พบแคมเปญหลอกลวง AdSense ส่งผลให้เว็บไซต์ WordPress กว่า 10,000 เว็บไซต์ติดมัลแวร์ [EndUser]

แฮกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับการทำแคมเปญมัลแวร์เพื่อเปลี่ยนเส้นทาง ได้มีการขยายขนาดของแคมเปญโดยการใช้โดเมนปลอมมากกว่า 70 โดเมน ที่เลียนแบบตัวย่อ URL และทำให้เว็บไซต์กว่า 10,800 เว็บไซต์ติดมัลแวร์ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือเพิ่มการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ที่มี AdSense ID ที่มีโฆษณาของ Google เพื่อสร้างรายได้ให้แฮกเกอร์จากการเพิ่มจำนวนการเข้าชมที่เกินจริง และทำให้ Google เข้าใจว่ายอดผู้ชมเหล่านั้นเป็นคนจริง ๆ ที่คลิกเข้าชมจาก IP ที่ต่างกัน

Ben Martin นักวิจัยของ Sucuri ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Web Security กล่าวในรายงานที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าพบแคมเปญที่เป็นอันตรายที่ถูกเปิดเผยครั้งแรกโดยบริษัท GoDaddy ในเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยแฮกเกอร์ได้เพิ่มประสิทธิ์ภาพของเว็บไซต์เหล่านี้ให้แสดงในผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหาเพื่อนำผู้ชมไปยังเว็บไซต์อื่น โดยสิ่งสำคัญของแคมเปญในครั้งนี้ คือการใช้ลิงก์ผลการค้นหาของ Bing และบริการย่อลิงก์ (t[.]co) ของ Twitter ร่วมกับ Google ในการเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากนี้ยังมีโดเมน URL ปลอมยอดนิยม เช่น Bitly, Cuttly หรือ ShortURL ที่จะนำพาผู้ชมไปยังเว็บไซต์ Q&A ที่สร้างขึ้นมาโดยแฮกเกอร์ Sucuri ระบุว่าเว็บไซต์ Q&A นั้นเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ blockchain และ cryptocurrency ซึ่งโดเมน URL เหล่านี้อยู่บน DDoS-Guard ที่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตของรัสเซียที่ให้บริการป้องกันด้าน DDoS สำหรับโฮสติ้ง และแฮกเกอร์ยังเพิ่มมัลแวร์เข้าไปในไฟล์ wp-blog-header.

พบช่องโหว่ ProxyShell ใน Microsoft Exchange ถูกใช้ในการโจมตีแบบ crypto-mining attack ในชื่อ ‘ProxyShellMiner’

พบมัลแวร์ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า 'ProxyShellMiner' ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Microsoft Exchange ProxyShell เพื่อติดตั้งเครื่องขุด cryptocurrency ผ่านทาง Windows domain เพื่อขุดเหรียญ cryptocurrency ให้กับ Hacker

ProxyShell เป็นชื่อของช่องโหว่ Exchange สามรายการที่ถูกพบ และได้รับการแก้ไขไปแล้วโดย Microsoft ในปี 2021 โดยเมื่อใช้งานร่วมกันทั้งสามช่องโหว่ จะทำให้สามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบ และเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ (Remote Code Execution (RCE)) จึงทำให้สามารถเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ Exchange ได้อย่างสมบูรณ์และเข้าถึงระบบอื่น ๆ บนเครือข่ายของเป้าหมายได้อีกด้วย

ProxyShellMiner

Morphisec บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เปิดเผยการค้นพบมัลแวร์ตัวใหม่ที่ชื่อว่า 'ProxyShellMiner' ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2021-34473 และ CVE-2021-34523 ในการเข้าถึงเครือข่ายของเหยื่อ

จากนั้น Hacker จะปล่อยเพย์โหลดมัลแวร์ .NET ลงในโฟลเดอร์ NETLOGON ของ domain controller เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดบนเครือข่ายจะเรียกใช้มัลแวร์ อีกทั้งเพื่อให้มัลแวร์สามารถใช้งานได้ จำเป็นต้องมีพารามิเตอร์บรรทัดคำสั่งที่เหมือนกับรหัสผ่านสำหรับส่วนประกอบของ XMRig miner

