Google Patches Critical Flaws in Android’s System Component

Google ออกแพตซ์แก้ไขข้อบกพร่องที่สำคัญบน Android

สัปดาห์ที่ผ่านมา Google ได้เปิดตัวชุดรักษาความปลอดภัยสำหรับ Android ประจำเดือนพฤศจิกายน เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่มีผลกระทบต่อแพลตฟอร์มเกือบ 40 ประกอบด้วยข้อบกพร่องทั้งหมด 17 รายการใน Framework, Library, Framework , Media framework และ System (2019-11-01) ช่องโหว่ที่รุนแรงที่สุดอยู่ในระดับ System ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันคำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกลตามสิทธิ์ของโปรเซสที่ใช้รัน ประกอบด้วยช่องโหว่ใน Android 9 (CVE-2019-2204), Android 8.0, 8.1, 9 และ 10 (CVE-2019-2205 และ CVE-2019-2206)

ช่องโหว่อื่นๆ อีกประมาณ 21 รายการ (2019-11-05) ประกอบด้วยช่องโหว่ที่น่าสนใจ คือ ช่องโหว่ความรุนแรงสูงในระดับ Framework 2 รายการ, ช่องโหว่ความรุนแรงสูงในระดับ System 1 รายการ และช่องโหว่ความรุนแรงสูง 3 รายการและความรุนแรงปานกลางอีก 1 รายการในระดับ Kernel โดยได้แก้ไขช่องโหว่ที่พบในส่วนของ Qualcomm ที่พบมาก่อนหน้านี้ด้วย โดยช่องโหว่บน Pixel เองก็จะได้รับการแก้ไขในรอบนี้ด้วย

ที่มา: securityweek

Data of 24.3 million Lumin PDF users shared on hacking forum

แฮกเกอร์ปล่อยข้อมูลผู้ใช้งาน Lumin PDF บนเว็บไซต์ใต้ดินกว่า 24.3 ล้านคน ผู้ใช้งานควรถอนสิทธิ์ออกจาก Google Drive ก่อนถูกแฮก

ZDNet ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีแฮกเกอร์ปล่อยข้อมูลผู้ใช้งาน Lumin PDF บนเว็บไซต์ใต้ดินกว่า 24.3 ล้านคน โดยแฮกเกอร์กล่าวว่าตัดสินใจปล่อยข้อมูลผู้ใช้งานเนื่องจากพยายามติดต่อไปยังผู้ดูแล Lumin PDF หลายครั้งแต่ไม่ได้รับการตอบรับ

โดยเแฮกเกอร์พบฐานข้อมูล MongoDB ของ Lumin PDF ที่ไม่มีการตั้งรหัสผ่านตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2019 เขาอ้างว่าพยายามติดต่อ Lumin PDF หลายครั้งแต่ไม่ได้รับการตอบรับ และในเวลาถัดมาเขาพบว่าฐานข้อมูลถูกเข้ารหัสโดยมัลแวร์เรียกค่าไถ่

Lumin PDF เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้งานดู แก้ไข และแชร์ PDF ผ่านหน้าเว็บ, browser extension, mobile apps และเป็นหนึ่งในแอปที่ให้บริการใน Google Drive

ข้อมูลที่แฮกเกอร์ปล่อยออกมาประกอบไปด้วย ชื่อนามสกุลของผู้ใช้งาน อีเมล เพศ ภาษาในการตั้งค่านอกจากนั้นสำหรับผู้ใช้งานที่สมัครผ่านเว็บไซต์ Lumin PDF ข้อมูลที่ถูกปล่อยคือรหัสผ่านที่แฮชด้วย Bcrypt แต่สำหรับผู้ที่ใช้งานผ่าน Google Drive ข้อมูลที่ถูกปล่อยคือ Google access token

ซึ่งผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ Google access token ปลอมเป็นผู้ใช้งานตาม Google access token นั้นๆ และเข้าถึง Google Drive ได้

เพื่อป้องกันตัวจากความเสี่ยงที่จะถูกใช้ Google access token ที่อาจจะรั่วไหล แนะนำให้ผู้ใช้งานทำการถอด Lumin PDF ไม่ให้เข้าถึง Google Drive ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

เข้า drive.

