NVIDIA ออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ใน GPU Driver

NVIDIA ออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ใน GPU Driver

NVIDIA ได้เปิดตัวแพตซ์การปรับปรุงความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่จำนวน 12 รายการใน GPU display driver และ vGPU software ซึ่งช่องโหว่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลได้

ช่องโหว่ที่สำคัญนั้นถูกระบุด้วยรหัส CVE-2020-5962 ซึ่งมีผลต่อ NVIDIA GPU display driver โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธ์หรือทำให้เกิดการปฏิเสธบริการ (DoS) ได้

ช่องโหว่ที่รุนแรงอีกประการหนึ่งคือ CVE-2020-5963 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ CUDA driver โดยช่องโหว่จะอยู่ใน Inter Process Communication API ซึ่งช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล, ทำให้เกิดการปฏิเสธบริการ (DoS) หรือทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้

NVIDIA ได้กล่าวอีกว่าช่องโหว่อื่นๆ ที่ถูกแก้ไขนั้นที่ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-5964, CVE-2020-5965, CVE-2020-5966, CVE-2020‑596 และ CVE-2020-5964 โดยช่องโหว่ที่กล่าวมานั้นมีผลกับ GPU display driver

NVIDIA ยังได้กล่าวอีกว่าช่องโหว่ที่ออกเเพตซ์เเก้ไขนั้นส่งผลต่อ driver ของ GeForce, Quadro, NVS และ Tesla หลายเวอร์ชั่นสำหรับ Windows และ Linux รวมถึง vGPU software สำหรับ Windows, Linux, Citrix Hypervisor, VMware vSphere, Red Hat Enterprise Linux บน KVM และ Nutanix AHV

เพื่อป้องกันระบบและการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ผู้ใช้งานสามารถทำการอัพเดตเเพตซ์การติดตั้งได้ที่ https://www.

LG Electronics ถูก Maze ransomware โจมตี ปล่อยข้อมูลยืนยันการโจมตีเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเฟิร์มแวร์

นักวิจัยจาก Cyble ค้นพบการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท LG Electronics ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่โดยกลุ่ม Maze ransomware คาดว่าการเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้เป็นการเปิดเผยเพื่อยืนยันการโจมตีกลุ่มบริษัท LG Electronics

Maze ransomware โดยปกติแล้วจะข่มขู่เหยื่อให้จ่ายค่าไถ่เพื่อแลกกับการที่กลุ่ม Maze จะไม่ปล่อยข้อมูลอื่นๆ ที่ยึดมาได้จากการเข้าถึงระบบออกสู่สาธารณะ และทางกลุ่มจะมีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนออกมาก่อนเพื่อยืนยันการโจมตีว่าได้เกิดขึ้นจริง โดยสำหรับในกรณีของ LG Electronics นั่้น ข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาข้างต้นเพื่อยืนยันการโจมตีมีลักษณะเป็นรูปภาพ 3 ภาพที่แสดงให้เห็นถึงการรายละเอียดข้อมูลเฟิร์มแวร์และฮาร์ดแวร์ซึ่งกำลังคิดค้นและวิจัยกันภายใน

ที่มา: securityaffairs

Webinar Advance SOC as a Service By I-SECURE

มันจะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถเพิ่มขีดความสามารถของระบบรักษาความปลอยภัยของคุณด้วย Advanced Security Operation Center ที่สามารถเข้ามาช่วยบริหารจัดการได้ตั้งแต่ Protect, Detect และ Response สามารถเข้ารับฟังงานสัมมนาครั้งนี้วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 14:00 - 15:00 สถานที่ Video Conference โดยเพียงกด ลงทะเบียนพร้อมรับสิทธิพิเศษก่อนใครภายในงาน

VMware fixes critical vulnerability in Workstation and Fusion

VMware ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับความรุนเเรง “Critical” 10 รายการใน VMware Workstation และ Fusion

