พบ Extension บน Chrome และ Edge จำนวน 19 รายการ ฝังโค้ดขโมยข้อมูล Wallet และดูดเงินคริปโต

นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ค้นพบกลุ่มของ Extension บน Google Chrome จำนวน 18 รายการ และบน Microsoft Edge อีก 1 รายการ ซึ่งถูกเผยแพร่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และมีความสามารถในการขโมยข้อมูล secret ของ Wallet รวมถึงดูดเงินคริปโตเคอร์เรนซี

(more…)

พบช่องโหว่บน Microsoft Edge ที่ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกสามารถเรียกใช้โค้ดอันตรายได้

Microsoft ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ใน Microsoft Edge ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวอาจทำให้ผู้โจมตีจากภายนอก สามารถรันโค้ดอันตรายใด ๆ ก็ได้บนระบบที่มีช่องโหว่

(more…)

พบปัญหา Microsoft Teams ขัดข้อง ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าประชุมได้ หลังอัปเดตเบราว์เซอร์ Edge เวอร์ชันล่าสุด

Microsoft กำลังเร่งตรวจสอบปัญหาที่ได้รับรายงาน ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้บางส่วนที่ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุม Microsoft Teams ได้ หลังจากมีการอัปเดตเบราว์เซอร์ Microsoft Edge เวอร์ชันล่าสุด โดยปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้พยายามเข้าถึงการประชุมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือเข้าร่วมผ่านลิงก์การประชุมที่ถูกแชร์มา ซึ่งเป็นสองช่องทางการเข้าใช้งานที่พบบ่อยที่สุดในเวิร์กโฟลว์การทำงานร่วมกันในองค์กร ทำให้ส่งผลกระทบต่อองค์กรต่าง ๆ รวมถึงองค์กรที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานของ NHSmail (more…)

ฟังก์ชันการวางโดยการคลิกขวาใน Microsoft Teams ใช้งานไม่ได้หลังจากอัปเดตเบราว์เซอร์ Edge

Microsoft Teams ยืนยันความผิดพลาดในโปรแกรมที่ทำให้การวางโดยการคลิกขวาใช้งานไม่ได้ สำหรับเวอชันเดสก์ท็อป (26072.519.4556.7438) ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS โดยทาง Microsoft ระบุว่า สาเหตุหลักเกิดจาก Code Regression ที่มาพร้อมกับการอัปเดตเบราว์เซอร์ Microsoft Edge เมื่อเร็ว ๆ นี้ (more…)

Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตประจำเดือนเมษายน 2026 แก้ไขช่องโหว่ 167 รายการ โดยเป็นช่องโหว่ Zero-Days 2 รายการ

Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนเมษายน 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 167 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 1 รายการ

(more…)

Microsoft Edge เพิ่มเซ็นเซอร์ตรวจจับ Scareware เพื่อตรวจจับการหลอกลวงที่รวดเร็วขึ้น

Microsoft เปิดตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับ Scareware ตัวใหม่สำหรับเว็บเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ซึ่งช่วยตรวจจับหน้าเว็บไซต์หลอกลวง ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และทำให้มั่นใจว่า Defender SmartScreen จะบล็อกหน้าเว็บไซต์หลอกลวงเหล่านั้นได้เร็วขึ้น

ในการหลอกลวงแบบ Scareware (หรือที่เรียกว่า tech support scams) มิจฉาชีพจะใช้หน้า Landing Page เพื่อหลอกล่อเหยื่อให้เชื่อว่าอุปกรณ์ของพวกเขาติดมัลแวร์ และพยายามเข้าควบคุมระบบจากระยะไกล โดยการกดดันให้โทรไปยังหมายเลข tech support ปลอม

Microsoft Defender SmartScreen ซึ่งปกป้องผู้ใช้ Edge จากการหลอกลวงดังกล่าว จะเริ่มทำงานหลังจากที่เว็บไซต์ที่เป็นอันตรายถูกเพิ่มเข้าไปใน index หน้าเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย ในขณะที่ Scareware blocker ที่มีอยู่ใน Edge ซึ่งเปิดตัวในงาน Ignite conference เดือนพฤศจิกายน 2024 และเปิดใช้งานโดยค่าเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์บน PCs ส่วนใหญ่ จะเพิ่มการป้องกันพิเศษโดยการตรวจจับสัญญาณของการหลอกลวงดังกล่าวแบบเรียลไทม์โดยใช้โมเดล machine learning ภายในเครื่อง

