Ziggy Ransomware ประกาศปิดระบบและจะปล่อยคีย์ถอดรหัสทั้งหมดให้เเก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

นักวิจัยด้านความปลอดภัย M. Shahpasandi ได้เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดจากผู้ดูแลระบบ Ziggy Ransomware ซึ่งได้ทำการประกาศผ่านทาง Telegram ว่ากำลังปิดระบบการทำงานของ Ziggy Ransomware และจะปล่อยคีย์ถอดรหัสทั้งหมดให้เเก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

ผู้ดูแลระบบ Ziggy Ransomware กล่าวว่าพวกเขารู้สึกผิดเกี่ยวกับการกระทำและมีความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับใช้กฏหมายซึ่งเกิดขึ้นแล้วกับ Emotet และ Netwalker Ransomware เป็นเหตุให้ผู้ดูแลระบบจึงตัดสินใจปิดระบบและปล่อยคีย์ทั้งหมดให้เเก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

ผู้ดูแลระบบ Ziggy Ransomware ได้ทำการโพสต์ไฟล์ SQL ที่มีคีย์ถอดรหัสจำนวน 922 คีย์สำหรับเหยื่อที่ถูกเข้ารหัส ซึ่งไฟล์ SQL จะแสดงคีย์สามคีย์ที่จำเป็นในการถอดรหัสไฟล์ นอกจากนี้ผู้ดูแลระบบแรนซัมแวร์ยังโพสต์ตัวถอดรหัสและซอร์สโค้ดสำหรับตัวถอดรหัสอื่นที่ทำให้สามารถสร้างซอฟต์แวร์ถอดรหัสแบบออฟไลน์ เพื่อถอดรหัสให้กับเหยื่อที่ติดไวรัสและไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือไม่สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ดูแลควบคุมได้

ทั้งนี้ BleepingComputer ได้แนะนำให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อใช้ตัวถอดรหัสของบริษัทรักษาความปลอดภัยอย่าง Emsisoft แทนที่จะเป็นตัวถอดรหัสที่มาจากกลุ่ม Ziggy Ransomware เพื่อ ป้องกันมัลแวร์อื่น ๆ เช่นแบ็คดอร์ที่อาจเเฝงไว้กับตัวถอดรหัส

ที่มา: bleepingcomputer

แจ้งเตือนส่วนเสริมเบราว์เซอร์ชื่อดัง The Great Suspender มีมัลแวร์ Google ถอดไม่ให้ดาวน์โหลดแล้ว

 

Google ได้ลบและบังคับให้ถอนการติดตั้ง Extension ที่มีชื่อว่า “The Great Suspender” ออกจาก Chrome web store โดย The Great Suspender เป็น Extension ที่นิยมอย่างมากและมีผู้ใช้มากกว่า 2,000,000 ราย หลังจากมีการตรวจพบว่า The Great Suspender มีโค้ดของมัลแวร์ฝังอยู่

Great Suspender เป็น Extension ใน Google Chrome ที่จะระงับแท็บที่ไม่ได้ใช้งานและยกเลิกการโหลดทรัพยากรเพื่อลดการใช้หน่วยความจำของเบราว์เซอร์ ซึ่งเมื่อผู้ใช้พร้อมที่จะใช้แท็บอีกครั้งผู้ใช้คลิกที่แท็บเพื่อใช้งานต่อได้

Google ได้ตรวจสอบ Extension และพบว่าผู้พัฒนา Extension ที่ได้ทำการซึ้อ โปรเจกต์ในเดือนมิถุนายน 2020 เพื่อนำไปพัฒนาต่อได้ทำการเพิ่มฟีเจอร์ที่ทำให้สามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยผู้ใช้ไม่ได้อนุญาตจากเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลรวมถึง Extension มีโค้ดในการติดตามผู้ใช้ทางออนไลน์และกระทำการแฝงโฆษณาไว้ ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวอยู่ใน The Great Suspender เวอร์ชัน 7.1.8

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Extension ที่ชื่อว่า The Great Suspender อย่างถูกต้องและเวอร์ชันดังเดิมสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ GitHub ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายของ Extension คือเวอร์ชัน 7.1.6 ได้ที่: github

ที่มา: bleepingcomputer, thehackernews

แจ้งเตือนมัลแวร์ Hildegard จาก TeamTNT พุ่งเป้าโจมตี Kubernetes

Unit42 จาก Palo Alto Networks ประกาศการค้นพบแคมเปญการโจมตีใหม่จากกลุ่มแฮกเกอร์ TeanTNT ซึ่งพุ่งเป้าโจมตีสภาพแวดล้อมระบบที่มีการใช้งาน Kubernetes ด้วยมัลแวร์ Hildegard โดยมีจุดประสงค์หลักในการทำ Cryptojacking

