Gigantic 100,000-strong botnet used to hijack traffic meant for Brazilian banks

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Qihoo 360 จากประเทศจีนเปิดเผยการโจมตี Hijacked บนเราเตอร์ที่ใช้ในบ้านกว่า 100,000 เครื่องพร้อมทำการแก้ไขการตั้งค่า DNS เพื่อ redirects การร้องขอ DNS ของผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย (phishing site) เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญในการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ โดยตั้งชื่อแคมเปญดังกล่าวว่า GhostDNS

Netlab นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Qihoo 360 เปิดเผยการทำงานของ GhostDNS ว่าจะทำการสแกนหา IP ของเราเตอร์ที่มีช่องโหว่ ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่ายหรือไม่มีรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบการตั้งค่าเราเตอร์ และทำการแก้ไขการตั้งค่า DNS ใหม่ เพื่อ redirects การร้องขอ DNS ของผู้ใช้งานทั้งหมดที่ส่งผ่านเราเตอร์ที่ถูกบุกรุกไปยัง DNS Server ที่เป็นอันตรายเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ทำให้เมื่อผู้ใช้พยายามเข้าสู่เว็บไซต์ที่ถูกต้องจะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ที่อันตรายแทน ซึ่งเว็บไซต์ที่ถูก redirect ส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์ของธนาคารในประเทศบราซิลและบริการเว็บโฮสติ้งต่างๆ เช่น Netflix, Citibank.

Cobalt threat group serves up SpicyOmelette in fresh bank attacks

Secureworks Counter Threat Unit (CTU) พบว่าแฮกเกอร์กลุ่ม Cobalt หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า "Gold Kingswood" ที่มีเป้าหมายโจมตีสถาบันการเงินทั่วโลก กำลังดำเนินการแพร่กระจายมัลแวร์ "SpicyOmelette"

SpicyOmelette เป็น javascript ที่มีความซับซ้อน มีความสามารถถูกใช้ในการ remote ทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีระบบได้จากระยะไกล มัลแวร์ตัวนี้ถูกแพร่กระจายผ่านช่องทาง Phishing e-mail โดยมุ่งเป้าไปที่พนักงานในบริษัท ใน e-mail จะมีไฟล์ PDF แนบมาด้วย เมื่อเปิดไฟล์จะถูก redirect ไปยัง URL ที่ถูกชี้ไปยัง AWS ที่แฮกเกอร์เป็นคนควบคุม เมื่อเข้าหน้าเว็บที่ถูก redirect ไปนี้จะถูกทำการติดตั้ง SpicyOmelette ซึ่งหน้าเว็บดังกล่าวจะมีการ sign ด้วย trusted certificate เมื่อ SpicyOmelette ติดตั้งลงบนเครื่องของเป้าหมาย จะทำการรวบรวมข้อมูล IP, ชื่อระบบ และทำการติดตั้งไฟล์อันตรายอื่นเพิ่มเติม รวมทั้งสามารถสแกนหา antivirus ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องได้ มัลแวร์ยังสามารถเพิ่มสิทธิ์ตัวเอง (privilege escalation) ด้วยการขโมย credential อื่นๆ บนเครื่อง สามารถทำการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการระบุว่าเป็นระบบที่มีความสำคัญหรือไม่ เช่น Payment Gateway หรือรูปแบบโครงสร้างของเครื่อง ATM

ก่อนหน้านี้เชื่อว่ากลุ่ม Cobalt มีส่วนเกี่ยวข้องในการขโมยเงินหลายล้านดอลลาร์จากสถาบันการเงินทั่วโลก แม้จะมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แต่ทาง CTU คาดว่ากลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าวจะไม่มีการหยุดกระทำการใดๆ และยังคงมีการพัฒนาการโจรกรรมต่อไปเรื่อยๆ และองค์กรการเงินยังคงอยู่ในความเสี่ยงต่อภัยคุกคามจากกลุ่มนี้อยู่

