พบช่องโหว่ทีมีระดับความรุนแรงสูงในผลิตภัณฑ์ Steel-Belted Radius (SBR) Carrier Edition ของบริษัท Juniper ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution (RCE)) และการปฏิเสธการให้บริการ (Denial of Service (DoS)) ได้

Juniper ออกแพ็ตซ์ด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ stack-based buffer-overflow (CVE-2021-0276) ใน Steel-Belted Radius (SBR) Carrier ที่ใช้โปรโตคอล EAP (Extensible Authentication Protocol) ส่งผลให้ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย และผู้ให้บริการแก้ไขปัญหาเครือข่าย (Fixed operator networks) มีความเสี่ยงต่อการถูกทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

Steel-Belted Radius (SBR) Carrier ถูกใช้โดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพื่อจัดการ Policy สำหรับผู้ใช้งานในการเข้าถึงเครือข่ายโดยวิธีการ centralizing user authentication, จัดการการเข้าถึงที่เหมาะสม, จัดการตรวจสอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถจัดการระดับการบริการ กระจายรูปแบบรายได้ และจัดการทรัพยากรเครือข่ายได้เหมาะสม

ช่องโหว่ stack-based buffer-overflow (CVE-2021-0276) ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากการส่งแพ็กเก็ตที่ออกแบบมาเป็นพิเศษไปยังแพลตฟอร์มจนทำให้ RADIUS daemon ขัดข้อง และอาจส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution (RCE)) รวมถึงการปฏิเสธการให้บริการ (Denial-of-service (DoS)) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานทำการการเชื่อมต่อเครือข่าย โดยช่องโหว่นี้มีระดับความรุนแรงสูง CVSS อยู่ที่ 9.8/10

อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบกับ

SBR Carrier เวอร์ชัน 4.1 ก่อน 8.4.1R19;
SBR Carrier เวอร์ชัน 5.0 ก่อน 8.5.0R10;
SBR Carrier เวอร์ชัน 6.0 ก่อน 8.6.0R4.

นอกจากนี้ทาง Juniper ได้ทำการออกแพ็ตซ์ด้านความปลอดภัยสำหรับแก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถโจมตี Denial-of-Service (DoS) สำหรับผลิตภัณฑ์ของ Juniper หลายรายการ รวมทั้งแพ็ตซ์ด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Remote Code Execution (RCE) (CVE-2021-0277) ซึ่งเป็นช่องโหว่ out-of-bounds read ส่งผลกระทบต่อ Junos OS (เวอร์ชัน 12.3, 15.1, 17.3, 17.4, 18.1, 18.2, 18.3, 18.4, 19.1, 19.2, 19.3, 19.4, 20.1, 20.2, 20.3 และ 20.4) เช่นเดียวกับ Junos OS Evolved (ทุกเวอร์ชัน) ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ Layer 2 Control Protocol Daemon (l2cpd) ประมวลผล LLDP frame ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ

ที่มา: ehackingnews.

Juniper warns of spying code in firewalls

Juniper ได้ทำ Internal Code Review และตรวจพบโค้ดแปลกปลอมที่ถูกฝังอยู่ใน Juniper ScreenOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการของ Juniper NetScreen Firewall โดยรุ่นที่ตรวจพบคือ ScreenOS 6.2.0r15 ถึง 6.2.0r18 และ 6.3.0r12 ถึง 6.3.0r20 ซึ่งทาง Juniper ก็ได้ทำการออก Critical Patch มาแล้ว พร้อมแจ้งให้ผู้ใช้งานทั้งหมดทำการอุดช่องโหว่โดยด่วน

ช่องโหว่ที่เกิดจากโค้ดแปลกปลอมนี้ เปิดช่องโหว่ร้ายแรงด้วยกัน 2 จุด ได้แก่ เปิดให้ผู้โจมตีทำ SSH หรือ Telnet เข้ามาได้ และสามารถ Monitor VPN Traffic และทำการถอดรหัสข้อมูลเหล่านี้ได้ โดยปัจจุบันนี้ไม่มีวิธีที่ผู้ใช้งานจะทำการตรวจสอบได้ว่าองค์กรของตนเองเคยถูกโจมตีไปแล้วหรือไม่ และช่องโหว่ทั้งสองนี้ปรากฎตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2012 แล้ว จึงแนะนำให้รีบ Patch โดยด่วน

ส่วนเทคนิคที่ใช้ในการฝังโค้ดที่ไม่ได้รับอนุญาตนี้มีชื่อว่า FEEDTROUGH ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.