พบมัลแวร์ชนิดใหม่ที่กำหนดเป้าหมายไปยังซูเปอร์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ทั่วโลก

ทีม Cybersecurity จาก ESET ได้เปิดเผยถึงการค้นพบมัลแวร์ที่มีชื่อว่า “Kobalos” ซึ่งกำหนดเป้าหมายการโจมตีไปยังซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ถูกใช้โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ในเอเชีย (Internet Service Provider - ISP), ผู้จัดจำหน่าย Endpoint Security ในประเทศสหรัฐอเมริกาและเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวจำนวนหนึ่ง

Kobalos เป็นมัลแวร์ที่มีโค้ดเบสขนาดเล็กแต่มีความซับซ้อน ซึ่งมัลแวร์จะส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการ Linux, BSD, SolarisI, IBM AIX และ Microsoft Windows ด้วย

ทีม Cybersecurity จาก ESET ได้ร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์จาก CERN ในการทำ Reverse engineering มัลแวร์ Kobalos พบว่ามัลแวร์ได้กำหนดเป้าหมายไปที่คลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High Performance Computer - HPC) โดยในบางกรณีของการติดไวรัสจะพบมัลแวร์ 'sidekick' ถูกใช้ในการลักลอบเชื่อมต่อกับ SSH เซิร์ฟเวอร์เพื่อขโมยข้อมูล Credentials ที่ใช้ในการเข้าถึงคลัสเตอร์ HPC และจะปรับใช้มัลแวร์ Kobalos

เมื่อมัลแวร์เข้าสู่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แล้วโค้ดจะถูกฝังในเซิร์ฟเวอร์ OpenSSH ที่จะทำให้เรียกใช้งานได้ผ่านพอร์ตเฉพาะ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำหรับการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์แบบ Command-and-Control (C&C) นอกจากนี้ Kobalos ยังมีความสามารถในการเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกให้เป็นเซิร์ฟเวอร์ (C&C) ของผู้ประสงค์ร้ายอีกด้วย

ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบ HPC ควรทำการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์อยู่เป็นประจำและจำกัดการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ โดยการกำหนดเฉพาะ IP ที่อนุญาตพิเศษเท่านั้นถึงจะเข้าสู่ระบบได้ เพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ความสามารถของมัลแวร์ในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา: zdnet.

นักวิจัยด้านความปลอดภัยค้นพบแคมเปญฟิชชิ่งที่ใช้คำสั่ง Finger เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์

Kirk Sayre นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยถึงการค้นพบแคมเปญฟิชชิ่งที่ใช้คำสั่ง Finger เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์ MineBridge บนอุปกรณ์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

คำสั่ง "Finger" เป็นยูทิลิตี้ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูรายชื่อและข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ได้จากระยะไกล ซึ่งในเดือนกันยายน 2020 ทีผ่านมา ได้มีนักวิจัยด้านความปลอดภัยออกรายงานถึงการค้นพบวิธีใช้ Finger เป็น Living-off-the-Land binaries (LOLBINS) เพื่อดาวน์โหลดมัลแวร์จากคอมพิวเตอร์ระยะไกล

FireEye ได้ออกรายงานเกี่ยวกับมัลแวร์ MineBridge หลังจากพบแคมเปญฟิชชิ่งจำนวนมากที่กำหนดเป้าหมายไปยังองค์กรในเกาหลีใต้ โดยใช้อีเมลฟิชชิ่งที่มีเอกสาร Word ที่เป็นอันตรายและมีเนื้อหาเป็นประวัติย่อของผู้สมัครงาน เมื่อเหยื่อคลิกที่ปุ่ม "Enabled Editing" หรือ "Enable Content" โค้ดมาโครที่อยู่ภายในเอกสารที่เป็นอันตรายจะทำงาน และจะมีการใช้คำสั่ง Finger เพื่อดาวน์โหลด Certificate ที่เข้ารหัส Base64 จากเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลของผู้ประสงค์ร้าย จากนั้น Certificate ที่ถูกดาวน์โหลดจะถูกถอดรหัสและจะถูกเรียกใช้เพื่อดาวน์โหลดมัลแวร์ MineBridge และ DLL ที่เป็นอันตรายของ MineBridge บนเครื่องของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการตกเป็นเหยื่อ ผู้ใช้ควรระมัดระวังในการเปิดเอกสารที่แนบมากับอีเมล หรือคลิกลิงก์ในอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก

ที่มา: bleepingcomputer

เตือนภัย! Android banking trojan ชนิดใหม่ “Ghimob” มุ่งเป้าขโมยข้อมูลและสอดแนมผู้ใช้ Android

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Kaspersky ได้รายงานถึงการค้นพบ Android banking trojan ชนิดใหม่ที่สามารถสอดแนมและขโมยข้อมูลจากแอปพลิเคชันของผู้ใช้ Android ได้ โดยหลังจากนักวิจัยพบจำนวนแอปพลิเคชัน 153 แอปพลิเคชันที่มีอันตรายและนักวิจัยได้เรียกโทรจันชนิดนี้ว่า Ghimob

นักวิจัยกล่าวว่า Ghimob เป็นโทรจันได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มเดียวกันที่อยู่เบื้องหลังมัลแวร์ Windows Astaroth หรือ Guildma การตรวจพบเกิดจากทีมนักวิจัยได้รับข้อเสนอให้ทำการดาวน์โหลด Android ที่เป็นอันตรายบนเว็บไซต์เเห่งหนึ่งและเมื่อทำการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานพบว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ก่อนหน้านี้ถูกใช้โดยกลุ่มมัลแวร์ Astaroth (Guildama)

แอปที่อยู่ภายในเว็บไซต์พบว่ามีการเลียนแบบแอปและแบรนด์ที่เป็นทางการโดยมีชื่อเช่น Google Defender, Google Docs, WhatsApp Updater หรือ Flash Update หากผู้ใช้ประมาทและทำการติดตั้งแอป ถึงแม้จะมีคำเตือนที่แสดงบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ก็ตาม แอปที่เป็นอันตรายเหล่านี้จะร้องขอการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการติดไวรัสและถ้าหากได้รับอนุญาต แอปจะค้นหาข้อมูลภายในโทรศัพท์ที่ติดไวรัสเพื่อดูรายการแอปของผู้ใช้ จากนั้นจะแสดงหน้าล็อกอินปลอมเพื่อพยายามขโมยข้อมูล Credential ของผู้ใช้ ซึ่งหลังจากความพยายามฟิชชิงข้อมูลสำเร็จข้อมูล Credential ที่รวบรวมไว้ทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปยังกลุ่ม Ghimob ซึ่งจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการเข้าถึงบัญชีของเหยื่อและเริ่มทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

นักวิจัยยังกล่าวอีกว่าแอปที่แฝงมัลแวร์ Ghimob ไว้นั้นได้กำหนดเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นของธนาคารในบราซิล , เยอรมนี, โปรตุเกส, เปรู, ปารากวัย, แองโกลาและโมซัมบิก และยังได้เพิ่มเป้าหมายไปยังแอปพลิเคชันที่มีเกี่ยวข้องกับ cryptocurrency exchange เพื่อพยายามเข้าถึงบัญชีสกุลเงินดิจิทัล

ทั้งนี้ผู้ใช้ Android ควรมีระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากเเหล่งที่ไม่รู้จักเพื่อเป็นการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์

ที่มา: zdnet.

กลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ปลอมโฆษณาปล่อย Microsoft Teams ปลอมฝังแบ็คดอร์

ไมโครซอฟต์มีการแจ้งเตือนแบบไม่เป็นสาธารณะในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาถึงพฤติกรรมของกลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ใช้วิธีการแพร่กระจายในลักษณะ Fake Update ของโปรแกรม Microsoft Teams ฝังแบ็คดอร์ โดยมีการทำโฆษณาปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อดาวโหลดด้วย

พฤติกรรมการใช้ Fake Update นั้นเป็นพฤติกรรมในการแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่ DoppelPaymer ตั้งแต่ปี 2019 อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมา พฤติกรรมดังกล่าวนี้ถูกใช้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WastedLocker มากกว่า

