Microsoft อุดช่องโหว่จำนวนมากกว่า 92 ช่องโหว่

Microsoft อุดช่องโหว่จำนวนมากกว่า 92 ช่องโหว่ โดยมีช่องโหว่ที่เป็น Critical ถึง 17 ช่องโหว่และช่องโหว่ระดับสำคัญ (Important) 75 ช่องโหว่. กระทบทั้ง Edge, Internet Explorer, Office, Sharepoint, Skype for Business, Lync, และตัว Windows เอง สำคัญคือมี patch ให้ Windows XP, Windows Vista, Windows 8, Windows Server 2003 หรือ Windows Server 2003 R2 ให้อีกด้วย

Microsoft กล่าวในเรื่องการ update ให้กับ Windows รุ่นเก่าๆนั้นเพราะเป็นช่องโหว่ที่รุนแรงและหากปล่อยไปอาจส่งผลกระทบพอๆกับ WannaCry ได้นั่นเอง Microsoft จึงตัดสินใจที่จะให้บริการในการ patch ช่องโหว่ต่างๆนั่นเอง (ที่สำคัญคือ patch แต่ละตัวที่ปล่อยให้ update นั้น มีการระบุไว้ด้วยว่าจะไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของ License ที่ใช้งานแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะใช้ Windows เถื่อนหรือไม่มีการใช้งาน License ก็ยังสามารถ update ได้ปกตินั่นเอง)

ในส่วนของ patch ใน Windows version ใหม่ๆมีการติดตั้ง Patch ที่น่าสนใจหลายตัว เช่น

- ช่องโหว่ Remote Code Execution ในชุด API ที่ใช้ในการจัดการการพิมพ์ และการประมวลผล script ที่ซับซ้อน (Windows Uniscribe) ซึ่งมีข้อผิดพลาดในการจัดการ object ใน Memory (CVE-2017-0283, CVE-2017-8528)
- ช่องโหว่ Remote Code Execution ในการเปิดไฟล์ pdf ที่ถูกสร้างขึ้นมาพิเศษ (CVE-2017-0291 / CVE-2017-0292)
ช่องโหว่ Remote Code Execution ที่เกิดจากการจัดการไฟล์ CAB File ที่ไม่ดี ทำให้กลายเป็นติดตั้ง Malicious Driver และเกิด Remote Code Execution ได้ (CVE-2017-0294)
- ช่องโหว่ Remote Code Execution ในการเปิดไฟล์ LNK file หรือก็คือ shortcut นั่นเอง ซึ่งจะทำงานก็ต่อเมื่อ icon ของไฟล์นั้นๆถูกแสดง (CVE-2017-8464)
- ช่องโหว่ Remote Code Execution ใน Microsoft Edge Browser (CVE-2017-8496 / CVE-2017-8497)
ช่องโหว่ Remote Code Execution ใน Javascript scripting Engine ของ Microsoft Edge Browser (CVE-2017-8499, CVE-2017-8520, )
- ช่องโหว่ Remote Code Execution ใน Javascript Engine ของ Microsoft Edge Browser (CVE-2017-8517, CVE-2017-8522, CVE-2017-8524, CVE-2017-8548 / CVE-2017-8549)
- ช่องโหว่ Remote Code Execution ในการจัดการ embed font ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำงานผ่านการ view Website ที่ฝัง font อันตรายได้ (CVE-2017-8527)
- ช่องโหว่ Remote Code Execution ใน Windows Search โดย Attacker สามารถส่ง SMB Message ไปยัง Windows Search Service ได้อีกด้วย(CVE-2017-8543)

Source:: technet.

