Microsoft ยกเลิกการใช้งาน MSIX ms-appinstaller protocol handler อีกครั้ง หลังพบความเกี่ยวข้องกับหลายกลุ่ม hacker ที่นำไปใช้ในทางที่ผิด โดยการแพร่กระจายมัลแวร์ลงบนเครื่องของผู้ใช้งาน Windows
(more…)
Microsoft ยกเลิกการใช้งาน MSIX ms-appinstaller protocol handler อีกครั้ง หลังพบความเกี่ยวข้องกับหลายกลุ่ม hacker ที่นำไปใช้ในทางที่ผิด โดยการแพร่กระจายมัลแวร์ลงบนเครื่องของผู้ใช้งาน Windows
(more…)
นักวิจัยพบการแพร่กระจายของแรนซัมแวร์สายพันธุ์หนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ DJVU ในรูปแบบของไฟล์ Crack ของซอฟแวร์ผิดลิขสิทธิ์
Ralph Villanueva นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ ระบุว่า “แม้ว่ารูปแบบการโจมตีลักษณะนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ DJVU สายพันธุ์นี้จะต่อท้ายนามสกุลไฟล์ด้วย .xaro ไปยังไฟล์ที่ถูกโจมตี เพื่อเรียกค่าไถ่สำหรับตัวถอดรหัส ถูกพบว่ากำลังแพร่กระจายในระบบควบคู่ไปกับมัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูลต่าง ๆ”
โดยแรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่นี้ได้รับรหัสชื่อ Xaro จาก Cybereason
DJVU ซึ่งเป็นแรนซัมแวร์สายพันธุ์หนึ่งของ STOP ransomware โดยปกติจะมาในรูปแบบที่ปลอมเป็นบริการ หรือแอปพลิเคชันที่ดูถูกต้องตามปกติ นอกจากนี้ยังเคยถูกใช้เป็นเพย์โหลดของ SmokeLoader อีกด้วย
จุดสังเกตที่สำคัญของการโจมตีจาก DJVU คือการใช้มัลแวร์อื่น ๆ ร่วมด้วยเพิ่มเติม เช่น มัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูล (เช่น RedLine Stealer และ Vidar) ซึ่งมักจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น
ในการโจมตีครั้งล่าสุดที่บันทึกไว้โดย Cybereason มัลแวร์ Xaro จะเป็นไฟล์ archive ที่ถูกดาวน์โหลดมาจากแหล่งที่น่าสงสัย ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอมที่ให้สามารถดาวน์โหลดฟรีซอฟแวร์ที่ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย การเปิดไฟล์ archive จะนำไปสู่การรันไบนารีติดตั้งซอฟต์แวร์ PDF writing ที่ชื่อว่า CutePDF ซึ่งในความเป็นจริงเป็นการติดตั้งมัลแวร์ที่รู้จักกันในชื่อ PrivateLoader
โดย PrivateLoader นอกเหนือจากการนำไปสู่การติดตั้ง Xaro แล้ว มันจะทำการเชื่อมต่อกับ C2 Server เพื่อดาวน์โหลดมัลแวร์อื่น ๆ อีกจำนวนมาก เช่น RedLine Stealer, Vidar, Lumma Stealer, Amadey, SmokeLoader, Nymaim, GCleaner, XMRig และ Fabookie
นักวิจัยอธิบายเพิ่มเติมว่า "แนวทางการแพร่กระจายลักษณะนี้มักจะมาจากการดาวน์โหลด และติดตั้งมัลแวร์ PrivateLoader ที่เกิดจากเว็บไซต์ฟรีซอฟแวร์ หรือไฟล์ Crack ของซอฟแวร์ผิดลิขสิทธิ์"
เป้าหมายของมัลแวร์ดูเหมือนจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญเพื่อการเรียกค่าไถ่ ตลอดจนเพื่อให้แน่ใจว่าการโจมตีจะประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีเพย์โหลดใดเพย์โหลดหนึ่งถูกบล็อกโดยซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย
มัลแวร์ Xaro นอกเหนือจากการสร้างอินสแตนซ์ของ Vidar infostealer ยังสามารถเข้ารหัสไฟล์ในโฮสต์ที่ติดมัลแวร์ ก่อนที่จะทิ้งไฟล์เพื่อเรียกค่าไถ่ โดยจะขู่ให้เหยื่อติดต่อกลับในการจ่ายค่าไถ่เพื่อรับคีย์สำหรับถอดรหัสในราคา $980 ซึ่งจะลดลง 50% เป็น $490 หากติดต่อกลับภายใน 72 ชั่วโมง
