Adobe ออกแพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ระดับ “Critical ” ใน Flash Player และ Framemaker

Adobe ได้ออกเเพตซ์เเก้ไขประจำเดือนโดยในเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนเเรงระดับ “Critical” 4 รายการใน Adobe Flash Player และ Adobe Framemaker

ช่องโหว่ที่มีความรุนเเรงระดับ “Critical” ใน Adobe Flash Player นั้นมี 1 รายการถูกติดตามในรหัส CVE-2020-9633 โดยเป็นช่องโหว่จะสามารถทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาตในฐานะผู้ใช้งานในระบบ โดยช่องโหว่นี้มีผลกระทบกับผู้ใช้งาน Adobe Flash Player เวอร์ชั่นก่อน 32.0.0.387 สำหรับ Windows, macOS, Linux และ Chrome OS

ช่องโหว่ที่มีความรุนเเรงระดับ “Critical” ใน Adobe Framemaker มี 3 รายการโดยช่องโหว่ทั้ง 3 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-9636, CVE-2020-9634, CVE-2020-9635 มีผลกระทบกับ Adobe Framemaker เวอร์ชั่นก่อน 2019.0.6

ผู้ใช้งาน Adobe Flash Player และ Adobe Framemaker ควรทำการอัพเดตเเพตซ์และทำการติดตั้ง Adobe Flash Player และ Adobe Framemaker เป็นเวอร์ชั่นปัจจุนบันเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่

ที่มา:

threatpost
securityaffairs

Microsoft ออก Patch เเก้ไขช่องโหว่ 129 รายการใน Patch Tuesday ประจำเดือนมิถุนายน

Microsoft ออกเเพตซ์แก้ไขความปลอดภัยประจำเดือนหรือที่เรียกว่า Patch Tuesday โดยในเดือนมิถุนายนนี้ Microsoft ได้ทำการเเก้ไขช่องโหว่เป็นจำนวน 129 ซึ่งมี 11 รายการเป็นช่องโหว่ระดับ “Critical” และ 118 รายการเป็นช่องโหว่ระดับ “High”

Microsoft กล่าวว่าการเเก้ไขเเพตซ์ประจำเดือนมิถุนายนนี้ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Microsoft ซึ่งข่าวดีก็คือช่องโหว่ที่ทำการเเก้ไขนั้นยังไม่พบการใช้เพื่อบุกรุกและแสวงหาประโยชน์ โดยรายละเอียดของช่องโหว่ที่น่าสนใจมีดังนี้

CVE-2020-1181 การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลใน Microsoft SharePoint
CVE-2020-1225 , CVE-2020-1226 การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลใน Microsoft Excel
CVE-2020-1223 การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลใน Word สำหรับ Android
CVE-2020-1248 การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลใน Windows Graphics Device Interface (GDI)
CVE-2020-1281 การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลใน Windows OLE
CVE-2020-1299 การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลในการประมวลผล Windows .LNK files.

แจ้งเตือนช่องโหว่ “CallStranger” ใช้ช่องโหว่ในโปรโตคอล UPnP ในการขโมยข้อมูลและทำ DDoS

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Yunus Çadirci ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ใหม่ภายใต้ชื่อ CallStranger (CVE-2020-12695) ในโปรโตคอล Universal Plug and Play (UPnP) ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ที่ใช้ UPnP หลายพันล้านรายการ

ช่องโหว่ CallStranger เกิดขึ้นในการอิมพลีเมนต์การทำงานของ UPnP ในฟังก์ชัน SUBSCRIBE ซึ่งส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถโจมตีในลักษณะเดียวกับช่องโหว่ประเภท SSRF ที่ผู้โจมตีสามารถควบคุมค่าในตัวแปรหรือฟังก์ชันการทำงานได้

ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในการข้ามการตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเครือข่ายหรือระบบ Data Loss Prevention (DLP) ซึ่งจะทำให้สามารถนำข้อมูลออกไปนอกเครือข่ายองค์กร นอกจากนี้ช่องโหว่ CallStranger ยังสามารถทำให้ผู้โจมตีทำการ Distributed Denial of Service (DDoS) บนอุปกรณ์ที่ใช้ UPnP และสามารถสแกนพอร์ตภายในจากอุปกรณ์ UPnP ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

Çadirci ได้ทำการรายงานช่องโหว่ให้เเก่สถาบัน Open Connectivity Foundation (OCF) ที่ทำการพัฒนาและดูแลโปรโตคอล UPnP และได้ช่องโหว่นี้ได้ทำการเเก้ไขแล้วในวันที่ 17 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา ดังนั้นช่องโหว่ CallStranger นี้จะมีผลกระทบกับ UPnP เวอร์ชั่นก่อนหน้าวันที่ 17 เมษายน

