อย่างกับหนังสายลับ! FBI ประกาศการจับกุมชาวรัสเซียจากแผนการพยายามติดสินบนพนักงาน Tesla ให้ติดตั้งมัลแวร์เรียกค่าไถ่

FBI ประกาศการจับกุม Egor Igorevich Kriuchkov อายุ 27 ปี ชาวรัสเซียหลังจากมีการสืบทราบว่า Egor มีแผนที่จะติดสินบนพนักงานของ Tesla เพื่อให้ติดตั้งมัลแวร์เรียกค่าไถ่ในโรงงาน Gigafactory ในเนวาดา โดย Egor ถูกจับกุมในระหว่างที่กำลังจะจัดแจงเตรียมการบินออกนอกสหรัฐฯ ด้าน Elon Musk ก็ออกมายืนยันการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ของเขา

ในเอกสารจากทางการ Egor พยายามที่จะติดสินบนพนักงานของ Tesla จำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 31 ล้านบาท) เพื่อให้ติดตั้งมัลแวร์เรียกค่าไถ่ไม่ทราบประเภทผ่านทาง USB กับระบบภายในของโรงงาน Gigafactory โดยอ้างอิงจากการสืบสวนเบื้องต้นนั้น มัลแวร์ดังกล่าวมีศักยภาพในการเข้าถึงไฟล์ในระบบซึ่งคาดว่า Egor จะใช้เพื่อต่อรองกับทาง Tesla เพื่อทำการเรียกค่าไถ่

การสืบสวนยังพบว่า Egor ใช้วิธีนัดพบแบบเห็นหน้ากับพนักงานของ Tesla หลังจากมีการพูดคุยทาง WhatsApp และอ้างว่าเขาได้มีการ "โครงการในลักษณะนี้" มาก่อนแล้วกับสองบริษัท และได้ค่าไถ่จำนวน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 124 ล้านบาท) โดย Egor ยังมีการพูดถึงแผนในการที่จะใช้การโจมตีแบบ DDoS เพื่อดึงความสนใจของเป้าหมายระหว่างที่มีการติดตั้งมัลแวร์

การสืบสวนและจัดกุมนี้เริ่มขึ้นจากการประสานงานระหว่างฝั่ง Tesla และ FBI โดยพนักงานที่ได้รับการติดต่อในยินยอมที่จะส่งมอบโทรศัพท์มือถือที่ได้รับการติดต่อให้กับทาง FBI ทำการตรวจสอบ โดย Egor จะถูกตัดสินจำคุก 5 ปีและปรับจำนวน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามกฎหมายสหรัฐฯ

ที่มา: bleepingcomputer.

นักวิจัยพบพฤติกรรมอันตรายใน iOS SDK ที่มีแอปใช้งานกว่า 1,200 แอป

นักวิจัยจาก Snyk ออกบทความเผยแพร่การค้นพบพฤติกรรมอันตราย SDK โฆษณาใน iOS ชื่อ Mintegral SDK จากบริษัทโฆษณา Mobvista ประเทศจีนมีพฤติกรรมขโมยข้อมูลของผู้ใช้งานและขโมยการกดคลิกโฆษณาของ SDK โฆษณาตัวอื่น Mintegral SDK มีแอปใช้งานกว่า 1,200 แอป รวมยอดผู้ใช้งานกว่า 300 ล้านคนต่อเดือน

Snyk ระบุว่า Mintegral SDK เก็บข้อมูลของผู้ใช้งานผ่านการเก็บ URL request ที่เกิดขึ้นบนแอปที่ใช้ Mintegral SDK ซึ่งเป็นไปได้ที่จะมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานและข้อมูลสำคัญอื่นๆ ปนไปกับ URL request เหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีการขโมยรายได้เมื่อผู้ใช้งานมีการกดโฆษณาบน SDK โฆษณาตัวอื่นมาเป็นรายได้ของ Mintegral SDK

ทั้งนี้ทาง Apple ระบุว่าได้ตรวจสอบรายงานของ Snyk เกี่ยวกับ Mintegral SDK แล้วและยังไม่พบหลักฐานว่า Mintegral SDK เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานในขณะนี้ โดย Mintegral SDK แถลงเพิ่มเติมว่าการเก็บข้อมูลที่ทำเป็นการทำเพื่อการทำโฆษณาให้เฉพาะเจาะจงกับผู้ใช้เท่านั้น ไม่ได้มีการละเมิด terms of service ของ Apple

ที่มา:

thehackernews.

ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยรายละเอียดช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการเเพตซ์ของ Safari ที่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เพื่อขโมยไฟล์จากระบบของเป้าหมายได้

Pawel Wylecial ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและผู้ก่อตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย REDTEAM.PL และ BlackOwlSec ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการเเพตซ์ในเว็บเบราว์เซอร์ Safari ของ Apple ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมยไฟล์จากระบบของเป้าหมายได้

Wylecial กล่าวว่าช่องโหว่เกิดจาก Web Share API ซึ่งโดยทั่วไปจะอนุญาตให้ผู้ใช้แชร์ลิงก์จาก Safari ผ่านแอพ third-party เช่นอีเมลและแอปที่ใช้ส่งข้อความ ในเชิงเทคนิคนั้น ช่องโหว่เกิดจากปัญหาเมื่อมีการเรียกใช้ scheme file:/// โดยลิงก์จะถูกส่งไปยังฟังก์ชัน navigator.

Blockchain Investigation: ทางการสหรัฐฯ ไล่อายัด Bitcoin และ Ethereum ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโจมตีของแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือ

ทางการสหรัฐฯ ออกหมายเพื่อทำการควบคุมและยึด Bitcoin และ Ethereum มูลค่ากว่า 100 ล้านบาทซึ่งคาดว่าถูกถือครองโดยแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีและขโมยมาจากบริการ Exchange ระหว่างในเดือนกรกฎาคม 2019 และเดือนกันยายน 2019

เบื้องหลังการออกหมายและยึดนั้น ทางการสหรัฐฯ ได้มีการระบุในหมายศาลว่าพวกเขามีการเทคโนโลยี Blockchain analysis ในการไล่หาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อมโยงจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบริการ Exchange และการทำธุรกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกว่า 280 บัญชี โดยแฮกเกอร์มีการใช้เทคนิคซึ่งถูกเรียกว่า Chain hopping ในการอำพรางการโอนและทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก

อ้างอิงจากเอกสาร เทคนิค Chain hopping หรือ Blockchain hopping เป็นเทคนิคในการฟอกเงินโดยอาศัยการเปลี่ยนสกุลเงินออนไลน์สลับไปมาเพื่อทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก แฮกเกอร์จะใช้การกระจายเหรียญที่ขโมยมาได้ออกไปสู่หลายบัญชีเพื่อทำให้มูลค่าของการโอนระหว่างการนั้นน้อยลงจนสังเกตได้ยาก อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี Blockchain analysis ในปัจจุบันสามารถตรวจสอบพบการดำเนินการเหล่านี้และนำไปสู่การออกหมายเพื่อยึดเหรียญคืนได้

เอกสารยังเปิดเผยถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่อไปคือเข้าควบคุมบัญชีซึ่งครอบครองเหรียญเหล่านี้อยู่และดำเนินการโอนคืนให้กับบริการ Exchange และผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบต่อไป

ที่มา: zdnet.