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการดาวน์โหลดฟรีซอฟแวร์จากแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น แคมเปญของ FakeUpdateRU ที่ใช้การแจ้งเตือนการอัปเดตเบราว์เซอร์ปลอมเพื่อติดตั้ง RedLine Stealer
โดยผู้โจมตีมักใช้ฟรีซอฟแวร์ปลอม เพื่อเป็นช่องทางในการแพร่กระจายมัลแวร์อย่างลับ ๆ และองค์กรควรเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และกว้างขวางจากการติดมัลแวร์ และการปกป้องข้อมูล
ที่มา: thehackernews
หน่วยงานตุลาการของรัฐแคนซัสเผยแพร่แถลงการณ์อัปเดตเกี่ยวกับเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว โดยยืนยันว่าแฮ็กเกอร์สามารถขโมยไฟล์ที่มีความสำคัญที่เป็นความลับขององค์กรออกไป
ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2023 หน่วยงานของศาลแคนซัสได้เปิดเผยเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อความพร้อมใช้งานของระบบต่าง ๆ รวมถึงระบบ e-Filing ของทนายความในการยื่นเอกสาร ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และระบบการจัดการคดีที่ศาลแขวง และศาลอุทธรณ์ใช้
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือน สถานะของระบบก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยบริการเหล่านี้ยังคงขึ้นสถานะเป็นออฟไลน์
Marina Bay Sands (MBS) รีสอร์ท และคาสิโนหรูในสิงคโปร์ได้เปิดเผยการละเมิดข้อมูล ซึ่งส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า 665,000 คน
ตามแถลงการณ์ เหตุการณ์การโจมตีเกิดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม และผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงข้อมูลของสมาชิก MBS loyalty ได้
โดยแถลงการณ์ระบุว่า “Marina Bay Sands ได้รับทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของข้อมูลในวันที่ 20 ตุลาคม 2023 โดยพบว่าผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโปรแกรมสะสมแต้มของลูกค้าบางส่วนประมาณ 665,000 คนในวันที่ 19 และ 20 ตุลาคม 2023”
ประเภทของข้อมูลที่เปิดเผยในการละเมิดข้อมูลมีดังต่อไปนี้:
ชื่อ
ที่อยู่อีเมล
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
หมายเลขโทรศัพท์
ประเทศที่อยู่อาศัย
หมายเลขสมาชิก และระดับ
ข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้โจมตีสามารถกำหนดเป้าหมายลูกค้า MBS ในการหลอกลวงประเภทต่าง ๆ เช่น การฟิชชิง และการโจมตีแบบ social engineering
โดยบริษัทระบุว่าจากหลักฐานในปัจจุบันคาดว่าสมาชิกคาสิโน (Sands Rewards Club) ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ โดยลูกค้า MBS ที่ข้อมูลส่วนบุคคลของตนรั่วไหลจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับการละเมิด และผลกระทบเป็นรายบุคคล
โดยหลังจากการพบเหตุการณ์นี้ MBS ได้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ในสิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
แม้ว่าขอบเขตของการโจมตีจะไม่ได้รับการชี้แจงต่อสาธารณะ แต่การโจมตีอาจเกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วย ransomware ซึ่งผู้ไม่หวังดีมักขโมยข้อมูลจากเครือข่ายของบริษัทจากนั้นจึงพยายามขู่กรรโชกทรัพย์จากเหยื่อ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกลุ่ม ransomware รายใดที่ออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าเป็นผู้โจมตี Marina Bay Sands
