ผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2026-5027 ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Path Traversal ระดับความรุนแรงสูงใน Langflow เพื่อเขียนไฟล์ตามที่ต้องการลงบนเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต (more…)
พบการโจมตีช่องโหว่ Path traversal บน Langflow แพลตฟอร์มพัฒนา AI
SAP แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ใน NetWeaver และ Commerce Cloud
SAP ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ 15 รายการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมิถุนายน 2026 โดยในจำนวนนี้รวมถึงช่องโหว่ระดับ Critical 4 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่อ SAP NetWeaver และ SAP Commerce Cloud
NetWeaver เป็นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันหลัก และ Middleware stack ของ SAP ที่เป็นรากฐานของแอปพลิเคชันทางธุรกิจของ SAP หลายอย่าง รวมถึงระบบ ERP โดยทำหน้าที่จัดการฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การให้บริการแอปพลิเคชัน, การเชื่อมต่อระบบ, การยืนยันตัวตน, การจัดการผู้ใช้งาน และการประมวลผลข้อมูล
Commerce Cloud เป็นแพลตฟอร์ม e-commerce ระดับองค์กร (เดิมชื่อ Hybris) ที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสร้าง และจัดการร้านค้าออนไลน์ ช่องทางการขายดิจิทัล แคตตาล็อกสินค้า บัญชีลูกค้า และระบบจัดการคำสั่งซื้อสำหรับการค้าทั้งแบบ B2B และ B2C
ในประกาศความปลอดภัย (Security Bulletin) ประจำเดือนนี้ SAP ได้ระบุถึงช่องโหว่ Critical ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ดังต่อไปนี้
CVE-2026-44748 (CVSS 9.9) เป็นช่องโหว่ XML Signature Wrapping ใน SAP NetWeaver AS ABAP และ ABAP Platform ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถ bypass การยืนยันตัวตนใน environments ที่ใช้งาน SAML ได้
CVE-2026-27671 (CVSS 9.8) เป็นช่องโหว่ Memory corruption flaw ใน SAP NetWeaver/ABAP Platform Application Server ABAP
CVE-2026-22732 (CVSS 9.1) เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับ Spring Security ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SAP Commerce Cloud และ SAP Data Hub
CVE-2026-40128 (CVSS 9.0) เป็นช่องโหว่ Directory traversal ใน Web Container ของ SAP NetWeaver Application Server Java
คำอธิบายของ CVE-2026-44748 ระบุว่า SAP NetWeaver Application Server ABAP และ ABAP Platform เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ทั่วไปสามารถรับ signed message อย่างถูกต้อง และยังสามารถส่งเอกสาร XML ที่มีการ signed และถูกปลอมแปลงไปยัง Verifier ได้
เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้ระบบยอมรับข้อมูลระบุตัวตนที่ถูกปลอมแปลง ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจส่งผลกระทบให้ระบบล่มได้
ในกรณีของช่องโหว่ CVE-2026-27671 ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้โดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตน ผ่านการส่ง RFC request ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษไปยัง endpoints ที่มีช่องโหว่ โดยอาศัยประโยชน์จากการตรวจสอบที่ไม่ครอบคลุมของ kernel จนทำให้หน่วยความจำเสียหาย
นอกเหนือจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ข้างต้นแล้ว SAP ยังได้แก้ไขช่องโหว่ระดับ High อีกสองรายการ ได้แก่ CVE-2026-29145 ซึ่งประกอบด้วยช่องโหว่ของ Apache Tomcat หลายรายการที่ส่งผลกระทบต่อ Commerce Cloud และ CVE-2026-44751 ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ขาดการตรวจสอบสิทธิ์ใน NetWeaver AS ABAP
บริษัทยังได้แก้ไขช่องโหว่การโจมตีแบบ SQL injection, path traversal, cross-site scripting (XSS), การปลอมแปลงอีเมล และ Authorization bypass ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ SAP หลายรายการ
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่เหล่านี้ รวมถึงคำแนะนำในการลดผลกระทบ หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราวจะเปิดให้เข้าถึงได้เฉพาะลูกค้าของ SAP ที่มีบัญชี Security portal account เท่านั้น
องค์กรที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบควรจัดลำดับความสำคัญในการติดตั้งแพตช์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องโหว่การยืนยันตัวตน SAML (CVE-2026-44748) และปัญหาหน่วยความจำเสียหาย (CVE-2026-27671) ซึ่งถูกประเมินว่ามีความรุนแรงสูง และอาจส่งผลกระทบต่อ environments ระบบขององค์กรได้
ที่มา : bleepingcomputer.