นักวิจัยทางด้านความปลอดภัยพบ Malware ที่ทำงานบน MacOS ซึ่งเป็นตัวที่ถูกสร้างจากการให้บริการแบบ Malware as a Service ใน Dark Web

Malware as a Service เป็นบริการสำหรับที่ใครอยากจะเป็นเจ้าของ malware โดยไม่สามารถเขียนเองได้ โดยบริการดังกล่าวจะมีให้ทั้ง panel ในการควบคุม malware, วิธีการส่ง spam, วิธีการสร้าง malware และอื่นๆ ซึ่งได้รับความนิยมมาหลายปีแล้ว

นักวิจัยได้พบ webiste ที่ชื่อว่า MacSpy มีการให้บริการแบบ Malware as a Service สำหรับการสร้าง malware ใน MacOS และอีกเว็บไซด์หนึ่งคือ MacRansom โดยเป็นการให้บริการแบบ Ransomware as a Service ใน MacOS เช่นกัน โดยทั้ง 2 เว็บไซด์เป็นการให้บริการอยู่ใน Dark Web ซึ่งเป็นเว็บไซด์ที่ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งหาที่มาไม่ได้

เว็บไซด์ทั้ง 2 เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 25 พค. 2017 และถูกพบโดย reporter ขณะทำการ scan Dark Web โดยเว็บไซด์ทั้ง 2 เป็นผู้พัฒนาเดียวกัน โดยดูจากเว็บไซด์ที่ถูกสร้างขึ้นนั้นเหมือนกันมาก
ตอนนี้ทาง Fortinet และ ClientVault ได้ทำการแงะ malware จากเว็บไซด์ทั้ง 2 เรียบร้อยแล้ว โดยจากการวิเคราะห์สรุปเป็นดังนี้

MacRansom
- ผู้เขียน MacRansom จำเป็นต้องอนุญาต client แต่ละคนเอง, ทั้งต้องต่อรองค่าธรรมเนียมเอง และต้องทำ ransomware sample ให้เองในแต่ละครั้ง ซึ่งดูไม่ตรงจุดประสงค์ของการให้บริการแบบ RaaS ซักเท่าไหร่
- Ransomware เป็นการใช้งาน symmetric key ในการเข้ารหัส ซึ่งมีการฝัง key สำหรับการเข้ารหัสอยู่ใน source code ด้วย
- หนึ่งใน key ที่ใช้ในการเข้ารหัสเป็นการทำงานด้วยเลขที่สุ่มมาและถูกทิ้งไว้ใน memory หลังจากที่เข้ารหัสเสร็จ
- Ransomware ไม่มีการคุยกับ C&C Server นั่นหมายความว่าผู้เขียน Ransomware ไม่สามารถถอดรหัสไฟล์ได้
- Ransomware ไม่มีการใช้งานหน้าเว็บเพจการจ่ายเงินผ่าน Tor ซึ่งทำให้ user จำเป็นต้องติดต่อกับคนให้บริการเพื่อจ่ายเงินและรับ key การถอดรหัสผ่าน email แทน
- Ransomware file ไม่มีการใช้ signed ใดๆ นั่นหมายความว่าจะมีการแจ้งเตือน เมื่อมีการรัน MacOS Installation

MacSpy
- ผู้เขียน MacSpy มีการ copy code มาจาก Stack Overflow
- Spyware payload ไม่ได้มีการใช้ signed ใดๆ นั่นหมายความว่าจะมีการแจ้งเตือน เมื่อมีการรัน MacOS Installation

จากทั้งหมดทั้งมวล MacSpy น่าจะเขียนได้ดีกว่านี้ แต่ user น่าจะกลัว MacRansom มากกว่า เพราะ Ransomware มีผลกระทบกับไฟล์ของ user ทั้งนี้ยังไม่พบว่ามีการนำไฟล์ malware ทั้ง 2 ไปใช้ในการโจมตีเหตุการณ์ใดๆ
Ruben Dodge ซึ่งเป็นนักข่าวทางด้านความปลอดภัยกล่าวว่า Malware นั้นไม่ดูซับซ้อนแต่อย่างใด สามารถเช็คได้จาก Virtual Machine แต่จากงานวิจัยพบว่าตลาดของ Malware ใน Mac นั้นโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : bleepingcomputer

ค้นพบ Ransomware บนระบบปฏิบัติการ Android – WannaLocker

การแพร่กระจายนั้นไม่ได้ดังแค่เฉพาะโลกของคน IT เท่านั้น ข่าวนี้ก็คงดังมากๆในเหล่า Ransomware Developer เช่นกัน จนถึงขั้นคนเขียน Ransomware ใน Android นำเอาหน้าตาของ WannaCry มาเป็น theme ของ Ransomware ที่เค้าพัฒนาเลยทีเดียว