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต Çadirci ได้ให้คำเเนะนำในการป้องกันจากช่องโหว่ที่เขาค้นพบดังนี้

ทำการปิดใช้งานบริการ UPnP ที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์หรืออินเตอร์เฟสที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
ทำการตรวจสอบอินทราเน็ตและเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ UPnP เช่น Router, IP Camera, Printers, หรืออุปกรณ์สื่ออื่นๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต

ที่มา:

bleepingcomputer
zdnet
callstranger

แจ้งเตือน POC ช่องโหว่ SMBGhost บน Windows 10 ถูกปล่อยสู่สาธารณะแล้ว

นักวิจัยได้เปิดเผยว่า PoC ของช่องโหว่รหัส CVE-2020-0796 (CVSS 10) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ SMBGhost ซึ่งเป็นช่องโหว่การโจมตีจากระยะไกลที่ใช้ประโยชน์จากโปรโตคอล Microsoft Server Message Block (SMB 3.1.1) บน Windows 10 ซึ่งช่องโหว่นี้สามรถทำให้ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากโหว่โหว่ทำการเเพร่กระจายมัลแวร์ไปบนระบบที่มีช่องโหว่

ช่องโหว่ SMBGhost นั้นมีผลกับ Windows 10 เวอร์ชั่น 1909 และ 1903 รวมถึง Server Core ซึ่ง Microsoft ได้ออกเเพตซ์การป้องกันแล้วใน Microsoft Tuesday เเพตซ์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นักวิจัยด้านความปลอดภัยชื่อ Chompie ได้ทำการแชร์ PoC สำหรับช่องโหว่ SMBGhost สู่สาธารณะและกล่าวว่า PoC นี้สามารถทำงานได้ดีบน Windows 10 เวอร์ชั่น 1903 และมีบุคคลจำนวนมากใช้ PoC จากช่องโหว่นี้ได้สำเร็จ นักวิจัยยังกล่าวว่าที่ผ่านมามีนักวิจัยด้านความปลอดภัยจำนวนมากทำการหาช่องทางการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ แต่ผลลัพธ์นั้นถูกจำกัดอยู่ที่การยกระดับสิทธ์ผู้ใช้ (local privilege escalation) และการทำ denial of service เพื่อให้เกิด blue screen

หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์ (CISA) ได้ออกแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งาน Microsoft Windows 10 ระมัดระวังผู้ไม่หวังดีที่ทำการใช้ PoC สำหรับช่องโหว่ CVE-2020-0796 ทำการหาประโยชน์จากผู้ใช้งานและได้ออกคำเเนะนำให้ผู้ดูแลระบบทำการใช้ไฟร์วอลล์เพื่อบล็อกพอร์ต TCP 445 จากอินเทอร์เน็ตและทำการอัพเดตเเพตซ์คำความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อป้องกันการถูกโจมตี

สำหรับผู้ที่สนใจ Poc สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่: www.

หมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนกับ WhatsApp โผล่ในผลการค้นหาจาก Google

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Jayaram ได้เปิดเผยว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงกับบัญชี WhatsApp นั้นได้รับการบันทึกใน Google Search โซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

WhatsApp นั้นมีฟีเจอร์ที่ชื่อว่า “Click to Chat” ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นการแชทกับใครบางคนโดยไม่ต้องบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ในรายชื่อผู้ติดต่อของโทรศัพท์ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สร้าง URL ด้วยหมายเลขโทรศัพท์และสร้าง QR code ให้กับผู้ใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกในการเริ่มติดต่อสื่อการกับผู้อื่น

Jayaram กล่าวว่าปัญหานั้นเกิดจากการที่ Google Search ได้มีการรวมเอาผลการค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งจะเเสดงผลผ่าน URL (https://wa.

Honda investigates possible ransomware attack, networks impacted

ฮอนด้าทำการตรวจสอบผลกระทบจากการโจมตีเครือข่ายโดย SNAKE Ransomware

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกฮอนด้าได้เผยถึงการโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในยุโรปและญี่ปุ่น ทำให้บริษัทต้องหยุดการผลิตบางส่วน จากการตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้นพบเครือข่ายถูกโจมตีจาก SNAKE Ransomware ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ฮอนด้ากล่าวว่าในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนถึงผลกระทบจากการโจมตี ในขณะนี้ฮอนด้ากำลังตรวจสอบอยู่

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Milkream ได้พบตัวอย่างของ SNAKE (EKANS) ransomware ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ฮอนด้าถูกโจมตี เมื่อตรวจสอบมัลแวร์ที่ VirusTotal พบว่ามัลแวร์พยายามจะเรียกหาโดเมน "mds.