แฮ็กเกอร์กำลังโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ระดับ Critical ใน Plugin Ninja Forms บน WordPress
ช่องโหว่ระดับ Critical ใน add-on Ninja Forms File Uploads ระดับพรีเมียมบนWordPress ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถอัปโหลดไฟล์ใด ๆ เข้าสู่ระบบได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจนำไปสู่การรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้
ช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2026-0740 และในปัจจุบันกำลังถูกใช้ในการโจมตีจริง โดยข้อมูลจาก Defiant บริษัทด้านความปลอดภัยของ WordPress ระบุว่า Firewall Wordfence สามารถบล็อกการโจมตีได้มากกว่า 3,600 ครั้ง ภายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
Ninja Forms เป็นเครื่องมือสร้างแบบฟอร์มบน WordPress ยอดนิยม ที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 600,000 ครั้ง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างแบบฟอร์มได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด โดยการใช้ Drag-and-drop interface ขณะที่ File Upload extension ซึ่งรวมอยู่ในชุดเครื่องมือเดียวกันนั้นมีผู้ใช้งานอยู่กว่า 90,000 ราย
ช่องโหว่ CVE-2026-0740 มีระดับความรุนแรง Critical ถึง 9.8 จาก 10 คะแนน โดยส่งผลกระทบต่อ Ninja Forms File Upload เวอร์ชันสูงสุดถึง 3.3.26
นักวิจัยจาก Wordfence ระบุว่า ช่องโหว่นี้เกิดจากการขาดการตรวจสอบประเภทไฟล์/นามสกุลของชื่อไฟล์ ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้ผ่านการยืนยันตัวตน สามารถอัปโหลดไฟล์ใด ๆ ก็ได้ รวมถึงสคริปต์ PHP และยังสามารถปรับแต่งชื่อไฟล์เพื่อทำ Path Traversal ได้อีกด้วย
Wordfence อธิบายเพิ่มเติมว่า “ในเวอร์ชันที่มีช่องโหว่ ฟังก์ชันดังกล่าวไม่มีการตรวจสอบประเภทไฟล์ก่อนที่จะดำเนินกระบวนการ move ไฟล์”
“หมายความว่า ไม่เพียงแต่ไฟล์ที่ปลอดภัยเท่านั้นที่สามารถอัปโหลดได้ แต่ยังสามารถอัปโหลดไฟล์ที่มีนามสกุล .php ได้อีกด้วย”
“เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยของชื่อไฟล์ จึงทำให้มีพารามิเตอร์ที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจทำให้เกิดการทำ Path Traversal ซึ่งช่วยให้สามารถย้ายไฟล์แปลกปลอมเข้าไปยัง directory หลักของ Webroot ได้โดยตรง
“ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้ผ่านการยืนยันตัวตน สามารถอัปโหลดโค้ด PHP ที่เป็นอันตรายได้ตามที่ต้องการ จากนั้นเข้าถึงไฟล์เพื่อเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลบนเซิร์ฟเวอร์ได้”
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีนั้นร้ายแรงมาก รวมถึงการติดตั้ง web shells และยึดครองเว็บไซต์ทั้งหมดโดยสมบูรณ์
การตรวจพบ และการแก้ไข
ช่องโหว่ดังกล่าวถูกค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Sélim Lanouar (whattheslime) ซึ่งได้ส่งรายงานผ่านโปรแกรม Bug Bounty ของ Wordfence เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026
หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจสอบแล้ว Wordfence ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดให้แก่ผู้พัฒนาในวันเดียวกัน พร้อมทั้งดำเนินการส่งมาตรการลดผลกระทบชั่วคราวผ่าน Rules ของ Firewall ไปยังกลุ่มลูกค้าของตนทันที
ภายหลังการตรวจสอบแพตช์ และการแก้ไขเบื้องต้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ทางผู้พัฒนาได้ออกเวอร์ชันแก้ไขที่สมบูรณ์ในเวอร์ชัน 3.3.27 ซึ่งเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2026
เนื่องจาก Wordfence ตรวจพบความพยายามในการโจมตีนับพันครั้งต่อวัน ผู้ใช้ Ninja Forms File Upload จึงควรรีบอัปเกรดให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ที่มา : bleepingcomputer.