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและดาวโหลดแอปพลิเคชันปลอม แบ็คดอร์ที่ฝังเอาไว้ในโปรแกรมปลอมจะถูกติดตั้งและสร้างช่องทางกลับไปหาระบบของผู้โจมตี จากข้อมูลของไมโครซอฟต์ ผู้โจมตีมีการใช้ช่องโหว่ ZeroLogon ในการยกระดับสิทธิ์และทำ lateral movement ด้วย

ไมโครซอฟต์ออกคำแนะนำให้ใช้เบราว์เซอร์ซึ่งมีความสามารถในการตรวจสอบไฟล์ที่เป็นอันตราย จำกัดสิทธิ์และตั้งค่าความปลอดภัยใน active directory ให้เหมาะสมและลด attach surface ออกจากระบบด้วยการ hardening

ที่มา: bleepingcomputer.

ช่องโหว่ใน Google Drive สามารถทำให้ผู้โจมตีหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งมัลแวร์ได้

Nikoci นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยช่องโหว่ใน Google Drive ที่สามารถทำให้ผู้โจมตีหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งมัลแวร์ได้ หลังพบผู้ใช้ได้รับผลกระทบจากการดาวน์โหลดไฟล์ที่มีมัลแวร์ซ่อนอยู่

ช่องโหว่ของ Google Drive ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้นทำให้ผู้โจมตีสามารถเผยแพร่มัลแวร์ผ่าน Google Drive โดยผู้ประสงค์ร้ายสามารถใช้เมนู "Manage versions" โดยมีขั้นตอนเพียงแค่ทำการอัปโหลดไฟล์ปกติลงบน Google Drive ก่อนและหลังจากนั้นทำการอัปเดตไฟล์ใหม่ด้วยไฟล์ที่เป็นอันตรายที่มีชื่อเดียวกันเเทนไฟล์ที่ทำการอัปโหลดครั้งเเรกผ่าน "Manage versions"

จุดอ่อนของฟีเจอร์นี้อยู่ในข้อเท็จจริงที่ Google Drive จะไม่ตรวจสอบว่าไฟล์ที่อัปโหลดไปใหม่นั้นเป็นไฟล์ชนิดเดียวกันหรือไม่ ทำให้ผู้โจมตีสามารถซ่อนมัลแวร์ได้อย่างแนบเนียนและทำการกระจายมัลแวร์ไปสู่เป้าหมาย โดยช่องโหว่นี้แฮกเกอร์สามารถปรับใช้เทคนิค Spear-phishing attack เพื่อหลอกผู้ใช้ให้ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟเเวร์ผ่านทาง Google Drive โดยไฟล์ดังกล่าวอาจเป็นไฟล์ที่่มีมัลแวร์ซ่อนอยู่

ปัจจุบัน Google ยังไม่ได้แก้ปัญหานี้ ในขณะเดียวกันเว็บเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome ก็มักจะเชื่อถือไฟล์ที่ดาวน์โหลดจาก Google Drive แม้ว่าไฟล์จะถูกตรวจพบโดยซอฟต์แวร์ Antivirus ตัวอื่นๆ ว่าเป็นอันตรายก็ตาม

คำแนะนำ: ก่อนที่จะดาวน์โหลดไฟล์ควรตรวจสอบที่มาของไฟล์ก่อนโหลด ทั้งนี้ควรทำการสแกนและอัปเดตฐานข้อมูล Antivirus อยู่เสมอเพื่อป้องกันมัลแวร์ที่อาจถูกซ่อนอยู่ในไฟล์

ที่มา: thehackernews.

