Microsoft ระบุว่าปัญหาการบูตไม่สำเร็จของ Windows 11 เกิดจากการอัปเดตที่ผิดพลาดในเดือนธันวาคม 2025

Microsoft ได้ออกมาชี้แจงถึงรายงานล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาการบูตไม่สำเร็จของ Windows 11 หลังจากติดตั้งอัปเดตเดือนมกราคม 2026 โดยระบุว่าสาเหตุเชื่อมโยงกับความพยายามในการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ที่ไม่สำเร็จก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ระบบอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์

ปัญหาการบูตไม่สำเร็จนี้ เริ่มมีรายงานเข้ามาเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 หลังจากที่ผู้ใช้ได้ติดตั้งอัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 บน Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2

โดยหลังจากติดตั้งอัปเดตดังกล่าว ระบบที่ได้รับผลกระทบจะไม่สามารถเริ่มทำงานได้ และจะแสดงหน้าจอสีฟ้า (BSOD) พร้อม error code "UNMOUNTABLE_BOOT_VOLUME"

จากการอัปเดตข้อมูลล่าสุดที่พบโดย Susan Bradley จาก AskWoody นั้น Microsoft ระบุว่า ผลการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบเกิดจาก errors ในการบูตครั้งนี้มาจากกรณีที่เครื่องไม่สามารถติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ได้มาก่อนหน้านี้

เมื่อการติดตั้งอัปเดตที่ไม่สำเร็จดังกล่าวถูก Rolled back กลับไป Windows จะถูกทิ้งไว้ในสถานะที่ไม่เสถียร หรือที่เรียกว่า "Improper state"

ข้อความแจ้งเตือนฉบับปรับปรุงระบุว่า "การตรวจสอบล่าสุดระบุว่า ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ไม่สำเร็จ และตกอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back การอัปเดต"

"ความพยายามในการติดตั้งอัปเดต Windows ขณะที่ระบบยังอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์นี้ อาจส่งผลให้อุปกรณ์ไม่สามารถบูตได้ ขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาบางส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ประสบปัญหาบูตไม่ได้ หากมีการพยายามติดตั้งอัปเดตในขณะที่ระบบยังไม่สมบูรณ์"

“อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ปัญหาเพียงบางส่วนนี้จะไม่สามารถป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก และจะไม่สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ไม่สามารถบูตได้อยู่แล้ว"

บริษัทระบุว่ากำลังตรวจสอบสาเหตุที่อุปกรณ์บางเครื่องไม่สามารถติดตั้งการอัปเดต Windows หรือเข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back

Microsoft ระบุว่าขณะนี้ปัญหาจำกัดเฉพาะ physical devices เท่านั้น ยังไม่มีรายงานว่า virtual machines ได้รับผลกระทบ

 

ที่มา : bleepingcomputer.

การอัปเดต Windows 11 KB5074109 ทำให้ระบบมีปัญหา Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งการอัปเดต

อัปเดตความปลอดภัย Windows 11 ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 ของ Microsoft ได้ก่อให้เกิดปัญหาความเสถียรของระบบหลายประการ รวมถึงอาการเครื่องค้าง และหน้าจอดำ ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องถอนการติดตั้งอัปเดตดังกล่าว โดยมีรายงานระบุถึงปัญหาด้านกราฟิก และแอปพลิเคชันล้มเหลว ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มองค์กร

KB5074109 อยู่ในอัปเดตบน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 (build 26200.7623) และ 25H2 (build 26100.7623) โดยประกอบด้วยการแก้ไขความปลอดภัยกว่า 100 รายการ รวมถึงช่องโหว่ Zero-day 3 รายการ พร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น การปรับปรุงการใช้พลังงานของ NPU

การอัปเดตนี้เผยแพร่ใน Patch Tuesday วันที่ 13 มกราคม 2026 โดยการอัปเดตนี้ยังรวมถึง Servicing Stack Update รหัส KB5071142 และ AI components สำหรับ Copilot+ PCs นอกจากนี้ Microsoft ได้ลดความซับซ้อนของชื่อการอัปเดตในเวอร์ชันนี้เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

