มัลแวร์ RapperBot DDoS เพิ่มช่องหารายได้ใหม่ด้วย cryptojacking

พบตัวอย่างใหม่ของ RapperBot Botnet มีการเพิ่มฟังก์ชัน cryptojacking ที่มีความสามารถในการขุด Cryptocurrency บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ CPU Intel x64

ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกผู้พัฒนามัลแวร์ได้เพิ่มความสามารถในการขุด Cryptocurrency ซึ่งแยกออกจากการทำงานของ Botnet จนกระทั่งในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาฟังก์ชันการขุด Cryptocurrency ก็ถูกรวมเข้ากับ Botnet ในที่สุด

แคมเปญการขุด Cryptocurrency ของ RapperBot

นักวิจัยของ Fortinet's FortiGuard Labs ติดตามปฏิบัติการของ RapperBot ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 และรายงานว่า RapperBot นั้นเน้นการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ Linux SSH ด้วยวิธีการ brute-force และรวบรวมเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นเพื่อใช้ในการโจมตีแบบ DDoS

จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน นักวิจัยพบการอัปเดตเวอร์ชันของ RapperBot ทีใช้การแพร่กระจายตัวเองผ่าน Telnet และรวบรวมคำสั่งที่เหมาะสมกับการโจมตีเซิฟเวอร์ของบริษัทเกม

โดยในสัปดาห์นี้ FortiGuard Labs มีการรายงานเกี่ยวกับเวอร์ชันของ RapperBot ที่มีการใช้ XMRig Monero เพื่อขุด Cryptocurrency บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ CPU Intel x64

นักวิจัยระบุว่าแคมเปญนี้เริ่มถูกนำมาใช้งานตั้งแต่เดือนมกราคม และกำหนดเป้าหมายไปที่อุปกรณ์ IoT เป็นหลัก

ปัจจุบันโค้ดสำหรับการขุด Cryptocurrency ได้ถูกรวมเข้ากับ RapperBot และได้รับการเข้ารหัสแบบ double-layer XOR ซึ่งสามาถซ่อน mining pools และ Monero mining addresses จากนักวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

FortiGuard Labs พบว่า Botnet ดังกล่าวได้มีการตั้งค่าการขุดจาก C2 เซิฟเวอร์ แทนการใช้งาน hardcoded static pool addresses และ multiple pool นอกจากนี้ยังมีการใช้กระเป่าเงินดิจิทัลหลายอันในการสำรองข้อมูล

IP ของ C2 มีการโฮสต์ mining proxy ไว้ 2 ตัว เพื่อให้การตรวจสอบ และติดตามยากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หาก C2 เซิฟเวอร์ออฟไลน์ RapperBot เองก็มีการตั้งค่าให้ไปใช้ mining pool สาธารณะแทน

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขุดให้สูงสุด มัลแวร์ตัวนี้จะมีการตรวจสอบ และระบุ Process บนเครื่องของเหยื่อ หากพบ Process ของมัลแวร์ตัวอื่น ก็จะหยุดการทำงานของ Process ดังกล่าวอีกด้วย

ในการวิเคระห์ RapperBot เวอร์ชันล่าสุด binary network protocol ที่ใช้สำหรับการติดต่อกับ C2 เซิฟเวอร์ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยใช้วิธีการเข้ารหัสแบบ two-layer เพื่อหลบหลีกการตรวจจับ นอกจากนี้ขนาด และช่วงเวลาของการส่ง request ไปยังเซิร์ฟเวอร์ C2 นั้นถูกสุ่มให้มีความแต่กต่างกันเพื่อให้การเชื่อมต่อนั้นตรวจพบได้ยากขึ้น

ในขณะที่นักวิจัยยังไม่สังเกตเห็นคำสั่ง DDoS ที่ส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์ C2 ไปยังตัวอย่างที่วิเคราะห์ได้ แต่พวกเขาพบว่าเวอร์ชันล่าสุดของ Bot รองรับคำสั่งดังต่อไปนี้:

