื่อเข้าใช้

เเต่จากการเปิดเผยข้อมูลของ ATP Office 365 นั้นพบว่าผู้โจมตีที่ได้ทำการปรับปรุงหน้าลงชื่อเข้าใช้ของ Azure AD และ Microsoft 365 เป็นรูปแบบใหม่ด้วย นั้นทำให้ผู้โจมตีมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยทำให้ผู้โจมตีสามารถหลอกล่อเหยื่อให้การเปิดไฟล์ที่แนบและทำให้สามารถรีไดเร็คไปหน้า Landing Page ฟิชชิ่งที่ทำการลอกเลียนแบบหน้าลงชื่อเข้าใช้ Azure AD และ Microsoft 365

Microsoft ได้เเนะนำให้ผู้ใช้ทำการตรวจสอบเเหล่งที่มาของอีเมลที่เปิดอ่านและทำการตรวจสอบทุกครั้งที่เปิดหน้า Landing Page ลงชื่อเข้าใช้เพื่อป้องกันการฟิชชิงข้อมูลของผู้ใช้

ที่มา : bleepingcomputer

Improper Microsoft Patch for Reverse RDP Attacks Leaves 3rd-Party RDP Clients Vulnerable

Microsoft ยังทำการเเก้ไขเเพตซ์ CVE-2019-0887 (RCE RDP) ได้ไม่สมบูรณ์อาจเสี่ยงต่อผู้ไม่หวังดีใช้ช่องโหว่เพื่อทำการโจมตี

Microsoft ออกมายอมรับการแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ CVE-2019-0887 ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโจมตีจากระยะไกลบน Remote Desktop Services (RDP) ที่ได้ทำการปล่อยเเพตซ์การเเก้ไขไปเมื่อกรกฎาคม ปี 2019 นั้นไม่สมบูรณ์ เนื่องจากพบว่านักวิจัยได้ทำการค้นพบการ bypass แพตซ์ด้วยเครื่องหมาย “/” และ “\” หลังได้รับรายงาน Microsoft จึงได้ทำการอัพเดตเเพต์การเเก้ไขช่องโหว่ใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ถูกติดตามเป็น CVE-2020-0655

นักวิจัยจาก Check Point เปิดเผยว่า Microsoft ได้ทำการแก้ไขปัญหาด้วยการเพิ่ม API ฟังก์ชั่น “PathCchCanonicalize” นักวิจัยยังค้นพบว่าการเเก้ไขช่องโหว่นั้นยังไม่สมบูรณ์และยังอาจมีความเสี่ยงจากผู้ไม่หวังดีใช้ช่องโหว่ Path Traversal Attack ซึ่งผู้ไม่หวังดีใช้ประโยชน์จาก Clipboard Redirection ในขณะที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ RDP ที่ถูกบุกรุกผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ Clipboard RDP ที่ใช้ร่วมกันเพื่อส่งไฟล์ที่เป็นอันตรายไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้

นักวิจัยจาก Check Point ยังกล่าวอีกว่าช่องโหว่ CVE-2019-0887 นี้มีผลกับการเชื่อมต่อ RDP เฉพาะบน Windows เท่านั้นไม่มีผลกับ macOS

ขณะนี้ยังไม่มีการอัพเดตการเเก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวจาก Microsoft

ที่มา: thehackernews

New Ramsay malware can steal sensitive documents from air-gapped networks

มัลแวร์ชนิดใหม่ “Ramsay” สามารถขโมยข้อมูลจากเครือข่าย Air-Gapped ได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากบริษัท ESET ได้ประกาศว่าพวกเขาค้นพบมัลแวร์ที่ชื่อ “Ramsay” ซึ่งมีคุณสมบัติในการแพร่กระจายตัวในพื้นที่ Air-gapped โดยมัลแวร์มีจุดประสงค์ในการเก็บรวบรวมและทำการขโมยข้อมูลบนไฟล์เอกสาร Word และเอกสารสำคัญอื่น ๆ

Air-gapped คือมาตรการทางด้านความมั่นคงและปลอดภัยที่จะแยกโซนคอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลลับออกไป โดยคอมพิวเตอร์อาจไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือ LAN และมักถูกใช้ในธุรกิจหรือองค์กรสำคัญเช่น รัฐบาล, หน่วยงานการทหารหรือองค์กรทางการเงิน ดังนั้นการเข้าถึงเครื่องใน Air gap อาจต้องผ่าน USB หรือจุดเชื่อมต่อที่กำหนดไว้

ESET กล่าวว่ามัลแวร์ Ramsay ในขณะนี้มีอยู่สามเวอร์ชันคือ Ramsay v1, v2.a และ v2.b ซึ่งแต่ละเวอร์ชันมีความแตกต่างกันแต่หน้าที่หลักของ Ramsay คือการสแกนคอมพิวเตอร์และรวบรวมเอกสาร Word, PDF และ ZIP ในโฟลเดอร์ที่เก็บข้อมูล โดยผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งข้อสังเกตว่า Ramsay อาจใช้ประโยชน์จาก CVE-2017-0199 และ CVE-2017-11882 ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เรียกใช้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้นักวิจัยยังไม่ได้ระบุแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการของ Ramsay แต่นักวิจัยเชื่อว่ามัลแวร์ Ramsay นี้มีความคล้ายคลึงกับ Retro ซึ่งเป็นสายพันธุ์มัลแวร์ที่พัฒนาโดย DarkHotel กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีใต้