หลังจากตรวจพบหน้าหน้าเว็บไซต์หลอกลวงแบบเรียลไทม์ Scareware blocker ที่ใช้ AI/ML จะแจ้งเตือนผู้ใช้ และอนุญาตให้ผู้ใช้โหลดเว็บไซต์ต่อได้หากพวกเขาเชื่อว่าปลอดภัย ตัวบล็อกจะออกจากโหมดเต็มหน้าจอ, แสดงคำเตือน, หยุดเสียงดัง และแสดงภาพ thumbnail ของหน้าเว็บ

ผู้ใช้ยังสามารถรายงานเว็บไซต์หลอกลวงเพื่อปกป้องผู้อื่นได้ โดยการแบ่งปันข้อมูลการตรวจสอบ และภาพหน้าจอกับ Microsoft ซึ่งจะช่วยให้บริการ SmartScreen ตรวจจับการระบาดของ Scareware ได้ดีขึ้น

เมื่อเซ็นเซอร์ใหม่นี้เปิดใช้งาน SmartScreen จะได้รับการแจ้งเตือนให้จัดทำ index หน้าเว็บหลอกลวงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้ Edge ทั่วโลกจะได้รับคำเตือนเกี่ยวกับการหลอกลวงได้เร็วขึ้น

Rob Franco PM Manager ซึ่งทำงานในทีม Microsoft Edge Enterprise and Security ระบุว่า "ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป หาก Scareware blocker ตรวจพบหน้าเว็บไซต์ที่น่าสงสัยแบบเต็มหน้าจอ เซ็นเซอร์ Scareware ตัวใหม่ใน Edge 142 สามารถแจ้งเตือน SmartScreen เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเป็นการหลอกลวงได้ทันที โดยไม่ต้องแชร์ภาพหน้าจอหรือข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ SmartScreen ได้รับอยู่แล้ว"

"รายงานแบบเรียลไทม์นี้จะช่วยแจ้งเตือน SmartScreen ล่วงหน้าทันที เพื่อช่วยยืนยันการหลอกลวงได้เร็วขึ้น และบล็อกการหลอกลวงเหล่านั้นได้ทั่วโลก ในอนาคตจะมีการเพิ่มสัญญาณการตรวจจับแบบไม่ระบุตัวตนมากขึ้น เพื่อช่วยให้ Edge จดจำรูปแบบการหลอกลวงที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ได้"

เซ็นเซอร์ Scareware ตัวใหม่นี้กำลังทยอยเปิดตัวใน Microsoft Edge 142 โดยค่าเริ่มต้นจะถูกปิดใช้งานไว้ แต่ Microsoft วางแผนที่จะเปิดใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกคนที่เปิดใช้งาน SmartScreen อยู่แล้ว เพื่อช่วยตรวจจับการหลอกลวงได้มากขึ้น

Microsoft ระบุว่า ผู้ใช้ Edge ได้รายงาน Scareware ที่นอกเหนือไปจากป๊อปอัป "Virus Alert!" ทั่วไป ซึ่งรวมถึงการหลอกลวงที่ใช้ control panels ปลอม และ blue screens ปลอมด้วย

Franco ระบเพิ่มเติมว่า "เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ใช้รายงานการหลอกลวงที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย กล่าวหาว่าพวกเขาก่ออาชญากรรม และเรียกร้องให้ชำระเงินเพื่อปลดล็อก PCs" "ตอนที่ Scareware blocker จับการหลอกลวงนั้นได้ มันยังไม่ถูกบล็อกโดย Defender SmartScreen หรือบริการอื่น ๆ เช่น Google Safe Browsing"

ที่มา : bleepingcomputer

 