Avast พบ Android Ransomware ที่ชื่อว่า WannaLocker (พบครั้งแรกโดยทีม security ของ Qihoo 360)
WannaLocker จะติดไฟล์ที่เก็บใน external storage ของเครื่องที่ติด ซึ่งพบว่ามีการติดในประเทศจีน และมีค่าเรียกค่าไถ่อยู่ที่ 5-6 $ ช่องทางการจ่ายเงินจะแตกต่างจาก Ransomware ใน PC นั่นคือให้จ่ายผ่าน Alipay หรือ WeChat แทนนั่นเอง โดย WannaLocker Ransomware จะกระจายผ่านเว็บไซด์ forum เกมส์ของจีน โดยตัวมันจะปลอมตัวเองเป็น plugin ของเกมส์ King of Glory หลังจากติดตั้ง มันจะทำการซ่อนตัวเองเป็น app drawer และเริ่มทำการเข้ารหัสไฟล์ใน external storage ของเครื่อง WannaLocker ใช้ AES encryption และยกเว้นไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วย "." และไฟล์อื่นๆที่มี “DCIM”, “download”, “miad”, ”android” และ “com.

VMware ออก Patch อุดช่องโหว่ความรุนแรงสูงสุดบน vSphere Data Protection

VMware ได้ออกมาแจ้งเตือนถึงการค้นพบช่องโหว่หลายรายการบน vSphere Data Protection (VDP) และออก VMSA-2017-0010 เพื่อรวมประเด็นปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยเหล่านี้เอาไว้ด้วยกัน พร้อมตั้งระดับความรุนแรงเป็นระดับสูงสุด

สำหรับปัญหาแรกที่พบนั้นก็คือปัญหา VDP Java Deserialization ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถทำ Remote Command Execution ได้บน VDP ส่วนอีกปัญหาหนึ่งคือการที่ VDP นั้นมีการเก็บ Credential ของ vCenter Server เอาไว้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึง Credential ของ vCenter ได้จาก VDP

ทั้งนี้ VMware แนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดต VDP ไปใช้รุ่น 6.0.5 หรือ 6.1.4 ซึ่งแก้ไขช่องโหว่เหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้วแทนรุ่นเดิมที่ใช้งานอยู่

ที่มา: techtalkthai , vmware

ตำรวจญี่ปุ่นจับผู้เขียน Ransomware ได้เป็นรายแรก

ตำรวจญี่ปุ่นสร้างผลงานตามจับผู้เขียน Ransomware ได้เป็นคนแรกโดยผู้เขียนนั้นมีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น โดยผู้เขียนได้ทำการ upload code ขึ้น internet เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากสื่อญี่ปุ่นได้กล่าวว่าทางตำรวจได้จับผู้เขียน "cyberpatrolling" Ransomware ตัวที่มีคนติดในญี่ปุ่นได้ ซึ่งพบว่าเป็นเยาวชนอายุ 14 ปีเท่านั้น อาศัยอยู่ที่ Takatsuki ทางผู้ต้องหาเล่าว่าเรียนรู้การเขียนโค้ดดังกล่าวด้วยการนำ project open source online แล้วนำมาเขียนเพิ่มด้วยตัวเอง และทำไปเพราะความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น หลังจากที่เขียนเสร็จ เค้าไม่ได้เป็นคนกระจาย ransomware นี้ด้วยการ spam หรือผ่าน exploit kit แต่อย่างใด เพียงแต่ upload ขึ้น internet เท่านั้น

โดยทางผู้ต้องหาได้มีการทำโฆษณาผ่านทาง Social Network ต่างๆ เช่น Twitter เป็นต้น โดยใช้คำโฆษณาว่า "ผมสร้าง Ransomware ขึ้นมา, อยากใช้ก็โหลดไปใช้ได้เลย" ผู้ต้องหาบอกว่ากระทำไปเพราะอยากดังเท่านั้นเอง