ปัญหาด้านกราฟิก และการค้างของระบบ

ผู้ใช้บางส่วนรายงานว่าพบว่าระบบค้างโดยไม่มีหน้าจอ blue screens โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่ใช้กราฟิกหนัก เช่น BforArtists 5.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาต่อยอดจาก Blender เมื่อทำการสลับโหมดการแสดงผล

ปัญหาการค้างเหล่านี้เกิดจากความบกพร่องของ DirectX และ GPU driver ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง Kernel หรือ Graphics stack ในการอัปเดต

หลังการติดตั้ง ระบบ GPU ของ Nvidia และ AMD มักพบปัญหาหน้าจอดำ นอกจากนี้ File Explorer ยังไม่ตอบสนองต่อการตั้งค่า LocalizedResourceName ในไฟล์ desktop.

Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์ BitLocker ที่ใช้การเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ใน Windows 11

Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์ BitLocker ที่ใช้การเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ (Hardware-accelerated) ใน Windows 11 เพื่อตอบโจทย์ความกังวลด้านประสิทธิภาพ และความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น โดยอาศัยความสามารถของ Chip แบบ System-on-a-chip (SoC) และ CPU เข้ามาช่วย

(more…)

เครื่องมือ EDR-Redir V2 หลบเลี่ยงการตรวจจับของ Windows Defender บน Windows 11 โดยใช้ Program Files ปลอม

เครื่องมือที่ชื่อว่า EDR-Redir V2 ได้ถูกอัปเกรดเพื่อใช้หลบเลี่ยงการตรวจจับของ EDR โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ของ Windows 11 24H2 ที่ชื่อว่า bind link (more…)

Microsoft ได้ออกแพตช์แก้ไข Bug ที่ทำให้เกิด Certificate enrollment errors บน Windows

 

Microsoft ได้ออกแพตช์แก้ไขปัญหาที่ทำให้เกิดข้อความแจ้งเตือน CertificateServicesClient (CertEnroll) errors หลังจากติดตั้งอัปเดต Windows 11 24H2 เวอร์ชัน preview ประจำเดือนกรกฎาคม 2025 และการอัปเดตอื่น ๆ ที่ตามมา (more…)

Microsoft จะลบ PowerShell 2.0 ออกจาก Windows 11 และ Windows Server

Microsoft ประกาศจะลบ PowerShell 2.0 ออกจาก Windows ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป หลังจากประกาศเลิกใช้งานมาแล้วกว่า 8 ปี แต่ยังคงเปิดให้ใช้งานเป็นฟีเจอร์เสริมมาจนถึงปัจจุบัน

Command Processor ที่มีอายุ 14 ปีนี้ ถูกนำมาใช้ครั้งแรกพร้อมกับ Windows 7 และได้ถูกลบออกไปแล้วสำหรับกลุ่มผู้ใช้งาน Windows Insiders ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา พร้อมกับการเปิดตัว Windows 11 Insider Preview Build 27891 ใน Canary Channel

(more…)

ไมโครซอฟท์เตรียมยุติการสนับสนุน Windows 11 รุ่น 22H2 ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้

Microsoft แจ้งเตือนลูกค้าในวันนี้ (28 กรกฎาคม 2025) ว่าการสนับสนุน Windows 11 เวอร์ชัน 22H2 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 14 ตุลาคม 2025 (more…)

Windows 11 และ Red Hat Linux ถูกแฮ็กในวันแรกของการแข่งขัน Pwn2Own

ในวันแรกของการแข่งขัน Pwn2Own Berlin 2025 นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้รับรางวัล 260,000 เหรียญสหรัฐ หลังจากประสบความสำเร็จในการสาธิตการโจมตีช่องโหว่แบบ zero-day สำหรับ Windows 11, Red Hat Linux และ Oracle VirtualBox

Red Hat Enterprise Linux สำหรับ Workstations เป็นระบบแรกที่ถูกโจมตีสำเร็จในหมวดการยกระดับสิทธิ์บนเครื่อง โดยทีมวิจัย DEVCORE ที่ใช้ชื่อว่า Pumpkin ได้ใช้ช่องโหว่ประเภท integer overflow เพื่อโจมตี และรับเงินรางวัล 20,000 ดอลลาร์