Kaspersky เปิดเผยมัลแวร์ชนิดใหม่ ขโมยข้อมูลจากระบบ Air-gap ผ่าน USB

นักวิจัยจาก Kaspersky ได้เปิดเผยการค้นพบมัลเเวร์ชนิดใหม่ที่มีความสามารถขโมยข้อมูลบนระบบคอมพิวเตอร์แบบ Air-gap โดยการใช้ USB ในการขโมยข้อมูล มัลเเวร์ชนิดใหม่นี้ถูกพัฒนาจากกลุ่ม APT จากจีนที่ชื่อ Cycldek (หรือรู้จักกันในชื่อ Goblin Panda และ Conimes) ซึ่งเป็นกลุ่มเเฮกเกอร์ที่ทำการโจมตีทางไซเบอร์ในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ปี 2013 โดยมุ่งเน้นไปที่ประเทศเวียดนามเป็นหลัก

นักวิจัยจาก Kaspersky กล่าวว่าเครื่องมือที่กลุ่มเเฮกเกอร์ใช้ในการปฏิบัติการนั้นคือ NewCore RAT ซึ่งมี 2 ประเภทคือ BlueCore และ RedCore ในแต่ละประเภทนั้นจะมีเครื่องมือที่ใช้ที่เเตกต่างกันออกไป โดยเครื่องมือที่ใช้ในการโจมตีที่มีอยู่ในเครื่องมือทั้งสองแบบนั้นคือมัลเเวร์ “USBCulprit”

"USBCulprit" เป็นมัลเเวร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถทำการขโมยข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ในระบบ Air-gap ผ่านการเชื่อมต่อ USB โดยเมื่อทำการเชื่อมต่อ USB มัลเเวร์จะทำการสแกนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อและค้นหาไฟล์ที่มีนามสกุล .pdf; *. doc; *. wps; * docx; * ppt; *. xls; *. xlsx; *. pptx; * .rtf หลังจากค้นพบไฟล์มัลเเวร์จะทำการคัดลอกข้อมูลที่พบลง USB ที่ทำการเชื่อมต่อ

นักวิจัยจาก Kaspersky ยังกล่าวอีกว่า USBCulprit นั้นถูกพบครั้งแรกในปี 2014 และถูกทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถูกตรวจพบอีกครั้งในปี 2019 โดยปัจจุบันกลุ่ม Cycldek ได้กำหนดเป้าหมายผู้ใช้ใน 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม, ไทยและลาว

ที่มา:hackread.

ช่องโหว่บน SAP ASE ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถแฮก Database Server ได้

นักวิจัยจากบริษัท Trustwave ได้เปิดเผย 6 ช่องโหว่ที่มีผลกระทบกับ Sybase Adaptive Server Enterprise (ASE) ซึ่งช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยนี้สามารถทำให้ผู้โจมตีทำการยึดครองระบบของเป้าหมายได้

ช่องโหว่ CVE-2020-6248 (CVSS 9.1) เป็นช่องโหว่ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำการ dump ค่าคอนฟิกบน Backup Server โดยใช้คำสั่ง dump database mydb to 'path to \ASESERVER_BS.cfg' with init go ทำการ dump ฐานข้อมูลซึ่งถือว่าเป็นช่องโหว่ที่อัตรายอย่างมาก

ช่องโหว่ CVE-2020-6252 (CVSS 9.0) เป็นช่องโหว่ใน ASE Cockpit ซึ่งเป็นระบบการจัดการของผู้ดูแลระบบ ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์เพื่อเข้าถึงบัญชีผู้ใช้, รหัสผ่านและที่สำคัญคือ ผู้โจมตีสามารถกู้คืนรหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้ได้ผ่านช่องโหว่นี้

ช่องโหว่ CVE-2020-6241(CVSS 8.8) และ CVE-2020-6253 (CVSS 7.2) เป็นช่องโหว่ SQL injection ที่จะช่วยให้ผู้โจมตีที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถทำการยกระดับสิทธ์เป็นผู้ดูแลฐานข้อมูล

นอกจากช่องโหว่ที่กล่าวมานั้นยังมี CVE-2020-6243 (CVSS 8.0) การรันโค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ช่องโหว่ CVE-2020-6250 (CVSS 6.8) ที่เป็นช่องโหว่ที่จะทำให้ผู้โจมตีที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถอ่านรหัสผ่านผู้ดูแลระบบได้ผ่าน Installation log

ผู้ใช้งานและผู้ดูเเลระบบ SAP ASE ควรทำการอัพเดตแพตซ์ความปลอดภัยเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีทำการโจมตีระบบและทำการขโมยข้อมูลจากฐานข้อมูลของผู้ใช้

ที่มา:bleepingcomputer.