ช่องโหว่ใน Google Drive สามารถทำให้ผู้โจมตีหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งมัลแวร์ได้

Nikoci นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยช่องโหว่ใน Google Drive ที่สามารถทำให้ผู้โจมตีหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งมัลแวร์ได้ หลังพบผู้ใช้ได้รับผลกระทบจากการดาวน์โหลดไฟล์ที่มีมัลแวร์ซ่อนอยู่

ช่องโหว่ของ Google Drive ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้นทำให้ผู้โจมตีสามารถเผยแพร่มัลแวร์ผ่าน Google Drive โดยผู้ประสงค์ร้ายสามารถใช้เมนู "Manage versions" โดยมีขั้นตอนเพียงแค่ทำการอัปโหลดไฟล์ปกติลงบน Google Drive ก่อนและหลังจากนั้นทำการอัปเดตไฟล์ใหม่ด้วยไฟล์ที่เป็นอันตรายที่มีชื่อเดียวกันเเทนไฟล์ที่ทำการอัปโหลดครั้งเเรกผ่าน "Manage versions"

จุดอ่อนของฟีเจอร์นี้อยู่ในข้อเท็จจริงที่ Google Drive จะไม่ตรวจสอบว่าไฟล์ที่อัปโหลดไปใหม่นั้นเป็นไฟล์ชนิดเดียวกันหรือไม่ ทำให้ผู้โจมตีสามารถซ่อนมัลแวร์ได้อย่างแนบเนียนและทำการกระจายมัลแวร์ไปสู่เป้าหมาย โดยช่องโหว่นี้แฮกเกอร์สามารถปรับใช้เทคนิค Spear-phishing attack เพื่อหลอกผู้ใช้ให้ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟเเวร์ผ่านทาง Google Drive โดยไฟล์ดังกล่าวอาจเป็นไฟล์ที่่มีมัลแวร์ซ่อนอยู่

ปัจจุบัน Google ยังไม่ได้แก้ปัญหานี้ ในขณะเดียวกันเว็บเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome ก็มักจะเชื่อถือไฟล์ที่ดาวน์โหลดจาก Google Drive แม้ว่าไฟล์จะถูกตรวจพบโดยซอฟต์แวร์ Antivirus ตัวอื่นๆ ว่าเป็นอันตรายก็ตาม

คำแนะนำ: ก่อนที่จะดาวน์โหลดไฟล์ควรตรวจสอบที่มาของไฟล์ก่อนโหลด ทั้งนี้ควรทำการสแกนและอัปเดตฐานข้อมูล Antivirus อยู่เสมอเพื่อป้องกันมัลแวร์ที่อาจถูกซ่อนอยู่ในไฟล์

ที่มา: thehackernews.

กลุ่มเเฮกเกอร์ Lazarus กำหนดเป้าหมายการโจมตีในบริษัท Cryptocurrency โดยทำการโจมตีผ่านข้อความ LinkedIn

กลุ่มเเฮกเกอร์ Lazarus กำหนดเป้าหมายการโจมตีในบริษัท Cryptocurrency โดยทำการโจมตีผ่านข้อความ LinkedIn

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก F-Secure Labs ได้เปิดเผยถึงแคมเปญใหม่จากกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ “Lazarus” หรือที่รู้จักในชื่อ HIDDEN COBRA ทำการใช้ LinkedIn ในทำแคมเปญการโจมตีด้วย Spear phishing โดยเป้าหมายของแคมเปญครั้งนี้คือกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกรรมประเภท Cryptocurrency และสกุลเงินดิจิทัลที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, สิงคโปร์, เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยกล่าวว่าแคมเปญการโจมตีของกลุ่ม Lazarus นั้นได้พุ่งเป้าโจมตีบริษัท Cryptocurrency โดยการแนบ Microsoft Word ที่ฝังโค้ดมาโครไว้ จากนั้นส่งผ่านบริการ LinkedIn ไปยังเป้าหมาย เมื่อเป้าหมายเปิดเอกสาร ลิงค์ของ bit[.]ly ที่ฝังอยุ่จะทำงานและทำการดาวน์โหลดมัลแวร์และทำการติดต่อ C&C เพื่อใช้ในการควมคุมเหยื่อ ซึ่งเมื่อสามารถเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อได้แล้ว กลุ่มเเฮกเกอร์จะทำการปิด Credential Guard จากนั้นจะใช้ Mimikatz เพื่อรวบรวม Credential ของผู้ใช้และทำการใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเข้าสู่ระบบและหาประโยชน์ต่อไป

ทั้งนี้ผู้ใช้งานควรทำการตรวจสอบไฟล์ที่เเนบมากับลิงค์หรืออีเมลทุกครั้งที่ทำการเปิดเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของผู้ประสงค์ร้าย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบและอาจต้องสูญเสียทรัพย์สิน

ที่มา:

bleepingcomputer.