โดย ProxyShellMiner ใช้ embedded dictionary ซึ่งเป็นอัลกอริธึมแบบ XOR decryption ที่ดาวน์โหลดจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก จากนั้นจะใช้ตัวสั่งการที่ใช้ภาษา C# ในชื่อ CSC.exe และพารามิเตอร์ "InMemory" เพื่อดำเนินการใช้โมดูล embedded code ต่อไป

ต่อมา ProxyShellMiner จะดาวน์โหลดไฟล์ชื่อ "DC_DLL" และสั่ง .NET reflection เพื่อแยกอาร์กิวเมนต์สำหรับตัวกำหนด task scheduler, ค่า XML และ XMRig key ซึ่งไฟล์ DLL จะใช้สำหรับการถอดรหัสไฟล์เพิ่มเติม นอกจากนี้โปรแกรมทั้งสองรายการที่ทำการดาวน์โหลดมาก่อนหน้านี้จะทำการฝังตัวในระบบ (Persistence) ด้วยการสร้าง task scheduler ให้ทำงานเมื่อมีผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ และทำการดาวน์โหลด malware loader มาอีก 2 รายการพร้อมไฟล์อื่น ๆ อีกสี่ไฟล์

หลังจากนั้นจะทำการติดตั้งไปยัง browser ในระบบของเหยื่อเพื่อทำการฝังตัวในพื้นที่หน่วยความจำ ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า "process hollowing" จากนั้นจะเลือกกลุ่มการขุดแบบสุ่มจากรายการในฮาร์ดโค้ด และเริ่มการขุดเหรียญ cryptocurrency บนระบบของเหยื่อ

ในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการโจมตี ProxyShellMiner จะทำการสร้าง firewall rule เพื่อบล็อกการรับส่งข้อมูลขาออกทั้งหมด โดยปรับใช้กับ Windows Firewall profile เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อรู้ตัว รวมไปการถึงป้องกันการตรวจจับจากอุปกรณ์ป้องกันด้านความปลอดภัย โดยมัลแวร์จะรออย่างน้อย 30 วินาทีหลังจากที่ติดตั้งบน browser และก่อนที่จะสร้าง firewall rule เพื่อสร้าง backdoor ในการเรียกออกไปภายนอก

Morphisec ระบุว่า นอกจากผลกระทบที่จะทำให้ระบบเกิดปัญหา ประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์ลดลง และเครื่องร้อนเกินไปแล้วนั้น Hacker ยังสามารถโจมตีในรูปแบบอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น เรียกใช้คำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) จึงแนะนำให้ผู้ดูแลระบบทำการอัปเดตแพตซ์ด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงจัดหาระบบตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคามที่ครอบคลุม และหลากหลายเพื่อป้องกันระบบ

ที่มา : bleepingcomputer

CISA แจ้งเตือนการมุ่งเป้าการโจมตีไปยังช่องโหว่ของไดรเวอร์ Fortra MFT, TerraMaster NAS และ Intel ethernet

หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ (CISA) ได้เพิ่มช่องโหว่สามรายการไปในแคตตาล็อก Known Exploited Vulnerabilities (KEV) โดยอ้างถึงหลักฐานของการพบการตั้งเป้าหมายการโจมตีไปที่ช่องโหว่ดังกล่าว

ช่องโหว่ TerraMaster (TNAS)

CVE-2022-24990 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกับเครือข่าย TerraMaster network-attached storage (TNAS) ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยสิทธิ์สูงสุด ซึ่งช่องโหว่ CVE-2022-24990 ได้รับการเปิดเผยโดย Octagon Networks บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของเอธิโอเปียในเดือนมีนาคม 2565 รวมไปถึงหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้ระบุว่า ช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกใช้โดย Hacker ชาวเกาหลีเหนือ เพื่อโจมตีหน่วยงานด้านสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญด้วยแรนซัมแวร์