CISA ออกแจ้งเตือนโทรจันใหม่จากกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ “BLINDINGCAN” พุ่งเป้าหน่วยงานทางการทหาร US

หน่วยงาน Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ออกมาแจ้งเตือนเกี่ยวกับโทรจันใหม่ซึ่งเชื่อมโยงกับการโจมตีโดยกลุ่มแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือภายใต้ชื่อ BLINDINGCAN โดยมัลแวร์ดังกล่าวพุ่งเป้าโจมตีหน่วยงานทางการทหาร การบินและอวกาศของสหรัฐฯ

มัลแวร์ BLINDINGCAN เชื่อมโยงกับปฏิบัติการการโจมตีชื่อ North Star ซึ่งถูกตรวจพบโดย McAfee และปฏิบัติการ DreamJob ซึ่งถูกตรวจพบโดย ClearSky โดยแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือจะมีการแอบอ้างและปลอมตัวเพื่อให้เป้าหมายหลงเชื่อและมีการส่งมัลแวร์ผ่านทางอีเมลไปยังเป้าหมาย (ดูรายละเอียดของทั้งสองปฏิบัติการได้จากลิงค์ท้ายข่าว)

มัลแวร์ BLIDINGCAN จะถูกติดตั้งเพื่อฝังตัวอยู่ในระบบเป้าหมายเพื่อให้ผู้โจมตีใช้มัลแวร์เป็นช่องทางในการเข้าถึงระบบเป้าหมาย โดยตัวมัลแวร์ยังมีคุณสมบัติของโทรจันที่ทำให้มันสามารถดำเนินการเกี่ยวกับไฟล์ รวมไปถึงเก็บข้อมูลต่างๆ ในระบบได้

ประกาศจาก CISA ได้มีการแนบข้อมูลตัวบ่งชี้ภัยคุกคามมาแล้วในลักษณะของ Malware Analysis Report รหัส AR20-232A ผู้ดูแลระบบสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อระบุหาการมีอยู่หรือป้องกันภัยคุกคามได้ทันที

ดูรายละเอียดตัวบ่งชี้ภัยคุกคามได้ที่ https://us-cert.

FBI และ NSA ร่วมออกรายงานแจ้งเตือนมัลแวร์ตัวใหม่ใน Linux “Drovorub” คาดถูกใช้โดยแฮกเกอร์ที่รัฐบาลรัสเซียหนุนหลัง

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา FBI และ NSA ได้มีการเปิดเผยการแจ้งเตือนซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน โดยเป็นการแจ้งเตือนและผลการวิเคราะห์มัลแวร์ตัวใหม่บน Linux "Drovorub" อ้างอิงจากรายงานของทั้งสองหน่วยงาน มัลแวร์ Drovorub ถูกตรวจจับว่ามีการใช้งานในการโจมตีจริงแล้ว และเชื่อมโยงกลับไปยังกลุ่มแฮกเกอร์ APT28 หรือ Fancy Bear ที่มีรัฐบาลรัสเซียหนุนหลัง

การวิเคราะห์มัลแวร์ Drovorub บ่งชี้ให้เห็นศักยภาพที่หลากหลายของมัลแวร์ ตัวมัลแวร์เองถูกออกแบบมาให้เป็น kernel module rootkit แต่ยังมีฟังก์ชันการทำงานเช่นเดียวกับโทรจันโดยทั่วไป อาทิ การรับส่งไฟล์และการสร้างช่องทางลับเพื่อการ pivoting ด้วยลักษณะของการเป็น rootkit ระดับ kernel มัลแวร์ Drovorub จะมีการซ่อนตัวเองจากความพยายามในการค้นหาโปรเซส, ไฟล์, socket หรือพฤติกรรมการทำงานต่างๆ ผ่านการ hook หรือเป็นลอจิคการทำงานของโปรแกรม เช่น เมื่อผู้ใช้งานมีการใช้คำสั่ง ps เพื่อดูรายการโปรเซส มัลแวร์ Drovorub จะทำการแก้ไขผลลัพธ์อยู่เบื้องหลังเพื่อทำให้โปรเซสที่เกี่ยวข้องกับมัลแวร์ไม่แสดงในผลลัพธ์ของคำสั่ง

นอกเหนือจากการวิเคราะห์การทำงาน รายงานร่วมของ FBI และ NSA ยังพูดถึงวิธีในการตรวจจับการทำงานของมัลแวร์ทั้งในมุม network และ endpoint รวมไปถึงการทำ memory analysis เพื่อตรวจหาการมีอยู่ของมัลแวร์ รวมไปถึงคำแนะนำจากทั้งสองหน่วยงานในการป้องกันและลดผลกระทบ ผู้ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากรายงานของ FBI และ NSA (media.