ที่มา : ZDNet

Malware Masked as Job Offers attacks the freelancers

เว็บ Fiverr และ Freelancer ที่เป็นเว็บเสนองานให้กับผู้รับทำงานฟรีแลนซ์ทั่วโลกถูกผู้โจมตีใช้แพร่ malware โดยเว็บสองเว็บดังกล่าวถูกใส่ malware ไปในข้อเสนอการทำงาน เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์แนบที่ปลอมเป็นรายละเอียดงาน malware จะทำงานและแอบติดตั้ง Keylogger โดยเหยื่อไม่รู้ตัว AgentTesla และ Remote Access Trojans (RATs) เป็นตัวอย่างของ Keylogger ที่เป็นไปได้ว่าจะถูกติดตั้งให้กับเหยื่อโดยอ้างอิงจากรายงานของทีม MalwareHunterTeam โดยสามารถโจมตีได้หลายรูปแบบ เช่น โจมตีคอมพิวเตอร์ของเหยื่อเมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ดังกล่าว หรือ ถ้าผู้โจมตีต้องการยึดครองโทรศัพท์ของเหยื่อ ไฟล์แนบปลอมจะแจ้งเหยื่อว่าไฟล์นั้นเปิดได้แค่ผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อแล้วเปิดไฟล์ดังกล่าวในโทรศัพท์แทน

เพื่อป้องกันการโจมตีลักษณะนี้ ผู้ใช้งานควรอัพเดทแอนติไวรัสและ OS patch เสมอและถ้าหากเจอไฟล์ที่ไม่ไว้วางใจอาจนำไปแสกนใน Virustotal เพื่อตรวจสอบก่อน

ที่มา : E Hacking News

This Russian botnet mimics your click to prevent Android device factory resets

Black Rose Lucy บอตเน็ตตัวใหม่จากรัสเซีย มีความสามารถในลอกเลียนแบบการกดปุ่มของผู้ใช้จึงสามารถป้องกันการทำ Factory reset บนอุปกรณ์แอนดรอยด์
จากการทำวิจัยของ checkpoint บอตเน็ตชื่อ Black Rose Lucy นี้ได้รับการพัฒนาจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้ภาษารัสเชียในการสื่อสารหรือที่รู้จักกันชื่อ "The Lucy Gang" และได้ปล่อยตัวอย่างให้ผู้ที่กำลังมองหาบริการ Malware-as-a-Service (Maas) ได้เอาไปใช้งาน บอตเน็ตเป็นหนามยอกอกของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผู้ให้บริการโฮสเว็บไซต์ หรือธุรกิจอื่นๆ ที่คล้ายกัน โดยระบบของบอตเน็ตทั่วไปสร้างขึ้นมาเพื่อยึดเครื่องเป้าหมายซึ่งรวมไปถึงโทรศัพท์, IOT, gadgets และคอมพิวเตอร์ แล้วรับคำสั่งจาก command-and-control (C2) เซิร์ฟเวอร์เช่นส่ง spam อีเมลล์หรือทำ DDos
Black Rose Lucy เองก็คล้ายกับบอตเน็ตอื่นๆ แต่มีความสามารถในการโจมตีอุปกรณ์ที่ใช้แอนดรอยโดยเฉพาะ โดยเมื่อถูกติดตั้ง จะส่งข้อความแจ้งเตือนผู้ใช้ให้เปิดสิทธิการใช้งานให้กับแอปที่ชื่อว่า Security of the system