ช่องโหว่ Intel ethernet

CVE-2015-2291 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่อไดรเวอร์ Intel ethernet สำหรับ Windows (IQVW32.sys และ IQVW64.sys) ซึ่งอาจทำให้อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบเข้าสู่สถานะ Denial-of-Service state (DOS) โดยช่องโหว่ CVE-2015-2291 ได้รับการเปิดเผยโดย CrowdStrike ในเดือนมกราคม 2023 โดยเกี่ยวข้องกับการโจมตีจาก Scattered Spider (หรือที่รู้จักในชื่อ Roasted 0ktapus หรือ UNC3944) ซึ่งสามารถที่จะใช้วิธีการที่เรียกว่า Bring Your Own Vulnerable Driver (BYOVD) เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งบนเครื่องเป้าหมายได้ รวมถึงยังพบว่าเทคนิคดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้โดยกลุ่ม Hacker จำนวนมาก เช่น BlackByte, Earth Longzhi, Lazarus Group และ OldGremlin

ช่องโหว่ GoAnywhere MFT

CVE-2023-0669 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) ที่ค้นพบใน GoAnywhere MFT managed file transfer application ของ Fortra โดยขณะนี้ ทาง Fortra ได้ปล่อยตัวอัปเดตเพื่อป้องกันช่องโหว่ดังกล่าวออกมาแล้ว จึงได้เตือนให้ผู้ดูแลระบบเร่งทำการอัปเดตโดยเร็ว

รวมไปถึง Huntress บริษัทผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย ได้พบการนำช่องโหว่ CVE-2023-0669 ไปใช้ร่วมกับ TrueBot ซึ่งเป็นมัลแวร์บน Windows ที่มาจากกลุ่ม Silence และแชร์การเชื่อมต่อกับ Evil Corp ซึ่งมาจากกลุ่ม Hacker ชาวรัสเซียในชื่อ TA505

ที่มา : thehackernews

Titan Stealer: มัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูลแบบใหม่ที่ใช้ภาษา Golang-Based

มัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูลตัวใหม่ที่ใช้ภาษา Golang ชื่อว่า Titan Stealer กำลังถูกโฆษณาโดยผู้โจมตีผ่านช่องทาง Telegram

Karthickkumar Kathiresan และ Shilpesh Trivedi นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Uptycs ระบุในรายงานว่า “ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูลที่หลากหลายจากเครื่อง Windows ที่ถูกโจมตี เช่น ข้อมูล credential บนเบราว์เซอร์, กระเป๋าเงินคริปโต, ข้อมูล FTP client, ข้อมูลบันทึกภาพหน้าจอ และรายละเอียดข้อมูลบนระบบของเหยื่อ”

ไททันถูกพัฒนามาในลักษณะการเป็น builder เพื่อช่วยให้ผู้โจมตีที่นำไปใช้สามารถปรับแต่งไบนารีของมัลแวร์เพื่อปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการทำงาน รวมถึงข้อมูลที่ต้องการจะขโมยออกไปจากเครื่องของเหยื่อ

เมื่อเริ่มดำเนินการมัลแวร์จะใช้เทคนิคที่เรียกว่า process hollowing เพื่อ inject เพย์โหลดที่เป็นอันตรายลงในหน่วยความจำของ process ที่ทำงานอยู่ตามปกติเรียกว่า AppLaunch.

นักวิจัยค้นพบ Packer ที่คอยช่วยให้มัลแวร์หลาย ๆ ตัวสามารถหลบหลีกการตรวจจับมากว่า 6 ปี

TricGate Packer ที่ถูกพัฒนาบนพื้นฐาน Shellcode ที่ประสบความสำเร็จจากการให้บริการในการช่วยผู้ไม่หวังดีหลาย ๆ กลุ่ม ในการซ่อนมัลแวร์อันตราย เช่น TrickBot, Emotet, AZORult, AgentTesla และ REvil จากการตรวจจับจากอุปกรณ์ Security โดยที่ไม่ถูกตรวจพบมาเลยกว่า 6 ปี (more…)