โดย Hyunwoo Kim และ Wongi Lee ก็สามารถเข้าถึงสิทธิ์ root บนอุปกรณ์ Red Hat Linux ได้เช่นกัน ซึ่งใช้การโจมตีแบบ use-after-free ร่วมกับช่องโหว่ information leak แต่หนึ่งในช่องโหว่ที่ใช้ในการโจมตีนั้นเป็นช่องโหว่ N-day

จากนั้น Chen Le Qi จาก STARLabs SG ได้รับรางวัล 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากการนำเสนอการโจมตีแบบผสมผสาน โดยใช้ช่องโหว่ use-after-free ร่วมกับ integer overflow เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น SYSTEM บนระบบ Windows 11

Windows 11 ถูกโจมตีอีกสองครั้งเพื่อให้ได้สิทธิ์ระดับ SYSTEM โดย Marcin Wiązowski ใช้ช่องโหว่ out-of-bounds write และในส่วนของ Hyeonjin Choi ได้สาธิตช่องโหว่ type confusion แบบ zero-day

ทีม Prison Break ได้รับเงินรางวัล 40,000 ดอลลาร์ หลังจากสาธิตการโจมตีที่ใช้ช่องโหว่ integer overflow เพื่อ escape ออกจาก Oracle VirtualBox และรันโค้ดบนระบบปฏิบัติการได้สำเร็จ

Sina Kheirkhah จาก Summoning Team ได้รับรางวัลอีก 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากการโจมตีแบบ zero-day บน Chroma ร่วมกับการใช้ช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วใน Triton Inference Server ของ Nvidia ในขณะที่ Billy และ Ramdhan จาก STARLabs SG ได้รับเงินรางวัล 60,000 ดอลลาร์ หลังจากสามารถโจมตีผ่าน Docker Desktop และรันโค้ดบนระบบปฏิบัติการได้ โดยใช้ช่องโหว่ use-after-free แบบ zero-day

การแข่งขันแฮ็กในงาน Pwn2Own Berlin 2025 มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีระดับองค์กร และหมวดหมู่ AI จัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลินระหว่างวันที่ 15 ถึง 17 พฤษภาคม ภายในงานประชุม OffensiveCon

ในวันที่สองของการแข่งขัน นักวิจัยด้านความปลอดภัยจะพยายามเจาะระบบด้วยช่องโหว่แบบ zero-day บน Microsoft SharePoint, VMware ESXi, Mozilla Firefox, Red Hat Enterprise Linux for Workstations และ Oracle VirtualBox

หลังจากมีการสาธิต และเปิดเผยช่องโหว่ zero-day ภายในงาน Pwn2Own แล้ว vendors มีเวลา 90 วันในการออกแพตช์ หรืออัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ใน products ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ของตน

ผู้เข้าแข่งขัน Pwn2Own จะมุ่งเป้าโจมตีไปที่ products ที่มีการอัปเดตแบบ fully patched ในหมวดต่าง ๆ เช่น AI, web browser, virtualization, local privilege escalation, servers, enterprise applications, cloud-native/container และ automotive categories ซึ่งจะมีเงินรางวัลมูลค่ากว่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ Tesla Model 3 ปี 2024 และ Tesla Model Y ปี 2025 (เวอร์ชั่น bench-top) ถูกกำหนดไว้เป็นเป้าหมายในการแข่งขันด้วย แต่จนถึงเริ่มการแข่งขันยังไม่มีผู้ใดที่มาลงทะเบียนโจมตีเป้าหมายเหล่านี้เลย

 

ที่มา : bleepingcomputer.

Microsoft กำลังทดสอบการรองรับ Third-party Passkeys บน Windows 11

ปัจจุบัน Microsoft กำลังทดสอบการอัปเดต API ของ WebAuthn ที่จะเพิ่มการรองรับการใช้งานของ third-party passkey สำหรับการยืนยันตัวตนแบบไม่ใช้รหัสผ่านบน Windows 11

โดย Passkeys จะใช้การยืนยันตัวตนแบบ biometric เช่น ลายนิ้วมือ และการจดจำใบหน้า เพื่อเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และสะดวกสบายกว่าการใช้รหัสผ่านแบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ

Microsoft ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการข้อมูล credential เช่น 1Password, Bitwarden และอื่น ๆ มาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทได้ประกาศเป็นครั้งแรกว่าจะสร้างโมเดลการยืนยันตัวตนแบบปลั๊กอินสำหรับ passkeys ใน Windows

