Google Chrome ปล่อยอัปเดตฉุกเฉินเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ครั้งที่ 6 ในปี 2024

Google ออกแพตซ์อัปเดตความปลอดภัยฉุกเฉินสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome เพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่มีระดับความรุนแรงสูงซึ่งกำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตี

(more…)

Google เปิดตัวการป้องกัน URL ที่เป็นอันตรายแบบเรียลไทม์ที่ได้รับการปรับปรุงสำหรับผู้ใช้ Chrome

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Google ประกาศเปิดตัว Safe Browsing เวอร์ชันปรับปรุงเพื่อให้การปกป้อง URL ที่เป็นอันตรายแบบเรียลไทม์ และรักษาความเป็นส่วนตัว รวมถึงปกป้องผู้ใช้จากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่อาจเป็นอันตราย

(more…)

Google วางแผนยกเลิกการใช้ Third-Party Cookie ใน Chrome

Google ประกาศแผนอย่างเป็นทางการที่จะค่อย ๆ ยกเลิก Third-Party Cookie ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการ Privacy Sandbox ซึ่งได้เริ่มต้นด้วยการทดสอบกับผู้ใช้งาน 1% ในช่วงต้นปี 2024 และขยายไปสู่การยุติการใช้งานที่ครอบคลุมมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 ปี 2024

Third-Party Cookie คือ tracking codes ที่กำหนดโดยเว็บไซต์อื่นนอกเหนือจากที่คุณกำลังเข้าชมอยู่ Cookie เหล่านี้ใช้เพื่อการโฆษณาออนไลน์ และติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานในเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของผู้ใช้งาน ซึ่งนำไปสู่ประสบการณ์การโฆษณาที่ตรงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังสามารถใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมการท่องเว็บไซต์ ซึ่งทำให้สูญเสียความเป็นส่วนตัวไป (more…)

Google แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ใหม่บน Chrome

Google ได้ออกแพตซ์อัปเดตบน Chrome เวอร์ชัน 103.0.5060.114 สำหรับผู้ใช้ Windows เพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่มีระดับความรุนแรงสูง ซึ่งเป็น Zero-day ตัวที่ 4 ในปี 2565

ปัจจุบัน Chrome เวอร์ชัน 103.0.5060.114 มีการอัปเดตโดยอัตโนมัติเรียบร้อยแล้ว โดย Google ระบุว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวัน หรือหลายสัปดาห์กว่ากลุ่มผู้ใช้งานจะสามารถอัปเดตได้ครบทั้งหมด BleepingComputer ทำการตรวจสอบการอัปเดตโดยไปที่เมนู Chrome menu > Help > About Google Chrome เว็บเบราว์เซอร์จะตรวจสอบการอัปเดตใหม่ และติดตั้งโดยอัตโนมัติ

รายละเอียดการโจมตียังไม่ได้มีการเปิดเผย
ช่องโหว่ zero-day ที่ได้รับการแก้ไขในวันนี้ (CVE-2022-2294) เป็นช่องโหว่ heap-based buffer overflow ที่มีความรุนแรงสูงใน WebRTC (Web Real-Time Communications) ถูกรายงานโดย Jan Vojtesek จากทีม Avast Threat Intelligence เมื่อวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565

ผลกระทบจากช่องโหว่ heap overflow อาจทำให้เกิดการหยุดการทำงานของโปรแกรม และการถูกสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตราย ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากอุปกรณ์ป้องกันด้านความปลอดภัยหากมีการเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายระหว่างการโจมตี แม้ว่า Google จะบอกว่าช่องโหว่ zero-day นี้เริ่มถูกใช้ในการโจมตีแล้วในปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิค หรือข้อมูลใดๆ Google ระบุว่า “รายละเอียดช่องโหว่จะยังไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะได้รับการอัปเดต"