พบ PlugX malware สายพันธุ์ใหม่ สามารถซ่อนตัวใน USB เพื่อโจมตีเครื่องผู้ใช้งาน Windows

นักวิจัย Unit 42 จาก Palo Alto Network บริษัทด้านความปลอดภัย ได้ทำการวิเคราะห์มัลแวร์ PlugX สายพันธุ์ใหม่ ที่พบว่าสามารถซ่อนตัวใน USB รวมถึงโจมตีไปยังเครื่องผู้ใช้งาน Windows ที่เสียบ USB ที่มีมัลแวร์ตัวนี้ฝังอยู่ รวมถึงยังสามารถแพร่กระจายไปยัง USB อื่น ๆ ได้อีกด้วย

PlugX malware เป็นมัลแวร์ที่แฝงตัวมากับซอฟต์แวร์ที่ดูเหมือนปลอดภัย เพื่อโหลดเพย์โหลดอันตราย โดยถูกนำมาใช้ในการโจมตีตั้งแต่ปี 2008 เริ่มใช้โดย Hackers ชาวจีน ต่อมาผู้โจมตีกลุ่มอื่น ๆ ก็เริ่มนำมาใช้โจมตีเช่นกัน จึงทำให้ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ (more…)

มัลแวร์ Emotet กลับมาอีกครั้ง ด้วยเทคนิคการหลบเลี่ยงการตรวจจับแบบใหม่

มัลแวร์ Emotet ยังคงมีการปรับปรุงเทคนิคการโจมตีใหม่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ยังคงทำหน้าที่เป็นช่องทางสำหรับติดตั้งมัลแวร์ตัวอื่น ๆ ด้วย เช่น Bumblebee และ IcedID

Malware-as-a-service (MaaS) ยังคงเป็นบริการยอดนิยมสำหรับผู้โจมตีในการขโมยข้อมูลสำคัญออกไป ภายหลังจากการเข้าควบคุมเครื่องเหยื่อได้สำเร็จ และล่าสุดมัลแวร์ยอดนิยมอย่าง Emotet มีการเพิ่มโมดูลใหม่ ซึ่งประกอบด้วย Spreader SMB ที่ออกแบบมาเพื่อการทำ lateral movement โดยการใช้ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านที่ hard-coded ไว้ และ credit card stealer ที่มุ่งเป้าไปที่การขโมยข้อมูลบนเว็ปเบราว์เซอร์ Google Chrome (more…)

พบ Hackers ใช้วิธีการโจมตีรูปแบบใหม่ โดยการใช้ไฟล์แนบ Microsoft OneNote ที่ฝังมัลแวร์

BleepingComputer พบว่า Hackers ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตี โดยการหันมาใช้ Microsoft OneNote ที่ฝังมัลแวร์แนบไปกับ Phishing Email เพื่อเข้าถึงเครื่องเหยื่อจากระยะไกล รวมถึงติดตั้งเพย์โหลดที่เป็นอันตราย เพื่อขโมยไฟล์, รหัสผ่านที่บันทึกไว้บนเบราว์เซอร์, ข้อมูลกระเป๋าเงิน cryptocurrency, การบันทึกภาพหน้าจอ และบันทึกวิดีโอโดยใช้เว็บแคม

โดยการหันมาใช้ Microsoft OneNote ในการโจมตี เกิดขึ้นจากการที่ Microsoft ได้ปิดการใช้งาน macro เป็นค่าเริ่มต้นใน Microsoft Office ซึ่งมักจะเป็นวิธีที่ Hackers เรียกใช้สคริปต์เพื่อติดตั้งมัลแวร์ ทำให้ Hackers ไม่สามารถแพร่กระจายมัลแวร์ผ่านไฟล์แนบรูปแบบ Word และ Excel ได้ จึงต้องหาวิธีการโจมตีในรูปแบบอื่น ๆ มาใช้แทน