Mercenary hacker group targets companies with 3Ds Max malware

พบแฮกเกอร์ทำการรับจ้างเเฮกบริษัทด้านสถาปัตยกรรมโดยใช้ช่องโหว่จาก Autodesk 3Ds Max

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Bitdefender ได้เปิดเผยถึงกลุ่มแฮกเกอร์กลุ่มใหม่ที่รับการจ้างบุกรุกคอมพิวเตอร์ของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกโดยใช้มัลแวร์ที่ฝังอยู่ในปลั๊กอิน “PhysXPluginMfx” ของซอฟต์แวร์ Autodesk 3Ds Max ทำการโจมตีเพื่อขโมยข้อมูล

เมื่อผู้ใช้ทำการติดตั้งปลั๊กอิน “PhysXPluginMfx” ภายใน Autodesk 3Ds Max ยูทิลิตี้ MAXScript จะทำการเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายและจะทำให้ไฟล์ MAX (*.max) ภายในเครื่องติดมัลแวร์ ทั้งนี้มัลแวร์สามารถแพร่กระจายไปยังผู้ใช้รายอื่นได้โดยการรับและเปิดไฟล์ที่ติดมัลเเวร์บนเครือข่าย นอกจากการเเพร่กระจายแล้วมัลแวร์มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลและขโมยข้อมูลที่อยู่ภายในเครื่องเช่น Screen capture, Username, IP addresses และข้อมูลการโปรเซสเซอร์ภายใน RAM ออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ C&C ของกลุ่มเเฮกเกอร์ที่ถูกพบในประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่นและแอฟริกาใต้

จากการตรวจสอบการโจมตีและสามารถยืนยันได้พบมีการโจมตีอย่างน้อยหนึ่งครั้งเป็นบริษัทสถาปัตยกรรมและผลิตวิดีโอคอนเทนต์ที่ทำงานร่วมบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับใหญ่ในสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลียและโอมาน

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการโจมตีจากเเฮกเกอร์กลุ่มนี้ผู้ใช้ที่ใช้งาน Autodesk 3Ds Max ควรทำการตรวจสอบปลั๊กอินที่ใช้อยู่ว่ามีการใช้งานปลั๊กอิน “PhysXPluginMfx” หรือไม่ ถ้าพบว่ามีการใช้งานควรทำการลบออกจากเครื่อง ซึ่งทั้งนี้ไม่ควรทำการโหลดปลั๊กอินจากเเหล่งที่ไม่รู้จักเพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลและการเเพร่กระจายมัลเเวร์ภายในเเครือข่ายขององค์กรและบริษัท

ที่มา: zdnet.

Community-provided Amazon Machine Images come with malware risk

นักวิจัยออกเตือนถึงการใช้อิมเมจ AMI ที่อาจจะถูกแฝงมัลแวร์ไว้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Mitiga ได้ออกเตือนปัญหาเกี่ยวกับ Amazon Machine Images (AMI) ที่มีผู้แอบเเฝงโค้ดที่เป็นอันตรายซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคลาวด์ขององค์กรหรือบริษัท

นักวิจัยจาก Mitiga ตรวจพบว่าเซิร์ฟเวอร์ Elastic Compute Cloud (EC2) ของลูกค้าบริษัทกำลังเรียกเรียกใช้โค้ดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจากการตรวจสอบพบมี Cryptocurrency miner ทำงานอยู่ในอินสแตนท์ และไม่พบร่องรอยของการบุกรุกของการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใดๆ โดยนักวิจัยคาดว่าสิ่งเเปลกปลอมที่พบนั้นถูกฝังมาจากขึ้นตอนการสร้างอิมเมจของเซิร์ฟเวอร์ EC2 ที่ให้ผู้ใช้ดึงมาใช้งานจาก Community AMI เเห่งหนึ่ง