การแก้ไขช่องโหว่ zero-day ของ Chrome ครั้งที่ 4 ในปีนี้

การอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นช่องโหว่ Zero-day ครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ต้นปี โดยช่องโหว่ zero-day 3 รายการก่อนหน้านี้ที่ถูกพบ และแก้ไขไปแล้วในปี 2565 ได้แก่:

CVE-2022-1364 - April 14th
CVE-2022-1096 - March 25th
CVE-2022-0609 - February 14th

ช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขในเดือนกุมภาพันธ์ CVE-2022-0609 ถูกใช้โดยแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือหลายสัปดาห์ก่อนที่จะมีแพตช์อัปเดตออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ ตามรายงานของ Google Threat Analysis Group (TAG) โดยการโจมตีครั้งแรกถูกพบเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565

ที่มา : bleepingcomputer

แพตซ์ด่วน! อัปเดตแพตซ์ช่องโหว่ระดับ Critical บน Chrome และ Edge

Google ได้ออกแพตซ์อัปเดตสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome ที่มีการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยกว่า 30 รายการ โดยเวอร์ชันล่าสุดที่แนะนำคือ Chrome 101.0.4951.41 สำหรับ Windows, Mac และ Linux โดยเวอร์ชันนี้ได้มีการแก้ไขช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เพื่อควบคุมระบบที่มีช่องโหว่ได้

ขณะที่ Microsoft ก็แนะนำให้ผู้ใช้งาน Edge ซึ่งเป็น Chrome เวอร์ชันที่ได้รับการรับรองจาก Microsoft ให้อัปเดตด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีช่องโหว่หลายจุดร่วมกัน

มีช่องโหว่ 7 รายการ ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นระดับความรุนแรงสูง โดยมีช่องโหว่ 5 รายการ เป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจาก “Use after free” ซึ่งเป็นปัญหาการย้ายหน่วยความจำที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้ เมื่อผู้ใช้งานเข้าไปยังหน้าเว็บที่เป็นอันตรายที่ถูกสร้างขึ้น

(more…)

Extension บล็อกโฆษณาบน Chrome แอบแทรกสคริปต์ไว้เบื่องหลัง

Extension ที่ช่วยในการบล็อกโฆษณาชื่อ AllBlock Chromium มีการแอบแทรกลิงก์ที่สร้างรายได้ให้กับนักพัฒนาได้

Extension นี้ยังคงมีอยู่ในเว็บสโตร์ของ Chrome และมีการโฆษณาว่าสามารถบล็อกโฆษณาที่ YouTube และ Facebook เพื่อป้องกันป๊อปอัป และเพิ่มความเร็วในการเข้าใช้งานได้ดีขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตามที่นักวิจัยของ Imperva ระบุ Extension นี้แสดงโฆษณาที่หลอกลวง โดยมีการทำให้ URL ที่ถูกต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังลิงก์ที่สร้างรายได้ให้นักพัฒนา

การแทรกโฆษณา หรือลิงก์ลงในหน้าเว็บ ทำให้ผู้หลอกลวงสร้างรายได้จากโฆษณา หรือเปลี่ยนเส้นทางผู้คนไปยังเว็ปไซต์ในเครือข่ายพันธมิตรเพื่อรับค่าตอบแทน

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 นักวิจัยของ Imperva ค้นพบชุดโดเมนที่เป็นอันตรายที่ไม่เคยพบมาก่อนหน้านี้ถูกกระจายผ่านสคริปต์การแทรกโฆษณา

สคริปต์ที่เป็นอันตรายนี้จะส่ง URL ที่ถูกต้องไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ผู้ไม่หวังดีสร้างขึ้น เพื่อรับการตอบกลับด้วยโดเมนที่เมื่อผู้ใช้งานเผลอคลิกลิงก์ก็จะถูกนำไปสู่เว็ปไซต์อื่นๆ ซึ่งปกติแล้วจะเป็นลิงก์ในเครือข่ายพันธมิตรเพื่อให้นักพํฒนาได้รับค่าตอบแทน

สคริปต์นี้ยังมีเทคนิคการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ เช่น ยกเว้นการทำงานใน Search Engine ของประเทศรัสเซีย, ล้างคอนโซลการดีบักทุกๆ 100 ms และตรวจจับตัวแปร Firebug ที่เริ่มต้นใช้งานอยู่

จากการศึกษาในรายละเอียดของ AllBlock ทีมงานของ Imperva พบสคริปต์ที่ชื่อว่า "bg.