ASUS แจ้งเตือนโหว่ระดับ critical ในการยืนยันตัวตนในเราเตอร์ AiCloud
ASUS ได้เปิดตัวเฟิร์มแวร์ใหม่ เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 9 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ authentication bypass ระดับ critical ในเราเตอร์ที่เปิดใช้งาน AiCloud
AiCloud เป็นฟีเจอร์การเข้าถึงระยะไกลบนคลาวด์ที่มาพร้อมกับเราเตอร์ ASUS หลายรุ่น ซึ่งเปลี่ยนเราเตอร์เหล่านั้นให้เป็นเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวสำหรับการสตรีมสื่อจากระยะไกล และการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (more…)
ช่องโหว่บน Node.js ทำให้ Window App เสี่ยงต่อการโจมตีแบบ Path Traversal และ HashDoS
Node.js Project ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยสำคัญในหลายเวอร์ชัน เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical 2 รายการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแอปพลิเคชันบน Windows และการทำงานของ V8 engine
ดดยปัจจุบันมีการปล่อยแพตช์สำหรับ Node.
D-Link จะไม่แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ในโมเด็มกว่า 60,000 เครื่องเนื่องจากสิ้นสุดอายุการใช้งาน (EoL)
เราเตอร์ D-Link จำนวนนับหมื่นตัวที่สิ้นสุดอายุการใช้งานแล้วนั้น มีความเสี่ยงจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ซึ่งทำให้ผู้โจมตีที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านของผู้ใช้รายใดก็ได้ และเข้าควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมด (more…)
Hacker ใช้ช่องโหว่ Aiohttp เพื่อเข้าถึงเครือข่าย
กลุ่ม 'ShadowSyndicate' ransomware กำลังมุ่งเป้าโจมตีโดยการสแกนหาเซิร์ฟเวอร์ที่มีความเสี่ยงจากช่องโหว่ CVE-2024-23334 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Directory Traversal ใน aiohttp Python library
Aiohttp เป็น open-source library ที่สร้างขึ้นบนเฟรมเวิร์ก I/O Python's asynchronous I/O framework เพื่อจัดการ HTTP requests พร้อมกันจำนวนมาก โดยไม่ต้องใช้เครือข่ายแบบ thread-based networking ซึ่งถูกใช้โดยบริษัทเทคโนโลยี นักพัฒนาเว็บ วิศวกรแบ็กเอนด์ และนักวิจัยข้อมูลที่ต้องการสร้างแอปพลิเคชัน และบริการเว็บประสิทธิภาพสูงที่รวบรวมข้อมูลจาก API ภายนอกหลายรายการ
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2024 ทาง aiohttp ได้เปิดตัวเวอร์ชัน 3.9.2 ที่แก้ไขช่องโหว่ CVE-2024-23334 (คะแนน CVSS 7.5/10 ความรุนแรงระดับ High) ซึ่งส่งผลกระทบต่อ aiohttp ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ 3.9.1 และเก่ากว่า ซึ่งทำให้ Hacker สามารถเข้าถึงระบบจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อเข้าถึงไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่
ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดจาก inadequate validation ที่ไม่ปลอดภัย เมื่อตั้งค่า 'follow_symlinks' เป็น 'True' สำหรับ static route ทำให้สามารถเข้าถึงไฟล์ static root directory ของเซิร์ฟเวอร์ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2024 นักวิจัยได้เผยแพร่ชุดสาธิตการโจมตี หรือ Proof of Concept (PoC) บน GitHub และวิดีโอที่อธิบายขั้นตอนในการโจมตีอย่างละเอียดทีละขั้นตอนบน YouTube เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2024
รวมถึงนักวิเคราะห์ด้านภัยคุกคามของ Cyble รายงานว่า เครื่องสแกนของพวกเขาตรวจพบความพยายามในการโจมตีโดยกำหนดเป้าหมายไปที่ช่องโหว่ CVE-2024-23334 ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2024 และยังคงเพิ่มขึ้นจนถึงเดือนมีนาคม 2024 อีกทั้งยังได้พบความเชื่อมโยงการสแกนช่องโหว่ไปยัง IP 5 รายการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่ม ShadowSyndicate ตามรายงานเดือนกันยายน 2023 ของ Group-IB