โดยปกติแล้ว AMIs นั้นมีให้บริการผ่าน AWS Marketplace ซึ่งเป็นเเหล่งที่รวบรวมอิมเมจของเซิร์ฟเวอร์มาให้บริการ ซึ่งจากการตรวจสอบอิมเมจเซิร์ฟเวอร์ Microsoft Windows Server 2008 ที่แฝง Cryptocurrency miner ไว้นั้นมาจากผู้ให้บริการที่ไม่ที่ไม่รู้จัก ด้วยเหตุนี้นักวิจัยจึงออกเเจ้งเตือนถึงผู้ใช้งานให้ระมัดระวังในการใช้งานอิมเมจเซิร์ฟเวอร์จากผู้ให้บริการที่ไม่ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจเป็นอิมเมจเซิร์ฟเวอร์ของผู้ประสงค์ร้ายที่พยายามกระจายอิมเมจเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นอันตรายเพื่อกระจาย Backdoor ที่สามารถใช้ในการลักลอบเข้ามาทำอันตรายต่อเซิร์ฟเวอร์ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายและมีผลกระทบต่อคลาวด์ของงองค์กรหรือบริษัท

ทั้งนี้นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ออกคำเเนะนำให้ผู้ใช้ AWS ที่เลือกใช้ AMI Community จากแหล่งที่เชื่อถือได้เช่น AWS Marketplace ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายแต่ก็สามารถลดความเสี่ยงจากภัยคุกความได้ นอกจากนี้ผู้ใช้ควรทำการใช้ Sandboxed ก่อนเพื่อทำการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนทำการใช้งานในธุรกิจจริงๆ

ที่มา: bleepingcomputer.

CREST exam cheat-sheet scandal: New temp chairman at UK infosec body as lawyers and ex-copper get involved

กรณีการรั่วไหลของ CREST: ผู้บริหารชั่วคราวขึ้นรับผิดชอบการตรวจสอบ ว่าจ้างฝ่ายกฎหมายและฝ่ายสืบสวนจากภายนอกเข้าร่วม

จากกรณีของการรั่วไหลของข้อมูลและรายละเอียดการสอบ CREST จาก NCC Group ซึ่งไอ-ซีเคียวได้เคยนำเสนอมาก่อนหน้า CREST ได้เริ่มทำการตรวจสอบภายในแล้วโดยมี Rob Dartnall ขึ้นเป็นผู้บริหารและควบคุมการสอบสวนชั่วคราว ในขณะที่ Mark Turner ซึ่งเป็นพนักงานระดับ Director ของ NCC Group และยังเป็นหนึ่งในบอร์ดของ CREST ได้ตัดสินใจหยุดการทำหน้าที่ชั่วคราวเพื่อให้การสืบสวนสามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่มีข้อกังขาจากภายนอก

อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุด CREST ได้มีการว่าจ้างฝ่ายกฎหมายและฝ่ายสืบสวนจากภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบการรั่วไหลของข้อมูลครั้งนี้ โดยแหล่งข่าวมีการระบุว่าฝ่ายสืบสวนที่มีส่วนร่วมนั้นเป็นอดีตหัวหน้าตำรวจสืบสวนเก่าที่มีประสบการณ์และน่าจะมีความน่าเชื่อถือมากพอในการรับมือกับเหตุการณ์นี้ ในขณะเดียวกัน CREST ยังได้มีการกำชับฝ่ายกฎหมายให้เข้ารับผิดชอบการเจรจาและพูดคุยกับทาง NCC Group เพื่อระบุหาข้อมูลที่เป็นไปได้และเป็นประโยชน์ต่อรูปสถานการณ์