Microsoft OneNote ** เป็นแอปพลิเคชันสมุดบันทึกดิจิทัลบนเดสก์ท็อปที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี และถูกรวมอยู่ใน Microsoft Office 2019 และ Microsoft 365 เนื่องจาก Microsoft OneNote เป็นแอปพลิเคชันที่ถูกติดตั้งโดยค่าเริ่มต้นจากการติดตั้ง Microsoft Office 365 ทำให้ถึงผู้ใช้ Windows จะไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันนี้ ก็ยังสามารถเปิดไฟล์ได้

การโจมตีโดย OneNote

Trustwave SpiderLabs บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้พบการโจมตีด้วย Phishing Email ที่แนบไฟล์ OneNote ที่เป็นอันตราย ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งหัวข้อของ Phishing Email จะประกอบไปด้วยการแจ้งเตือนการจัดส่งของจาก DHL, ใบแจ้งหนี้, แบบฟอร์มการโอนเงินของ ACH, แบบร่าง mechanical และ เอกสารการจัดส่ง

โดยใน OneNote จะอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแทรกไฟล์แนบลงในโปรแกรม NoteBook ได้ ซึ่งเมื่อดับเบิลคลิกจะเป็นการเปิดไฟล์แนบขึ้นมา Hacker จึงได้แนบไฟล์ VBS ที่เป็นอันตรายลงในโปรแกรม NoteBook ซึ่งจะเรียกใช้สคริปต์โดยอัตโนมัติเมื่อดับเบิลคลิก จากนั้นมันจะทำการดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์จากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก

Hacker จะทำการสร้างไฟล์แนบที่ดูเหมือนไอคอนของไฟล์ใน OneNote ที่เขียนว่า ‘Double click to view file' เหนือไฟล์แนบ VBS ที่เป็นอันตราย ซึ่งมีไฟล์แนบหลายไฟล์ หากผู้ใช้ดับเบิลคลิกที่ใดก็ตามบนแถบ ก็จะเปิดใช้งานทันที

เมื่อเปิดใช้งานเอกสารแนบของ OneNote โปรแกรมจะเตือนว่า ‘การทำเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ และข้อมูลของคุณ’ แต่ส่วนใหญ่เหยื่อจะไม่ได้สนใจข้อความดังกล่าว และคลิกปุ่มตกลง

เมื่อคลิกปุ่มตกลงจะเป็นการเปิดสคริปต์ VBS เพื่อดาวน์โหลด และติดตั้งมัลแวร์บนอุปกรณ์ รวมถึงแสดงเอกสาร OneNote ปลอมเพื่อให้เหยื่อไม่สงสัย

นอกจากนี้ยังพบวิธีการโจมตีประเภทอื่น ๆ เช่นการส่ง Phishing Email ที่แนบไฟล์อิมเมจ ISO และไฟล์ ZIP ที่ใส่รหัสผ่าน และใช้ช่องโหว่บน Windows เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจาก mark-of-the-web flags แต่ปัจจุบัน Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวไปแล้ว

การป้องกัน

ไม่เปิดอ่านไฟล์จาก E-mail ที่ไม่รู้จัก หรือไม่น่าเชื่อถือ
อ่านคำเตือนที่แสดงโดยระบบปฏิบัติการ หรือแอปพลิเคชันทุกครั้ง ก่อนกดตกลง

ที่มา : bleepingcomputer

RAT malware แคมเปญใหม่ ใช้ไฟล์หลากหลายภาษาในการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

Deep Instinct บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เผยแพร่การพบโทรจันการเข้าถึงจากระยะไกล (remote access trojans RAT) ของ StrRAT และ Ratty ได้ใช้แคมเปญใหม่โดยการใช้ไฟล์ polyglot MSI/JAR และ CAB/JAR เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากเครื่องมือรักษาความปลอดภัย และ Anti-Virus ซึ่งเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น เนื่องจาก StrRAT และ Ratty เป็น RAT malware ที่เคยถูกพบมานานแล้ว

polyglot files คือ ไฟล์หลากหลายภาษารวมกันในรูปแบบไฟล์ตั้งแต่สองรูปแบบขึ้นไป ซึ่ง Hackers ได้ใช้ไฟล์หลายภาษาที่ฝังคำสั่งที่เป็นอันตราย เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากเครื่องมือรักษาความปลอดภัย และเรียกใช้โดยแอปพลิเคชันที่แตกต่างกันหลายรายการได้โดยไม่มีข้อผิดพลาด โดยล่าสุดที่พบการใช้วิธีการนี้ในการโจมตีคือ มัลแวร์ StrelaStealer ที่กำหนดเป้าหมายไปยังบัญชีผู้ใช้งาน Outlook และ Thunderbird