ที่มา: bleepingcomputer

Parallels Desktop – Virtual Machine Escape

มีคนแจ้งช่องโหว่ว่าพบวิธีการหนีออกจาก Parallel Desktop ซึ่งเป็น Virtual Machine (คล้ายๆกับ VMWare, Virtualbox) ใน MacOS ซึ่งจากการตรวจสอบได้ผลดัง VDO ด้านล่าง
จาก VDO จะเห็นว่าน่าจะออกมาจาก Parallel Desktop ได้จริงๆ แต่เมื่อลองดูการทำงานแบบละเอียดของ Script แล้วพบการทำงานของ script จะเป็นดังนี้

1. script สร้างไฟล์ command ขึ้นมา
2. script ใช้การแชร์ application ของ Parallel Desktop กับ mac ให้เป็นประโยชน์ โดยการเปิดไฟล์ command ที่สร้างโดยใช้ application ที่ share ระหว่าง mac กับ guest ภายใน parallel desktop
3. จากนั้นจึงทำการเรียกใช้งาน application ปกติ

ซึ่งจากการทำงานดังกล่าวจะเห็นว่ามันไม่ใช่เป็นการโจมตีช่องโหว่แต่อย่างใด เป็นการเน้นลูกเล่นการใช้งาน Application Sharing ระหว่างเครื่อง Host กับ Guest เสียมากกว่า
วิธีป้องกันคือการหยุด share application ระหว่าง Windows กับ Mac

ที่มา: exploit-db

PowerPoint File Downloads Malware When You Hover a Link, No Macros Required

Security Researcher พบไฟล์ Powerpoint ซึ่งพยายามให้ user รัน powershell หลังจากที่เมาส์วางไว้เหนือ link ใน slide ของ Powershell โดยไม่จำเป็นต้องเปิดการใช้งาน Macro แต่อย่างใด

โดยปกติ file malware ที่เป็น document ใดๆ จะมีการพยายามรันผ่าน Macro, Javascript, VBA แต่ตัวที่ Security Researcher คนนี้พบ กลับไม่ต้องพึ่งสิ่งเหล่านั้นแต่อย่างใด ขอเพียงแค่นำเมาส์ไปวางไว้เหนือ Link URL ก็จะพยายามให้ user รัน powershell ที่ถูกซ่อนไว้ทันที โดย Powerpoint ไฟล์ดังกล่าว จะมี slide แค่ slide เดียว โดย slide ดังกล่าวจะมี Link URL พร้อมกับข้อความเขียนไว้ว่า "Loading…Please wait" ซึ่งวิธีการที่ทำให้ส่วน Link URL ดังกล่าวกระทำการเปิด powershell เมื่อมีเมาส์ไปอยู่เหนือคำ "Loading.

WannaCry mistakes that can help you restore files after infection

Kaspersky ประกาศสิ่งที่น่าสนใจในเรื่องของ WannaCry ขึ้นมาว่า การทำงานบางส่วนของ WannaCry อาจทำงานไม่สมบูรณ์และทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะกู้ไฟล์กลับมาได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินแต่อย่างใด
Kaspersky พบว่าเมื่อ WannaCry เริ่มทำการเข้ารหัสมันจะทำการอ่านไฟล์ต้นฉบับ แล้วเริ่มทำการเข้ารหัสเนื้อหาของไฟล์และ save เป็นไฟล์นามสกุล ".WNCRYT" หลังจากทำการเข้ารหัสจะเปลี่ยนจาก ".WNCRYT" ไปเป็น ".WNCRY" และลบไฟล์ต้นฉบับทิ้ง ซึ่งการกระทำนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและคุณสมบัติไฟล์ของเหยื่อด้วย