ที่มา: zdnet

Adobe addresses critical issues in Acrobat, Reader, and DNG SDK

Adobe เเก้ไขช่องโหว่ระดับ "Critical" ใน Adobe Acrobat, Reader, และ DNG SDK

Adobe ได้เผยแพร่แพตซ์ปรับปรุงด้านความปลอดภัยสำหรับ Adobe Acrobat, Reader และ Adobe DNG Software Development Kit ซึ่งได้แก้ไขช่องโหว่เป็นจำนวน 36 รายการโดยมีช่องโหว่ระดับ Critical อยู่ 16 รายการ

Adobe Acrobat และ Reader ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่ทั้งหมด 24 รายการ โดยการแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical เป็นจำนวน 12 รายการโดยช่องโหว่ที่น่าสนใจมีดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-9612 ช่องโหว่ทำการรันโค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต
ช่องโหว่ CVE-2020-9615 ช่องโหว่ Bypass คุณลักษณะความปลอดภัย
ช่องโหว่ CVE-2020-9611 ช่องโหว่ปฏิเสธการให้บริการบนแอพพลิเคชั่น (DoS)
Adobe DNG Software Development Kit สำหรับ Windows และ macOS ทำการแก้ไขช่องโหว่ทั้งหมด 12 รายการ โดยเป็นช่องโหว่การรันโค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาตถูกติดตามเป็น CVE-2020-9589, CVE-2020-9590, CVE-2020-9620 และ CVE-2020-9621

ผู้ใช้งาน Adobe Acrobat และ Adobe Reader ควรทำการอัพเดตแพตซ์ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุดเพื่อแก้ไขช่องโหว่ สำหรับผู้ใช้งาน Adobe DNG Software Development Kit ควรทำการอัพเดตเป็นเวอร์ชัน 1.5.1

ที่มา: bleepingcomputer

เรียนเชิญเข้าร่วมรับฟังเนื้อหาความรู้ผ่าน Webinar หัวข้อ “เพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองภัยคุกคามแบบ End to End Security”

เรียนทุกท่าน
บริษัทไอ-ซีเคียวร่วมกับ บริษัทเอ็นฟอร์ซซีเคียว และ บริษัทพาโลอัลโต้เน็ตเวิร์ค
ขอเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าร่วมรับฟังสัมนาออนไลน์ผ่าน webinar ในหัวข้อ
"เพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองภัยคุกคามแบบ End to End Security"
ในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 13:30 - 14:30 @ Video Conferencing สนใจรับฟังเชิญ ลงทะเบียน

Microsoft May 2020 Patch Tuesday fixes 111 vulnerabilities

Microsoft Patch Tuesday ประจำเดือนพฤษภาคมทำการเเก้ไขช่องโหว่ 111 รายการ

Microsoft ได้เปิดตัวเเพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยประจำเดือนพฤษภาคมซึ่งในเดือนนี้ Microsoft ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่ 111 รายการแบ่งเป็นช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 16 รายการ และระดับ Important จำนวน 96 รายการใน 12 ผลิตภัณฑ์ได้เเก่ Windows, Edge, IE, Office, Visual Studio, Dynamics, .NET และ Power BI

ช่องโหว่ที่น่าสนใจและสามารถเป็นช่องทางให้โจมตีนำไปใช้ในอนาคตได้เเก่

ช่องโหว่ CVE-2020-1023 , CVE-2020-1024 และ CVE-2020-1102 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดทำการระยะไกลใน Microsoft SharePoint
ช่องโหว่ CVE-2020-1067 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดทำการโจมตีจากระยะไกลบน Windows OS
ช่องโหว่ CVE-2020-1064 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดทำการโจมตีจากระยะไกลบน MSHTML
ช่องโหว่ CVE-2020-1096 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดทำการโจมตีจากระยะไกลบน Microsoft Edge PDF
ช่องโหว่ CVE-2020-1051, CVE-2020-1174, CVE-2020-1175 และ CVE-2020-1176 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดทำการโจมตีจากระยะไกลบน Microsoft Jet Database Engine
ทั้งนี้ผู้ใช้งาน Windows 10, Windows RT 8.1 สามารถทำการอัพเดตได้ผ่าน Windows Update สำหรับผู้ใช้งาน Windows 7, Windows Server 2008 R2 หรือ Windows Server 2008 จำเป็นต้องซื้อ Extended Security Update (ESU) ก่อนทำการอัพเดต

