FBI แจ้งเตือนการโจมตีแคมเปญ FortiBleed ที่ทำให้ผู้ดูแลระบบไม่สามารถเข้าถึง FortiGate VPN ได้

FBI ได้ออกมาแจ้งเตือนว่ายังพบการโจมตีแคมเปญ FortiBleed อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเป้าหมายไปที่อุปกรณ์ Fortinet FortiGate Firewall และ SSL VPN Gateway ที่เปิดให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต และส่งผลให้ผู้ดูแลระบบไม่สามารถเข้าใช้งานระบบได้

ทั้งนี้ Hacker เข้าถึงอุปกรณ์เป้าหมายเหล่านี้โดยใช้ข้อมูล Login ที่รั่วไหลมาก่อนหน้านี้ หรือข้อมูลที่ได้จากบันทึกของมัลแวร์ infostealer รวมถึงการโจมตีแบบ Credential Stuffing และ Password Spraying

จากนั้น Hacker จะดึงข้อมูลการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมจากอุปกรณ์ที่ถูกโจมตี และใช้ระบบประมวลผลแบบกระจายศูนย์ที่ใช้ GPU ร่วมกับซอฟต์แวร์ Hashcat และ Hashtopolis เพื่อ crack ค่า hash ของรหัสผ่านที่ขโมยมา

ข้อมูลจาก FBI ระบุว่า "พบว่ากระบวนการโจมตีแบบ FortiBleed ถูกใช้เป็นช่องทางเริ่มต้นในการเข้าสู่ระบบสำหรับกลุ่ม Ransomware โดยกลุ่มที่ใช้แคมเปญนี้ในการโจมตี ได้แก่ INC/Lynx ransomware และ Payload ransomware"

เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่ส่งผลกระทบต่อเนื่อง

FortiBleed คือเหตุการณ์ข้อมูล Login ของ Fortinet รั่วไหลครั้งใหญ่ที่ถูกค้นพบในเดือนมิถุนายน 2026 เมื่อ Hacker เปิดเผยเซิร์ฟเวอร์ที่มีชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านแบบ plaintext ของ URL อุปกรณ์ไฟร์วอลล์จำนวน 73,932 รายการ ครอบคลุม 194 ประเทศโดยไม่ตั้งใจ

ข้อมูลดังกล่าวเผยให้เห็นถึงปฏิบัติการรวบรวมข้อมูล Login ขนาดใหญ่ แม้ในขณะนั้นจะยังไม่มีความชัดเจนว่าใช้วิธีการใดในการได้มาซึ่งข้อมูลการตั้งค่าระบบเหล่านั้น

ในเดือนกรกฎาคม 2026 ทาง SOCRadar ได้เชื่อมโยง FortiBleed เข้ากับปฏิบัติการของกลุ่ม INC และ Lynx ransomware หลังจากสามารถเข้าถึงหน้าต่างการเจรจาเรียกค่าไถ่ของทั้งสองกลุ่มบนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในแคมเปญโจมตีนี้ได้

จากการนับจำนวนล่าสุดของ SOCRadar พบว่าเหตุการณ์ FortiBleed ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์จำนวน 86,644 เครื่อง

FBI ระบุว่า ในบางกรณี Hacker จะสร้างบัญชีผู้ดูแลระบบขึ้นมาใหม่ และใช้สิทธิ์ดังกล่าวเพื่อลบบัญชีผู้ดูแลระบบเดิมทิ้ง หรือเปลี่ยนรหัสผ่าน ทำให้เหยื่อไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของตนเองได้

จากนั้น Hacker จะสร้างช่องทางการแฝงตัว (persistence) เพื่อคงการเข้าถึงระบบไว้ และพยายามโจมตีต่อไปยังระบบอื่น ๆ ภายในเครือข่าย

รายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการนี้ถูกเปิดเผยหลังจากที่ Hacker ทำ backend server หลุดออกมาสู่สาธารณะโดยไม่ตั้งใจ ทำให้พบโฟลเดอร์ที่เก็บเครื่องมือ และชุดข้อมูลต่าง ๆ

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้ automated scripts เพื่อสแกนหา  FortiGate SSL VPN portals ที่ให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต, ระบบถอดรหัสผ่านแบบกระจายศูนย์ที่ใช้ GPU และ scripts สำหรับตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล Login, การคัดกรองระบบ honeypots, การระบุชื่อองค์กร, รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายโดยพิจารณาจากรายได้ และโครงสร้างเครือข่าย

นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลยังแสดงให้เห็นถึงการตั้งค่า VPN ที่ใช้งานได้ และรายชื่อเป้าหมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Hacker กำลังนำการเข้าถึงระบบ  FortiGate SSL VPN ที่โจมตีสำเร็จออกมาขาย

