Buhti กลุ่มแรนซัมแวร์ใหม่ มุ่งเป้าการโจมตีไปยัง Windows และ Linux

แรนซัมแวร์ตัวใหม่ชื่อ 'Buhti' ใช้โค้ดที่รั่วไหลออกมาของแรนซัมแวร์ LockBit และ Babuk ในการโจมตี ที่กำหนดเป้าหมายไปยังระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux ผู้โจมตีที่อยู่เบื้องหลัง Buhti ในชื่อ 'Blacktail' ยังไม่ได้พัฒนาแรนซัมแวร์ด้วยตนเอง แต่สร้างเฉพาะยูทิลิตี้เพื่อใช้ในการขโมยข้อมูลสำหรับแบล็กเมล์เหยื่อ
Buhti ถูกพบครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยทีม Unit 42 ของ Palo Alto Networks ซึ่งระบุว่าเป็นแรนซัมแวร์ที่กำหนดเป้าหมายไปยัง Linux ซึ่งพัฒนาโดยภาษา Go-based

รายงานที่เผยแพร่ในวันนี้โดยทีม Threat Hunter ของ Symantec แสดงให้เห็นว่า Buhti ยังมุ่งเป้าไปที่ Windows ด้วย โดยใช้ LockBit 3.0 ที่ถูกปรับเปลี่ยนในชื่อ "LockBit Black"

Blacktail ใช้เครื่องมือสำหรับสร้าง Windows LockBit 3.0 ที่รั่วไหลบน Twitter ในเดือนกันยายน 2022 ซึ่งเมื่อโจมตีสำเร็จจะเปลี่ยนวอลเปเปอร์ของคอมพิวเตอร์ที่ถูกโจมตีเพื่อให้เหยื่อเปิดบันทึกเรียกค่าไถ่ ในขณะที่ไฟล์ที่เข้ารหัสทั้งหมดจะได้ถูกต่อท้านนามสกุลด้วย ".buthi"

(more…)

อาชญากรทางไซเบอร์ชาวอินโดนีเซียใช้ประโยชน์จาก AWS เพื่อขุดเหรียญ Cryptocurrency

อาชญากรทางไซเบอร์ที่มีแรงจูงใจด้านการเงินจากอินโดนีเซียใช้บริการ Elastic Compute Cloud (EC2) บน Amazon Web Services (AWS) เพื่อดำเนินการขุดเหรียญ Cryptocurrency
บริษัทด้านความปลอดภัยในระบบคลาวด์ "Permiso P0 Labs" ตรวจพบกลุ่มดังกล่าวเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา และได้ตั้งชื่อกลุ่มดังกล่าวว่า 'GUI-vil'
บริษัทระบุในรายงานว่า ในเบื้องต้นกลุ่มดังกล่าวจะใช้เครื่องมือ Graphical User Interface (GUI) โดยเฉพาะ S3 Browser (เวอร์ชัน 9.5.5) ในการปฏิบัติการโดยตรงผ่านทางเบราว์เซอร์
การโจมตีของ GUI-vil เริ่มต้นโดยการนำ AWS keys ที่รั่วไหลจาก GitHub Repository หรือจากการสแกนหา GitLab instances ที่มีช่องโหว่ remote code execution เช่น ช่องโหว่ CVE-2021-22205 มาใช้เพื่อเข้าถึงระบบของเหยื่อ หลังจากที่เข้าถึงได้สำเร็จ ผู้โจมตีจะทำการเพิ่มสิทธิ์ และตรวจสอบข้อมูลของ S3 buckets ทั้งหมดที่มีอยู่ และใช้บริการที่สามารถเข้าถึงได้ผ่าน AWS web console

