Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 58 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 6 รายการ และช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 3 รายการ (more…)
Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 58 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 6 รายการ และช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 3 รายการ (more…)
Microsoft ได้ออกมาชี้แจงถึงรายงานล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาการบูตไม่สำเร็จของ Windows 11 หลังจากติดตั้งอัปเดตเดือนมกราคม 2026 โดยระบุว่าสาเหตุเชื่อมโยงกับความพยายามในการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ที่ไม่สำเร็จก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ระบบอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์
ปัญหาการบูตไม่สำเร็จนี้ เริ่มมีรายงานเข้ามาเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 หลังจากที่ผู้ใช้ได้ติดตั้งอัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 บน Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2
โดยหลังจากติดตั้งอัปเดตดังกล่าว ระบบที่ได้รับผลกระทบจะไม่สามารถเริ่มทำงานได้ และจะแสดงหน้าจอสีฟ้า (BSOD) พร้อม error code "UNMOUNTABLE_BOOT_VOLUME"
จากการอัปเดตข้อมูลล่าสุดที่พบโดย Susan Bradley จาก AskWoody นั้น Microsoft ระบุว่า ผลการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบเกิดจาก errors ในการบูตครั้งนี้มาจากกรณีที่เครื่องไม่สามารถติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ได้มาก่อนหน้านี้
เมื่อการติดตั้งอัปเดตที่ไม่สำเร็จดังกล่าวถูก Rolled back กลับไป Windows จะถูกทิ้งไว้ในสถานะที่ไม่เสถียร หรือที่เรียกว่า "Improper state"
ข้อความแจ้งเตือนฉบับปรับปรุงระบุว่า "การตรวจสอบล่าสุดระบุว่า ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ไม่สำเร็จ และตกอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back การอัปเดต"
"ความพยายามในการติดตั้งอัปเดต Windows ขณะที่ระบบยังอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์นี้ อาจส่งผลให้อุปกรณ์ไม่สามารถบูตได้ ขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาบางส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ประสบปัญหาบูตไม่ได้ หากมีการพยายามติดตั้งอัปเดตในขณะที่ระบบยังไม่สมบูรณ์"
“อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ปัญหาเพียงบางส่วนนี้จะไม่สามารถป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก และจะไม่สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ไม่สามารถบูตได้อยู่แล้ว"
บริษัทระบุว่ากำลังตรวจสอบสาเหตุที่อุปกรณ์บางเครื่องไม่สามารถติดตั้งการอัปเดต Windows หรือเข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back
Microsoft ระบุว่าขณะนี้ปัญหาจำกัดเฉพาะ physical devices เท่านั้น ยังไม่มีรายงานว่า virtual machines ได้รับผลกระทบ
ที่มา : bleepingcomputer.
อัปเดตความปลอดภัย Windows 11 ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 ของ Microsoft ได้ก่อให้เกิดปัญหาความเสถียรของระบบหลายประการ รวมถึงอาการเครื่องค้าง และหน้าจอดำ ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องถอนการติดตั้งอัปเดตดังกล่าว โดยมีรายงานระบุถึงปัญหาด้านกราฟิก และแอปพลิเคชันล้มเหลว ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มองค์กร
KB5074109 อยู่ในอัปเดตบน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 (build 26200.7623) และ 25H2 (build 26100.7623) โดยประกอบด้วยการแก้ไขความปลอดภัยกว่า 100 รายการ รวมถึงช่องโหว่ Zero-day 3 รายการ พร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น การปรับปรุงการใช้พลังงานของ NPU
การอัปเดตนี้เผยแพร่ใน Patch Tuesday วันที่ 13 มกราคม 2026 โดยการอัปเดตนี้ยังรวมถึง Servicing Stack Update รหัส KB5071142 และ AI components สำหรับ Copilot+ PCs นอกจากนี้ Microsoft ได้ลดความซับซ้อนของชื่อการอัปเดตในเวอร์ชันนี้เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
ปัญหาด้านกราฟิก และการค้างของระบบ
ผู้ใช้บางส่วนรายงานว่าพบว่าระบบค้างโดยไม่มีหน้าจอ blue screens โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่ใช้กราฟิกหนัก เช่น BforArtists 5.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาต่อยอดจาก Blender เมื่อทำการสลับโหมดการแสดงผล
ปัญหาการค้างเหล่านี้เกิดจากความบกพร่องของ DirectX และ GPU driver ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง Kernel หรือ Graphics stack ในการอัปเดต
หลังการติดตั้ง ระบบ GPU ของ Nvidia และ AMD มักพบปัญหาหน้าจอดำ นอกจากนี้ File Explorer ยังไม่ตอบสนองต่อการตั้งค่า LocalizedResourceName ในไฟล์ desktop.