Windows Push Notifications ถูกนำไปใช้เพื่อหลอกขโมยข้อมูลเหยื่อ

จากรายงานของ McAfee ปัจจุบันผู้ไม่หวังดีใช้ Browser Push Notifications ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายกับ Windows Push Notifications มาใช้ในการหลอกล่อให้เหยื่อดำเนินการตามที่ต้องการ

โดยจะปลอมการแจ้งเตือนที่มีลักษณะเหมือนการแจ้งเตือนปกติ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ และดำเนินการกดติดตั้ง ซอฟต์แวร์ ที่เป็นอันตราย ซึ่งซอฟต์แวร์เหล่านั้นจะทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้งาน

ในรายงานผู้เชี่ยวชาญอธิบายวิธีการโจมตีในรูปแบบ Social Engineering นี้ จะหลอกให้เหยื่อนั้นทำการติดตั้ง Windows Defender ปลอม ซึ่งความจริงแล้วเป็นซอฟต์แวร์อันตราย

แทนที่จะใช้วิธีส่งอีเมลล์สำหรับโจมตีด้วยวิธีการ Phishing ผู้โจมตีจะแฮ็คการแจ้งเตือนแบบ Pop-up ของเว็ปไซต์ และใช้ข้อความโดยใช้ชื่อ และ Logo ของ McAfee โดยทำเหมือนว่าเป็น Windows Defender Update และเมื่อเหยื่อกดที่ข้อความแจ้งเตือนนั้น ก็จะเป็นการนำเหยื่อให้เข้าสู่หน้าเว็บไซต์ปลอม หลังจากนั้นก็จะเป็นการแจ้งข้อมูลหลอกเหยื่อต่างๆ เช่น McAfee ของพวกเขาหมดอายุ, McAfee ตรวจพบภัยคุกคามในระบบของพวกเขา, หรือ ข้อความที่อ้างว่าเป็นลิงก์โดยตรงที่ใช้ในการสมัครสมาชิก McAfee

Craig Schmugar วิศวกรอาวุโสของ McAfee ได้เขียนอธิบายวิธีการไว้ใน blog post "ในการหลอกเหยื่อ ผู้ไม่หวังดีจะใช้ปุ่มลบโฆษณา, ปุ่มลบเเจ้งเตือน หรือ ปุ่มที่คล้ายๆ กันนำเหยื่อไปยังเว็บไซต์ที่ผู้ไม่หวังดีต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเว็บไซต์ที่ต้องการให้ผู้ใช้อนุญาตให้มีการแจ้งเตือนเพิ่มเติม ซึ่งหากเหยื่อเข้าไปยังเว็บไซต์เหล่านั้นก็จะทำให้เกิด pop-up แจ้งเตือนขึ้นจำนวนมาก"

ซอฟต์แวร์ ที่เป็นอันตรายถ้าหากถูกติดตั้งไปแล้วนั้นสามารถที่จะขโมยข้อมูลระบบได้ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูล process, ข้อมูลของไดรฟ์, Serial numbers, ข้อมูลของ Ram และ ข้อมูลของ Graphics card
นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลโปรไฟล์แอปพลิเคชันเช่น Chrome, Exodus wallets, Ethereum wallets, Opera และ Telegram Desktops และข้อมูลบัตรเครดิตของเหยื่อได้