วิธีการที่น่าสนใจในการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าว คือการพยายามที่จะแฝงตัวอยู่บนระบบโดยการแอบสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ ที่ดูสอดคล้องกับชื่อของระบบ
โดยนักวิจัยจาก P0 Labs ระบุว่า "GUI-vil จะสร้าง access keys สำหรับบัญชีใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งาน S3 Browser กับบัญชีที่สร้างขึ้นต่อไปได้"
อีกหนึ่งวิธีที่กลุ่มนี้ใช้ คือ การสร้างโปรไฟล์เข้าสู่ระบบสำหรับชื่อผู้ใช้ที่มีอยู่ แต่ยังไม่มีโปรไฟล์ เพื่อเปิดใช้งาน AWS console โดยไม่ทำให้เกิดการแจ้งเตือนในระบบ
การเชื่อมโยงระหว่าง GUI-vil และประเทศอินโดนีเซียมาจากที่อยู่ IP ต้นทาง ที่เกี่ยวข้องกับ Autonomous System Numbers (ASNs) สองหมายเลขที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป้าหมายหลักของกลุ่มดังกล่าว คือการสร้าง EC2 instances เพื่อขุดเหรียญ Cryptocurrency โดยผลกำไรที่กลุ่มนี้ได้จากการขุดเหรียญ Cryptocurrency เป็นเพียงจำนวนเงินที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่องค์กรของเหยื่อต้องจ่ายสำหรับการเรียกใช้ EC2 instances ดังกล่าว

ที่มา : thehackernews

พบการโจมตีฟิชชิ่งบน Microsoft 365 โดยใช้ข้อความ RPMSG ที่เข้ารหัส

พบผู้โจมตีกำลังใช้ไฟล์แนบ RPMSG ที่เข้ารหัส ซึ่งจะถูกส่งผ่านบัญชี Microsoft 365 เพื่อใช้ในการขโมยข้อมูล credentials ด้วยการโจมตีฟิชชิ่งแบบกำหนดเป้าหมาย ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับโดยอีเมลเกตเวย์
ไฟล์ RPMSG (restricted permission message files) เป็นไฟล์แนบข้อความอีเมลเข้ารหัสที่สร้างขึ้นโดยใช้ Microsoft's Rights Management Services (RMS) เพื่อการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับข้อมูลที่มีความสำคัญ โดยการจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้รับที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ผู้รับที่ต้องการอ่านอีเมล จะต้องถูกตรวจสอบสิทธิ์โดยใช้บัญชี Microsoft หรือขอรับ one-time passcode เพื่อถอดรหัส   โดย Trustwave พบว่า ข้อกำหนดสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ของ RPMSG กำลังถูกใช้เพื่อหลอกเป้าหมายให้ส่งข้อมูล credentials ของ Microsoft โดยใช้แบบฟอร์มเข้าสู่ระบบปลอม

ลักษณะการทำงาน

เริ่มต้นด้วยอีเมลที่จะถูกส่งมาจากบัญชี Microsoft 365 ที่ถูกโจมตี ในกรณีนี้มาจากบริษัท Talus Pay ซึ่งเป็นบริษัทประมวลผลการชำระเงิน
ผู้รับคือผู้ใช้งานในแผนกเรียกเก็บเงินของบริษัทผู้รับ ซึ่งอีเมลจะแสดงข้อความที่มีการเข้ารหัสจาก Microsoft
อีเมลของผู้โจมตีจะขอให้เป้าหมายคลิกปุ่ม "Read the message" เพื่อถอดรหัส และเปิดข้อความที่ได้รับการป้องกัน โดยจะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าเว็บ Office 365 พร้อมกับคำขอให้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft
หลังจากผ่านการตรวจสอบสิทธิ์แล้ว ผู้รับก็จะเห็นอีเมลของผู้โจมตี ซึ่งหลังจากคลิกปุ่ม "Click here to Continue" ก็จะถูกนำไปสู่เอกสาร SharePoint ปลอม ที่อยู่บนบริการ InDesign ของ Adobe

จากนั้นเมื่อคลิก "Click Here to View Document" ก็จะถูกนำไปสู่หน้าว่าง และข้อความว่า "Loading.