Google Fixes Two Critical Android Code Execution Vulnerabilities

Google ได้ทำการแก้ไข 2 ช่องโหว่สำคัญ (critical) ที่เกี่ยวกับ remote code execution และช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูง (high) 9 ช่องโหว่ ที่เกี่ยวกับการยกระดับสิทธิ์ และช่องโหว่การเปิดเผยข้อมูล ของ Android Open Source Project (AOSP) ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล และ Source Code สำหรับให้นักพัฒนา Android นำไปใช้งาน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

CVE-2019-2027 และ CVE-2019-2028 เป็นช่องโหว่ที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ Media framework ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดอันตรายบนระบบได้ ส่งผลกระทบต่อ Android 7.0 หรือใหม่กว่าทั้งหมด ช่องโหว่อีก 9 ช่องโหว่เป็นการยกระดับสิทธิ์เพื่อเปิดเผยข้อมูล (CVE-2019-2026) ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Android 8.0 หรือใหม่กว่า ผู้ใช้งานควรทำการอัพเดตแพทซ์ล่าสุดเพื่อลดความเสี่ยง

ที่มา: bleepingcomputer.

Fake Google reCAPTCHA used to hide Android banking malware

นักวิจัยได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ Phishing Campaign ล่าสุดที่พุ่งเป้าไปยังผู้ใช้งาน Online banking มีการพยายามปลอมเป็น Google เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ

จากรายงานของนักวิจัยจาก Sucuri ระบุว่าผู้โจมตีมีเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานและธนาคารในโปแลนด์ โดยอาศัยการแอบอ้างว่าเป็นระบบ Google reCAPTCHA
อีเมลดังกล่าวจะมีเนื้อหาที่แจ้งว่าพบการทำรายการ (transaction) ที่ผิดปกติ หากพบว่าเป็นรายการที่ไม่ถูกต้องให้กดปุ่ม "verify" เพื่อยืนยันความผิดปกติที่เกิดขึ้น แทนที่จะใช้เป็นการเปลี่ยนเส้นทาง (redirect) ไปยังหน้าปลอมของธนาคารเหมือนการหลอกลวงอื่นๆ แต่กลับเป็นการเปิด PHP ที่จะแสดงหน้า error 404 ปลอมขึ้นมาแทน หน้าดังกล่าวจะมีสคริปต์สำหรับตรวจสอบว่าเป็นการเรียกจาก Google crawler หรือไม่ หากพบว่าไม่ใช่ก็จะแสดงหน้า Google reCAPTCHA ที่ถูกเขียนด้วย JavaScript และ HTML ขึ้นมา หากเหยื่อหลงเชื่อกด CAPTCHA สคริปต์จะทำการตรวจสอบว่าเรียกมาจากอุปกรณ์ใด หากเป็น Android จะมีการดาวน์โหลดไฟล์ .apk หากไม่ใช่จะทำการดาวน์โหลด .zip แทน แต่จากตัวอย่างที่พบส่วนมากจะเป็นมัลแวร์บน Android โดยตัวมัลแวร์จะทำการเก็บข้อมูลสถานะของอุปกรณ์มือถือ, ตำแหน่งที่ใช้งาน และรายชื่อผู้ติดต่อ, มีการตรวจสอบรายการข้อความบนเครื่อง และทำการส่งข้อความ หรือโทรศัพท์ออกไปผ่านเครื่องของเหยื่อ, มีการบันทึกเสียงผู้ใช้งาน รวมถึงขโมยข้อมูลสำคัญอื่นๆ ออกไป

มัลแวร์ดังกล่าวถูกตรวจจับได้แล้วด้วย anti-virus หลายๆ ตัว ที่มีการให้ signature แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น Banker, BankBot, Evo-gen, Artemis และอื่นๆ การหลีกเลี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อ ผู้ใช้งานควรจะมีการสังเกตและตรวจสอบความถูกต้องของอีเมลที่ได้รับมาทั้งชื่อผู้ส่ง (sender), เนื้อหา (content) และลิงก์ที่ถูกระบุมาในอีเมลว่าถูกต้องจริงๆ หรือไม่ก่อนทำการเปิดไฟล์แนบ หรือกดลิงก์ใดๆ

ที่มา: www.