หากผู้ใช้หลงเชื่อจะเป็นการให้สิทธิ์ระดับแอดมินของระบบให้กับ Black Rose Lucy ซึ่งจะทำการลอกเลียนแบบการกดปุ่มของผู้ใช้ และทำการติดตั้ง payload ที่ชื่อว่า "Black Rose Dropper" เพิ่มลงไปในอุปกรณ์แอนดรอยด์แล้วส่งข้อมูลกลับไปยังเชิฟเวอร์แฮกเกอร์ Dropper จะปลอมตัวเป็นไฟล์อัพเกรดระบบหรือไฟล์ภาพ
เนื่องจากบอตเน็ตดังกล่าวมีสิทธิ์แอดมิน จึงสามารถทำงานอยู่เบื้องหลังได้ รวมถึงสามารถสั่ง restart เครื่องที่ติดเชื้อเมื่อเครื่องถูกปิดได้ และยังมีกลไกป้องกันตัวเองที่จะตรวจสอบเครื่องมือเกี่ยวกับการป้องกันหรือเคลียร์ไฟล์หรือระบบป้องกันจากประเทศจีน เมื่อเจอเครื่องมือดังกล่าวบอตเน็ตจะปลอมการกดปุ่มของผู้ใช้ด้วยการกดปุ่มกลับหรือปุ่มโฮม เพื่อไม่ให้ผู้ใช้สามารถใช้เคืร่องมือเหล่านั้นได้ และป้องกันการทำ Factory reset ในทำนองเดียวกัน
มัลแวร์ดังกล่าวมีทั้งภาษารัสเซีย อังกฤษ และตุรกี ทำให้นักวิจัยคาดว่ามัลแวร์ตัวนี้วางแผนที่จะแพร่ไปทั่วโลก

ที่มา : zdnet

DOJ to charge North Korean officer for Sony hack and WannaCry ransomware

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ตั้งข้อหาชาวเกาหลีเหนือด้วยข้อหาแฮกบริษัท Sony และแพร่กระจาย WannaCry

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ตั้งข้อหาชาวเกาหลีเหนือชื่อ Pak Jin Hyok ด้วยความผิดในการแฮกบริษัท Sony Picture ในปี 2014 และการแพร่กระจาย WannaCry ransomware ในปี 2017ทั้งนี้นาย Pak Jin Hyok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกในกลุ่ม Lazarus ที่ทำการโจมตีทางไซเบอร์อีกหลายรายการทั้วโลกอีกด้วย

IBM รายงานว่า WannaCry ในปี 2017 น่าจะทำให้เกิดความสูญเสียกว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 150 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลากว่า 4 ปีในการเชื่อมโยงนาย Pak Jin Hyok เข้ากับการโจมตีผ่านมัลแวร์ที่ใช้โจมตี โดเมน อีเมล และบัญชีโซเชียลต่างๆ โดยระบุรายละเอียดไว้ที่ https://www.

Thousands of Compromised MikroTik Routers Send Traffic to Attackers

360Netlab ได้ประกาศว่ามีเครื่อง MikroTik router มากกว่า 7,500 ทั่วโลกกำลังส่งข้อมูล TZSP (TaZmen Sniffer Protocol) ไปยังที่อยู่ IP ภายนอกจำนวน 9 แห่งจากการที่ผู้บุกรุกได้ปรับเปลี่ยนการตั้งค่า packet sniffing ของอุปกรณ์เพื่อส่งต่อข้อมูลไปหา IP ของผู้บุกรุก โดยปลายทางที่มีการส่งข้อมูลหนาแน่นมากที่สุดคือ IP 37.1.207.114 และมีเหยื่อจากทั้งรัสเซีย บราซิล อินเดีย ยูเครน

MikroTik router ส่วนใหญ่ที่ถูกบุกรุกจะมีการเปิดใช้งาน Socks4 proxy ซึ่งมีช่องโหว่อนุญาตให้เข้าถึงได้จาก IP 95.154.216.128/25 โดยส่วนใหญ่จะพบที่ IP 95.154.216.167 ผู้โจมตีสามารถควบคุมอุปกรณ์ได้แม้จะได้รับการรีบูต(เปลี่ยน IP) โดยการรายงานที่อยู่ IP ใหม่ล่าสุดเป็น URL กลับไปยังช่วง IP ดังกล่าว

จากการสังเกตของนักวิจัยพบว่าผู้บุกรุกจะอาศัยช่องโหว่ CVE-2018-14847 ซึ่งจะพบใน Winbox for MikroTik RouterOS 6.42 หรือรุ่นที่ต่ำกว่า นักวิจัยแนะนำให้ผู้ใช้ MikroTik router อัปเดต Firmware เป็นเวอร์ชันล่าสุด