D-Link แก้ไขช่องโหว่ auth bypass และ RCE ระดับ Critical ในซอฟต์แวร์ D-View 8

D-Link ผู้ให้บริการโซลูชันเครือข่ายของไต้หวัน ได้แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical 2 รายการ ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ (RCE) ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุดการจัดการเครือข่าย D-View 8 เวอร์ชัน 2.0.1.27 และต่ำกว่า

D-View เป็นเครื่องมือการจัดการเครือข่ายขั้นสูงที่ถูกพัฒนาโดย D-Link ที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กรขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซอฟต์แวร์นี้ให้ความสามารถในการตรวจสอบ ควบคุมการตั้งค่าอุปกรณ์ และสร้างแผนที่เครือข่าย ทำให้สามารถจัดการเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้เวลาน้อยลง

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่เข้าร่วมโครงการ Zero Day Initiative (ZDI) ของ Trend Micro ได้ค้นพบช่องโหว่ 6 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่อ D-View และได้รายงานไปยัง D-Link ในวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2022

ช่องโหว่ 2 รายการที่พบ มีคะแนน CVSS: 9.8 ความรุนแรงระดับ Critical มีดังนี้

CVE-2023-32165 เป็นช่องโหว่ในการสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล ทำให้ผู้โจมตีที่สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวได้สิทธิ์ SYSTEM ที่เป็นสิทธิ์สูงสุดสำหรับ Windows ส่งผลให้สามารถเข้าควบคุมระบบได้อย่างสมบูรณ์
CVE-2023-32169 เป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถข้ามขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตน (Authentication Bypass) โดยใช้คีย์การเข้ารหัสแบบฮาร์ดโค้ดใน TokenUtils class ของซอฟแวร์ ส่งผลทำให้ผู้โจมตีที่สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวสามารถยกระดับสิทธิ์ เข้าถึงข้อมูล และเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่า และการตั้งค่าบนซอฟต์แวร์ รวมทั้งการติดตั้งแบ็คดอร์ และมัลแวร์วัน

พุธที่ 17 พฤษภาคม 2023 ที่ผ่านมา D-Link ทราบถึงปัญหาด้านความปลอดภัยจากรายงาน จึงได้เริ่มการตรวจสอบ และพัฒนาแพตช์ความปลอดภัยทันที และยังคงแนะนำให้ ผู้ดูแลระบบอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 2.0.1.28 ที่ได้รับการแก้ไข อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประกาศยังเตือนว่า แพตช์ดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันเบต้า หรือเวอร์ชั่นแก้ไขด่วนที่ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบขั้นสุดท้าย การอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 2.0.1.28 อาจทำให้การทำงานของ D-View ไม่เสถียรได้

นอกจากนี้ ยังแนะนําให้ผู้ใช้งานตรวจสอบเวอร์ชันฮาร์ดแวร์ของผลิตภัณฑ์ โดยการตรวจสอบ underside label หรือ web configuration panel ก่อนที่จะดาวน์โหลดอัปเดตเฟิร์มแวร์ที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : bleepingcomputer

Chrome ออกแพตช์ Update ของ browser เวอร์ชัน 113 แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical

ในสัปดาห์นี้ Google ประกาศอัปเดตด้านความปลอดภัยของ Chrome browser เวอร์ชัน ** 113 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ทั้งหมด 12 รายการ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่อยู่ในระดับ Critical 6 รายการ

โดยช่องโหว่ 1 รายการ ที่ถูกรายงานโดยนักวิจัยภายนอกมีหมายเลข CVE-2023-2721 รายงานโดย Guang Gong นักวิจัยจาก Qihoo 360 ซึ่งระบุว่าช่องโหว่ดังกล่าวเป็นช่องโหว่ use-after-free ใน Navigation ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างเพจ HTML ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเพจเพื่อส่งผลให้เกิด heap corruption จากช่องโหว่ดังกล่าว

ช่องโหว่ Use-after-free คือช่องโหว่ของหน่วยความจำ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ pointer ไม่ถูกเคลียร์ภายหลังจากการจัดสรรหน่วยความจำ ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตราย, การปฏิเสธการให้บริการ (denial-of-service) หรือการทำให้ข้อมูลเสียหายได้ โดยใน Chrome ปัญหาของ use-after-free นั้นสามารถถูกนำมาใช้ประโยชน์เพื่อเจาะผ่าน browser sandbox ได้