Perform DDoS attacks (UDP, TCP, and HTTP GET)
Stop DDoS attacks
Terminate itself (and any child processes)

RapperBot ดูเหมือนจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความสามารถต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้โจมตี

เพื่อป้องกันอุปกรณ์จากการโจมตีของ RapperBot และมัลแวร์ที่คล้ายกัน

ผู้ใช้งานควรอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และปิด Service ที่ไม่จำเป็นต้องใช้งาน
เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นเป็นรหัสผ่านที่รัดกุม
ใช้ Firewall เพื่อ Block request ที่ไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา : bleepingcomputer

พบการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ RCE ใน PaperCut โดยสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับในปัจจุบันได้

นักวิจัยจาก VulnCheck ได้เผยแพร่ proof-of-concept (PoC) ซึ่งเป็นชุดสาธิตการโจมตีช่องโหว่ใน PaperCut รูปแบบใหม่ ที่สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากอุปกรณ์ป้องกันด้านความปลอดภัยได้

CVE-2023-27350 (คะแนน CVSS 9.8/10 ความรุนแรงระดับ critical) หรือช่องโหว่ใน PaperCut ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ critical ที่สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิทธิ์ใน PaperCut MF หรือ NG เวอร์ชัน 8.0 และใหม่กว่า ซึ่งกำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (more…)

พบช่องโหว่ใน WordPress custom field plugin ทำให้เว็บไซต์กว่า 1 ล้านรายการเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Patchstack แจ้งเตือนปลั๊กอิน WordPress 'Advanced Custom Fields' และ 'Advanced Custom Fields Pro' ซึ่งมีการติดตั้งไปแล้วหลายล้านครั้ง มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ cross-site scripting (XSS) โดยปลั๊กอินทั้งสองนี้เป็นหนึ่งใน WordPress custom field plugin ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ WordPress โดยมีการติดตั้งที่ใช้งานอยู่กว่า 2,000,000 ครั้ง บนเว็บไซต์ทั่วโลก (more…)

ช่องโหว่ใน Cisco phone adapters เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ RCE

Cisco เปิดเผยช่องโหว่ในอินเทอร์เฟซ web-based management ของ Cisco SPA112 2-Port Phone Adapters ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ (more…)

CISA ออกคำเตือนช่องโหว่ RCE ความรุนแรงระดับ Critical ที่ส่งผลต่อ RTU Remote Terminal Units

The U.S. Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) หรือหน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ ได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับระบบควบคุมอุตสาหกรรม Industrial Control Systems (ICS) โดยเป็นผลกระทบของช่องโหว่ระดับ Critical ที่ส่งผลต่อ RTU Remote Terminal Units (more…)

นักวิจัยพบ 3 ช่องโหว่ใหม่บน Microsoft Azure API Management Service

นักวิจัยจาก Ermetic บริษัทรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ของอิสราเอล เปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใหม่ 3 รายการในบริการ Microsoft Azure API Management ที่เสี่ยงต่อการถูกนำไปไปใช้ในการโจมตีเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญ จาก backend service (more…)

CISA แจ้งเตือนพบการโจมตีที่มุ่งเป้าหมายไปยังช่องโหว่ของ TP-Link, Apache และ Oracle

The U.S. Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) หรือหน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ ได้เพิ่มช่องโหว่ 3 รายการไปยัง Known Exploited Vulnerabilities (KEV) ซึ่งเป็นรายการช่องโหว่ที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตี (more…)

Hacker โจมตีผ่านช่องโหว่ Digital video recording ที่ไม่ถูกอัปเดตนานกว่า 5 ปี

นักวิจัยจาก FortiGard Labs ของ Fortinet รายงานการพบกลุ่ม Hacker โจมตีช่องโหว่ของอุปกรณ์ TBK DVR (digital video recording) ซึ่งเป็นช่องโหว่ด้านการหลบเลี่ยงการตรวจสอบสิทธิ์ (bypass) ที่ถูกพบตั้งแต่ปี 2018