ที่มา : zdnet

Ransomware Hit ATM Giant Diebold Nixdorf

Diebold Nixdorf ถูกแรนซัมแวร์โจมตีระบบ ATM ทำให้เกิดปัญหาขัดข้องชั่วคราว

Diebold Nixdorf ผู้ให้บริการเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) และเทคโนโลยีการชำระเงินให้กับธนาคาร ประสบปัญหาถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ทำให้การดำเนินงานบางอย่างหยุดชะงักและการโจมตีนั้นส่งผลกระทบต่อเครือภายในข่ายขององค์กร

Diebold กล่าวว่าวันเสาร์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทได้ค้นพบพฤติกรรมผิดปกติในเครือข่ายขององค์กรโดย Diebold ได้ทำการตอบสนองการโจมตีโดยการตัดการเชื่อมต่อระบบในเครือข่ายทันที ส่งผลกระทบต่อบริการของลูกค้ากว่า 100 รายของบริษัท

Diebold ได้ทำการการสอบสวนและระบุว่าผู้บุกรุกทำการติดตั้ง ProLock แรนซัมแวร์ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเป็นสายพันธุ์แรนซัมแวร์เดียวกันกับ “ PwndLocker ” ซึ่งแรนซัมแวร์ที่ว่านี้ได้ทำการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ที่ลาซาลเคาน์ตี้รัฐอิลลินอยส์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

Fabian Wosar ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Emsisoft ได้เสนอช่วยเหลือ Diebold ในการถอดรหัสไฟล์โดย Emsisoft ได้สร้างเครื่องมือเพื่อถอดรหัสและสามารถกู้คืนไฟล์ที่ ProLock โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ผู้ที่ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ ProLock และอยากจะกู้ไฟล์คืนสามารถเข้าไปใช้งานฟรีได้ที่ https://www.

An Undisclosed Critical Vulnerability Affect vBulletin Forums — Patch Now

พบช่องโหว่ vBulletin Forum ที่มีความรุนเเรงระดับ "Critical" ผู้ใช้ควรอัพเดตด่วน

โครงการ vBulletin ได้ออกประกาศแพทช์การเเก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับความรุนเเรง "Critical" ใน vBulletin ช่องโหว่ได้รับการรายงานโดย Charles Fol วิศวกรด้านความปลอดภัยของ Ambionics Security ซึ่ง Charles จะแชร์รายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่นี้ในการประชุม SSTIC infosec ที่จะจัดต้นเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

ช่องโหว่ถูกติดตามและระบุเป็น CVE-2020-12720 เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากข้อบกพร่องในการควบคุมการเข้าถึงที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับ vBulletin เวอร์ชันก่อน 5.5.6pl1, 5.6.0 เวอร์ชันก่อน 5.6.0pl1 และ 5.6.1 เวอร์ชันก่อน 5.6.1pl1 ทั้งนี้ผู้ใช้งาน vBulletin 5 Connect เวอร์ชันก่อนหน้า 5.5.2 ควรจะทำการอัพเดตแพตซ์เร็วที่สุด

สำหรับผู้ดูแลระบบให้ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งแพตช์ดังนี้

vBulletin เวอร์ชันก่อน 5.5.6pl1 ให้ทำการอัพเดตแพทช์ 5.5.6 แพทช์ 1
vBulletin เวอร์ชันก่อน 5.6.0pl1 ให้ทำการอัพเดตแพทช์ 5.6.0 แพทช์ 1
vBulletin เวอร์ชันก่อน 5.6.1pl1 ให้ทำการอัพเดตแพทช์ 5.6.1 แพทช์ 1

ที่มา: thehackernews

DigitalOcean Data Leak Incident Exposed Some of Its Customers Data

ข้อมูลลูกค้าบางส่วนของ DigitalOcean รั่วไหลสู่อินเตอร์เน็ต

DigitalOcean ผู้ให้บริการคลาวด์และเว็บโฮสติ้งได้ออกมาเตือนลูกค้าว่าข้อมูลของลูกค้าบางส่วนรั่วไหลสู่อินเตอร์เน็ตและคาดว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 1% ของฐานลูกค้า

เหตุการณ์การรั่วไหลของข้อมูลเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อของ DigitalOcean ซึ่งเผลอทิ้งเอกสารไว้ภายในอินเทอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านใด ๆ โดยเอกสารนั้นมีข้อมูลที่อยู่, อีเมลหรือชื่อบัญชีรวมถึงข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับบัญชีเช่น Droplet, แบนด์วิดท์, บันทึกต่าง ๆ ของบัญชีผู้ใช้และจำนวนเงินที่จ่ายในปี 2018 จากการตรวจสอบไฟล์ที่รั่วไหลนั้นพบว่ามีบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับอนุญาตทำการเข้าถึงแล้ว 15 ครั้งก่อนที่เหตุการณ์จะถูกเปิดเผย

ทั้งนี้ผู้ใช้งาน DigitalOcean เพื่อให้มั่นใจว่าบัญชีของคุณจะได้รับความปลอดภัย ผู้ใช้งานควรทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดและเปิดใช้งาน Two-Factor Authentication เพื่อป้องกันการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา : thehackernews