ถ้าโปรแกรมมองว่า folder ที่จะทำการเข้ารหัสเป็น folder "ที่สำคัญ" เช่น Desktop และ Documents เป็นต้น จากนั้นไฟล์หลักจะถูกเขียนทับด้วยข้อมูลแบบ random ก่อนจะลบทิ้ง ซึ่งหากเป็นแบบนั้น จะไม่สามารถกู้ไฟล์ใดๆได้เลย แต่ถ้าไม่ใช่ตำแหน่งที่โปรแกรมที่คิดว่าสำคัญ โปรแกรมต้นฉบับจะถูกย้ายไปที่ %TEMP%\%d.WNCRYT โดย %d จะเป็นตัวเลข ไฟล์เหล่านี้จะมีข้อมูลต้นฉบับอยู่และไฟล์ดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกเขียนทับด้วย ตัว WannaCry จะทำการลบไฟล์ไปเฉยๆ นั่นหมายความว่าเราสามารถมีโอกาสที่จะกู้ไฟล์เหล่านี้ขึ้นมาได้ด้วยโปรแกรม recovery ต่างๆ
อีกทั้งหากไฟล์ไม่ได้อยู่ใน drive file-system เช่น D:\ เป็นต้น, WannaCry จะทำการสร้าง folder $RECYCLE folder แล้ว set hidden+system (ทำตัวเป็น folder system และซ่อนไว้) หลังจากไฟล์ถูกเข้ารหัส WannaCry จะโยนไฟล์ต้นฉบับเข้าไปใน folder ดังกล่าว

แต่อย่างไรก็ตามด้วยการทำงานผิดพลาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ไฟล์เหล่านั้นจะไม่ได้ถูกโยนเข้า $RECYCLE ทำให้ไฟล์ต้นฉบับจะถูกลบทิ้งในรูปแบบที่ไม่ปลอดภัย ทำให้สามารถ restore ไฟล์ต้นฉบับเหล่านั้นด้วย software การกู้ไฟล์เช่นกัน และ Kaspersky ยังพบอีกว่าหากมีไฟล์ที่เป็น read-only file (อ่านได้อย่างเดียว) อยู่ในเครื่อง ตัวโปรแกรมจะไม่เข้ารหัสไฟล์เหล่านั้น จะแค่ทำการเข้ารหัสไฟล์ที่ copy มาจากไฟล์เหล่านั้นอีกทีแทน ส่วนไฟล์ที่เป็น read-only ก็จะกลายเป็นถูกซ่อน(เปลี่ยนสถานะของไฟล์เป็น hidden)แทนที่จะลบทิ้ง ซึ่งทำให้ง่ายที่จะได้ไฟล์เหล่านั้นคืนมา

ที่มา: securelist

พบบั๊กร้ายแรงใน sudo บน Linux เปิดให้ผู้ที่ Shell เข้ามาสามารถเข้าถึงสิทธิ์ Root ได้ แนะ Patch ทันที

ค้นพบบั๊กร้ายแรงบน sudo ใน Linux ที่เปิดให้ผู้ที่มี Shell Account สามารถเข้ามายกระดับสิทธิ์ของตนเองเป็น Root ได้

ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดจากปัญหาในการ Parse เนื้อหาในคำสั่ง sudo ที่ผิดพลาด ทำให้ผู้โจมตีในระบบ Linux ที่มีการตั้งค่าไว้ในบางรูปแบบสามารถใช้ปัญหานี้ในการ Overwrite ไฟล์ใดๆ บนระบบ, Bypass การจำกัดสิทธิ์ต่างๆ ไปจนถึงการยกระดับสิทธิ์ตัวเองเป็น Root ได้

โดยปัญหานี้เกิดขึ้นกับ Linux จำนวนมาก และส่งผลกระทบไปถึง Linux ที่ใช้ SELinux ด้วย ซึ่งรายการของ Linux ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้

Red Hat Enterprise Linux 6 (sudo)
Red Hat Enterprise Linux 7 (sudo)
Red Hat Enterprise Linux Server (v. 5 ELS) (sudo)
Debian wheezy
Debian jessie
Debian stretch
Debian sid
Ubuntu 17.04
Ubuntu 16.10
Ubuntu 16.04 LTS
Ubuntu 14.04 LTS
SUSE Linux Enterprise Software Development Kit 12-SP2
SUSE Linux Enterprise Server for Raspberry Pi 12-SP2
SUSE Linux Enterprise Server 12-SP2
SUSE Linux Enterprise Desktop 12-SP2
OpenSuse

