มีการเปิดเผยช่องโหว่ Zero-day Remote Code Execution รายการใหม่ ที่ถูกตั้งชื่อว่า nginx-poolslip โดยพบในซอฟต์แวร์เว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายอย่าง NGINX เวอร์ชัน 1.31.0 ซึ่งเป็น Stable release ล่าสุด
(more…)
มีการเปิดเผยช่องโหว่ Zero-day Remote Code Execution รายการใหม่ ที่ถูกตั้งชื่อว่า nginx-poolslip โดยพบในซอฟต์แวร์เว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายอย่าง NGINX เวอร์ชัน 1.31.0 ซึ่งเป็น Stable release ล่าสุด
(more…)
พบช่องโหว่ใหม่ใน NGINX JavaScript (njs) หมายเลข CVE-2026-8711 ซึ่งทำให้ผู้โจมตีจากภายนอก ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถทำให้เกิด buffer overflow ประเภท Heap-based ได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบหยุดทำงาน และในบางกรณี อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE) ในกระบวนการทำงานของ NGINX worker process ได้
(more…)
พบช่องโหว่ Remote Code Execution (RCE) ในเครื่องมือ Claude Code CLI ของ Anthropic ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งใด ๆ บนเครื่องของเหยื่อ โดยการหลอกให้เหยื่อคลิก Deeplinks ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ (more…)
พบช่องโหว่ระดับ Critical ใน JDBC Driver ของ Amazon Redshift ทำให้แอปพลิเคชันขององค์กรตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นรุนแรงต่อการถูกโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE) ซึ่งผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้ง่าย ๆ โดยการแก้ไข URL ที่ใช้ในการเชื่อมต่อฐานข้อมูล (more…)
CVE-2026-38526 เป็นช่องโหว่ประเภท Authenticated Arbitrary File Upload ที่นำไปสู่การทำ Remote Code Execution (RCE) ได้โดยตรง โดยช่องโหว่นี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม CWE-434 (Unrestricted Upload of File with Dangerous Type) หรือการอัปโหลดไฟล์อันตรายเข้าสู่ระบบโดยไม่มีการจำกัดประเภทไฟล์อย่างรัดกุม (more…)
Amazon Web Services (AWS) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical 3 รายการใน Research and Engineering Studio (RES) (more…)
มีการเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยตัวใหม่ที่ชื่อว่า 'PolyShell' ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบ Magento Open Source และ Adobe Commerce เวอร์ชัน 2 (เวอร์ชัน stable) ทั้งหมด โดยเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ด และเข้าควบคุมบัญชีได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน (more…)
บริษัท Veeam Software ผู้ให้บริการด้านการปกป้องข้อมูล ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่หลายรายการในโซลูชัน Backup & Replication รวมถึงช่องโหว่ระดับ Critical ที่ทำให้สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) ถึง 4 รายการ
VBR คือซอฟต์แวร์สำรอง และกู้คืนข้อมูลระดับองค์กร ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีสร้างสำเนาข้อมูลที่มีความสำคัญเพื่อการกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วหลังจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ และในกรณีที่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใช้งานไม่ได้
(more…)
สำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (CISA) สั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลอัปเดตระบบของตนเพื่อแก้ไขช่องโหว่ n8n ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน (more…)
Zyxel ผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายจากไต้หวัน ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อ Router มากกว่า 12 รุ่น ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวอาจทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถ Remote Command Execution บนอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้อัปเดตแพตช์ได้
ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยประเภท Command Injection นี้มีหมายเลข CVE-2025-13942 โดยพบในฟังก์ชัน UPnP ของอุปกรณ์ Zyxel 4G LTE/5G NR CPE, DSL/Ethernet CPE, Fiber ONTs และอุปกรณ์ Wireless extenders
Zyxel ระบุว่า ผู้โจมตีจากภายนอกที่ไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อเรียกใช้ OS command ของอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้ UPnP SOAP requests ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโจมตีโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม การโจมตีผ่านช่องโหว่ CVE-2025-13942 น่าจะอยู่ในวงจำกัดกว่าที่ระดับความรุนแรงได้ระบุไว้ เนื่องจากการจะโจมตีระบบให้สำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องมีการเปิดใช้งาน UPnP และการเข้าถึงผ่าน WAN ซึ่งการเข้าถึงผ่าน WAN นั้นถูก Disable ไว้เป็นค่า Default อยู่แล้ว
Zyxel ระบุว่า "การเข้าถึงผ่าน WAN บนอุปกรณ์เหล่านี้จะถูก Disable ไว้เป็นค่า Default และการโจมตีจากระยะไกลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเปิดใช้งานทั้งการเข้าถึงผ่าน WAN และฟังก์ชัน UPnP ที่มีช่องโหว่เท่านั้น แต่บริษัทขอแนะนำให้ผู้ใช้ทำการติดตั้งแพตช์เพื่อรักษาระดับการป้องกันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด"
นอกจากนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Zyxel ยังได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ประเภท Command Injection ระดับความรุนแรงสูงอีก 2 รายการ (CVE-2025-13943 และ CVE-2026-1459) ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นหลังจากการยืนยันตัวตน โดยอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเรียกใช้ OS command ได้ หากได้ข้อมูล Credential ที่ถูกขโมยมา
Shadowserver ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันกำลังติดตามอุปกรณ์ Zyxel ที่เชื่อมต่ออยู่บนอินเทอร์เน็ตเกือบ 120,000 เครื่อง ซึ่งในจำนวนนี้เป็น Router มากกว่า 76,000 เครื่อง
อุปกรณ์ของ Zyxel มักตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หลายแห่งทั่วโลกมักนำไปใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานแก่ลูกค้า เมื่อมีการเปิดใช้งานสัญญาบริการอินเทอร์เน็ตใหม่
CISA กำลังติดตามช่องโหว่ของ Zyxel จำนวน 12 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Router, Firewall และ NAS ของบริษัท ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เคยถูกนำไปใช้ หรือกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงในปัจจุบัน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Zyxel ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า บริษัทไม่มีแผนที่จะออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแบบ Zero-day จำนวน 2 รายการ (CVE-2024-40891 และ CVE-2024-40891) ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง และส่งผลกระทบต่อ Router รุ่นที่หมดระยะเวลาการ Support (EOL) ไปแล้ว แต่ยังคงมีวางจำหน่ายอยู่ในช่องทางออนไลน์ โดยบริษัทแนะนำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ Router รุ่นใหม่ที่ Firmware ได้รับการอัปเดตแก้ไขช่องโหว่แล้วแทน
Zyxel ระบุว่า "อุปกรณ์รุ่น VMG1312-B10A, VMG1312-B10B, VMG1312-B10E, VMG3312-B10A, VMG3313-B10A, VMG3926-B10B, VMG4325-B10A, VMG4380-B10A, VMG8324-B10A, VMG8924-B10A, SBG3300 และ SBG3500 ถือเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าที่หมดระยะเวลาการ Support (EOL) ไปแล้วมานานหลายปีแล้ว ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่กว่า เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด"
Zyxel อ้างว่าปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจมากกว่า 1 ล้านแห่งใน 150 ตลาดทั่วโลก ที่กำลังใช้งานผลิตภัณฑ์เครือข่ายของบริษัท
ที่มา : bleepingcomputer.