ผู้โจมตีจะทำการเข้าถึงคลัสเตอร์ที่อนุญาตให้มีการเข้าถึงได้โดยไม่ต้องระบุตัวตน จากนั้นผู้โจมตีจะทำการติดตั้งมัลแวร์ Hildegard ซึ่งมีความสามารถในการแพร่กระจายตัวเองไปยัง container ที่มีอยู่เพื่อกระบวนการขุดเหมือง

ลักษณะสำคัญของมัลแวร์ Hidlegard คือมีการติดตั้งกับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ออกคำสั่งและควบคุมผ่านโปรโตคอล IRC, มีฟังก์ชันในการซ่อนกระบวนการทำงานและโปรเซสในลักษณะที่คล้ายมัลแวร์ในกลุ่ม Rootkit และยังไม่สามารถถูกใช้เพื่อขโมยข้อมูลที่มีอยู่ออกไปด้วย

เราขอแนะนำให้ผู้ใช้งาน ผู้พัฒนาและผู้ดูแลระบบตรวจสอบการตั้งค่าของสภาพแวดล้อมว่ามีการตั้งค่าอย่างปลอดภัย รวมไปถึงเฝ้าระวังเพื่อระบุหาการทำงานที่ผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในระดับ container ด้วย

ที่มา: securityweek.

พบมัลแวร์ชนิดใหม่ที่กำหนดเป้าหมายไปยังซูเปอร์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ทั่วโลก

ทีม Cybersecurity จาก ESET ได้เปิดเผยถึงการค้นพบมัลแวร์ที่มีชื่อว่า “Kobalos” ซึ่งกำหนดเป้าหมายการโจมตีไปยังซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ถูกใช้โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ในเอเชีย (Internet Service Provider - ISP), ผู้จัดจำหน่าย Endpoint Security ในประเทศสหรัฐอเมริกาและเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวจำนวนหนึ่ง

Kobalos เป็นมัลแวร์ที่มีโค้ดเบสขนาดเล็กแต่มีความซับซ้อน ซึ่งมัลแวร์จะส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการ Linux, BSD, SolarisI, IBM AIX และ Microsoft Windows ด้วย

ทีม Cybersecurity จาก ESET ได้ร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์จาก CERN ในการทำ Reverse engineering มัลแวร์ Kobalos พบว่ามัลแวร์ได้กำหนดเป้าหมายไปที่คลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High Performance Computer - HPC) โดยในบางกรณีของการติดไวรัสจะพบมัลแวร์ 'sidekick' ถูกใช้ในการลักลอบเชื่อมต่อกับ SSH เซิร์ฟเวอร์เพื่อขโมยข้อมูล Credentials ที่ใช้ในการเข้าถึงคลัสเตอร์ HPC และจะปรับใช้มัลแวร์ Kobalos

เมื่อมัลแวร์เข้าสู่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แล้วโค้ดจะถูกฝังในเซิร์ฟเวอร์ OpenSSH ที่จะทำให้เรียกใช้งานได้ผ่านพอร์ตเฉพาะ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำหรับการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์แบบ Command-and-Control (C&C) นอกจากนี้ Kobalos ยังมีความสามารถในการเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกให้เป็นเซิร์ฟเวอร์ (C&C) ของผู้ประสงค์ร้ายอีกด้วย

ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบ HPC ควรทำการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์อยู่เป็นประจำและจำกัดการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ โดยการกำหนดเฉพาะ IP ที่อนุญาตพิเศษเท่านั้นถึงจะเข้าสู่ระบบได้ เพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ความสามารถของมัลแวร์ในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา: zdnet.