วิธีการโจมตี

Deep Instinct ได้อธิบายวิธีการโจมตีไว้ว่า ด้วยการรวมรูปแบบ JAR และ MSI ไว้ในไฟล์เดียว โดยไฟล์ JAR เป็นไฟล์ archive ที่จะถูกระบุโดยบันทึกที่ส่วนท้าย ในขณะที่ใน MSI ตัวระบุประเภทไฟล์คือ "magic header" ที่จุดเริ่มต้นของไฟล์ รูปแบบทั้งคู่นี้ทำให้สามารถดำเนินการเป็น MSI ใน Windows และดำเนินการเป็นไฟล์ JAR โดย Java runtime (JAR ไม่ใช่ไฟล์เรียกทำงานจึงไม่ได้รับการตรวจสอบจาก Anti-Virus ทำให้สามารถซ่อนคำสั่งที่เป็นอันตรายได้) รวมไปถึงการใช้การรวมรูปแบบ CAB/JAR แทน MSI เนื่องจากพวกเขามี magic header สำหรับการตีความประเภทไฟล์เช่นกัน

โดยพบว่า แคมเปญนี้ถูกเผยแพร่โดย Sendgrid และ URL shortening เช่น Cutt.

IcedID Malware กลับมาโจมตีอีกครั้ง โดยสามารถเข้าถึง Active Directory Domain ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

นักวิจัยของ Cybereason เผยข้อมูลการโจมตีของ IcedID Malware ที่สามารถเข้าถึง Active Directory Domain ได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลักจากได้รับสิทธิ์การเข้าถึงในครั้งแรก รวมไปถึงตลอดการโจมตี Hacker ยังพยายามทำการค้นหาช่องโหว่อื่น ๆ, ขโมยข้อมูลประจำตัว, แพร่กระจายตัวโดยการใช้ Windows protocol และการใช้เครื่องมืออย่าง Cobalt Strike บนเครื่่องเหยื่อที่ถูกโจมตี

IcedID หรือที่รู้จักในชื่อ BokBot เริ่มต้นด้วยการเป็น banking trojan ในปี 2017 ก่อนจะพัฒนาเป็น dropper malware แบบเดียวกันกับ Emotet, TrickBot, Qakbot, Bumblebee และ Raspberry Robin

วิธีการโจมตี

นักวิจัยได้อธิบายการโจมตีของ IcedID ไว้ว่า มันจะเริ่มจากการส่งไฟล์อิมเมจ ISO ที่อยู่ในไฟล์ ZIP ซึ่งได้ฝัง payload อันตรายเอาไว้ไปหาเหยื่อ

เมื่อสามารถโจมตีเข้าไปยังระบบของเหยื่อได้แล้ว ก็จะสร้าง Process เพื่อฝังตัวเองในเครื่อง (Persistence) และทำการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ภายนอกของ Hacker เพื่อดาวน์โหลด payload เพิ่มเติม เช่น Cobalt Strike Beacon สำหรับหาช่องโหว่อื่น ๆ บนระบบสำหรับการ lateral movement รวมไปถึงเครื่องมือภาษา C# ที่ชื่อว่า Rubeus เพื่อขโมยข้อมูลประจำตัว เพื่อยกระดับสิทธิ์ตัวเอง และแพร่กระจายไปยัง Windows Server เครื่องอื่น ๆ รวมไปถึงเพื่อการโจมตีแบบ DCSync ซึ่งจะทำให้ Hacker สามารถจำลอง domain controller ( DC ) และดึงข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้งานทั้งหมดบนระบบ domain controllers ออกมาได้

รวมไปถึงการใช้เครื่องมืออื่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตี ได้แก่ netscan.