ตามที่บริษัทได้เปิดเผยในวันนี้ ผู้ใช้งานจะสามารถเลือกใช้ผู้ให้บริการ third-party passkey ได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากผู้ให้บริการ passkey ที่มีอยู่ของ Windows เพื่อสำหรับการยืนยันตัวตนผ่าน Windows Hello โดยใช้ passkey เดียวกันที่สร้างไว้ในอุปกรณ์มือถือ

ทีม Windows Insider ระบุว่า "เรากำลังปล่อยการอัปเดตสำหรับ WebAuthn APIs เพื่อรองรับโมเดลการยืนยันตัวตนแบบปลั๊กอินสำหรับ passkeys"

"ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้ใช้งาน Windows จะสามารถเลือกผู้ให้บริการ third-party เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมควบคู่ไปกับผู้ให้บริการ passkey ที่มีอยู่ของ Windows ในขณะที่ผู้ใช้ยังคงรักษาประสบการณ์การใช้งานเดิมไว้ได้"

ข้อความใน WebAuthn flows จะถูกส่งต่อไปยังปลั๊กอิน และการตอบกลับจะถูกส่งกลับไปยังแอปพลิเคชัน WebAuthn client ซึ่งทำให้ปลั๊กอินสามารถสร้าง และยืนยันตัวตนด้วย passkeys เมื่อได้รับ request จากผู้ใช้งาน

การอัปเดตเหล่านี้กำลังเผยแพร่ให้กับผู้ใช้ Windows Insider ใน Beta Channel ได้ใช้งานในวันนี้ โดยจะต้องติดตั้ง Preview Build 22635.4515 (KB5046756) นอกจากนี้ Microsoft ยังขอให้ลูกค้าที่ใช้ฟีเจอร์ใหม่นี้แชร์ความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม Feedback Hub ภายใต้หมวดหมู่ Privacy > Passkey

Microsoft ยังได้ปล่อย source code เพื่อช่วยนักพัฒนาสร้างปลั๊กอินของตัวเองเพื่อรองรับแพลตฟอร์ม passkey ของตนเอง

บริษัทได้เข้าร่วมกับ FIDO Alliance และแพลตฟอร์มหลักอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนให้ passkeys เป็นวิธีการลงชื่อเข้าใช้แบบ passwordless ตามมาตรฐาน โดยรองรับ Web Authentication (WebAuthn) หรือที่เรียกว่า FIDO credentials

ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม Microsoft ได้ปล่อยการรองรับการยืนยันตัวตนด้วย passkey สำหรับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลหลังจากได้เพิ่มตัวจัดการ passkey ในตัว Windows Hello ด้วยการอัปเดตฟีเจอร์ Windows 11 22H2

วันนี้ Microsoft ยังเริ่มปล่อยฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกลับมาทำงานกับไฟล์ OneDrive จากโทรศัพท์ iOS และ Android บน Windows 11 PC ที่ติดตั้ง Windows 11 Beta Preview build ล่าสุดสำหรับ Insiders

ในประกาศที่แยกออกมา บริษัทได้เปิดตัว Microsoft Edge Game Assist (Preview) ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์ในเกมที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับการเล่นเกมบน PC ซึ่งจะแสดงอยู่บนหน้าจอเกมใน Game Bar

ที่มา : bleepingcomputer

Windows 11 บังคับเปิดใช้งาน SMB signing เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ NTLM relay attack

Microsoft ระบุว่า SMB signing (หรือถูกเรียกอีกอย่างว่า security signatures) จะเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการเชื่อมต่อทั้งหมดใน Windows 11 เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ NTLM relay attack โดยจะเริ่มตั้งแต่ Windows build (รุ่น Enterprise) ที่ประกาศออกมาในวันนี้เป็นต้นไป โดยจะมีการปรับปรุงให้กับผู้ทดสอบภายในช่องทาง Canary Channel ก่อนเปิดให้ใช้งานทั่วไป