Azorult Trojan Steals Passwords While Hiding as Google Update

พบมัลแวร์ใหม่ที่ปลอมตัวเป็นโปรแกรม Google Update เพื่อขโมยข้อมูล และติดตั้งมัลแวร์เพิ่มเติม

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Minerva Labs ตรวจพบมีการขโมยข้อมูลโดยใช้โทรจัน AZORult ซึ่งโทรจันดังกล่าวจะทำการปลอมตัวเป็นโปรแกรม Google Update เมื่อติดตั้งบนเครื่องเหยื่อแล้ว มัลแวร์จะแทนที่การทำงานของ Google Update ตัวจริง

โปรแกรมดังกล่าวถูกพัฒนาให้มีรูปแบบที่เหมือนกับโปรแกรมที่ถูกต้องของ Google เช่นมีการใช้ไอคอนของ Google และมีการรับรอง (signed) ด้วยใบรับรอง (certificate) ที่ยังไม่หมดอายุ แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียดพบว่า ใบรับรอง (certificate) ดังกล่าวออกให้กับ "Singh Agile Content Design Limited" แทนที่จะเป็นการออกให้กับ "Google" โดยออกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน

หลังจากการวิเคราะห์อย่างละเอียดพบว่ามัลแวร์ AZORult มีรูปแบบการทำงาน ดังต่อไปนี้

- ส่งคำขอ HTTP POST ไปที่ /index.

Google admits Google Plus hit by *another* privacy flaw, speeds up site’s closure

ระหว่างปี 2015 และมีนาคม 2018 พบช่องโหว่ใน Google Plus เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ Google ที่ส่งผลให้ข้อมูลส่วนตัว อาทิเช่น ชื่อผู้ใช้ ที่อยู่อีเมล วันเดือนปีเกิด เพศ รูปถ่าย ที่อยู่อาศัย สถานภาพความสัมพันธ์และอาชีพ ถูกเปิดเผยไปยังนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากความผิดพลาดของ API

รายงานระบุว่าในเดือนมีนาคม 2018 Google เลือกที่จะไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนว่า บริษัทไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เป็นเวลาหลายปี เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว Facebook ที่เป็นคู่แข่งอยู่กำลังมีข่าวเกี่ยวกับการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตของ Cambridge Analytica อย่างไรก็ตามในที่สุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Google ก็ออกมายอมรับถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่ามีผู้ใช้งานประมาณ 5 แสนบัญชีที่ได้รับผลกระทบ และมีแอพพลิเคชั่น 438 รายการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย Google ได้ออกมาประกาศว่าจะทำการปิดตัว Google Plus ปลายเดือนสิงหาคม 2019

แค่นั้นยังไม่พอ ล่าสุด Google ออกมายอมรับว่าในขณะนี้ Google Plus ได้มีปัญหาด้านความปลอดภัยอื่นๆ ส่งผลให้ข้อมูลของผู้ใช้งาน 52 ล้านบัญชี สามารถถูกเข้าถึงโดยแอพพลิเคชั่นและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ดังนั้นถ้าหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานที่มีบัญชีของ Google Plus ข้อมูลของคุณ เช่น ชื่อ อีเมล อาชีพหรืออื่นๆ ซึ่งแม้จะตั้งไว้เป็น "not public" ข้อมูลเหล่านั้นก็จะสามารถเข้าถึงได้โดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต และล่าสุด Google ได้ออกมาประกาศอีกครั้งว่าจะปิดตัว Google Plus แต่จะปิดในเดือนเมษายน 2019 แทนที่จะเป็นเดือนสิงหาคม 2019 ซึ่งเร็วกว่าประกาศเดิม 5 เดือน