การอัปเดตล่าสุดของ Chrome ได้แก้ไขปัญหาของ use-after-free ซึ่งเป็นช่องโหว่ 3 รายการที่มีการรายงานจากนักวิจัยภายนอก และช่องโหว่ทั้งหมดมีระดับความรุนแรงสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Autofill UI, DevTools และ Guest View components ของเบราว์เซอร์

เบราเซอร์เวอร์ชันใหม่ยังแก้ไข confusion bug ระดับความรุนแรงสูงใน V8 JavaScript engine และช่องโหว่ระดับความรุนแรงปานกลางใน WebApp Installs

โดย Chrome เวอร์ชันล่าสุดคือ 113.0.5672.126 สำหรับ macOS และ Linux และเวอร์ชัน 113.0.5672.126/.127 สำหรับ Windows

ที่มา : securityweek

Hacker ปลอมเว็บไซต์ของ CapCut เพื่อขโมยข้อมูล

แคมเปญการแพร่กระจายมัลแวร์ตัวใหม่ กำลังใช้วิธีการเลียนแบบเว็บไซต์เครื่องมือตัดต่อวิดีโออย่าง CapCut เพื่อหลอกติดตั้งมัลแวร์บนเครื่องเหยื่อ

CapCut เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโออย่างเป็นทางการของ ByteDance สำหรับ TikTok ซึ่งมีการดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วมากกว่า 500 ล้านครั้งบน Google Play และเว็บไซต์ของบริษัทมีผู้เข้าชมมากกว่า 30 ล้านครั้งต่อเดือน

ความนิยมของแอปพลิเคชัน รวมถึงการถูกแบนในประเทศไต้หวัน อินเดีย และอีกบางประเทศ ทำให้ผู้ใช้งานพยายามหาวิธีในการดาวน์โหลดโปรแกรม จึงทำให้เป็นช่องทางให้ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ โดยการสร้างเว็บไซต์ที่ใช้แพร่กระจายมัลแวร์ที่ปลอมเป็นตัวติดตั้งของโปรแกรม CapCut

เว็บไซต์ที่เป็นอันตรายถูกพบโดย Cyble ซึ่งรายงานว่าพบสองแคมเปญที่ใช้แพร่กระจายมัลแวร์ ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการ แต่โดยทั่วไปแล้วผู้โจมตีมักจะใช้วิธีการโฆษณาบนหน้าการค้นหาของ Google และโซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมต โดยเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายมีดังนี้:

capcut-freedownload[.]com
capcutfreedownload[.]com
capcut-editor-video[.]com
capcutdownload[.]com
capcutpc-download[.]com

แคมเปญแรก

นักวิเคราะห์ของ Cyble ตรวจพบเว็บไซต์ CapCut ปลอมที่มีปุ่มดาวน์โหลด ซึ่งจะเป็นการดาวน์โหลด Offx Stealer ไปติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน โดยจะทำงานได้บน Windows 8, 10 และ 11 เท่านั้น

เมื่อเหยื่อเรียกใช้ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา จะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดปลอมที่อ้างว่าการเปิดใช้แอปพลิเคชันไม่สำเร็จ

มัลแวร์จะพยายามดึงรหัสผ่าน และคุกกี้จากเว็บเบราว์เซอร์ และประเภทไฟล์บางอย่าง เช่น .txt, .lua, .pdf, .png, .jpg, .jpeg, .py, .cpp และ .db จากโฟลเดอร์เดสก์ท็อปของผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ยังกำหนดเป้าหมายไปยังข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในแอปพลิเคชันรับส่งข้อความเช่น Discord และ Telegram แอปกระเป๋าเงินดิจิตอล (Exodus, Atomic, Ethereum, Coinomi, Bytecoin, Guarda และ Zcash) และซอฟต์แวร์ remote access เช่น UltraViewer และ AnyDesk

ข้อมูลที่ถูกขโมยทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ในไดเร็กทอรีที่สร้างขึ้นแบบสุ่มในโฟลเดอร์ %AppData% Zip แล้วส่งไปยังผู้โจมตีผ่านช่องทาง Telegram ส่วนตัว โดยผู้โจมตียังใช้บริการโฮสต์ไฟล์ AnonFiles เพื่อความสมบูรณ์ในขั้นตอนการขโมยข้อมูล

หลังจากไฟล์ที่ถูกขโมยถูกส่งไปยังผู้โจมตี ไดเร็กทอรีในเครื่องที่สร้างขึ้นสำหรับโฮสต์ข้อมูลชั่วคราวจะถูกลบออกเพื่อลบร่องรอยของการติดมัลแวร์

แคมเปญที่สอง

แคมเปญที่สองที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ CapCut ปลอมจะปล่อยไฟล์ชื่อ 'CapCut_Pro_Edit_Video.