ShadowSyndicate เป็นกลุ่ม Hacker ที่มีแรงจูงใจทางด้านการเงิน โดยเริ่มพบการโจมตีมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่ม ransomware หลากหลายกลุ่ม เช่น Quantum, Nokoyawa, BlackCat/ALPHV, Clop, Royal, Cactus และ Play โดย Group-IB เชื่อว่า ShadowSyndicate ได้ร่วมมือกับกลุ่ม ransomware อื่น ๆ ในการโจมตี
โดยการค้นพบของ Cyble ระบุว่า ShadowSyndicate ได้สแกนหาเซิร์ฟเวอร์ที่มีความเสี่ยงต่อช่องโหว่ CVE-2024-23334 แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่านำไปสู่การโจมตีเครือข่ายได้สำเร็จหรือไม่
ในส่วนของพื้นที่การโจมตีของช่องโหว่ CVE-2024-23334 บน aiohttp Python library ทาง internet scanner ODIN ของ Cyble ได้แสดงให้เห็นว่ามี aiohttp instance ที่เปิดให้เข้าถึงได้บนอินเทอร์เน็ตประมาณ 44,170 รายการทั่วโลก ส่วนใหญ่ (15.8%) ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือเยอรมนี (8%) สเปน (5.7%) สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน
ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุ หรือแยกเวอร์ชันของอินสแตนซ์ที่เข้าถึงบนอินเทอร์เน็ตได้ ทำให้ยากต่อการระบุจำนวนเซิร์ฟเวอร์ aiohttp ที่มีช่องโหว่ รวมถึง open-source library มักจะมีการใช้เวอร์ชันที่ล้าสมัยเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากปัญหาในการใช้งาน จึงทำให้การค้นหา และแก้ไข library มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีช่องโหว่ของกลุ่ม Hacker
ที่มา : bleepingcomputer
นักวิจัยพบ 3 ช่องโหว่ใหม่บน Microsoft Azure API Management Service
นักวิจัยจาก Ermetic บริษัทรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ของอิสราเอล เปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใหม่ 3 รายการในบริการ Microsoft Azure API Management ที่เสี่ยงต่อการถูกนำไปไปใช้ในการโจมตีเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญ จาก backend service (more…)
Apache ออก Patch ใหม่แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่นำไปสู่ RCE Attacks
Apache Software Foundation ได้เผยแพร่การอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับ HTTP Server เพื่อแก้ไขสิ่งที่ถูกระบุว่าเป็น "การแก้ไขที่ไม่สมบูรณ์" สำหรับช่องโหว่ Path Traversal และ Remote Code Execution ซึ่งได้รับการแก้ไขไปก่อนหน้านี้
CVE-2021-42013 ช่องโหว่ใหม่นี้ถูกระบุว่าถูกสร้างขึ้นจากช่องโหว่ CVE-2021-41773 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Path Traversal ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึง และดูไฟล์ที่จัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่ได้ โดยจะส่งผลกระทบต่อ Apache web servers เวอร์ชัน 2.4.49
แม้ว่าช่องโหว่นั้นจะได้รับการแก้ไขในเวอร์ชัน 2.4.50 แต่เพียงหนึ่งวันหลังจากมีการปล่อยแพตช์ ช่องโหว่นี้ถูกนำไปใช้ในการทำ Remote Code Execution หากโมดูล "mod_cgi" ถูกโหลดและกำหนดค่า "require all denied" จึงทำให้ Apache ต้องออกการอัปเดตแพตช์ฉุกเฉินอีกรอบ
Apache ได้ให้คำแนะนำสำหรับ "การแก้ไขช่องโหว่ CVE-2021-41773 ใน Apache HTTP Server 2.4.50 นั้นไม่เพียงพอ ผู้โจมตีสามารถใช้การโจมตีแบบ Path Traversal เพื่อจับคู่ URL กับไฟล์ที่อยู่นอกไดเรกทอรีที่กำหนดค่าโดยคำสั่ง Alias-like" หากไฟล์ที่อยู่นอกไดเร็กทอรีเหล่านี้ไม่ได้รับการป้องกันโดยการกำหนดค่า Default 'require all dissolve' คำขอเหล่านี้ก็สามารถดำเนินการได้สำเร็จ หากสคริปต์ CGI ถูกเปิดใช้งานสำหรับ aliased paths ซึ่งจะทำให้สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้