FBI เตือนว่า การแก้ไขอาจต้องใช้มากกว่าการแพตซ์ และการรีเซ็ตรหัสผ่านของ Fortinet โดยแนะนำให้จำกัดการเข้าถึงจากภายนอก, Terminate VPN ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด, บังคับใช้ MFA และตรวจสอบ Log เพื่อหาการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้รับอนุญาต และกิจกรรมที่น่าสงสัย

FBI ยังแนะนำให้บังคับใช้ PBKDF2 สำหรับการจัดเก็บรหัสผ่านผู้ดูแลระบบ ซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่า SHA-256 hash แบบเดิมที่ Hacker สามารถถอดรหัสได้ในทางปฏิบัติแบบออฟไลน์

ที่มา : bleepingcomputer.

FBI แจ้งเตือนให้ระวังกลุ่มแฮ็กเกอร์ Handala ที่ใช้ Telegram เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์

สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้แจ้งเตือนผู้ดูแลระบบเครือข่ายเกี่ยวกับกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวอิหร่านที่เชื่อมโยงกับกระทรวงข่าวกรอง และความมั่นคง (MOIS) โดยระบุว่า กลุ่มนี้กำลังใช้แอปพลิเคชัน Telegram เป็นช่องทางในการโจมตีด้วยมัลแวร์

(more…)

FBI แจ้งเตือนวิธีการหลอกลวงแบบ Virtual Kidnapping การลักพาตัวทางไซเบอร์โดยใช้จากรูปถ่ายโซเชียลมีเดียที่ถูกดัดแปลง

FBI เตือนว่า อาชญากรได้มีการแก้ไขรูปภาพที่ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดีย และใช้เป็นรูปภาพปลอมเพื่อหลอกลวงการเรียกค่าไถ่

(more…)

CISA ออกคำเตือน กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่านอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสหรัฐฯ

หน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (CISA) ร่วมกับ FBI ศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์ของกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) ได้ออกคำเตือนเร่งด่วนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่มที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายคือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ (more…)

FBI, CISA และ NSA เปิดเผยช่องโหว่ที่ถูกโจมตีมากที่สุดในปี 2023

หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ FBI, NSA และ Five Eyes ได้เผยแพร่รายชื่อช่องโหว่ที่ถูกใช้ในการโจมตีอยู่อย่างต่อเนื่อง 15 อันดับแรกตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกโจมตีครั้งแรกในลักษณะ zero-day (more…)

FBI ยึดฟอรัม BreachForums ที่ถูกใช้สำหรับซื้อขายข้อมูลที่ถูกขโมยมา

FBI ได้เข้ายึดเว็บไซต์ BreachForums ที่กำลังโด่งดังจากการซื้อขายข้อมูลรั่วไหล และข้อมูลองค์กรที่ถูกขโมยมาให้กับอาชญากรไซเบอร์รายอื่น

การเข้ายึดดังกล่าวเกิดขึ้นในเช้าวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2024) ไม่นานหลังจากที่เว็บไซต์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อประกาศขายข้อมูลที่ถูกขโมยจากพอร์ทัลของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดยปัจจุบันเว็บไซต์แสดงข้อความที่ระบุว่า FBI ได้เข้าควบคุมข้อมูล และระบบเบื้องหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้ยึดทั้งเซิร์ฟเวอร์ และโดเมนของเว็บไซต์

โดยข้อความระบุว่า “เว็บไซต์นี้ถูกปิดโดย FBI และ DOJ ด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตรระหว่างประเทศ”

“เรากำลังตรวจสอบข้อมูลระบบเบื้องหลังของเว็บไซต์นี้ หากใครมีข้อมูลที่จะรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดทางไซเบอร์บน BreachForums โปรดแจ้งให้เราทราบ”

ข้อความบนเว็บไซต์ยังแสดงรูปโปรไฟล์สองรูปของผู้ดูแลเว็บไซต์คือ Baphomet และ ShinyHunters ที่อยู่ด้านหลังลูกกรง

หากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงข้อมูลระบบเบื้องหลังของ BreachForums ได้จริง พวกเขาจะมีที่อยู่อีเมล, ที่อยู่ IP และข้อความส่วนตัวที่อาจเปิดเผยข้อมูลสมาชิก และใช้ในการสืบสวนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ FBI ยังได้ยึดช่องทาง Telegram ของเว็บไซต์ และช่องทางอื่น ๆ ที่เป็นของ Baphomet โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้ส่งข้อความที่ระบุว่าช่องทางดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา

ข้อความบางส่วนที่โพสต์ไปยังช่องทาง Telegram ที่ถูกยึดโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนั้นมาจากบัญชีของ Baphomet โดยตรง ซึ่งมีแนวโน้มว่าผู้ดูแลเว็บไซต์ถูกจับกุม และอุปกรณ์ของเขาตอนนี้อยู่ในมือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเรียบร้อยแล้ว

FBI กำลังขอให้เหยื่อ และบุคคลต่าง ๆ ติดต่อพวกเขาพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับ BreachForums และสมาชิกเพื่อช่วยในการสืบสวน

ข้อความการเข้ายึดเว็บไซต์ รวมถึงวิธีการติดต่อ FBI เกี่ยวกับการยึดเว็บไซต์ดังกล่าว รวมถึงอีเมล, บัญชี Telegram, บัญชี TOX ตั้งอยู่ในโดเมนย่อยของศูนย์ร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (IC3) ของ FBI โดยมีข้อความระบุว่า “สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) กำลังสืบสวนฟอรัมการซื้อขายข้อมูลที่ผิดกฏหมายที่ชื่อว่า BreachForums และ Raidforums”

โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 ถึงเดือนพฤษภาคม 2024 BreachForums (โฮสต์ที่ breachforums.

FBI ขัดขวางการโจมตีของ Chinese Botnet ด้วยการจัดการ Router ที่ติด malware

FBI ขัดขวางการโจมตีของ Chinese Botnet ด้วยการจัดการ Router ที่ติด malware

FBI ได้ขัดขวางการโจมตีของ KV Botnet ที่ถูกใช้โดย Volt Typhoon ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนันสนุนจากรัฐบาลจีน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับระหว่างการโจมตี โดยมีเป้าหมายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสหรัฐฯ

(more…)

Atlassian แจ้งเตือนช่องโหว่ระดับ Critical ที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ข้อมูลเสียหายได้

Atlassian แจ้งเตือนช่องโหว่ระดับ Critical ที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ข้อมูลเสียหายได้

Atlassian บริษัทซอฟต์แวร์จากออสเตรเลีย ออกมาแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบให้อัปเดตแพตซ์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ใน Confluence instances ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ตทันที เพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ข้อมูลเสียหายหากถูกโจมตีได้สำเร็จ
(more…)

FBI แจ้งเตือนถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการโจมตีด้วย Dual Ransomware ที่กำหนดเป้าหมายไปยังบริษัทในสหรัฐฯ

สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) แจ้งเตือนถึงแนวโน้มใหม่ของการโจมตีด้วย Dual Ransomware ที่กำหนดเป้าหมายไปที่เหยื่อรายเดียวกัน ในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023

“ในระหว่างการโจมตีเหล่านี้ ผู้โจมตีทางไซเบอร์ได้ใช้แรนซัมแวร์ที่แตกต่างกันสองรูปแบบกับเหยื่อจาก Ransomware ดังต่อไปนี้ AvosLocker, Diamond, Hive, Karakurt, LockBit, Quantum และ Royal” FBI ระบุในการแจ้งเตือน

ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของแคมเปญการโจมตีดังกล่าว แม้ว่าจะเชื่อกันว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ระหว่าง 48 ชั่วโมง ไปจนถึงภายใน 10 วัน

การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งที่พบในการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ครั้งนี้คือ วิธีการในการโจรกรรมข้อมูล, wiper tools และมัลแวร์ประเภทต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นเพื่อกดดันให้เหยื่อต้องยอมจ่ายเงิน

“การใช้ Dual Ransomware ลักษณะนี้ ส่งผลให้เกิดการผสมผสานในการเข้ารหัสข้อมูล การขโมยข้อมูล และความสูญเสียทางการเงินจากการจ่ายค่าไถ่ อีกทั้งการโจมตีแบบ Dual Ransomware สร้างผลกระทบกับระบบของเหยื่อเป็นอย่างมาก” เป็นที่น่าสังเกตว่าการโจมตีด้วย Dual Ransomware นั้นไม่ใช่เทคนิคใหม่ โดยมีการตรวจพบการโจมตีลักษณะนี้มาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2021

เมื่อปีที่ผ่านมา Sophos รายงานว่าซัพพลายเออร์ด้านยานยนต์ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ 3 ตัวซึ่งประกอบด้วย Lockbit, Hive และ BlackCat ในช่วงสองสัปดาห์ระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2022 จากนั้น เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Symantec ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่ชื่อ 3AM โดยกำหนดเป้าหมายไปที่เหยื่อที่ไม่เปิดเผยชื่อ ภายหลังจากการพยายามโจมตีด้วย LockBit ในเครือข่ายเป้าหมายไม่สำเร็จ

คำแนะนำสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในการเพิ่มการป้องกันระบบ ดังนี้