VMware ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ 10 รายการที่ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ VMware ESXi, Workstation และ Fusion ซึ่งช่องโหว่มีความรุนเเรงระดับ “Critical” โดยช่องโหว่ที่สำคัญมีรายละเอียดดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-3962 (CVSSv3: 9.3) และ CVE-2020-3969 (CVSSv3: 8.1) เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์ SVGA ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครื่อง VM ที่ทำการเปิด 3D graphic ใช้งานอยู่ อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อเรียกใช้งานโค้ดบน hypervisor จากเครื่อง VM
ช่องโหว่ CVE-2020-3970 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลกับ VMware ESXi, Workstation และ Fusion ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงเครื่อง VM สามารถทำการ Denial of Service (DoS) โปรเซส vmx บนเครื่อง VM ที่ทำการเปิด 3D graphic ใช้งานอยู่
ช่องโหว่ CVE-2020-3967 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ USB 2.0 สำหรับผลิตภัณฑ์ VMware ESXi, Workstation และ Fusion โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงเครื่อง VM ทำการเรียกใช้โค้ดบน hypervisor

ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกับ VMware ESXi เวอร์ชั่น 6.5, 6.7 และ 7.0, Workstation เวอร์ชั่น 15.X และ Fusion เวอร์ชั่น 11.X ทั้งนี้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบควรทำการอัพเดตและติดตั้งแพตซ์ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่

ที่มา: securityaffairs | vmware

 

CryptoCore hacker group stole over $200M from cryptocurrency exchanges

กลุ่มเเฮกเกอร์ CryptoCore ทำการขโมยเงิน $200M จากระบบเเลกเปลื่ยนเงิน Cryptocurrency ออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญจาก ClearSky ระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ CryptoCore ทำการขโมยเงินจำนวน 200 ล้านดอลลาร์จากการโจมตีระบบการแลกเปลี่ยน cryptocurrency ออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญจาก ClearSky กล่าวว่ากลุ่ม CryptoCore หรือที่รู้จักกันในนาม ”Crypto-gang“, “Dangerous Password” และ “Leery Turtle” นั้นเป็นกลุ่มที่มีเป้าหมายในการโจมตีกลุ่มบริษัทที่รับทำการแลกเปลี่ยน cryptocurrency หลังจากทำการโจมตีกลุ่ม CryptoCore จะทำการเพื่อให้เข้าถึง wallet และทำการขโมยเงินออกไป โดยคาดว่ามียอดเงินจากการทำการโจมตีและขโมยเป็นจำนวนเงินมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์

ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวอีกว่ากลุ่ม CryptoCore นั้นใช้มักใช้ช่องทางฟิชชิ่งในการโจมตี โดยทำการปลอมตัวเป็นพนักงานที่มีตำเเหน่งสูงหรือผู้บริหารองค์กรที่มีการเชื่อมต่อกับพนักงานเป้าหมาย จากนั้นทำการส่งอีเมลฟิชชิ่งโดยการพยายามหลอกล่อเหยื่อให้ติดตั้งมัลแวร์บนคอมพิวเตอร์ของตน ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้โจมตีทำการขโมยหรือเข้าถึงบัญชีและรหัสผ่านของเหยื่อ จากนั้นโจมตีจะใช้รหัสผ่านที่ถูกขโมยเพื่อเข้าถึงบัญชี wallet ของเหยื่อทำการปิดการตรวจสอบหลายปัจจัยและเริ่มโอนเงินออกจาก wallet

ข้อเเนะนำ
ผู้ใช้งานควรทำการตรวจสอบอีเมลทุกครั้งก่อนทำการเปิดอ่านหรือทำการดาวน์โหลดไฟล์ที่เเนบมากับอีเมล เพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีทำการขโมยบัญชีและรหัสผ่านของผู้ใช้