"ในขณะที่การ Phishing ด้วยอีเมลนั้นยังเป็นที่นิยมในโจมตีของเหล่าผู้ไม่หวังดี แต่พวกเขานั้นก็ยังพยายามที่จะแสวงหาช่องทางอื่นๆ อีกในการโจมตี เช่น ทางโซเชียลมีเดีย หรือ ในเหตุการณ์นี้ที่พวกเขานั้นใช้ Windows Push Notifications เพื่อหวังว่าเหยื่อนั้นจะหลงเชื่อ และกดติดตั้ง ซอฟต์แวร์ ที่เป็นอันตรายตามที่พวกเขาต้องการ" Javvad Malik security awareness advocate ของ KnowBe4. กล่าว

ผลกระทบในภายภาคหน้า
Malik กล่าวว่า "หากเหยื่อเชื่อว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดมานั้นเป็นไฟล์ที่ถูกต้อง พวกเขาก็อาจจะมองข้ามคำเตือนด้านความปลอดภัย หรือแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย ในบางกรณีพวกเขาอาจจะทำการปิดการทำงานของ ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย เพื่อที่จะให้การดาวน์โหลดนั้นดำเนินการได้สะดวก เมื่อซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายทำการติดตั้งสำเร็จ ผู้ไม่หวังดีก็จะสามารถเข้าถึงเครื่องของเหยื่อได้ และสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการไม่ว่าจะเป็น ปล่อย Ransomware, ขโมยข้อมูล, หรือ การเคลื่อนย้ายจากเครื่องของเหยื่อเข้าไปยังองค์กรของพวกเขา เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ อีกต่อไป"

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า "เว็บไซต์ปลอมของผู้ไม่หวังดีนั้นจะมีไฟล์ ms-appinstaller (MSIX) ให้ดาวน์โหลด เมื่อไฟล์ถูกดาวน์โหลด และถูกเรียกใช้ เหยื่อก็จะได้รับแจ้งให้ติดตั้ง Defender Update จาก 'Publisher: Microsoft' หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชัน 'Defender Update' จะปรากฏในเมนูเริ่มต้นเหมือนกับแอป Windows อื่นๆ"

แทนที่จะไปอัปเดตจริง ผู้ไม่หวังดีก็จะหลอกให้เหยื่อคลิ้กผ่านทางลัดที่เป็นซอฟต์แวร์อันตรายที่ถูกติดตั้งไป หลังนั้นซอฟต์แวร์ดังกล่าวก็จะไปดาวน์โหลดโทรจันเพื่อมาขโมยข้อมูลของเหยื่อ

คำแนะนำในการลดความเสี่ยง

เหล่านักวิจัยเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ ให้ความรู้แก่พนักงานในการอ่านข้อความแจ้งเตือน รวมไปถึงการอนุญาตให้สิทธ์ต่างๆ อย่างถี่ถ้วน และคลิก "อนุญาต" บนไซต์ที่เชื่อถือได้เท่านั้น นอกจากนี้พวกเขายังแนะนำให้ปิดการใช้งานการแจ้งเตือนบนหน้าเว็บเพื่อลดความเสี่ยง

"ในปัจจุบันกลโกงต่างๆ นั้นทำได้แนบเนียน และน่าเชื่อถือ ดังนั้นสิ่งที่จะดีกว่าการ Block ที่รวดเร็วคือการอ่าน และทำความเข้าใจอย่างช้าๆ ก่อนที่จะอนุญาตอะไรไป" Schmugar กล่าว และ เขาแนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Windows นั้นพนักงานควรทำการตรวจสอบด้วยตนเอง และอัปเดตผ่านเมนูเริ่มต้น หรือป้อนที่อยู่เว็บที่ถูกต้องด้วยตนเอง แทนที่จะคลิกลิงก์ที่ได้รับมา

ที่มา : bankinfosecurity

ทีม Project Zero พบกลุ่มเเฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ Zero-day จำนวน 11 รายการ ในการโจมตีผู้ใช้ Windows, iOS และ Android

ทีม Project Zero จาก Google ได้เปิดเผยถึงการค้นพบกลุ่มเเฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ Zero-day จำนวน 11 รายการ ในการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายไปที่ผู้ใช้ Windows, iOS และ Android