ที่มา : GRAHAM CLULEY

New Gmail Bug Allows Sending Messages Anonymously

พบปัญหาใน Gmail ที่ส่งผลต่อผู้ใช้งานผ่านเว็บ ทำให้สามารถปกปิดอีเมลของผู้ส่งได้ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือจากผู้ไม่หวังดี

การปลอมแปลงข้อมูลในส่วนของ From ด้วยการแทรก Tag object, script หรือ img เข้าไปแทน ทำให้ข้อมูลอีเมลของผู้ส่งกลายเป็นค่าว่าง ส่งผลให้ผู้ใช้งานที่ได้รับอีเมลไม่สามารถระบุคนส่งได้ และสามารถถูกใช้โดยผู้ไม่หวังดีในการส่งอีเมลฟิชชิ่งได้

Tim Cotten เป็นผู้ค้นพบว่าปัญหาดังกล่าว จากการทดสอบโดยใช้เป็นวิธีการ reply email ก็ไม่สามารถช่วยให้เห็นข้อมูลของผู้ที่ส่งมาได้ รวมถึงการเปิดดูจากเมนู Show Original ก็ไม่สามารถแสดงอีเมลของผู้ส่งได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามจากการทดสอบโดยดูจาก raw data พบว่ามีข้อมูลอีเมลของผู้ส่งฝังอยู่ด้านหลัง Tag img

Tim Cotten ได้ทำการแจ้งเตือนข้อผิดพลาดดังกล่าวไปยัง Google เป็นที่เรียบร้อยแต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก Google

ที่มา :bleepingcomputer.

Google pushed out the November edition of its monthly Android security updates

Google ได้เริ่มทยอยปล่อย patch ด้านความปลอดภัยของ Android ประจำเดือนพฤศจิกายนให้กับผู้ให้บริการและผู้ผลิตอุปกรณ์ชุดใหม่เพื่อติดตั้ง สำหรับผู้ใช้งานคาดว่าจะเริ่มทยอยปล่อยในอีกไม่ช้า

Google แก้ไขช่องโหว่ 3 ช่องโหว่ เกี่ยวข้องกับการ Remote Code Execution (RCE) ได้รับการจัดอันดับความรุนแรงเป็น critical 2 ช่องโหว่ (CVE-2018-9527, CVE-2018-9531) และความรุนแรง high อีก 1 ช่องโหว่ (CVE-2018-9521) นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขช่องโหว่เกี่ยวกับการยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) อีก 2 ช่องโหว่ (CVE-2018-9536, CVE-2018-9537) จัดอยู่ในระดับความรุนแรง critical เช่นกัน โดยช่องโหว่ทั้งหมด พบได้ในส่วนของมีเดีย framework บน Android

ทั้งนี้ส่วนที่น่าจะได้รับความสนใจสำหรับแพทช์ในรอบนี้น่าจะเป็นช่องโหว่ 18 รายการ ที่เกี่ยวข้องกับไลบรารี่ Libxaac ของ Android นอกเหนือจากนี้ยังมีการแก้ไขช่องโหว่ในส่วนของ Qualcomm CPU ที่ถูกใช้ในอุปกรณ์ของ Android ด้วย แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ เนื่องจาก Qualcomm จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเอง

ที่มา: theregister

Google launches reCAPTCHA v3 that detects bad traffic without user interaction

Google ได้เปิดตัวเทคโนโลยี reCAPTCHA v3 เป็นเวอร์ชันที่มีการปรับปรุงใหม่ของเทคโนโลยี reCAPTCHA