BleepingComputer ได้ติดต่อ MBS เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทาง MBS ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมจากรายละเอียดในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ
ที่มา: bleepingcomputer
ICBC ธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ออกประกาศยืนยันการถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่ส่งผลกระทบทำให้ระบบหยุดชะงักในวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน 2023
The Industrial & Commercial Bank of China (ICBC) เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดตามรายรับ โดยมีรายได้ 214.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลกำไร 53.5 พันล้านดอลลาร์จากรายงานในปี 2022 ตามรายงานของ Fortune ธนาคาร ICBC มีลูกค้าระดับองค์กร 10.7 ล้านราย และลูกค้ารายบุคคล 720 ล้านราย โดยมีสาขาในประเทศจำนวน 17,000 แห่ง และมีสาขาใน 41 ประเทศ รวมถึง 13 สาขาทั่วชายฝั่งตะวันออก และตะวันตกของสหรัฐอเมริกา
อัปเดต 10 พฤศจิกายน 2023
ICBC ประกาศยืนยันข้อมูลว่า ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2023 U.S. Eastern Time (9 พฤศจิกายน 2023 ตามเวลาปักกิ่ง) ICBC Financial Services (FS) ได้ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ ซึ่งส่งผลให้ระบบ FS บางระบบหยุดชะงัก ทันทีที่พบเหตุการณ์ ICBC FS ก็ตัดการเชื่อมต่อทั้งหมด และแยกระบบที่ถูกโจมตีออกเพื่อควบคุมเหตุการณ์
โดย ICBC FS ได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด และกำลังดำเนินการกู้คืนระบบด้วยการสนับสนุนจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของข้อมูล ICBC FS ยังได้รายงานเหตุการณ์นี้ต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายด้วย รวมถึงได้ดำเนินการเคลียร์การซื้อขายในกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ที่ดำเนินการเมื่อวันพุธ (08/11/23) และ Repo financing trades เสร็จสิ้นในวันพฤหัสบดี (09/11/23)
นอกจากนี้ทาง ICBC ระบุว่าระบบธุรกิจ และอีเมลของบริษัททำงานโดยอัตโนมัติจากกลุ่ม ICBC และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบของ ICBC สาขานิวยอร์ก, สำนักงานใหญ่ของ ICBC และสถาบันในเครืออื่น ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ
การโจมตีได้รับการยืนยันแหล่งข่าว
ก่อนที่ทาง ICBC จะออกมาประกาศยืนยันว่าได้ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์นั้น ทาง BleepingComputer ได้รับข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าวหลายแห่งว่า ICBC ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย Kevin Beaumont ระบุว่าพบ ICBC Citrix server ที่มีช่องโหว่ครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (06/11/23) และยังไม่ได้มีการอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีอย่างต่อเนื่องที่มีชื่อว่า 'Citrix Bleed' ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการ authentication ทุกรูปแบบได้อย่างสมบูรณ์ และง่ายดาย และกำลังถูกกลุ่มแรนซัมแวร์ใช้ในการโจมตีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสามารถใช้งาน Remote Desktop PC ได้อย่างสมบูรณ์ไปยัง Citrix server ที่มีช่องโหว่