ตามรายงานการโจมตีพบแคมเปญการโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์เกิดขึ้นในสองช่วงเวลาคือในเดือนกุมภาพันธ์และตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา โดยช่องโหว่ Zero-day จำนวน 11 รายการ ที่ถูกใช้ในการโจมตีมีรายละเอียดดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-6418 - เป็นช่องโหว่ในโมดูล TurboFan ของ Chrome (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-0938 - เป็นช่องโหว่ใน Font บน Windows (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-1020 - เป็นช่องโหว่ใน Font บน Windows (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-1027 - เป็นช่องโหว่ Client Server Run-Time Subsystem (CSRSS) บน Windows (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในกุมภาพันธ์ 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-15999 - เป็นช่องโหว่ Freetype Heap buffer overflow บน Chrome (ถูกแก้ไขช่องโหว่แล้วในตุลาคม 2020)
ช่องโหว่ CVE-2020-17087 - เป็นช่องโหว่ Heap buffer overflow ใน cng.

Google ประกาศแพตช์ Zero-day ด่วนใน Chrome เชื่อเกี่ยวข้องกับแคมเปญหลอกของเกาหลีเหนือ

Google ประกาศ Chrome เวอร์ชัน 88.0.4324.150 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการแพตช์ช่องโหว่ CVE-2021-21148 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Heap overflow ในเอนจินจาวาสคริปต์ V8 ช่องโหว่ CVE-2021-21148 ถูกระบุว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับแคมเปญของกลุ่ม APT สัญชาติเกาหลีเหนือซึ่งใช้ช่องโหว่นี้ในการหลอกล่อผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในแคมเปญการโจมตีที่พึ่งถูกเปิดเผยเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อ้างอิงจากไทม์ไลน์ของช่องโหว่ ช่องโหว่ CVE-2021-21148 ถูกแจ้งโดย Mattias Buelens ในวันที่ 24 มกราคม สองวันหลังจากนั้นทีมความปลอดภัย Google ประกาศการค้นพบแคมเปญโจมตีของเกาหลีเหนือซึ่งมีการใช้ช่องโหว่ที่คาดว่าเป็นช่องโหว่ตัวเดียวกัน

เนื่องจากช่องโหว่มีการถูกใช้เพื่อโจมตีจริงแล้ว ขอให้ผู้ใช้งานทำการตรวจสอบว่า Google Chrome ได้มีการอัปเดตโดยอัตโนมัติว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วหรือไม่ และให้ทำการอัปเดตโดยทันทีหากยังมีการใช้งานรุ่นเก่าอยู่

ที่มา:

zdnet.

Chrome รุ่น January 2021 เตรียมบล็อคการโจมตี Tab nabbing

Google ประกาศแผนการเตรียมปล่อยฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ใน Chrome ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีหน้า โดยหนึ่งในฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่นั้นคือฟีเจอร์การป้องกันการโจมตีที่เรียกว่า Tab nabbing

Tab nabbing เป็นการโจมตีซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มการโจมตีแบบ Tab hijacking โดย OWASP การโจมตีนี้เกิดขึ้นได้ในลักษณะของการที่ผู้โจมตีหลอกให้ผู้ใช้งานเปิดแท็บใหม่ และใช้หน้าแท็บใหม่ในการแก้ไขเนื้อหาในหน้าเว็บเพจเดิมซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนหน้าต่างของเว็บเพจที่ถูกแก้ไขไปยังหน้าเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายได้

Apple และ Mozilla ได้มีการป้องกันการโจมตีในลักษณะไปตั้งแต่ปี 2018 โดยการเพิ่มโค้ด "rel=noopener" เอาไว้ในลิงค์เมื่อมีการใช้ "target=_blank" การอัปเดตของ Chrome จะทำให้เบราว์เซอร์ซึ่งใช้เอนจินเดียวกัน เช่น Edge, Opera, Vivaldi และ Brave ได้รับการอัปเดตตามไปด้วย

ที่มา: zdnet.