นอกเหนือจากความคืบหน้าในการสืบสวน The Register ซึ่งเป็นผู้รายงานข่าวนี้นั้นยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมถึงรายละเอียดข้อมูลที่รั่วไหลออกมา โดยหนึ่งในข้อมูลที่หลายรั่วออกมาอยู่ในลักษณะของไฟล์นำเสนอที่มีโลโก้ของ NCC Group โดยภายในมีรายละเอียดอย่างชัดเจนถึงวิธีในการผ่านกระบวนการสอบของ CREST รายขั้นตอน ไอ-ซีเคียวจะรายงานในประเด็นนี้เพิ่มเติมหากมีความคืบหน้าต่อไป

ที่มา: theregister.

Freepik ถูกเเฮกเกอร์โจมตีด้วย SQL injection ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ถูกขโมยไป 8.3 ล้านราย

Freepik เว็บไซต์ให้บริการแหล่งข้อมูลกราฟิกออนไลน์และรูปภาพได้เเถลงการถึงการบุกรุกโดยแฮกเกอร์ ซึ่งแฮกเกอร์สามารถบุกรุกและทำการขโมยอีเมล, แฮชรหัสผ่านสำหรับผู้ใช้ Freepik และ Flaticon จำนวน 8.3 ล้านรายโดยการโจมตี SQL injection กับเว็บไซต์ Flaticon ของบริษัท

จากเเถลงการของ Freepik นั้นพบว่าแฮกเกอร์ได้ทำการขโมยบัญชีผู้ใช้ 8.3 ล้านราย ซึ่งบัญชี 4.5 ล้านรายนั้นไม่มีแฮชรหัสผ่านเนื่องจากเป็นการล็อกอินผ่าน third party อย่าง Google, Facebook และ Twitter จึงได้เพียงข้อมูลอีเมลแอดเดรส ผู้ใช้งานที่เหลืออีกจำนวน 3.55 ล้านคนถูกขโมยรหัสผ่านที่แฮชด้วย bcrypt และบัญชีผู้ใช้ราว 229,000 คนถูกขโมยรหัสผ่านที่แฮชด้วย MD5 และมีการทำ salted ซึ่งถูกถอดได้ง่าย Freepik จะทำการยกเลิกรหัสผ่านบัญชีผู้ใช้กลุ่มนี้และเเจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทำการเปลื่ยนรหัสผ่านใหม่

Freepik ยังเเจ้งเตือนผู้ใช้กลุ่มอื่นๆ ให้ทำการเปลื่ยนรหัสผ่านหากมีการใช้รหัสผ่านเดียวกันกับ Freepik เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีด้วย Password spray attack กับบริการอื่นๆ ของผู้ใช้ ทั้งนี้ผู้ใช้จำนวน 3.55 ล้านคนที่มีการ bcrypt แฮชของรหัสผ่านไว้นั้นจะได้รับการเเจ้งเตือนและแนะนำให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านแต่ไม่ได้บังคับให้ทำการเปลื่ยนรหัสผ่านอย่างผู้ใช้งานที่ถูกเข้ารหัสผ่านด้วยแฮชรหัสผ่าน MD5 สำหรับการแจ้งเตือนนั้นจะมีเนื้อหาอีเมลตามแต่ผลกระทบของแต่ละบุคคล

ผู้ใช้งานเว็บไซต์ Freepik และ Flaticon ควรทำการเปลื่ยนรหัสผ่านของท่านเพื่อเป็นการป้องกันการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ในอนาตค ซึ่งทั้งนี้ผู้ใช้งานไม่ควรใช้รหัสผ่านเดียวกันกับทุกเว็บไซต์ที่ใช้บริการเพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีด้วยวิธี Credential stuffing (นำรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลกับเว็บไซต์อื่นมาลองใช้กับอีกเว็บไซต์) ทั้งนี้ผู้ใช้ที่ไม่มั่นใจว่าบัญชีของท่านถูกรั่วไหลสามารถตรวจสอบบัญชีของท่านได้ที่บริการของ Have I Been Pwned

ที่มา: bleepingcomputer