DVRs เป็นส่วนสำคัญของระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย เนื่องจากสามารถบันทึก และจัดเก็บวิดีโอที่บันทึกโดยกล้อง ซึ่งเว็บไซต์ของ TBK Vision ได้รายงานว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกนำไปใช้ในธนาคาร องค์กรภาครัฐ อุตสาหกรรมค้าปลีก และอื่น ๆ (more…)

พบ Hacker เริ่มใช้วิธีการ double DLL sideloading ในการหลบเลี่ยงการตรวจจับ [EndUser]

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Sophos พบว่ากลุ่ม APT (Advanced Persistent Threat) ในชื่อ "Dragon Breath," "Golden Eye Dog" หรือ "APT-Q-27" ได้ใช้เทคนิคการโจมตีแบบ DLL sideloading ที่ซับซ้อนมากขึ้นในการหลบเลี่ยงการตรวจจับจากอุปกรณ์ป้องกันด้านความปลอดภัย

โดยการโจมตีส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการใช้แอปพลิเคชันที่ดูปกติเช่น Telegram ที่จะเรียกใช้งาน payload ขั้นที่สอง ซึ่งในบางครั้งก็ยังเป็นการใช้งานตามปกติอยู่ แล้วจึงใช้วิธีการโหลด DLL ที่เป็นอันตรายในขั้นตอนถัดไป โดยแอปที่มักถูกนำมาใช้ในการโจมตีได้แก่ Telegram, LetsVPN, WhatsApp ทั้งใน Android, iOS หรือ Windows ซึ่ง support ภาษาจีน โดยคาดว่าแอปพลิเคชันที่ถูกฝังโทรจันน่าจะมาจากโฆษณาที่ถูกโปรโมตโดย BlackSEO หรือ Malvertizing

โดยเป้าหมายหลักของการโจมตีอยู่ในกลุ่มผู้ใช้งาน Windows ที่ใช้ภาษาจีนในประเทศจีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, สิงคโปร์, ฮ่องกง และฟิลิปปินส์

Double DLL sideloading

DLL sideloading เป็นการเทคนิคการโจมตีที่ถูกพบตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งโจมตีไปยัง Windows โดยการโหลดไฟล์ DLL (Dynamic Link Library) ที่เป็นอันตราย โดยใช้ประโยชน์จากกลไกในลำดับการค้นหา และเรียกใช้งาน DLL ไฟล์บน Windows เพื่อวางไฟล์ DLL ที่เป็นอันตรายด้วยชื่อเดียวกันกับไฟล์ DLL ที่ถูกต้อง เพื่อทำให้เมื่อแอปพลิเคชันพยายามโหลดไฟล์ DLL แอปพลิเคชันจะโหลดไฟล์ DLL ที่เป็นอันตรายไปแทน ซึ่ง DLL ที่เป็นอันตราย สามารถให้สิทธิ์สูงแก่ Hacker หรือเรียกใช้คำสั่งบนเครื่องโฮสต์ โดยใช้แอปพลิเคชันที่กำลังรันคำสั่งอยู่

เมื่อผู้ใช้งานทำการติดตั้งแอปพลิเคชันอันตรายสำเร็จ มัลแวร์ก็จะทำการทิ้งส่วนประกอบต่าง ๆ ลงในระบบ และสร้าง shortcut บนเดสก์ท็อป และ startup ระบบ ซึ่งเมื่อเหยื่อทำการเรียกใช้ desktop shortcut แอปดังกล่าว คำสั่งต่อไปนี้จะถูกดำเนินการบนระบบ

โดยคำสั่งจะเรียกใช้ไฟล์ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก 'regsvr32.exe' ที่ชื่อว่า 'appR.exe' เพื่อดำเนินการรันไฟล์ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก 'scrobj.