Microsoft ได้ออกอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยฉุกเฉินนอกรอบ เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูงใน Microsoft Office ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี (more…)
Microsoft เตรียมจะเพิ่มฟีเจอร์ป้องกันการฉ้อโกงใหม่ในการโทรผ่าน Teams เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับผู้โทรจากภายนอกที่พยายามแอบอ้างเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการโจมตีแบบ Social Engineering
ฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่นี้มีชื่อว่า "Brand Impersonation Protection" โดยจะเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตให้กับกลุ่มผู้ใช้งานแบบ Targeted Release ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และจะถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น (more…)
Microsoft ประกาศว่าเมื่อวัน 14 มกราคม 2026 ได้เข้าขัดขวาง RedVDS ที่เป็นแพลตฟอร์มอาชญากรรมทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับความเสียหายที่มีผู้รายงานเข้ามาแล้วอย่างน้อย 40 ล้านดอลลาร์เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียว นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 (more…)
Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 114 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และ ช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 2 รายการ
โดย Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 8 รายการ ซึ่งเป็นช่องโหว่ Remote Code Execution 6 รายการ และช่องโหว่ Privilege Escalation 2 รายการ
ช่องโหว่ในแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้ :
ช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) 57 รายการ
ช่องโหว่การ Bypass คุณสมบัติด้านความปลอดภัย (Security Feature Bypass) 3 รายการ
ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution) 22 รายการ
ช่องโหว่ในการเปิดเผยข้อมูล (Information Disclosure) 22 รายการ
ช่องโหว่ที่ทำให้เกิด DoS (Denial of Service) 2 รายการ
ช่องโหว่ของการปลอมแปลง (Spoofing) 5 รายการ
ช่องโหว่ Zero-Days 3 รายการ ที่ถูกแก้ไข
Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ Zero-days 1 รายการ ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี และช่องโหว่ Zero-days 2 รายการ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
**
ช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี
**
CVE-2026-20805 - Desktop Window Manager Information Disclosure Vulnerability
Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ Desktop Window Manager ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี ซึ่งเกิดจากการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญใน Desktop Windows Manager ทำให้ Hacker ที่ได้รับ authorized สามารถเปิดเผยข้อมูลในเครื่องได้ เมื่อโจมตีช่องโหว่นี้สำเร็จ จะทำให้ Hacker สามารถอ่าน memory addresses ที่เกี่ยวข้องกับ ALPC port ซึ่งเป็นหน่วยความจำในโหมดผู้ใช้จากระยะไกลได้
Microsoft ระบุว่า Microsoft Threat Intelligence Center (MSTIC) และ Microsoft Security Response Center (MSRC) เป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ดังกล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยวิธีการโจมตีช่องโหว่
ช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
CVE-2026-21265 - Secure Boot Certificate Expiration Security Feature Bypass Vulnerability
Microsoft ได้แจ้งเตือนว่า Certificate ของ Windows Secure Boot ที่ออกในปี 2011 ใกล้หมดอายุแล้ว และระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะถูก Bypassing Secure Boot ได้
โดยการอัปเดตความปลอดภัยจะต่ออายุ Certificate ที่ได้รับผลกระทบเพื่อรักษา Secure Boot trust chain และ verification of boot components ต่อไปได้
CVE-2023-31096 Windows Agere Soft Modem Driver Elevation of Privilege Vulnerability
ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี Agere Modem driver ของ third-party ซึ่งมาพร้อมกับ Windows เวอร์ชันที่รองรับ เมื่อโจมตีสำเร็จจะสามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ดูแลระบบ บนระบบที่มีช่องโหว่ได้ ซึ่งถูกระบุว่าจะถูกลบออกในการอัปเดตในอนาคต
ใน Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 ทาง Microsoft ได้ลบไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่ (agrsm64.sys และ agrsm.
Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์ BitLocker ที่ใช้การเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ (Hardware-accelerated) ใน Windows 11 เพื่อตอบโจทย์ความกังวลด้านประสิทธิภาพ และความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น โดยอาศัยความสามารถของ Chip แบบ System-on-a-chip (SoC) และ CPU เข้ามาช่วย
(more…)
พบการใช้โดเมนที่สะกดผิด ซึ่งปลอมแปลงเป็นเครื่องมือ Microsoft Activation Scripts (MAS) ถูกนำมาใช้เพื่อแพร่กระจายสคริปต์ PowerShell ที่เป็นอันตราย และอาจทำให้เหยื่อติดมัลแวร์ที่ชื่อว่า Cosmali Loader
(more…)
Patch Tuesday ประจำเดือนธันวาคม 2025 ของ Microsoft มีการแก้ไขช่องโหว่จำนวน 57 รายการ โดยในจำนวนนี้รวมถึงช่องโหว่ Zero-day ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงแล้ว 1 รายการ และที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วอีก 2 รายการ
(more…)