ที่มา: securityaffairs

แฮกเกอร์ทำการเผยเเพร่ข้อมูลของ Mitsubishi Paper Mills Limited

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ชื่อ Shadow Intelligence ซึ่งคอยรายงานข้อมูลการรั่วไหลของข้อมูลที่ถูกแฮก ได้ทำการทวีตเอกสารที่อ้างว่าเป็นข้อมูลที่รั่วไหลจากเว็บไซต์ mitsubishi-paper[.]com

จากการตรวจสอบ mitsubishi-paper[.]com นั้นพบว่าเป็นบริษัทที่ทำการผลิตกระดาษ, หมึกพิมพ์และ เครื่องพิมพ์ที่ทำการจัดจำหน่ายในทวีปยุโรป ข้อมูลที่ถูกทวิตนั้นประกอบไปด้วยชื่อเครื่องที่ติด Ransomware และเอกสารตัวอย่างที่ทำการนำออกมาจาก mitsubishi-paper[.]com ในขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นจาก DoppelPaymer Ransomware

ล่าสุดผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ชื่อ Shadow Intelligence ได้ทำการทวีตอีกครั้งและยังกล่าวว่าเอกสารที่ถูกขโมยออกมานั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์รถยนต์ของมิตซูบิชิ

ที่มา: twitter.

พบช่องโหว่ Zero-day ‘Ripple20’ คาดกระทบอุปกรณ์ IoT มากกว่า 100 ล้านตัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจาก JSOF ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ Zero-day จำนวน 19 รายการในไลบรารีที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งระดับองค์กรและระดับผู้บริโภคในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และประเมินว่าน่าจะมีอุปกรณ์ IoT ได้รับผลกระทบกว่า 100 ล้านชิ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม

Ripple20 เกิดขึ้นจากไลบรารี TCP/IP ของบริษัท Treck ซึ่งทำให้อุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้บน TCP/IP ประเด็นที่ JSOF ได้สนใจเพราะว่าไลบรารีตัวนี้ถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ IoT มากมายหลากหลายอุตสาหกรรมทั้ง Printer, Router, Data Center, อุปกรณ์ในภาคอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียม

ช่องโหว่จำนวนหนึ่งมีระดับความร้ายแรงดังนี้

CVE-2020-11896 (CVSSv3: 10/10) – จัดการ Parameter Length ของ IPv4/UDP ในแพ็คเกตที่ถูกส่งเข้ามาได้ไม่ดีพอทำให้สามารถนำไปสู่ Remote Code Execution
CVE-2020-11897 (CVSSv3: 10/10) – จัดการ Parameter Length ของ IPv6 ในแพ็คเกตที่ถูกส่งเข้ามาได้ไม่ดีพอทำให้สามารถนำไปสู่ out-of-bound-write
CVE-2020-11898 (CVSSv3: 9.8/10) – จัดการ Parameter Length ของ IPv4/ICMPv4 ในแพ็คเกตที่ถูกส่งเข้ามาได้ไม่ดีพอทำให้สามารถนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูล
CVE-2020-11899 (CVSSv3: 9.8/10) – ตรวจสอบ Input ของ IPv6 ในแพ็คเกตที่ถูกส่งเข้ามาได้ไม่ดีพอทำให้สามารถนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูล

ความยากในการจัดการปัญหายังถูกระบุในงานวิจัยว่า อันเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในอุปกรณ์ IoT นั้นเป็นไปได้ยากที่จะได้รับการแก้ไขผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้ใช้งานจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งาน และในขณะเดียวกันก็ควรที่จะตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงเหล่านี้ด้วย

ผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.