T-Mobile ยืนยันเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งที่สองในปี 2023

T-Mobile ยืนยันเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งที่สองในปี 2023 ภายหลังจากพบว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหลายร้อยรายเป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือน โดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2566

เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลก่อนหน้านี้ของ T-Mobile ซึ่งส่งผลกระทบต่อลูกค้ากว่า 37 ล้านคน เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าเพียง 836 ราย แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมากเกินพอที่อาจทำให้บุคคลที่ได้รับผลกระทบถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล และถูกโจมตีแบบฟิชชิ่งได้

โดย T-Mobile ระบุในจดหมายแจ้งเตือนเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ที่ส่งถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบในวันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2023 ว่า "ในช่วงเดือนมีนาคม 2023 T-Mobile ได้รับการแจ้งเตือนถึงเหตุการณ์ผิดปกติ และระบุได้ว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าจำนวนหนึ่งจากบัญชีของ T-Mobile ระหว่างปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2023"

T-Mobile ระบุว่าผู้โจมตีไม่สามารถเข้าถึงบันทึกการโทร หรือข้อมูลบัญชีการเงินของบุคคลที่ได้รับผลกระทบ แต่ข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้นั้นมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการถูกนำมาใช้ในการโจรกรรมข้อมูล

แม้ว่าข้อมูลที่รั่วไหลจะแตกต่างกันไปสำหรับลูกค้าแต่ละรายที่ได้รับผลกระทบ เช่น "ชื่อ-นามสกุล, ข้อมูลติดต่อ, หมายเลขบัญชี, หมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้อง, รหัส PIN ของบัญชี T-Mobile, หมายเลขประกันสังคม, บัตรประจำตัวประชาชน, วันเกิด, ยอดคงเหลือภายในระบบของ T-Mobile เป็นต้น

หลังจากตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติ T-Mobile ได้ทำการรีเซ็ตรหัส PIN ของบัญชี สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ และใช้บริการตรวจสอบการใช้งานบัตรเครดิต และตรวจจับการโจรกรรมข้อมูลประจำตัวให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบฟรีเป็นเวลา 2 ปีผ่าน Transunion myTrueIdentity

เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งที่สองในปีนี้ที่ T-Mobile พบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล โดยมีการเปิดเผยเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มกราคม ภายหลังจากที่ผู้โจมตีขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 37 ล้านรายโดยใช้ Application Programming Interface (API) ที่มีช่องโหว่ในเดือนพฤศจิกายน 2022

โดย T-Mobile ตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติของผู้โจมตีได้ในวันที่ 5 มกราคม และสามารถตัดการเข้าถึงระบบได้ภายใน 24 ชั่วโมง

T-Mobile ระบุว่าข้อมูลที่ถูกขโมยในเดือนมกราคมเป็น "ข้อมูลพื้นฐานของลูกค้า" รวมถึง "ชื่อ-ที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงิน, อีเมล, หมายเลขโทรศัพท์, วันเกิด, หมายเลขบัญชี T-Mobile

โดยนับตั้งแต่ปี 2018 พบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลอื่น ๆ อีก 7 รายการจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของลูกค้า T-Mobile เกือบ 3% จากลูกค้าทั้งหมด

เหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง T-Mobile ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนี้ :

ในปี 2019 เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของลูกค้าแบบเติมเงินจำนวนหนึ่ง
ในเดือนมีนาคม 2020 พนักงานของ T-Mobile ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ที่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลทางการเงิน
ในเดือนธันวาคม 2020 ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลเครือข่ายที่เป็นข้อมูลของลูกค้า (หมายเลขโทรศัพท์, บันทึกการโทร)
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 แอปพลิเคชัน T-Mobile ภายในถูกเข้าถึงโดยผู้โจมตีโดยไม่ได้รับอนุญาต
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2021 แฮ็กเกอร์ brute-forced ผ่านระบบเครือข่าย ทำให้สามารถเข้าถึงระบบ Testing environment ของ T-Mobile
ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2022 กลุ่ม Lapsus$ โจมตีระบบเครือข่ายของ T-Mobile โดยใช้ข้อมูล credentials ที่ถูกขโมยมา

ที่มา : bleepingcomputer.