ในการโจมตีดังกล่าว ผู้ไม่หวังดีจะบังคับให้อุปกรณ์เครือข่าย (รวมถึง domain controllers) ตรวจสอบสิทธิ์กับเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นอันตรายซึ่งอยู่ในการควบคุมของผู้โจมตี เพื่อปลอมเป็นอุปกรณ์เหล่านั้น และเพิ่มสิทธิ์เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมโดเมนบน Windows ได้อย่างสมบูรณ์

Microsoft ระบุว่า "การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงวิธีการเก่าของ Windows 10 และ 11 ที่จำเป็นจะต้องมีการ SMB signing เป็นค่าเริ่มต้น เฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับการแชร์แบบ SYSVOL และ NETLOGON และขณะที่ Active Directory domain controllers จำเป็นต้องมีการ SMB signing เมื่อมีการเชื่อมต่อกับไคลเอ็นต์"

SMB signing ช่วยป้องกันคำขอสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ที่เป็นอันตราย โดยการยืนยันตัวตนของผู้ส่ง และผู้รับผ่าน signatures และ hashes ที่อยู่ที่ส่วนท้ายของแต่ละข้อความ

เซิร์ฟเวอร์ SMB และ Remote shares ที่ปิดการใช้งาน SMB signing จะแสดงข้อความ errors ในการเชื่อมต่อด้วยข้อความต่าง ๆ เช่น "The cryptographic signature is invalid", "STATUS_INVALID_SIGNATURE", "0xc000a000", หรือ "-1073700864"

กลไกความปลอดภัยนี้มีมาตั้งแต่ Windows 98 และ 2000 และได้รับการอัปเดตใน Windows 11 และ Windows Server 2022 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ และการป้องกัน

การปรับปรุงความปลอดภัยอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน

ในขณะที่การป้องกันการโจมตีแบบ NTLM relay attack เป็นเป้าหมายที่สำคัญสำหรับทีม security แต่ผู้ดูแลระบบ Windows อาจมีความเห็นที่แตกต่าง เนื่องจากวิธีการนี้อาจส่งผลให้ความเร็วในการใช้งานผ่าน SMB ช้าลง

Microsoft เตือนว่า "SMB signing อาจลดประสิทธิภาพของ SMB copy ลง ซึ่งสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการเพิ่มจำนวนของ physical CPU cores หรือ virtual CPUs รวมถึงการใช้ CPU รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ และความเร็วสูงขึ้น"

อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลระบบสามารถปิดใช้งาน SMB signing ในการเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์ และไคลเอ็นต์ได้ โดยการเรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้จาก Windows PowerShell terminal ด้วยสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ:

Set-SmbClientConfiguration -RequireSecuritySignature $false
Set-SmbServerConfiguration -RequireSecuritySignature $false

แม้ว่าจะไม่จำเป็นที่จะต้องรีสตาร์ทระบบหลังจากใช้คำสั่งเหล่านี้ แต่การเชื่อมต่อ SMB ที่เปิดอยู่นั้นจะยังคงใช้ SMB signing ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการปิดการเชื่อมต่อนั้น

Ned Pyle ผู้จัดการโปรแกรมหลักของ Microsoft ระบุว่า "การเปลี่ยนแปลงค่าเริ่มต้นสำหรับ SMB signing นี้จะนำมาใช้กับรุ่น Pro, Education และรุ่นอื่น ๆ ของ Windows ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า รวมถึง Windows Server ด้วย ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบภายใน จากนั้นจึงจะเริ่มนำมาใช้กับรุ่นอื่น ๆ ต่อไป"

การประกาศในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงความปลอดภัยของ Windows และ Windows Server ซึ่ง Microsoft ได้แสดงให้เห็นตลอดปีที่ผ่านมา

โดยในเดือนเมษายน 2022 Microsoft ได้ประกาศเกี่ยวกับการปิดใช้งาน SMB1 ใน Windows โดยจะมีการปิดใช้งานโปรโตคอลการแชร์ไฟล์ที่มีอายุมากว่า 30 ปี โดยค่าเริ่มต้นสำหรับ Windows 11 Home Insiders

ห้าเดือนต่อมา Microsoft ได้ประกาศเพิ่มการป้องกันต่อการโจมตีด้วยวิธีการ Brute-force ด้วยการเพิ่ม 'SMB authentication rate limiter' เพื่อจัดการกับความพยายามในการร authentication ผ่าน NTLM

ที่มา : bleepingcomputer