ข่าวดีก็คือเวอร์ชั่นใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้ใช้เลือกหรือพิมพ์อะไรเลย ต่างจากใน reCAPTCHA v1 ที่ผู้ใช้ต้องพยายามอ่านข้อความที่ถูกบิดเบือนจากภาพ และใน v2 ที่อาจรู้สึกรำคาญเมื่อต้องคลิกภาพที่ไม่มีที่สิ้นสุดของ "store fronts" "roads" และ "cars" แต่ reCAPTCHA v3 จะใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นโดย Google ที่จะเรียนรู้ว่าอะไรคือการเข้าใช้งานเว็บไซต์ตามปกติ และอะไรเป็นพฤติกรรมปกติของผู้ใช้งาน จากการสังเกตว่าผู้ใช้ทั่วไปมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์และส่วนต่างๆของเว็บไซต์อย่างไร Google จะสามารถตรวจพบความผิดปกติ และสามารถระบุได้ว่าเป็นบอทหรือการกระทำที่ผิดปกติหรือไม่

ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะได้รับ "risk scores" ตามแหล่งที่มาหรือการกระทำที่พวกเขาทำบนเว็บไซต์ โดยมีคะแนนจาก 0.1 (แย่) ถึง 1 (ดี) ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถตัดสินใจว่าเว็บไซต์ของตนจะตอบสนองตาม risk scores อย่างไร โดยสิ่งที่ผู้ดูแลระบบต้องทำคือเพิ่มแท็ก "action" ใหม่ลงในหน้าเว็บที่ต้องการป้องกัน และจาก risk scores ที่กำหนดไว้จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ทำอย่างไรเมื่อพบการใช้งานที่ต้องสงสัย เช่น ให้พิสูจน์ตัวตน (verification) ผ่านโทรศัพท์ก่อนที่จะอนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้ และ Google ยังได้ระบุว่าเวอร์ชั่นใหม่นี้สามารถถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกสำหรับตรวจสอบการใช้งานของเว็บไซต์ที่เป็น local site ได้ด้วย

ทั้งนี้ระบบใหม่นี้จะมีความซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเทียบกับ reCAPTCHA v2 แต่เจ้าของเว็บไซต์สามารถทดสอบการใช้งานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว และประโยชน์ที่เห็นได้ชัดของ reCAPTCHA v3 คือเจ้าของเว็บไซต์สามารถควบคุมและตัดสินใจว่าเว็บไซต์ของตนจะตอบสนองยังไงต่อพฤติกรรมของบอทและการเข้าชมที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องให้ Google เป็นคนตัดสินใจให้

reCAPTCHA v3 จะปล่อยให้ใช้งานจริงในปลายสัปดาห์นี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของ Google ตามลิงค์ด้านล่าง

ลิงค์ --> https://webmasters.

After Google+ data leak, Google changes Play Store policy

Google จะเปลี่ยนนโยบายของ Play Strore หลังจากที่มีการรั่วไหลข้อมูลของ Google+

Google ได้เปิดตัวนโยบาย Play Strore ใหม่ เพื่อป้องกันแอพพลิเคชั่นบนมือถือไม่ให้รวบรวมบันทึกการโทรและข้อความของผู้ใช้
การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้เกิดขึ้นหลังจากการรั่วไหลของข้อมูล Google+ ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของผู้คนนับล้านทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายในครั้งนี้ส่งผลให้นักพัฒนาที่ก่อนหน้านี้ได้รับอิสระในการจัดการแพลตฟอร์มถูกจำกัดสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น

Google กล่าวว่าเฉพาะแอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้เลือกเป็น "แอพพลิเคชั่นเริ่มต้น (default apps)" และมีความสามารถในการเข้าถึงบันทึกการโทรและข้อความเท่านั้นที่จะสามารถขอการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ นโยบายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Google ได้ให้เวลา 90 วันแก่นักพัฒนาเพื่ออัพเดทแอพพลิเคชั่นของตนเองให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามนโยบายใหม่แอพพลิเคชั่นใดๆ ก็ตามที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวโดยตรงจำเป็นที่จะต้องถูกเปลี่ยนไปใช้ API ที่เป็นทางเลือกอื่นๆ เช่น SMS Retriever API, SMS Intent API, Share Intent API หรือ Dial Intent API แทน

นโยบายใหม่ที่ Google ออกมานี้เป็นนโยบายที่พยายามคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลักและช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของพวกเขาขณะที่เพิ่มข้อจำกัด สำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น
ประกาศจาก Google : [https://play.