Apache Software Foundation ให้เครดิต Juan Escobar จาก Dreamlab Technologies, Fernando Muñoz จาก NULL Life CTF Team และ Shungo Kumasaka ในการรายงานช่องโหว่
สำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกา (CISA) กล่าวว่า "พบการสแกนระบบที่มีช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเร็วขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะนำไปสู่การโจมตี" จึงแนะนำให้ทุกองค์กรดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ทันทีหากยังไม่ได้ดำเนินการ
คำแนะนำ
ผู้ใช้ทุกคนควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด (2.4.51) เพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ดังกล่าว
ที่มา: thehackernews.
แฮกเกอร์พบช่องโหว่ใหม่สำหรับข้ามขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนบน Router ที่ใช้เฟิร์มแวร์ Arcadyan กระทบผู้ใช้งานจำนวนมาก
กลุ่มแฮกเกอร์ไม่ทราบชื่อกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ร้ายแรงในการข้ามขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตน ทำให้สามารถเข้าควบคุม Router และแพร่มัลแวร์ Mirai botnet เพื่อใช้ในการโจมตี DDoS
CVE-2021-20090 (CVSS score: 9.9) เป็นช่องโหว่ Path Traversal บนเว็บอินเตอร์เฟสของ Router ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนเพื่อเข้าควบคุม Router ได้ ซึ่งช่องโหว่นี้เกิดขึ้นกับเฟิร์มแวร์ของ Arcadyan โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Tenable ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ว่าช่องโหว่นี้น่าจะมีมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบกับ Router อย่างน้อย 20 รุ่นจากผู้ผลิต 17 ราย
การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้จะทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตน และเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้ เช่น Request tokens ซึ่งสามารถใช้เพื่อส่ง Request ไปแก้ไขการตั้งค่าของ Router ได้
ต่อมาไม่นาน Juniper Threat Labs ก็ค้นพบการโจมตีซึ่งพยายามจะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้มาจาก IP address ซึ่งระบุว่าอยู่ในประเทศจีน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ที่แฮกเกอร์พยายามจะปล่อย Mirai botnet ไปยัง Router ต่างๆ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าพฤติกรรมการโจมตีที่พบนี้แสดงให้เห็นว่าเป็นการโจมตีจากแฮกเกอร์กลุ่มเดียวกันกับรายงานเหตุการณ์การโจมตีของผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Network ซึ่งได้พบเห็นการโจมตีในรูปแบบเดียวกันนี้ตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคม
นอกจากช่องโหว่ CVE-2021-20090 แล้ว แฮกเกอร์ยังพยายามใช้ช่องโหว่อื่นๆ ในการโจมตี Router อีก เช่น
CVE-2020-29557 (Pre-authentication remote code execution in D-Link DIR-825 R1 devices)
CVE-2021-1497 และ CVE-2021-1498 (Command injection vulnerabilities in Cisco HyperFlex HX)
CVE-2021-31755 (Stack buffer overflow vulnerability in Tenda AC11 leading to arbitrary code execution)
CVE-2021-22502 (Remote code execution flaw in Micro Focus Operation Bridge Reporter)
CVE-2021-22506 (Information Leakage vulnerability in Micro Focus Access Manager)
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้ผู้ใช้งานพยายามอัพเดตเฟิร์มแวร์ของ Router ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันอยู่เสมอ
ที่มา: thehackernews
- 1
- 2