Microsoft Edge จะเริ่มบล็อก Extensions อันตรายที่ถูกติดตั้งจากภายนอก

Microsoft มีแผนจะเปิดตัวฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่สำหรับเบราว์เซอร์ Edge เพื่อปกป้องผู้ใช้จาก extensions ที่เป็นอันตราย ซึ่งถูกติดตั้งลงในเบราว์เซอร์ด้วยวิธี Sideloading

(more…)

Google Chrome จะบล็อกการเปิดใช้งานเบราว์เซอร์ในระดับสิทธิ์ Admin เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น

Google กำลังทยอยเปลี่ยนแปลง Chromium โดย "ลดระดับสิทธิ์ (de-elevates)" ของ Google Chrome เพื่อไม่ให้เบราว์เซอร์ทำงานในโหมดของผู้ดูแลระบบ ซึ่งเป็นการเพิ่มความปลอดภัยบนระบบปฏิบัติการ Windows (more…)

Trend Micro Antivirus มีการแก้ไข Registry ของ Windows โดยไม่ได้ตั้งใจ

โปรแกรมป้องกันไวรัสของ Trend Micro ได้แก้ไขข้อผิดพลาด ที่ส่งผลให้ Apex One endpoint ตรวจจับการอัปเดต Microsoft Edge ว่าเป็นมัลแวร์ และทำให้ registry ของ Windows ถูกแก้ไขอย่างไม่ถูกต้อง

ตามรายงานจากผู้ใช้งานหลายร้อยรายเมื่อต้นสัปดาห์นี้ในฟอรัมของบริษัท และบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ว่าเกิดการตรวจจับที่ผิดพลาดกับแพทช์การอัปเดตของ Microsoft Edge  โดย Trend Micro Apex One ระบุว่าการอัปเดตเบราว์เซอร์ลักษณะดังกล่าวเป็นไวรัส/มัลแวร์: TROJ_FRS.VSNTE222 และไวรัส/มัลแวร์: TSC_GENCLEAN

(more…)

ช่องโหว่ในไลบรารียอดนิยม Play Core ทำให้ผู้ใช้ Android มีความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลที่มีความสำคัญ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Check Point ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ในไลบรารี Play Core ซึ่งเป็นไลบรารีของ Android ยอดนิยมที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถจัดการโมดูลและฟีเจอร์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โมดูลนี้ถูกใช้ในแอปพลิเคชันยอดนิยมมากมายรวมถึง Grindr, Bumble, OkCupid, Cisco Teams, Moovit, Yango Pro, Microsoft Edge, Xrecorder และ PowerDirector ด้วยช่องโหว่จากไลบรารีนี้จะทำให้ผู้ใช้ Android ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น อีเมล และรหัสผ่านที่ใช้ทางการเงิน เป็นต้น

ช่องโหว่ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-8913 (CVSSv3: 8.8/10) จะส่งผลกระทบกับ Android ไลบรารี Play Core เวอร์ชันก่อน 1.7.2. โดยผู้ประสงค์ร้ายสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อโหลดและรันโค้ดที่เป็นอันตราย (เช่นไฟล์ APK) ไปยังแอปที่เป็นเป้าหมาย และส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถขโมยรายละเอียดการเข้าสู่ระบบ, รหัสผ่าน, SMS ยืนยันที่มีโค้ด 2FA, รายละเอียดทางการเงินและข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอื่น ๆ ของผู้ใช้

นักวิจัยยังกล่าวอีกว่าในปัจจุบันพบว่าแอปพลิเคชันบน Google Play จำนวน 13% ที่มีความเสี่ยงและจากข้อมูลการวิเคราะห์ในเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมาพบว่า 8% ของแอปเหล่านั้นมีเวอร์ชันของไลบรารีที่มีช่องโหว่

หลังจากเปิดเผยรายงานผู้พัฒนาแอปพลิเคชันบางรายได้เริ่มทยอยการอัปเดตแอปพลิเคชันแล้ว ทั้งนี้ผู้ใช้ Android ควรทำการอัปเดตแอปพลิเคชันที่ใช้งานให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อจากผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตี

ที่มา: thehackernews | bankinfosecurity