Cisco ปล่อยแพตช์ด้านความปลอดภัยกัน DoS Attack ให้ Cisco IOS และในรุ่น XE

Cisco ได้มีการปล่อยอัพเดทเพื่ออุดช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบแก่ Cisco IOS และ Cisco IOS XE ซึ่งผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ดังกล่าวทำการโจมตี โดยจะทำให้บริการเกิดการขัดข้องหรือใช้งานไม่ได้ (DoS Attack) ช่องโหว่ทั้งสองช่องโหว่สามารถทำการโจมตีได้ง่ายและมีผลลัพธ์ที่สร้างความเสียหายได้ค่อนข้างสูง แนะนำให้ดำเนินการแพตช์โดยด่วนพร้อมทั้งติดตามประกาศด้านความปลอดภัยได้จาก Cisco Security Advisories and Alert (https://tools.

Google Releases Security Updates for Chrome

Google ได้มีการปล่อยอัพเดทของ Chrome เวอร์ชัน 60.0.3112.78 สำหรับทั้งสามแพลตฟอร์ม Windows, Mac, และ Linux โดยเวอร์ชันนี้จะอุดช่องโหว่ ที่ผู้โจมตี (attacker) สามารถใช้เข้ามาควบคุมระบบได้
US-CERT แนะนำให้ผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบติดตามประกาศต่างๆ จาก Google และทำการอัพเดทอยู่เสมอ

ที่มา : us-cert

Apple Releases Security Updates

Apple ได้ปล่อยอัพเดทใหม่เพื่อใช้อุดช่องโหว่ที่พบในอุปกรณ์หลายอย่าง โดยผู้โจมตีสามารถอาศัยช่องโหว่นี้โจมตีจากระยะไกล (remote attack) เพื่อเข้าควบคุมอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบได้ ทาง US-CERT แนะนำให้ผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบติดตามเกี่ยวกับข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และทำการอัพเดทอยู่เสมอ

ที่มา : us-cert

Joomla! Releases Security Update

Joomla ได้มีการปล่อยอัพเดทเวอร์ชัน 3.7.4 ของระบบจัดการเนื้อหา (CMS) เพื่ออุดช่องโหว่บางตัวที่พบ ซึ่งผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ดังกล่าวทำการโจมตีจากระยะไกล (remote attack) เพื่อเข้าควบคุมเว็บไซต์ที่ได้รับผลกระทบได้ US-CERT แนะนำให้ผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบติดตามประกาศต่างๆ จาก Joomla และการแจ้งเตือนของ US-CERT’s ที่เกี่ยวกับการจัดการระบบรักษาความปลอดภัยและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และทำการอัพเดทอยู่เสมอ

ที่มา : us-cert

Hacker Leaks Data From Mandiant (FireEye) Senior Security Analyst

แฮกเกอร์ไม่ทราบกลุ่มได้มีประกาศการโจมตีผ่านทาง Pastebin วันนี้เกี่ยวกับปฏิบัติการชื่อว่า #LeakTheAnalyst โดยเหยื่อในรายแรกของปฏิบัติการนี้นั้นคือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากบริษัทชื่อดัง Mandiant ภายใต้ FireEye

หนึ่งในข้อมูลที่รั่วไหลออกมานั้นเป็นข้อมูลของ Adi Peretz ซึ่งเป็น ‎Senior Threat Intelligence Analyst ที่ Mandiant ข้อมูลที่รั่วไหลออกมานั้นแสดงให้เห็นว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงอีเมลของไมโครซอฟต์ที่เหยื่อใช้อยู่ รายชื่อผู้ติดต่อ เอกสารภายในของบริษัทฯ ไฟล์นำเสนองาน รวมไปถึงหน้า Geolocator ซึ่งระบุรายการของอุปกรณ์ที่ลงชื่อผ่านบัญชีของไมโครซอฟต์ปัจจุบันด้วย แฮกเกอร์ยังมีการแฮกและเปลี่ยนหน้าโปรไฟล์ LinkedIn ของ Adi Peretz อีกด้วย