นักวิจัยด้านความปลอดภัยค้นพบแคมเปญฟิชชิ่งที่ใช้คำสั่ง Finger เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์

Kirk Sayre นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยถึงการค้นพบแคมเปญฟิชชิ่งที่ใช้คำสั่ง Finger เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์ MineBridge บนอุปกรณ์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

คำสั่ง "Finger" เป็นยูทิลิตี้ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูรายชื่อและข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ได้จากระยะไกล ซึ่งในเดือนกันยายน 2020 ทีผ่านมา ได้มีนักวิจัยด้านความปลอดภัยออกรายงานถึงการค้นพบวิธีใช้ Finger เป็น Living-off-the-Land binaries (LOLBINS) เพื่อดาวน์โหลดมัลแวร์จากคอมพิวเตอร์ระยะไกล

FireEye ได้ออกรายงานเกี่ยวกับมัลแวร์ MineBridge หลังจากพบแคมเปญฟิชชิ่งจำนวนมากที่กำหนดเป้าหมายไปยังองค์กรในเกาหลีใต้ โดยใช้อีเมลฟิชชิ่งที่มีเอกสาร Word ที่เป็นอันตรายและมีเนื้อหาเป็นประวัติย่อของผู้สมัครงาน เมื่อเหยื่อคลิกที่ปุ่ม "Enabled Editing" หรือ "Enable Content" โค้ดมาโครที่อยู่ภายในเอกสารที่เป็นอันตรายจะทำงาน และจะมีการใช้คำสั่ง Finger เพื่อดาวน์โหลด Certificate ที่เข้ารหัส Base64 จากเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลของผู้ประสงค์ร้าย จากนั้น Certificate ที่ถูกดาวน์โหลดจะถูกถอดรหัสและจะถูกเรียกใช้เพื่อดาวน์โหลดมัลแวร์ MineBridge และ DLL ที่เป็นอันตรายของ MineBridge บนเครื่องของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการตกเป็นเหยื่อ ผู้ใช้ควรระมัดระวังในการเปิดเอกสารที่แนบมากับอีเมล หรือคลิกลิงก์ในอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก

ที่มา: bleepingcomputer

เตือนภัย! Android banking trojan ชนิดใหม่ “Ghimob” มุ่งเป้าขโมยข้อมูลและสอดแนมผู้ใช้ Android

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Kaspersky ได้รายงานถึงการค้นพบ Android banking trojan ชนิดใหม่ที่สามารถสอดแนมและขโมยข้อมูลจากแอปพลิเคชันของผู้ใช้ Android ได้ โดยหลังจากนักวิจัยพบจำนวนแอปพลิเคชัน 153 แอปพลิเคชันที่มีอันตรายและนักวิจัยได้เรียกโทรจันชนิดนี้ว่า Ghimob

นักวิจัยกล่าวว่า Ghimob เป็นโทรจันได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มเดียวกันที่อยู่เบื้องหลังมัลแวร์ Windows Astaroth หรือ Guildma การตรวจพบเกิดจากทีมนักวิจัยได้รับข้อเสนอให้ทำการดาวน์โหลด Android ที่เป็นอันตรายบนเว็บไซต์เเห่งหนึ่งและเมื่อทำการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานพบว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ก่อนหน้านี้ถูกใช้โดยกลุ่มมัลแวร์ Astaroth (Guildama)

แอปที่อยู่ภายในเว็บไซต์พบว่ามีการเลียนแบบแอปและแบรนด์ที่เป็นทางการโดยมีชื่อเช่น Google Defender, Google Docs, WhatsApp Updater หรือ Flash Update หากผู้ใช้ประมาทและทำการติดตั้งแอป ถึงแม้จะมีคำเตือนที่แสดงบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ก็ตาม แอปที่เป็นอันตรายเหล่านี้จะร้องขอการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการติดไวรัสและถ้าหากได้รับอนุญาต แอปจะค้นหาข้อมูลภายในโทรศัพท์ที่ติดไวรัสเพื่อดูรายการแอปของผู้ใช้ จากนั้นจะแสดงหน้าล็อกอินปลอมเพื่อพยายามขโมยข้อมูล Credential ของผู้ใช้ ซึ่งหลังจากความพยายามฟิชชิงข้อมูลสำเร็จข้อมูล Credential ที่รวบรวมไว้ทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปยังกลุ่ม Ghimob ซึ่งจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการเข้าถึงบัญชีของเหยื่อและเริ่มทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

นักวิจัยยังกล่าวอีกว่าแอปที่แฝงมัลแวร์ Ghimob ไว้นั้นได้กำหนดเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นของธนาคารในบราซิล , เยอรมนี, โปรตุเกส, เปรู, ปารากวัย, แองโกลาและโมซัมบิก และยังได้เพิ่มเป้าหมายไปยังแอปพลิเคชันที่มีเกี่ยวข้องกับ cryptocurrency exchange เพื่อพยายามเข้าถึงบัญชีสกุลเงินดิจิทัล

ทั้งนี้ผู้ใช้ Android ควรมีระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากเเหล่งที่ไม่รู้จักเพื่อเป็นการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์

ที่มา: zdnet.

กลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ปลอมโฆษณาปล่อย Microsoft Teams ปลอมฝังแบ็คดอร์

ไมโครซอฟต์มีการแจ้งเตือนแบบไม่เป็นสาธารณะในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาถึงพฤติกรรมของกลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ใช้วิธีการแพร่กระจายในลักษณะ Fake Update ของโปรแกรม Microsoft Teams ฝังแบ็คดอร์ โดยมีการทำโฆษณาปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อดาวโหลดด้วย

พฤติกรรมการใช้ Fake Update นั้นเป็นพฤติกรรมในการแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่ DoppelPaymer ตั้งแต่ปี 2019 อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมา พฤติกรรมดังกล่าวนี้ถูกใช้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WastedLocker มากกว่า

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและดาวโหลดแอปพลิเคชันปลอม แบ็คดอร์ที่ฝังเอาไว้ในโปรแกรมปลอมจะถูกติดตั้งและสร้างช่องทางกลับไปหาระบบของผู้โจมตี จากข้อมูลของไมโครซอฟต์ ผู้โจมตีมีการใช้ช่องโหว่ ZeroLogon ในการยกระดับสิทธิ์และทำ lateral movement ด้วย

ไมโครซอฟต์ออกคำแนะนำให้ใช้เบราว์เซอร์ซึ่งมีความสามารถในการตรวจสอบไฟล์ที่เป็นอันตราย จำกัดสิทธิ์และตั้งค่าความปลอดภัยใน active directory ให้เหมาะสมและลด attach surface ออกจากระบบด้วยการ hardening

ที่มา: bleepingcomputer.

ช่องโหว่ใน Google Drive สามารถทำให้ผู้โจมตีหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งมัลแวร์ได้

Nikoci นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยช่องโหว่ใน Google Drive ที่สามารถทำให้ผู้โจมตีหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งมัลแวร์ได้ หลังพบผู้ใช้ได้รับผลกระทบจากการดาวน์โหลดไฟล์ที่มีมัลแวร์ซ่อนอยู่

ช่องโหว่ของ Google Drive ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้นทำให้ผู้โจมตีสามารถเผยแพร่มัลแวร์ผ่าน Google Drive โดยผู้ประสงค์ร้ายสามารถใช้เมนู "Manage versions" โดยมีขั้นตอนเพียงแค่ทำการอัปโหลดไฟล์ปกติลงบน Google Drive ก่อนและหลังจากนั้นทำการอัปเดตไฟล์ใหม่ด้วยไฟล์ที่เป็นอันตรายที่มีชื่อเดียวกันเเทนไฟล์ที่ทำการอัปโหลดครั้งเเรกผ่าน "Manage versions"

จุดอ่อนของฟีเจอร์นี้อยู่ในข้อเท็จจริงที่ Google Drive จะไม่ตรวจสอบว่าไฟล์ที่อัปโหลดไปใหม่นั้นเป็นไฟล์ชนิดเดียวกันหรือไม่ ทำให้ผู้โจมตีสามารถซ่อนมัลแวร์ได้อย่างแนบเนียนและทำการกระจายมัลแวร์ไปสู่เป้าหมาย โดยช่องโหว่นี้แฮกเกอร์สามารถปรับใช้เทคนิค Spear-phishing attack เพื่อหลอกผู้ใช้ให้ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟเเวร์ผ่านทาง Google Drive โดยไฟล์ดังกล่าวอาจเป็นไฟล์ที่่มีมัลแวร์ซ่อนอยู่

ปัจจุบัน Google ยังไม่ได้แก้ปัญหานี้ ในขณะเดียวกันเว็บเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome ก็มักจะเชื่อถือไฟล์ที่ดาวน์โหลดจาก Google Drive แม้ว่าไฟล์จะถูกตรวจพบโดยซอฟต์แวร์ Antivirus ตัวอื่นๆ ว่าเป็นอันตรายก็ตาม

คำแนะนำ: ก่อนที่จะดาวน์โหลดไฟล์ควรตรวจสอบที่มาของไฟล์ก่อนโหลด ทั้งนี้ควรทำการสแกนและอัปเดตฐานข้อมูล Antivirus อยู่เสมอเพื่อป้องกันมัลแวร์ที่อาจถูกซ่อนอยู่ในไฟล์

ที่มา: thehackernews.