ที่มา : Bleepingcomputer

บทวิเคราะห์กรณี US-CERT ออกคำเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีระบบ ERP เพิ่มมากขึ้น

บทนำ
ในวันที่ 25 กรกฏาคม 2018 US-CERT ออกคำเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีระบบ ERP เพิ่มมากขึ้น โดยอ้างอิงจากรายงานร่วมระหว่าง Digital Shadows และ Onapsis ชื่อ ERP Applications Under Fire: How Cyber Attackers Target the Crown Jewels ซึ่งเป็นรายงานวิเคราะห์เกี่ยวกับการโจมตีระบบ ERP ของสองค่ายใหญ่ SAP และ Oracle

ทั้งนี้รายงานฉบับนี้เป็นการรายงานต่อมาจากรายงาน Wild Exploitation & Cyber-attacks On SAP Business Applications ของ Onapsis ในเดือนพฤษภาคม 2016 ซึ่ง US-CERT ได้ใช้อ้างอิงในการออกเตือนประกาศ US-CERT TA16-132A เกี่ยวกับการโจมตีระบบ SAP ที่กระทบกว่า 36 องค์กรระดับโลก โดยประเด็นที่องค์กรบกพร่องในการอัปเดตแพตช์ที่เหมาะสมและมีการตั้งค่าแอปพลิเคชันที่กระทบต่อความปลอดภัย

รายงาน ERP Applications Under Fire สรุปว่าระบบ ERP กำลังเป็นเป้าหมายของผู้โจมตีทางไซเบอร์ นอกจากนั้นยังพบว่ามีระบบ ERP ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตหรือใช้งานบนระบบคลาวด์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะถูกโจมตีที่มากขึ้น ทั้งนี้ภายในรายงานยังมีการแนะนำวิธีในการจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอีกด้วย
Key Finding
รายงาน ERP Applications Under Fire ทำการสรุปประเด็นสำคัญของรายงานไว้ 4 ข้อ ดังนี้

อาชญากรไซเบอร์ทำการพัฒนามัลแวร์เพื่อโจมตี ERP เช่น มัลแวร์ชื่อดังอย่าง Dridex ถูกอัปเดตในปี 2017 และเดือนกุมภาพันธ์ 2018 เพื่อโจมตี SAP โดยขโมยบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่านของระบบ SAP ทำให้อาชญากรไซเบอร์เข้าถึงระบบ ERP ได้
ERP ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มบุคคลที่มีองค์กรหรือรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่งคอยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เช่น กลุ่มเพื่อโจรกรรมข้อมูลและก่อวินาศกรรม
มีการโจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่เผยแพร่แล้วของ ERP มากขึ้นเมื่อเทียบกับการโจมตีผ่านช่องโหว่ zero-day เพื่อโจมตีระบบที่บกพร่องในการแพตช์และมีการตั้งค่าที่กระทบต่อความปลอดภัย
การใช้งานผ่านระบบคลาวด์, อุปกรณ์เคลื่อนที่และแนวโน้มของการย้ายระบบงานให้มีความทันสมัยมากขึ้นทำให้โอกาสและความเสี่ยงที่ระบบ ERP จะถูกโจมตีนั้นมีมากขึ้นตาม ทั้งนี้ผู้วิจัยพบว่ามี SAP และ Oracle ERP มากกว่า 17,000 แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อและสามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสามประเทศที่มีความเสี่ยงดังกล่าวสูงสุดได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และสหราชอาณาจักรอังกฤษ

วิเคราะห์การโจมตี ERP ผ่าน i-secure Cyber Kill Chain
เพื่อช่วยในการทำความเข้าใจการโจมตีระบบ ERP มากขึ้น ทีมตอบสนองการโจมตีและภัยคุกคามจะทำการอธิบายการโจมตีตามหลักการของ i-secure Cyber Kill Chain ซึ่งจะประกอบด้วยขั้นตอนการโจมตีดังต่อไปนี้