ควรป้องกัน และรักษาข้อมูลด้วยการสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์
ตรวจสอบการเชื่อมต่อระยะไกลจากภายนอก และการใช้โปรโตคอลรีโมทเดสก์ท็อปจากระยะไกล (RDP)
การบังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) เพื่อป้องกันการถูกโจมตีแบบฟิชชิ่
ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ และการแบ่งเครือข่ายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแรนซัมแวร์

ที่มา : thehackernews

NSA และ FBI แจ้งเตือนกลุ่ม Hacker ในชื่อ “Kimsuky” สวมรอยเป็นนักข่าวเพื่อขโมยข้อมูล

NSA และ FBI แจ้งเตือนการพบ Kimsuky (a.k.a APT43) กลุ่ม Hacker ชาวเกาหลีเหนือที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ได้ปลอมตัวเป็นนักข่าว และนักวิชาการ แล้วใช้การโจมตีแบบ spear-phishing เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวกรองจากองค์กรด้านนวัตกรรม ศูนย์วิจัย สถาบันการศึกษา และองค์กรสื่อต่าง ๆ

โดยการแจ้งเตือนดังกล่าวมาจากการที่หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังติดตามปฏิบัติการของ Hacker กลุ่มดังกล่าว รวมถึงวิเคราะห์รูปแบบการโจมตีของกลุ่ม ทั้งนี้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ออกมาแจ้งเตือนประกอบไปด้วย ที่ปรึกษาร่วมจากสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) ร่วมกับหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (NIS) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (NPA) และกระทรวงการต่างประเทศ (MOFA)

Kimsuky นอกจากมีชื่อ APT43 แล้ว ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ Thallium และ Velvet Chollima ได้ดำเนินแคมเปญจารกรรมขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานข่าวกรอง และสำนักงานลาดตระเวนทั่วไป (RGB) ของเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ปี 2012 เป็นอย่างน้อย

การโจมตีด้วย Spear-phishing ที่ปลอมตัวเป็นนักข่าว

Kimsuky ได้เริ่มต้นการโจมตีด้วย spear-phishing โดยใช้ที่อยู่อีเมลที่ใกล้เคียงกับบุคคลจริง และสร้างเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ และสมจริงสำหรับการสื่อสารกับเป้าหมาย ในหัวข้อต่าง ๆ ที่สังเกตได้ ได้แก่ การสอบถาม, การเชิญสัมภาษณ์, การสำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ และการขอรายงาน หรือการตรวจสอบเอกสาร ซึ่งใน phishing Email จะเริ่มต้นโดยไม่มีมัลแวร์ หรือไฟล์แนบใด ๆ เนื่องจากต้องการได้รับความไว้วางใจจากเป้าหมาย หากเป้าหมายไม่ตอบกลับอีเมลเหล่านี้ Kimsuky จะกลับมาพร้อมข้อความติดตามหลังจากผ่านไปสองสามวัน

ทาง FBI พบว่าในอีเมลภาษาอังกฤษก็มีโครงสร้างประโยค และอาจมีข้อความที่ตัดตอนมาจากการสื่อสารครั้งก่อนของเหยื่อกับผู้ติดต่อที่ถูกต้องซึ่งถูกขโมยไป รวมถึงเมื่อเป้าหมายเป็นชาวเกาหลีใต้ ข้อความฟิชชิ่งอาจมีภาษาถิ่นของเกาหลีเหนือที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังพบว่าที่อยู่ที่ใช้ในการส่งอีเมลฟิชชิ่งจะปลอมแปลงเป็นของบุคคล หรือหน่วยงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มักจะมีการสะกดผิดเล็กน้อย

การป้องกัน Kimsuky

ทั้งนี้หน่วยงานต่างๆ ที่ออกมาแจ้งเตือน ได้ให้คำแนะนำในการป้องกันการโจมตีจาก Kimsuky ไว้ว่า

ควรมีชุดมาตรการลดผลกระทบ ซึ่งรวมถึงการใช้รหัสผ่านที่รัดกุมเพื่อป้องกันบัญชี และเปิดใช้งาน multi-factor authentication (MFA)
ผู้ใช้ไม่ควรเปิดใช้งาน Macro ในเอกสารในอีเมลที่ส่งโดยบุคคลที่ไม่รู้จัก
ตรวจสอบเอกสารที่ส่งจากบริการ cloud hosting services ที่รู้จักเท่านั้น
เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อความที่อ้างว่ามาจากกลุ่มสื่อหรือนักข่าว โปรดไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการขององค์กรนั้น และยืนยันความถูกต้องของข้อมูลติดต่อ

 

ที่มา : bleepingcomputer