หนึ่งในไฟล์ที่รั่วไหลออกมามีรายการของชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านของ Adi Peretz ในอีกหลายบริการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เคราะห์ร้ายในคราวนี้นั้นมีการใช้รหัสผ่านซ้ำในหลายบริการและรหัสผ่านไม่มีความมั่นคงมากพอ

แฮกเกอร์มีการอ้างว่า ระบบของ Mandiant ได้ถูกพวกเขาแฮกและฝังตัวตั้งแต่ปี 2016 อีกทั้งยังกล่าวว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่ออกมาล็อตแรกทั้งหมด 32 เมกะไบต์นั้นเป็นเพียงส่วนเล็กทั้งหมดของข้อมูลทั้งหมด และจะมีการทยอยปล่อยข้อมูลออกมาอีกเป็นระยะๆ

FireEye ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Mandiant ได้ออกมายืนยันการโจมตีและแถลงว่ากำลังทำการตรวจสอบอยู่ FireEye ออกมาบอกอีกว่าในขณะนี้ทางบริษัทฯ ยังตรวจไม่พบหลักฐานใดๆ ที่แสดงว่าระบบของ FireEye หรือ Mandiant ถูกแฮก

ที่มา : thehackernews

Microsoft won’t patch SMBv1 flaw that only an idiot would expose

Impact Level : Critical

Affected Platform : SMBv1, Windows

Conclusion : "SMBLoris" ช่องโหว่ใหม่บน SMBv1 มาแล้ว ปราศจากแพตช์จากไมโครซอฟต์
ในงานสัมมนาด้านความปลอดภัย DEF CON 25 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดนั้น นักวิจัยด้านความปลอดภัย Sean Dillon (zerosum0x0) และ Zach Harding (Aleph-Naught-) จากบริษัท RiskSense ได้มีการเปิดเผยช่องโหว่ใหม่บน SMBv1 ชื่อ "SMBLoris" ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการโจมตีแบบ DoS ได้
ช่องโหว่ SMBLoris นั้นได้เคยถูกแจ้งให้กับทางไมโครซอฟต์แล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (ก่อนงาน Black Hat และ DEF CON) อย่างไรก็ตามทางไมโครซอฟต์มีการแจ้งว่าช่องโหว่นี้จะไม่มีแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ออกมาอันเนื่องมาจากผลกระทบที่อยู่ในระดับปานกลาง (บางรายงานข่าวแจ้งว่าไมโครซอฟต์จะไม่มีการปล่อยแพตช์ในทันที) ซึ่งส่งผลให้ช่องโหว่นี้สามารถถูกเรียกได้ว่าเป็น n-day
ช่องโหว่ SMBLoris เกิดขึ้นในส่วนของ NBSS หรือโปรโตคอล NetBIOS Session Service ในทุกครั้งที่มีการเชื่อมต่อผ่านโปรโตคอล SMB นั้น NBSS จะมีการจองพื้นที่ในหน่วยความจำเอาไว้จำนวน 128 KB ซึ่งจะถูกคืนให้กลับระบบในกรณีที่การเชื่อมต่อเสร็จสิ้น ผู้โจมตีสามารถใช้กลไกนี้ในการสร้างการเชื่อมต่อเพื่อใช้งานหน่วยความจำได้เรื่อยๆ จนหมด โดยจากการสาธิตในงาน DEF CON การโจมตีนี้สามารถดึงหน่วยความจำมาใช้ได้ถึง 32 GB จนจำเป็นต้องมีการรีบูต

Recommendation : ในกระบวนการลดผลกระทบจากช่องโหว่นี้นั้น ข้อปฏิบัติที่ดีที่สุดคือการจำกัดการเชื่อมต่อในลักษณะที่มาจากแหล่งที่มาเดียวกันจากอินเตอร์เน็ตที่มีจำนวนมากๆ เอาไว้และทำการปิดการเชื่อมต่อทิ้งเมื่อถึงจุดอันตราย

ที่มา : The Register

Hackers are making their malware more powerful by copying WannaCry and Petya ransomware tricks