”CryCryptor” แรนซัมแวร์ชนิดใหม่ที่กำหนดเป้าหมายไปยังผู้ใช้ Android ในแคนาดา

นักวิจัยจาก ESET ได้เปิดเผยแรนซัมแวร์ชนิดใหม่ ”CryCryptor” ที่กำหนดเป้าหมายไปยังผู้ใช้ Android ในแคนาดา โดยแรนซัมแวร์ทำการเเพร่กระจายผ่านเว็บไซต์สองแห่งที่ให้บริการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ใช้ในการติดตาม COVID-19 อย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขแคนาดา

”CryCryptor” แรนซัมแวร์ถูกค้บพบหลังจากรัฐบาลแคนาดาประกาศถึงการสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ทำการติดตาม COVID-19 โดยพบว่าแรนซัมแวร์มีลักษณะการทำงานคือ หลังจากที่ทำการติดตั้งแอปพลิเคชันที่มีแรนซัมแวร์ ตัวแอปจะทำการร้องขอการเข้าถึงไฟล์บนอุปกรณ์ หลังจากการได้รับอนุญาตแล้ว แรนซัมแวร์จะทำการเข้ารหัสไฟล์โดยมีนามสกุล “ .enc”, “ .enc.

ACSC ได้ออกคำเเนะนำในการป้องกันจากแคมเปญ “Copy-Paste Compromises” ของผู้ประสงค์ร้าย

ศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์ออสเตรเลีย (ACSC) ได้เผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับแคมเปญ “Copy-Paste Compromises” ที่กำหนดเป้าหมายไปที่รัฐบาลออสเตรเลียและเครือข่ายเชิงพาณิชย์ของออสเตรเลีย

ACSC กล่าวว่าแคมเปญ “Copy-Paste Compromises” นั้นเกิดจากผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกเปิดเผยสาธารณะทำการโจมตีระบบเครือข่ายด้วยช่องโหว่การโจมตีจากระยะไกลและการโจมตีด้วยรูปแบบ Spear phishing Attack โดยการใช้เครื่องมือโอเพนซอร์สโค้ดหรือ Poc ที่ถูกเปิดเผยสาธารณะ

ACSC ได้ออกคำแนะนำโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์เทคนิคและขั้นตอน (TTPs) ที่ระบุในระหว่างการสอบสวนแคมเปญนี้โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.

แฮกเกอร์เปิดเผยข้อมูลการบันทึกตลอด 24 ปีของสถานีตำรวจกว่า 200 เเห่งในสหรัฐอเมริกา

กลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า Distributed Denial of Secrets (DDoSecrets) ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลที่มีขนาด 269 GB โดยพวกเขาเรียกข้อมูลชุดนี้ว่า “BlueLeaks” ซึ่งข้อมูลชุดนี้มีบันทึกตลอด 24 ปีของสถานีตำรวจจำนวน 200 เเห่งในสหรัฐอเมริกาอยู่ด้วย

ข้อมูล BlueLeaks ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมาซึ่งการเผยเเพร่ข้อมูลนั้นอาจมาจากแรงจูงใจที่จะตอบโต้เนื่องจากเหตุการณ์การประท้วงและการเคลื่อนไหวจากแคมเปญ Black Lives Matter

จากการวิเคราะห์จาก National Fusion Center Association (NFCA) ระบุว่าข้อมูลที่ถูกเผยเเพร่นั้นเป็นข้อมูลจริง โดยข้อมูลเริ่มต้นตั้งแต่สิงหาคม 2539 จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ซึ่งนับเป็นเวลา 24 ปี โดยข้อมูลประกอบไปด้วย หมายเลขเส้นทางการเงินหรือ ACH routing number, หมายเลขบัญชีผู้รับเงินหรือ international bank account numbers (IBANs), ข้อมูลส่วนบุคคล, ภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย, การบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ และรายงานของหน่วยงานรัฐบาล

NFCA ยังกล่าวอีกว่าข้อมูลที่ถูกทำการเผยเเพร่นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกละเมิดจากบริษัท Netsential ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ตั้งอยู่ในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

Netsential ได้ออกมายืนยันว่าเกิดการละเมิดข้อมูลจริงและยังไม่ชัดเจนว่าการละเมิดนั้นส่งผลกระทบต่อลูกค้ารายอื่นของบริษัทด้วยหรือไม่

ที่มา:

bleepingcomputer.