CISA ออกแจ้งเตือนโทรจันใหม่จากกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ “BLINDINGCAN” พุ่งเป้าหน่วยงานทางการทหาร US

หน่วยงาน Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ออกมาแจ้งเตือนเกี่ยวกับโทรจันใหม่ซึ่งเชื่อมโยงกับการโจมตีโดยกลุ่มแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือภายใต้ชื่อ BLINDINGCAN โดยมัลแวร์ดังกล่าวพุ่งเป้าโจมตีหน่วยงานทางการทหาร การบินและอวกาศของสหรัฐฯ

มัลแวร์ BLINDINGCAN เชื่อมโยงกับปฏิบัติการการโจมตีชื่อ North Star ซึ่งถูกตรวจพบโดย McAfee และปฏิบัติการ DreamJob ซึ่งถูกตรวจพบโดย ClearSky โดยแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือจะมีการแอบอ้างและปลอมตัวเพื่อให้เป้าหมายหลงเชื่อและมีการส่งมัลแวร์ผ่านทางอีเมลไปยังเป้าหมาย (ดูรายละเอียดของทั้งสองปฏิบัติการได้จากลิงค์ท้ายข่าว)

มัลแวร์ BLIDINGCAN จะถูกติดตั้งเพื่อฝังตัวอยู่ในระบบเป้าหมายเพื่อให้ผู้โจมตีใช้มัลแวร์เป็นช่องทางในการเข้าถึงระบบเป้าหมาย โดยตัวมัลแวร์ยังมีคุณสมบัติของโทรจันที่ทำให้มันสามารถดำเนินการเกี่ยวกับไฟล์ รวมไปถึงเก็บข้อมูลต่างๆ ในระบบได้

ประกาศจาก CISA ได้มีการแนบข้อมูลตัวบ่งชี้ภัยคุกคามมาแล้วในลักษณะของ Malware Analysis Report รหัส AR20-232A ผู้ดูแลระบบสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อระบุหาการมีอยู่หรือป้องกันภัยคุกคามได้ทันที

ดูรายละเอียดตัวบ่งชี้ภัยคุกคามได้ที่ https://us-cert.

FBI และ NSA ร่วมออกรายงานแจ้งเตือนมัลแวร์ตัวใหม่ใน Linux “Drovorub” คาดถูกใช้โดยแฮกเกอร์ที่รัฐบาลรัสเซียหนุนหลัง

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา FBI และ NSA ได้มีการเปิดเผยการแจ้งเตือนซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน โดยเป็นการแจ้งเตือนและผลการวิเคราะห์มัลแวร์ตัวใหม่บน Linux "Drovorub" อ้างอิงจากรายงานของทั้งสองหน่วยงาน มัลแวร์ Drovorub ถูกตรวจจับว่ามีการใช้งานในการโจมตีจริงแล้ว และเชื่อมโยงกลับไปยังกลุ่มแฮกเกอร์ APT28 หรือ Fancy Bear ที่มีรัฐบาลรัสเซียหนุนหลัง

การวิเคราะห์มัลแวร์ Drovorub บ่งชี้ให้เห็นศักยภาพที่หลากหลายของมัลแวร์ ตัวมัลแวร์เองถูกออกแบบมาให้เป็น kernel module rootkit แต่ยังมีฟังก์ชันการทำงานเช่นเดียวกับโทรจันโดยทั่วไป อาทิ การรับส่งไฟล์และการสร้างช่องทางลับเพื่อการ pivoting ด้วยลักษณะของการเป็น rootkit ระดับ kernel มัลแวร์ Drovorub จะมีการซ่อนตัวเองจากความพยายามในการค้นหาโปรเซส, ไฟล์, socket หรือพฤติกรรมการทำงานต่างๆ ผ่านการ hook หรือเป็นลอจิคการทำงานของโปรแกรม เช่น เมื่อผู้ใช้งานมีการใช้คำสั่ง ps เพื่อดูรายการโปรเซส มัลแวร์ Drovorub จะทำการแก้ไขผลลัพธ์อยู่เบื้องหลังเพื่อทำให้โปรเซสที่เกี่ยวข้องกับมัลแวร์ไม่แสดงในผลลัพธ์ของคำสั่ง

นอกเหนือจากการวิเคราะห์การทำงาน รายงานร่วมของ FBI และ NSA ยังพูดถึงวิธีในการตรวจจับการทำงานของมัลแวร์ทั้งในมุม network และ endpoint รวมไปถึงการทำ memory analysis เพื่อตรวจหาการมีอยู่ของมัลแวร์ รวมไปถึงคำแนะนำจากทั้งสองหน่วยงานในการป้องกันและลดผลกระทบ ผู้ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากรายงานของ FBI และ NSA (media.