Reconnaissance (ขั้นตอนการสำรวจและเก็บข้อมูล)
Delivery (ขั้นตอนการจัดส่งและพยายามโจมตี)
Exploitation (ขั้นตอนการโจมตีช่องโหว่)
Privilege Escalation (ขั้นตอนการยกระดับสิทธิ์)
Credential Access (ขั้นตอนการเข้าถึงข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่าน)
Lateral Movement (ขั้นตอนการโจมตีไปยังระบบอื่นในเครือข่ายเดียวกัน)
Exfiltration (ขั้นตอนการนำข้อมูลออกจากระบบ)
Command and control (ขั้นตอนการติดต่อเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ออกคำสั่งและควบคุม)

Reconnaissance
การโจมตีทุกการโจมตีนั้นจำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการสำรวจและเก็บข้อมูลของเป้าหมายเสมอ จากการวิเคราะห์การโจมตีระบบ ERP หลายเหตุการณ์ ทีมตอบสนองการโจมตีและภัยคุกคามพบพฤติกรรมในการสำรวจและเก็บข้อมูลของเป้าหมายในลักษณะต่างๆ กันดังนี้

ผู้โจมตีมักมีการนำข้อมูลที่ได้จากเว็บบอร์ดใต้ดินของกลุ่มแฮกเกอร์มาทำการค้นหาเป้าหมาย โดยตัวอย่างด้านล่างคือคำค้นหาตามรูปแบบของ Google ที่ช่วยค้นหาระบบที่มีช่องโหว่อยู่ได้

ค้นหาระบบ ERP ที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยใช้เครื่องมือในรูปแบบของบริการเก็บและค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต อาทิ Shodan และ Censys
ค้นหาการใช้งานแอปพลิเคชัน Trello, Github หรือเว็บที่เปิดให้เข้าถึงได้ผ่านอินเตอร์เน็ตซึ่งมีการบันทึกบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่านสำหรับเข้าถึงระบบ ERP เอาไว้

ค้นหาระบบแชร์ไฟล์ที่มีการตั้งค่าอย่างไม่เหมาะสม อาทิ ระบบที่ใช้งาน rsync, SMB FTP, และ Amzaon S3 เพื่อหาไฟล์การตั้งค่าของระบบ ERP ซึ่งอาจมีข้อมูลที่ใช้ในการเข้าถึงระบบ ERP ภายใน

Delivery
โดยส่วนมากนั้นผู้โจมตีมักจะพยายามโจมตีโดยการค้นหาไฟล์การตั้งค่าของระบบ ERP ก่อนจะพยายามเข้าถึงระบบ หรือในบางกรณีคือใช้ช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วในการโจมตี ซึ่งสามารถถูกตรวจจับได้หากมีการป้องกันอย่างดีพอ
Exploitation
การโจมตีระบบ ERP ที่สำเร็จนั้นมักขึ้นอยู่กับว่าในขั้นตอนของการสำรวจและเก็บข้อมูล ผู้โจมตีตรวจพบช่องโหว่อะไรที่สามารถใช้ประโยชน์ได้บ้าง อาทิ

หากเจอบัญชีผู้ใช้งานและรหัสในขั้นตอนของการสำรวจและเก็บข้อมูล ผู้โจมตีจะดำเนินการใช้ข้อมูลดังกล่าวในการเข้าถึงระบบโดยทันที
ทดลองเข้าถึงระบบ ERP ด้วยข้อมูลสำหรับยืนยันตัวตนที่เป็นค่าเริ่มต้นของระบบ เช่น ระบบ SAP HANA จะมีการรหัสผ่านเริ่มต้นคือ sap123 เสมอ
โจมตีระบบ ERP ด้วยช่องโหว่ที่มีอยู่แล้ว เช่น ช่องโหว่ CVE-2010-5326