CISA ออกเเจ้งเตือนให้ระวังมัลเเวร์ QSnatch หลังพบอุปกรณ์ QNAP NAS จำนวน 62,000 ได้ติดมัลเเวร์แล้ว

หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐอเมริกาและโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) และศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCSC) ได้ออกแจ้งเตือนเกี่ยวกับการโจมตีด้วยมัลเเวร์ QSnatch ไปยังอุปกรณ์ QNAP NAS หลังพบทวีความรุนเเรงมากขึ้นจากการพบผู้ติดเชื้อจำนวน 7,000 เครื่องในเดือนตุลาคม 2562 ซึ่งปัจุบันนั้นพบว่าได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็น 62,000 เครื่องในปัจจุบัน

ในรายงานของ CISA และ NCSC ได้ระบุว่า QSnatch ถูกพบครั้งเเรกในปี 2014 โดยมัลเเวร์ QSnatch พุ่งเป้าไปที่ QNAP NAS โดยปัจจุบัน มิถุนายน 2563 มีอุปกรณ์ติดเชื้อประมาณ 62,000 เครื่องทั่วโลกซึ่งประมาณ 7,600 เครื่องอยู่ในสหรัฐอเมริกาและ 3,900 เครื่องอยู่ในสหราชอาณาจักรและจากการค้นพบล่าสุดพบว่ามัลเเวร์ QSnatch นั้นได้เพิ่มความสามารถดังนี้

สร้างการเข้าสู่ระบบของผู้ดูแลระบบอุปกรณ์ปลอมและทำการบันทึกข้อมูลหลังจากนั้นจะส่งต่อไปยังหน้าเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง
การสแกน Credential
SSH backdoor
Exfiltration
Webshell สำหรับการเข้าถึงระยะไกล

ทั้งนี้ CISA และ NCSC ยังไม่พบสาเหตุหรือช่องโหว่ที่มัลเเวร์ QSnatch ใช้ในการระบาด แต่ CISA และ NCSC ได้ระบุว่าเมื่อมัลแวร์ QSnatch เข้ามาสู่ระบบ มัลแวร์จะทำการ Inject เข้าสู่ Firmware เพื่อที่จะสามารถควบคุมอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์และจะทำการบล็อกฟีเจอร์การอัปเดต Firmware เพื่อทำการฝังตัวและเปิดช่องทางให้สามาถกลับเข้ามาใช้ช่องโหว่อีกครั้ง

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://us-cert.

เตือนภัย! Black Kingdom Ransomware โจมตีช่องโหว่ Pulse Secure VPN เพื่อแฮกระบบเครือข่ายและติดตั้งมัลแวร์

บริษัทผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ REDTEAM.PL จากประเทศโปแลนด์ ได้เปิดเผยถึงมัลแวร์ตัวใหม่จากกลุ่มผู้พัฒนา Black Kingdom Ransomware ซึ่งทำมีเป้าหมายการโจมตีเครือข่ายขององค์กรต่างๆ ด้วยช่องโหว่จาก Pulse Secure VPN (CVE-2019-11510) ที่ยังไม่ได้ทำการเเพตซ์ความปลอดภัยบนซอฟต์แวร์ Pulse Secure VPN

Black Kingdom Ransomware ถูกพบครั้งแรกในปลายเดือนกุมภาพันธ์โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย GrujaRS
โดยมัลแวร์จะเข้ารหัสไฟล์และเปลี่ยนนามสกุลของไฟล์เป็น .DEMON หลังจากเข้ารหัสไฟล์แล้วจะทิ้งโน๊ตหมายเหตุเรียกค่าไถ่การเข้ารหัสไฟล์ ซึ่งเป้นเงินจำนวน $10,000 หรือ 312,000 บาท

ข้อเเนะนำ
ผู้ใช้งานหรือผู้ดูแลระบบขององค์กรควรทำการตรวจสอบซอฟต์แวร์ Pulse Secure VPN และทำการอัปเดตเเพตซ์ความปลอดภัยเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดและควรระมัดระวังในการเปิดเอกสารหรือดาวน์โหลดไฟล์จากเเหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก เพื่อป้องกันการถูกโจมตีด้วย Ransomware

ทั้งนี้นักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ Black Kingdom Ransomware และ IOCs ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่: any.