พบกลุ่ม Hacker ใหม่ในชื่อ GoldenJackal มุ่งเป้าหมายไปยังรัฐบาลของประเทศในตะวันออกกลาง และเอเชียใต้

นักวิจัยของ Kaspersky เปิดเผยการค้นพบกลุ่ม Hacker ใหม่ ที่มีความสามารถระดับสูง Advanced Persistent Threat (APT) ในชื่อ GoldenJackal ซึ่งมีเป้าหมายการโจมตีไปยังรัฐบาลของประเทศในตะวันออกกลาง และเอเชียใต้

โดย Kaspersky ได้ติดตามการดำเนินการของกลุ่ม GoldenJackal มาตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มุ่งเป้าหมายการโจมตีไปยัง อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน อิหร่าน อิรัก ปากีสถาน และตุรกี ใน (more…)

พบ Hacker ใช้ Azure Serial Console เพื่อเข้าถึง VM ของเป้าหมาย

Mandiant บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เปิดเผยการพบกลุ่ม Hacker ที่มีแรงจูงใจทางด้านการเงินในชื่อ 'UNC3944' ใช้การโจมตี แบบ phishing และ SIM swapping เพื่อขโมยบัญชีผู้ดูแลระบบ Microsoft Azure และเข้าถึง VM ของเป้าหมาย

จากนั้น Hacker จะใช้ Azure Serial Console ในการติดตั้งซอฟต์แวร์ Remote Management Software เพื่อฝังตัวในระบบ และใช้ Azure Extensions เพื่อเฝ้าระวังการตรวจจับ (more…)

Apple แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ใหม่ 3 รายการที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีเพื่อเจาะเข้า iPhone, Mac และ iPad [EndUser]

ช่องโหว่ทั้งหมดถูกพบใน WebKit browser หลายแพลตฟอร์ม และมีหมายเลข CVE-2023-32409, CVE-2023-28204 และ CVE-2023-32373

ช่องโหว่แรกคือ Sandbox Escape ที่ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกสามารถเจาะผ่าน Sandbox ได้ ส่วนอีก 2 รายการเป็นช่องโหว่ out-of-bounds read ที่ทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญได้ และช่องโหว่ use-after-free ที่สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายบนเครื่องเหยื่อได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ภายหลังจากเหยื่อเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ที่ผู้ไม่หวังดีออกแบบมาเป็นพิเศษ

Apple แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ทั้ง 3 รายการ ใน macOS Ventura 13.4, iOS และ iPadOS 16.5, tvOS 16.5, watchOS 9.5 และ Safari 16.5 ด้วยการปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสอบต่าง ๆ เช่น input validation และ memory management (more…)

Extension อันตรายบน Microsoft VSCode หลอกขโมยรหัสผ่าน และเปิดช่องทาง remote shells

กลุ่มผู้ไม่หวังดีมุ่งเป้าโจมตี VSCode Marketplace ของ Microsoft โดยอัปโหลด extension Visual Studio ที่เป็นอันตราย 3 รายการ โดยมีนักพัฒนาบน Windows ดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 46,600 ครั้ง

จากรายงานของ Check Point นักวิเคราะห์พบ extension ที่เป็นอันตราย และรายงานไปยัง Microsoft ว่า extension ดังกล่าวทำให้แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูล credentials, ข้อมูลระบบ และสร้างช่องทาง remote shell บนเครื่องของเหยื่อ

Extension ถูกพบ และรายงานเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2023 และต่อมาก็ถูกลบออกจาก VSCode Marketplace ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2023 (more…)