Impact Level : Medium

Affected Platform : Windows with SMBv1

Conclusion : เอาเป็นแบบอย่าง! มัลแวร์ขโมยข้อมูล Emomet และ Trickbot เริ่มมีโมดูลแพร่กระจายตัวเองตาม WannaCry และ NotPetya
นักวิจัยจาก FlashPoint ได้มีการตรวจพบรุ่นใหม่ (1000029) ของมัลแวร์ Trickbot ซึ่งเป็นมัลแวร์ขโมยข้อมูลที่แพร่กระจายเป็นจำนวนมากในสหรัฐฯ และอังกฤษ โดยในรุ่นใหม่ของ Trickbot นี้มีการเพิ่มฟีเจอร์ในการแพร่กระจายตัวเองตามแบบของ WannaCry และ NotPetya เข้าไปด้วย
Trickbot มีการใช้ EternalBlue ในการแพร่กระจายโดยโจมตีช่องโหว่ MS17-010 โดยมันจะทำการสแกนหาโดเมนในเครือข่ายโดยใช้ Windows API "NetServerEnum" และ LDAP จากเดิมที่แพร่กระจายเป็นหลักผ่านทางอีเมลฟิชชิ่ง จุดแตกต่างจาก WannaCry คือ Trickbot ไม่มีการสุ่มสแกนไอพีบนอินเตอร์เน็ตเพื่อแพร่กระจายกัน
นักวิจัยจาก Fidelis และ Barkly ก็ตรวจพบมัลแวร์ Emomet ในรุ่นที่พยายามกระจายตัวเองด้วยการโจมตีแบบ brute force เพื่อเข้าถึงระบบอื่นในเครือข่ายด้วย

Recommendation : แนะนำให้แพตช์ช่องโหว่ MS17-010 รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการด้วยวิธีการ hardening เพื่อลดความเสี่ยงจากมัลแวร์เหล่านี้

ที่มา : ZDNet

WikiLeaks Details Mac OS X Hacking Tools Used by CIA

มาอีกเป็นโขยง ข้อมูลหลุดโครงการ UCL/Raytheon, Imperial ของ CIA ถูกปล่อยบน WikiLeaks แล้ว

วิกิลีคส์ได้มีการเผยแพร่โครงการพัฒนาทางไซเบอร์ของ CIA ในโปรเจค Vault 7 อีกครั้ง โดยในครั้งนี้มีโครงการใหญ่ทั้งหมด 2 โครงการได้แก่โครงการ UCL/RayTheon และ Imperial ซึ่งทั้งสองเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์และพัฒนามัลแวร์เช่นเดียวกัน

สำหรับโครงการแรกหรือ UCL/RayTheon อ้างอิงจากวิกิลีคส์ เป็นเอกสารจากผู้รับเหมาของ CIA ชื่อ Raytheon Blackbird Technologies โดย UCL นั้นมีชื่อเต็มว่าโครงการ UMBRAGE Component Library โครงการ UCL/RayTheon เป็นโครงการที่ RayTheon ทำการวิจัยและเสนอแนวความคิดในการพัฒนามัลแวร์รวมไปถึงการโจมตีกับทาง CIA โดยที่มาทั้งจากการวิเคราะห์มัลแวร์ที่มีการแพร่กระจายอยู่แล้วและการทำทดลองลับเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพของโครงการพัฒนามัลแวร์ของ CIA

สำหรับโครงการที่สองหรือ Imperial นั้น เป็นโครงการที่ประกอบไปด้วยมัลแวร์ 3 ประเภทที่พร้อมใช้งานด้วยกัน แยกเป็น

- มัลแวร์ Achilles เป็นมัลแวร์ที่พุ่งเป้าไปที่การฝังตัวเป็นโทรจันในตัวติดตั้งโปรแกรมของ MacOS (ไฟล์ .dmg)
- มัลแวร์ Aeris เป็นมัลแวร์ที่ทำงานบน Debian, RHEL, Solaris, FreeBSD และ CentOS โดยมีฟังก์ชันหลากหลาย อาทิ ขโมยหรือดักฟังข้อมูลบนระบบที่มีการติดตั้ง
- มัลแวร์ SeaPea เป็นมัลแวร์ในลักษณะ Rootkit บน MacOS โดยเน้นไปที่การฝังตัวในระยะยาว สามารถรันได้บน Mac OS X รุ่น 10.6 และ 10.7

หากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมของมัลแวร์รวมไปถึงการทำงานในเชิงลึกสามารถดาวโหลดไฟล์ได้จากแหล่งที่มา

ที่มา : securityweek

Security flaw in 3G, 4G LTE networks lets hackers track phone locations

Impact Level : High

Affected Platform : 3G, 4G LTE

Conclusion : ปัญหาด้านความปลอดภัยล่าสุดบน 3G และ 4G LTE อาจนำไปสู่การรั่วไหลของ metadata ได้
ณ งาน Black Hat 2017 ที่ลาสเวกัส นักวิจัยด้านความปลอดภัย Ravishankar Borgaonka และ Lucca Hirschi ได้มีการเปิดเผยงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านความปลอดภัยบนเครือข่าย 3G และ 4G LTE ที่อาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลในลักษณะที่เป็น metadata อาทิ ช่วงเวลาที่มีการโทรหรือส่งข้อความหรือที่อยู่ปัจจุบันของโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวได้
ปัญหาด้านความปลอดภัยดังกล่าวนั้นอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ตัวตนและการแลกเปลี่ยนกุญแจเข้ารหัส กระบวนการแลกเปลี่ยนและตกลงที่จะใช้กุญแจในการเข้ารหัสนั้นส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับส่วนของตัวนับ (counter) ซึ่งอยู่ในแพ็คเกตที่มีการรับส่ง ค่าของตัวนับดังกล่าวจะถูกเก็บอยู่ที่ระบบของฝั่งผู้ให้บริการเพื่อยืนยันตัวตนของอุปกรณ์และมีหน้าที่สำคัญในการป้องกันการโจมตีที่ลักลอบดักจับ แก้ไขและส่งคืนแพ็คเกตที่มีการแก้ไขแล้ว (replay attack) เมื่อตัวนับดังกล่าวถูกใช้ในการรับส่งเพื่อยืนยันตัวตนหรือแลกเปลี่ยนกุญแจสำหรับเข้ารหัส นักวิจัยทั้งสองคนได้ตรวจพบการใช้งานค่าตัวนับที่ไม่เหมาะสมและมีข้อมูลที่ควรจะถูกเข้ารหัสรั่วไหลออกมา ส่งผลให้ผู้โจมตีซึ่งอาจมอนิเตอร์การใช้งานอยู่สามารถดักจับการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ลักษณะและรูปแบบของข้อมูลที่อาจบ่งชี้ถึง metadata ได้

ผลลัพธ์ของปัญหาด้านความปลอดภัยนี้อาจนำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ IMSI catcher อีกรูปแบบซึ่งใช้ในการดักจับข้อมูลข้อมูลได้ด้วย และเนื่องจากการใช้งานอย่างแพร่หลาย ปัญหานี้จึงส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานและผู้ให้บริการทั่วโลก ในตอนนี้องค์กร 3GPP ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาโปรโตคอลที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงการมีอยู่ของช่องโหว่ดังกล่าวและ และจะดำเนินการแก้ไขในรุ่นต่อไปซึ่งอาจหมายถึงในระบบ 5G

ที่มา : ZDNet

IBM Cisco Security Update

IBM ได้มีการปล่อยอัพเดทเพื่อปิดช่องโหว่ที่พบในซอฟต์แวร์ IBM Cisco MDS Series Switches Data Center Network Manager (DCNM) หากถูกเจาะผ่านช่องโหว่ดังกล่าว จะทำให้ผู้ที่โจมตีสามารถเข้าควบคุมระบบที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวได้ ทาง US-CERT กระตุ้นให้ทางผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบทำการทบทวนรายละเอียดคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของช่องโหว่ และรายละเอียดการบรรเทาผลกระทบ

ที่มา : us-cert