สำหรับคำแนะนำเพื่อแก้ปัญหานี้คือการอัปเดต Patch ดังนี้

Debian/Ubuntu ใช้ sudo apt update และ sudo apt upgrade
CentOS/RHEL ใช้ sudo yum update
Fedora ใช้ sudo dnf update
SUSE ใช้ sudo zypper update
Arch Linux ใช้ sudo pacman -Syu
Alpine ใช้ apk update && apk upgrade

ที่มา : TECHTALKTHAI , cyberciti

Judy Android Malware Infects Over 36.5 Million Google Play Store Users

Checkpoint ได้ทำการสำรวจ Google Play Store พบ Android Application ที่มีการแฝงโฆษณาจาก Server ของผู้ผลิตเพื่อให้ผู้ใช้งานกด link โฆษณาโดยไม่รู้ตัว
Checkpoint พบ Android Application ทั้งหมด 41 ตัวที่ถูกผลิตโดยบริษัทพัฒนา Application ของเกาหลีที่ชื่อว่า Kiniwini (ชื่อที่ใช้ใน Google Play Store คือ ENISTUDIO Corp) โดยใน Android Application เหล่านั้นจะมี program ที่ชื่อว่า Judy ฝังอยู่ ซึ่งตัว Android Application ที่เอาขึ้น Google Play Store นั้นจะไม่มี malicious code แต่อย่างใด ทำให้ผ่านการตรวจสอบของ Google Play Store ไปได้ แต่หลังจากที่ทำการติดตั้ง Android Application นี้ไปแล้ว ตัว Application จะทำการติดต่อไปยัง Command & Control Server และได้รับ Javascript code ที่เป็นอันตรายกลับมาแทน
"Android Application จะเปิด URL โดยใช้ user-agent เป็น PC เปิด webpage แบบซ่อน จากนั้นก็จะถูก redirect ไปยังเว็บไซด์อื่น เมื่อไปยังเว็บไซด์ได้สำเร็จตัว Javascript ก็จะทำการตรวจสอบ banner ในเพจแล้วทำการ click ให้โดยอัตโนมัติ
List Application ที่ทาง Checkpoint พบว่ามาจากบริษัทดังกล่าวมีดังนี้
Fashion Judy: Snow Queen style
Animal Judy: Persian cat care
Fashion Judy: Pretty rapper
Fashion Judy: Teacher style
Animal Judy: Dragon care
Chef Judy: Halloween Cookies
Fashion Judy: Wedding Party
Animal Judy: Teddy Bear care
Fashion Judy: Bunny Girl Style
Fashion Judy: Frozen Princess
Chef Judy: Triangular Kimbap
Chef Judy: Udong Maker – Cook
Fashion Judy: Uniform style
Animal Judy: Rabbit care
Fashion Judy: Vampire style
Animal Judy: Nine-Tailed Fox
Chef Judy: Jelly Maker – Cook
Chef Judy: Chicken Maker
Animal Judy: Sea otter care
Animal Judy: Elephant care
Judy’s Happy House
Chef Judy: Hotdog Maker – Cook
Chef Judy: Birthday Food Maker
Fashion Judy: Wedding day
Fashion Judy: Waitress style
Chef Judy: Character Lunch
Chef Judy: Picnic Lunch Maker
Animal Judy: Rudolph care
Judy’s Hospital: Pediatrics
Fashion Judy: Country style
Animal Judy: Feral Cat care
Fashion Judy: Twice Style
Fashion Judy: Myth Style
Animal Judy: Fennec Fox care
Animal Judy: Dog care
Fashion Judy: Couple Style
Animal Judy: Cat care
Fashion Judy: Halloween style
Fashion Judy: EXO Style
Chef Judy: Dalgona Maker
Chef Judy: ServiceStation Food
Judy’s Spa Salon
หากใครพบว่าลงไว้ก็แนะนำให้ทำการถอนการติดตั้ง

ที่มา: thehackernews