Privilege Escalation + Credential Access + Lateral Movement
แม้ว่าจะยังไม่มีการรูปแบบพฤติกรรมที่ชัดเจน แต่การโจมตีโดยส่วนมากนั้นจะทำให้ผู้โจมตีได้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบโดยทันที ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้สิทธิ์สูงสุดที่มีอยู่ในการเข้าถึงและโจมตีระบบอื่นๆ ได้
Exfiltration
หนึ่งในการโจมตีด้วยช่องโหว่ CVE-2010-5326 ผู้โจมตีมีการใช้คำสั่งตามรูปภายด้านล่างในการพยายามส่งข้อมูลออกจากระบบที่ยึดครองได้แล้ว

Command and control
ผู้โจมตีมักมีการเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการออกคำสั่งและควบคุมซึ่งถูกใช้ทั้งในการโจมตีและการรับไฟล์ที่ขโมยออกมาได้ไปเรื่อยๆ ตามรูปแบบการโจมตีและแตกต่างกันตามกลุ่มของผู้โจมตี ไม่สามารถระบุเฉพาะเจาะจงได้แน่นอน
คำแนะนำเบื้องต้นในการป้องกันและลดผลกระทบจากการโจมตีระบบ ERP

ดำเนินการตั้งค่าของระบบ ERP ให้เป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือ Best Practices เสมอ
หมั่นประเมินช่องโหว่ของ ERP อย่างสม่ำเสมอ โดยอ้างอิงจากการอัปเดตแพตช์ของผู้ผลิต อาทิ SAP จะออกอัปเดตทุกเดือน และ Oracle จะออกรายไตรมาส นอกเหนือไปจากการประเมิณช่องโหว่ OS และอื่นๆ
ดำเนินการควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้งานให้เหมาะสม และคอยตรวจสอบพร้อมทั้งควบคุมการตั้งค่ารหัสผ่านของผู้ใช้าน
ค้นหาและกำจัดการเชื่อมต่อและการใช้งานที่ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมต่อเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้จากระบบอินเตอร์เน็ต
หมั่นตรวจสอบและเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งาน รวมไปถึงข้อมูลของระบบ ERP เมื่อมีการรั่วไหลออกสู่ภายนอก

‘Tick’ espionage group is likely trying to hop air gaps, researchers say

กลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า "Tick" ได้มุ่งเป้าหมายไปที่การโจมตีผ่าน USB drive เพื่อเข้าสู่ระบบที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่แยกตัวจากเครือข่ายที่มีความเสี่ยง หรือที่เรียกว่า Air-Gapped system และสามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows XP หรือ Windows Server 2003 ได้

นักวิจัยจาก Palo Alto Networks ค้นพบว่า Malware ที่ถูกใช้ในการโจมตีครั้งนี้ไม่ต้องใช้การเชื่อมต่อเพื่อเข้าถึง Command-and-Control Server ของแฮกเกอร์เพื่อรับคำสั่งเหมือนอย่าง Malware ทั่วๆไปที่เคยถูกใช้โดยแฮกเกอร์กลุ่มนี้มาก่อน แต่กลับใช้วิธีการรันตัวเองจาก USB drive ที่เสียบบนเครื่อง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก อย่างไรก็ตามนักวิจัยเองก็ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลใดๆเพิ่มเติมมากกว่านี้ได้ หากไม่ได้ทำการวิเคราะห์ USB drive ที่ถูกใช้ และ ไฟล์ต้องสงสัยที่ถูกวางบนเครื่องเหยื่อ

ที่มา : cyberscoop

According to the experts, North Korea is behind the SWIFT attacks in Latin America

จากเหตุการณ์ที่ธนาคาร Bamcomext และธนาคาร Bank of Chile ถูกโจมตีทั้งในรูปแบบของการใช้มัลแวร์ KillDisk เพื่อแพร่ระบาดในเครือข่ายของธนาคารและรูปแบบของการเข้ายึดและสั่งการระบบ SWIFT ของธนาคารให้มีการโอนเงินออกมา อ้างอิงจากแหล่งข่าวของ Cyberscoop คนในสามคนที่เข้าตรวจสอบเหตุการณ์นี้ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นการโจมตีที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ

กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการโจมตีระบบของธนาคารเพื่อขโมยเงินหลายครั้ง โดยหนึ่งในกลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่ามีแรงจูงใจในการโจมตีเพื่อการแสวงหาเงินนั้นคือกลุ่ม Lazarus Group (ชื่ออื่น HIDDEN COBRA, Unit 121)

แม้ว่ากลุ่มผู้โจมตีจะมีการใช้มัลแวร์ KillDisk หรือ MBR Killer ในการสร้างความเสียหายและดึงความสนใจ การปรากฎตัวของมัลแวร์ดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นหลักฐานในการยืนยันที่ดีมากนักแม้ว่ามัลแวร์ในลักษณะเดียวกันจะเคยปรากฎในครั้งที้ธนาคารสัญชาติไต้หวันถูกโจมตีมาแล้ว เนื่องจากซอร์สโค้ดของมัลแวร์ทั้งสองประเภทนี้นั้นถูกปล่อยขายอยู่ในตลาดมืดออนไลน์โดยทั่วไป

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการปรากฎตัวของมัลแวร์ KillDisk หรือ MBR Killer และความคลุมเครือของมัน อ้างอิงจากรายงานการวิเคราะห์ของ Flashpoint (TLP: Amber) Flashpoint ยังคงยืนยันว่าโมดูลของ MBR Killer, RAT และ TTP ของผู้โจมตีนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกรณีการโจมตีสถาบันทางการเงินอื่นๆ และยังสามาถเชื่อมโยงกลับไปยังเกาหลีเหนือได้

Lazarus Group หรือ HIDDEN Cobra มักใช้เทคนิค Spear Phishing เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในของธนาคารได้ ก่อนจะทำการติดตั้งและดาวโหลดมัลแวร์ต่างๆ ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมระบบภายได้ ท้ายที่สุดผู้โจมตีจะมีการทำ Lateral Movement เพื่อค้นหาระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบ SWIFT ก่อนที่จะดำเนินสั่งโอนเงินออกมา

ที่มา : Security Affairs

New GZipDe Malware Drops Metasploit Backdoor

ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก AlienVault ประกาศการค้นพบมัลแวร์ตัวใหม่ภายใต้ชื่อ GZipDe ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นมัลแวร์ที่มีเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง (targeted attack) เพื่อการจารกรรมข้อมูล

AlienVault ค้นพบมัลแวร์ครั้งแรกจากไฟล์ที่ถูกอัปโหลดขึ้นมาสแกนบนเซอร์วิสของ VirusTotal โดยไฟล์ดังกล่าวเป็นไฟล์เอกสาร Word ซึ่งเมื่อถูกรันแล้วจะทำการดาวโหลดและติตตั้งมัลแวร์ GZipDe ลงไป ไฟล์ดังกล่าวมีที่มาจากผู้ใช้งานในอีฟกานิสถานซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุลงลึกไปได้ว่าเป้าหมายในการโจมตีครั้งนี้เป็นใครหรือองค์กรใด

มัลแวร์ GZipDe มีจุดน่าสนใจในโมดูล RAT เมื่อ payload ที่มีที่มาจากไฟล์เอกสาร Word ถูกถอดรหัสและถูกเรียกใช้งานบนหน่วยความจำแล้ว มันจะทำการดาวโหลดโมดูล RAT ซึ่งแท้จริงคือโมดูลแบ็คดอร์ของชุดโปรแกรมสำหรับทดสอบเจาะระบบ Metasploit

การใช้งานซอฟต์แวร์ในการทดสอบเจาะระบบในการโจมตีจริงนั้นไม่ใช่สิ่งใหม่ เนื่องจากกลุ่มผู้โจมตีและ APT หลายประเภทก็มีการใช้ซอฟต์แวร์ อาทิ Metasploit หรือ Cobalt Strike ในกระบวนการโจมตีและฝังตัวในระบบเช่นเดียวกัน

ที่มา : BLEEPINGCOMPUTER