สองช่องโหว่ใหม่ใน Zoom ที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถทำการโจมตีผ่านช่องทางเเชทได้

สองช่องโหว่ใหม่ใน Zoom ที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถทำการโจมตีผ่านช่องทางเเชทได้

นักวิจัยจาก Cisco Talos ได้เปิดเผยสองช่องโหว่ใหม่ที่มีความรุนเเรงระดับ Critical ในแอปพลิเคชัน Zoom ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำการโจมตีผ่านแชทได้จากระยะไกล โดยการส่งโค้ดที่เป็นอันตรายผ่านช่องทางแชท

ช่องโหว่เเรกนั้นถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-6109 เป็นช่องโหว่การสำรวจไดเรกทอรี โดยช่องโหว่นี้ใช้ประโยชน์จากเซอร์วิส GIPHY ที่เป็นเซอร์วิสที่ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและใช้งานรูปภาพที่เป็นไฟล์ .GIF ได้ผ่านช่องทางเเชท

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า Zoom นั้นไม่ได้ทำการตรวจสอบเเหล่งที่มาของไฟล์ .GIF ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถแชร์ภาพจากเซิร์ฟเวอร์ที่ผู้โจมตีควบคุมอยู่ได้ และในขณะเดียวกันภาพดังกล่าวจะถูกเก็บเป็นแคชไว้ในไดเรกทอรีของ Zoom ด้วย นอกเหนือจากนั้นผู้โจมตียังสามารถปรับเปลี่ยนชื่อไฟล์เพื่อบังคับให้เกิดการบันทึกแคชของไฟล์ไว้ในจุดที่สำคัญของระบบได้

ช่องโหว่ที่สองถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-6110 เป็นช่องโหว่ที่อยู่ในการจัดการ Code snippets ที่แชร์ผ่านช่องทางเเชทของ Zoom ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าช่องโหว่นี้เป็นการใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของการแยกไฟล์ zip ของ Zoom ซึงไม่ได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาของไฟล์ zip ก่อนที่จะทำการแตกไฟล์ จึงทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งไฟล์ที่เป็นอัตรายให้เป้าหมายได้ผ่านช่องทางเเชท

ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวว่าช่องโหว่ทั้งสองนี้อยู่ใน Zoom เวอร์ชั่น 4.6.10 และ Zoom ได้ทำการแพตซ์ช่องโหว่นี้แล้วใน Zoom เวอร์ชั่น 4.6.12

ทั้งนี้ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Zoom ควรทำการอัพเดต Zoom ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีทำการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา:thehackernews.

Apple จ่ายเงินให้นักวิจัย 3,161,000 บาทสำหรับช่องโหว่ “Sign in with Apple” ซึ่งทำให้ล็อกอินเป็นใครก็ได้

Apple จ่ายเงินให้นักวิจัยและนักล่าเงินรางวัล Bhavuk Jain เป็นจำนวน $100,000 (ประมาณ 3,161,000 บาท) สำหรับการรายงานช่องโหว่ที่มีความรุนแรงซึ่งอาจทำให้เกิดการครอบครองบัญชีผู้ใช้โดยบุคคลที่สาม

ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบ "Sign in with Apple" ของ Apple ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ทำการโจมตีจากระยะไกลสามารถ bypass การตรวจสอบสิทธิ์และทำการครอบครองบัญชีผู้ใช้ที่เป็นเป้าหมาย จากการให้บริการที่ลงทะเบียนด้วย "Sign in with Apple"

"Sign in with Apple" เป็นบริการที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันและเว็บไซต์โดยใช้ Apple ID แทนการกรอกแบบฟอร์มยืนยันที่อยู่อีเมลและรหัสผ่าน ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้ "Sign in with Apple" เพื่อตั้งค่าบัญชีและเริ่มใช้แอปพลิเคชันได้ทันที โดยบัญชีจะได้รับการป้องกันด้วยการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Two-Factor Authentication (2FA)

Bhavuk Jain กล่าวว่าเขาค้นพบการ bypass การตรวจสอบสิทธิ์และสามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ที่เป็นเป้าหมายโดยใช้อีเมล ID ของเป้าหมายและอาศัยการปลอมแปลงสิทธิ์ผ่าน JSON Web Token (JWT) เพื่อโจมตีช่องโหว่ในระบบซึ่งเกิดจากการไม่ตรวจสอบค่า JWT กับ Apple ID ที่ดีพอ

ปัจจุบัน Apple ได้ทำการเเก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว

ที่มา:bleepingcomputer.