มัลแวร์ตัวไหนกำลังเด่นๆ บ้าง?

ANY.RUN เว็บไซต์ที่ให้บริการวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงานของมัลแวร์ (Sandbox) ได้เผยแพร่ 15 อันดับของมัลแวร์ที่ถูกอัพโหลดเพื่อตรวจสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมี 3 อันดับแรก ดังต่อไปนี้

พบว่าอันดับ 1 ตกเป็นของ Agent Tesla มัลแวร์สาย Assassin ที่จะแฝงตัวเพื่อทำภารกิจสอดส่องพฤติกรรมการทำงานของผู้ใช้งาน และดักจับการพิมพ์ที่อาจเป็นรหัสผ่านบนเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อ เมื่อสบโอกาสก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปเผด็จศึก พบว่าไฟล์ของมัลแวร์อันดับต้นๆ ที่ถูกส่งมาตรวจสอบจะอยู่ในรูปแบบไฟล์ ZIP และ EXE ที่มีชื่อไฟล์เป็นพวกเอกสารการสั่งซื้อ เช่น Purchase Order (PO) หรือ Shipping Document เป็นต้น

(อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบล่าสุด พบว่าโดน Emotet เตะลงมาแล้ว)

อันดับที่ 2 ตกเป็นของ Emotet มัลแวร์สาย Alchemist ที่พบว่ามีการเล่นแร่แปรธาตุมักจะสอดแทรกความสามารถใหม่ตลอดเวลา จากการที่พบว่ามัลแวร์ตระกูลนี้จะหลายเวอร์ชั่นมาก ตั้งแต่ที่มีการพบครั้งแรกเมื่อปี 2014 โดยหลักๆ ตัวมันเองจะเป็นมัลแวร์ตั้งต้น (dropper) เพื่อไปดาวน์โหลดพรรคพวกตัวอื่นๆ เข้ามาต่อไป พบว่าตัวอย่างไฟล์ที่ถูกส่งมาให้ตรวจสอบก็ยังคงเป็นไฟล์เอกสาร Microsoft Office ที่มีการฝัง Macro ไว้ และเอกสารปลอมที่มีนามสกุลเป็น EXE ด้วย

(จุดที่น่าสังเกตคือ ถ้าดูตามสถิติโดยรวมทั้งหมดและล่าสุดแล้ว พบว่า Emotet ถูกจัดว่าเป็นอันดับ 1 ที่ถูกพบมากที่สุด)

อันดับที่ 3 พบว่าเป็น LokiBot มัลแวร์สาย Thief ที่มีจุดหมายเพื่อแฝงตัวเข้ามาขโมยข้อมูลออกไปเป็นหลัก ไม่ว่าจะ Web Browsers, FTP, E-mail และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่มีการใช้งานอยู่บนเครื่อง ก็อีกเช่นเดียวกันตัวอย่างไฟล์ที่พบว่าถูกส่งขึ้นมาตรวจสอบ หนีไม่พ้นไฟล์เอกสาร Microsoft Office ที่มีชื่อไฟล์เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับกระบวนการสั่งซื้อ เช่น Payment, Invoice และ Quotation เป็นต้น

จะเห็นว่าไฟล์มัลแวร์ที่ถูกส่งขึ้นมาตรวจสอบนั้นจะอยู่ในรูปแบบไฟล์เอกสาร หรือเหมือนว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร และมีชื่อไฟล์เพื่อหลอกให้เชื่อว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับกระบวนการสั่งซื้อ ดังนั้นหากคุณเป็นฝ่ายจัดซื้อ หรือฝ่ายบัญชีของบริษัท

คุณกำลังตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีอยู่นะ !!! ระวังตัวมากๆ นะครับ

ที่มา: https://any.