ที่มา : bleepingcomputer
Microsoft ได้เผยแพร่ข้อมูลโดยละเอียดของกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และมีความสามารถทางด้าน social engineering ขั้นสูง ถูกติดตามในชื่อ Octo Tempest ซึ่งเป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่โจมตีบริษัทต่าง ๆ ด้วยการเรียกค่าไถ่ และการโจมตีด้วย ransomware
การโจมตีของ Octo Tempest ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2022 โดยขยายเป้าหมายไปยังองค์กรที่ให้บริการโทรคมนาคมผ่านสายสัญญาณเคเบิล อีเมล และบริการด้านเทคโนโลยี และร่วมมือกับกลุ่ม ransomware ALPHV/BlackCat
เริ่มต้นจากการขโมยบัญชีไปจนถึงการโจมตีด้วย ransomware
กลุ่มผู้โจมตีรายนี้ถูกพบครั้งแรกจากการโจมตีแบบ SIM swaps และขโมยบัญชีของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่มีสินทรัพย์ cryptocurrency
ในช่วงปลายปี 2022 Octo Tempest ได้เริ่มใช้การโจมตีแบบฟิชชิ่ง, social engineering, รีเซ็ตรหัสผ่านจำนวนมากของลูกค้าของผู้ให้บริการที่ถูกโจมตี และการขโมยข้อมูล
ในช่วงต้นปีนี้ กลุ่มแฮ็กเกอร์ได้โจมตีบริษัทในอุตสาหกรรมเกม, การโรงแรม, ร้านค้า, การผลิต, เทคโนโลยี และการเงิน รวมถึงผู้ให้บริการในลักษณะ managed service providers (MSPs)
หลังจากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม ALPHV/BlackCat กลุ่ม Octa Tempest ได้เริ่มใช้งาน ransomware เพื่อขโมยข้อมูล และเข้ารหัสข้อมูลของเหยื่อ
กลุ่ม Octo Tempest ได้ใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาในการสร้างการโจมตีที่ทันสมัย และรุนแรงมากขึ้น และยังเริ่มสร้างรายได้จากการโจมตีโดยการรีดไถ่เหยื่อหลังจากขโมยข้อมูล
Microsoft ระบุว่า Octo Tempest ยังใช้วิธีการ physical threats โดยตรงในบางกรณี เพื่อให้ได้ข้อมูลการเข้าสู่ระบบที่จะทำให้การโจมตีของพวกเขามีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
อีกเหตุการณ์ที่พบคือ Octo Tempest ได้กลายเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม Ransomware ALPHV/BlackCat ตามที่ Microsoft รายงานในเดือนมิถุนายนว่า พวกเขาได้เริ่มต้นใช้ ransomware payloads ทั้ง Windows และ Linux โดยมุ่งเน้นไปที่เซิร์ฟเวอร์ VMware ESXi
เหตุการณ์นี้น่าสนใจตรงที่ในอดีต กลุ่ม ransomware ในยุโรปตะวันออกมักจะปฏิเสธที่จะทำธุรกิจร่วมกับกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก
โดยการโจมตีล่าสุดของกลุ่มนี้มุ่งเป้าไปที่องค์กรในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจเกมส์, ทรัพยากรธรรมชาติ, โรงแรม, สินค้าอุปโภคบริโภค, ร้านค้าปลีก ,ผู้ให้บริการในลักษณะ managed service providers (MSPs), การผลิต, กฎหมาย, เทคโนโลยี และบริการทางด้านการเงิน
Octo Tempest TTPs
Microsoft ประเมินว่า Octo Tempest เป็นกลุ่มที่มีการจัดระเบียบอย่างดี ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ด้านเทคนิคอย่างกว้างขวาง และผู้ปฏิบัติงานแบบ hands-on-keyboard หลายคน
โดยผู้โจมตีมักได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบของเหยื่อเบื้องต้นผ่านทางการโจมตีแบบ social engineering ขั้นสูง ที่มุ่งเป้าไปที่บัญชีของผู้ดูแลระบบด้านเทคนิค (เช่น พนักงานฝ่ายสนับสนุน และบริการช่วยเหลือ) ซึ่งมีสิทธิ์มากพอที่จะดำเนินการโจมตีในลักษณะอื่น ๆ ต่อไป
พวกเขาทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทของเหยื่อ เพื่อระบุเป้าหมายที่พวกเขาสามารถปลอมแปลงได้ ซึ่งรวมถึงการเลียนแบบการพูดของบุคคลในการสนทนาทางโทรศัพท์
ด้วยการทำเช่นนี้พวกเขาจึงสามารถหลอกผู้ดูแลระบบด้านเทคนิค ให้รีเซ็ตรหัสผ่าน และรีเซ็ตวิธีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายขั้นตอน (MFA) ได้
วิธีการโจมตีอื่น ๆ สำหรับขั้นตอน Initial access ได้แก่ :
การหลอกเป้าหมายให้ติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับการติดตาม และการจัดการระยะไกล
การขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบผ่านเว็บไซต์ฟิชชิง
การซื้อข้อมูลเข้าสู่ระบบ หรือ session tokens จากอาชญากรไซเบอร์รายอื่น
การโจมตีแบบ SMS phishing ด้วยลิงก์ไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ดักจับข้อมูลรหัสผ่าน
การโจมตีแบบ SIM-swapping หรือ call forwarding
การคุกคามโดยตรง หรือใช้ความรุนแรง
เมื่อได้สิทธิ์เข้าถึงที่เพียงพอแล้ว กลุ่ม Octo Tempest จะเริ่มขั้นตอนการสำรวจการโจมตีโดยการระบุโฮสต์ และบริการ และรวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางที่ถูกต้องเพื่อดำเนินการโจมตีต่อไป
จากนั้น Octo Tempest จะดำเนินการสำรวจโครงสร้างของระบบ ระบุสิทธิ์การเข้าถึง และ resources ของ cloud environments, code repositories, ระบบจัดการเซิร์ฟเวอร์ และระบบสำรองข้อมูล เพื่อยกระดับสิทธิ์ ผู้โจมตีจะกลับไปใช้วิธีการ social engineering, SIM-swapping หรือ call forwarding และเริ่มต้นการรีเซ็ตรหัสผ่านด้วยตนเองของบัญชีเป้าหมาย
ในขั้นตอนนี้ แฮ็กเกอร์จะสร้างความเชื่อใจกับเหยื่อ โดยใช้บัญชีที่ถูกขโมย และแสดงให้เห็นว่ามีความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานของบริษัท ซึ่งหากแฮ็กเกอร์เข้าถึงบัญชีที่มีสิทธิ์สูงได้ ก็จะทำการอนุมัติคำขอรับสิทธิ์การเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยตนเอง
เมื่อไรก็ตามที่ Octo Tempest สามารถเข้าถึงระบบได้ พวกเขาจะค้นหาข้อมูล credentials เพิ่มเติม เพื่อขยายขอบเขตของการโจมตี ด้วยการใช้เครื่องมืออย่าง Jercretz และ TruffleHog เพื่อทำงานอัตโนมัติในการค้นหา plaintext keys, ข้อมูลที่เป็นความลับ และรหัสผ่านที่อยู่ใน code repositories
เพื่อปกปิดร่องรอย แฮ็กเกอร์ยังโจมตีบัญชีของเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยด้วย เพื่อให้พวกเขาสามารถปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยได้
โดยข้อมูลจาก Microsoft ระบุว่า Octo Tempest จะพยายามซ่อนตัวตนของตนเองบนเครือข่ายโดยการปิดการใช้งานการแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลง และแก้ไข mailbox rules เพื่อลบอีเมลที่อาจทำให้เหยื่อสงสัยเรื่องการละเมิดความปลอดภัย
นักวิจัยให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือและเทคนิคที่ Octo Tempest ใช้ในการโจมตี ได้แก่:
เครื่องมือโอเพ่นซอร์ส : ** ScreenConnect, FleetDeck, AnyDesk, RustDesk, Splashtop, Pulseway, TightVNC, LummaC2, Level.
การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์มีความซับซ้อน และความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เทคนิคการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ และเทคนิคป้องกันการวิเคราะห์ใหม่ ๆ ไปจนถึงแรนซัมแวร์ที่ถูกเขียนด้วยภาษาโปรแกรมใหม่ ๆ กลุ่มแรนซัมแวร์ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงกลยุทธ์ป้องกันทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (more…)
National Student Clearinghouse (NSC) องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรด้านการศึกษาของสหรัฐฯ เปิดเผยการถูกเข้าถึงข้อมูลที่ทำให้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนกว่า 890 แห่งที่ใช้บริการต่าง ๆ ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา
ในจดหมายแจ้งเตือนที่ยื่นต่อสำนักงานอัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย Clearinghouse ระบุว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ MOVEit managed file transfer (MFT) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม และขโมยไฟล์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากออกไป
"เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2023 Clearinghouse ได้รับแจ้งจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ third-party ของเราเกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับโซลูชัน MOVEit Transfer ของผู้ให้บริการ"
“หลังจากทราบปัญหานี้แล้ว องค์กรได้เริ่มการสอบสวนทันทีโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำ นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายด้วย”
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมยออกไปนั้น ประกอบด้วยชื่อ วันเกิด ข้อมูลติดต่อ หมายเลขประกันสังคม หมายเลขประจำตัวนักเรียน และบันทึกที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนบางส่วน เช่น บันทึกการลงทะเบียน บันทึกการศึกษาระดับปริญญา และข้อมูลระดับหลักสูตร
NSC ให้บริการการรายงานทางการศึกษา การแลกเปลี่ยนข้อมูล การตรวจสอบ และการวิจัยแก่โรงเรียนมัธยมประมาณ 22,000 แห่ง วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยประมาณ 3,600 แห่ง และพบว่ามีผู้เข้าร่วมลงทะเบียนประมาณ 97% ของนักเรียนในสถาบันของรัฐ และเอกชน โดยในเดือนสิงหาคม NSC เปิดเผยในการยื่นเรื่องการละเมิดข้อมูลกับอัยการสูงสุดของรัฐเมน ว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 51,500 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
กลุ่มแรนซัมแวร์ Clop ที่อยู่เบื้องหลังการแฮ็ก MoveIT
กลุ่ม Clop ransomware เป็นผู้ที่ออกมายอมรับการอยู่เบื้องหลังการโจมตีเพื่อขโมยข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2023 โดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ zero-day ในแพลตฟอร์มสำหรับถ่ายโอนไฟล์ที่มีความปลอดภัยอย่าง MOVEit Transfer
โดยตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน อาชญากรไซเบอร์เริ่มขู่กรรโชกองค์กรที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตี โดยเปิดเผยรายชื่อขององค์กรที่ถูกโจมตีไวับนไซต์ที่ใช้สำหรับโพสต์ข้อมูลรั่วไหลบน Dark Web ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อองค์กรหลายร้อยแห่งทั่วโลก โดยหลายแห่งได้แจ้งให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทราบแล้วในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่ม Clop ransomware จะเรียกเก็บเงินประมาณ 75-100 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากจำนวนเงินค่าไถ่ที่สูงเกินไปที่เหยื่อจะยอมจ่าย แม้จะมีเหยื่อจากการโจมตีจำนวนมาก แต่ที่จาก Coveware ประมาณการ ชี้ให้เห็นว่ามีเพียงเหยื่อเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้นที่มีแนวโน้มว่าจะยอมจ่ายเงินค่าไถ่ตามการเรียกร้องของ Clop
จากรายงานยังเผยให้เห็นด้วยว่าหน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง และหน่วยงานกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกา (DOE) สองแห่งตกเป็นเหยื่อของการโจรกรรมข้อมูล และการโจมตีเพื่อกรรโชกทรัพย์ในคร้งนี้
ที่มา : bleepingcomputer
กลุ่ม Rhysida ransomware ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ต่อ Prospect Medical Holdings โดยอ้างว่าได้ขโมยหมายเลขประกันสังคม, เอกสารของบริษัท และบันทึกผู้ป่วยกว่า 500,000 รายการ ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม โดยพนักงานของบริษัทได้พบข้อความเรียกค่าไถ่บนหน้าจอที่ระบุว่าเครือข่ายถูกแฮ็ก และอุปกรณ์ถูกเข้ารหัส (more…)
Sophos บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติ โดยพบว่าการโจมตีจาก Ransomware ใช้เวลาในการโจมตีเพื่อเข้าถึงระบบ ก่อนที่จะถูกตรวจจับได้น้อยลงกว่าเดิม โดยเฉลี่ยจาก 9 วัน ในปี 2022 เหลือ 5 วันในปัจจุบัน จากการเก็บข้อมูลสถิติการโจมตี Ransomware ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 (more…)