”CryCryptor” แรนซัมแวร์ชนิดใหม่ที่กำหนดเป้าหมายไปยังผู้ใช้ Android ในแคนาดา

นักวิจัยจาก ESET ได้เปิดเผยแรนซัมแวร์ชนิดใหม่ ”CryCryptor” ที่กำหนดเป้าหมายไปยังผู้ใช้ Android ในแคนาดา โดยแรนซัมแวร์ทำการเเพร่กระจายผ่านเว็บไซต์สองแห่งที่ให้บริการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ใช้ในการติดตาม COVID-19 อย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขแคนาดา

”CryCryptor” แรนซัมแวร์ถูกค้บพบหลังจากรัฐบาลแคนาดาประกาศถึงการสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ทำการติดตาม COVID-19 โดยพบว่าแรนซัมแวร์มีลักษณะการทำงานคือ หลังจากที่ทำการติดตั้งแอปพลิเคชันที่มีแรนซัมแวร์ ตัวแอปจะทำการร้องขอการเข้าถึงไฟล์บนอุปกรณ์ หลังจากการได้รับอนุญาตแล้ว แรนซัมแวร์จะทำการเข้ารหัสไฟล์โดยมีนามสกุล “ .enc”, “ .enc.

ACSC ได้ออกคำเเนะนำในการป้องกันจากแคมเปญ “Copy-Paste Compromises” ของผู้ประสงค์ร้าย

ศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์ออสเตรเลีย (ACSC) ได้เผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับแคมเปญ “Copy-Paste Compromises” ที่กำหนดเป้าหมายไปที่รัฐบาลออสเตรเลียและเครือข่ายเชิงพาณิชย์ของออสเตรเลีย

ACSC กล่าวว่าแคมเปญ “Copy-Paste Compromises” นั้นเกิดจากผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกเปิดเผยสาธารณะทำการโจมตีระบบเครือข่ายด้วยช่องโหว่การโจมตีจากระยะไกลและการโจมตีด้วยรูปแบบ Spear phishing Attack โดยการใช้เครื่องมือโอเพนซอร์สโค้ดหรือ Poc ที่ถูกเปิดเผยสาธารณะ

ACSC ได้ออกคำแนะนำโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์เทคนิคและขั้นตอน (TTPs) ที่ระบุในระหว่างการสอบสวนแคมเปญนี้โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.

แฮกเกอร์เปิดเผยข้อมูลการบันทึกตลอด 24 ปีของสถานีตำรวจกว่า 200 เเห่งในสหรัฐอเมริกา

กลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า Distributed Denial of Secrets (DDoSecrets) ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลที่มีขนาด 269 GB โดยพวกเขาเรียกข้อมูลชุดนี้ว่า “BlueLeaks” ซึ่งข้อมูลชุดนี้มีบันทึกตลอด 24 ปีของสถานีตำรวจจำนวน 200 เเห่งในสหรัฐอเมริกาอยู่ด้วย

ข้อมูล BlueLeaks ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมาซึ่งการเผยเเพร่ข้อมูลนั้นอาจมาจากแรงจูงใจที่จะตอบโต้เนื่องจากเหตุการณ์การประท้วงและการเคลื่อนไหวจากแคมเปญ Black Lives Matter

จากการวิเคราะห์จาก National Fusion Center Association (NFCA) ระบุว่าข้อมูลที่ถูกเผยเเพร่นั้นเป็นข้อมูลจริง โดยข้อมูลเริ่มต้นตั้งแต่สิงหาคม 2539 จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ซึ่งนับเป็นเวลา 24 ปี โดยข้อมูลประกอบไปด้วย หมายเลขเส้นทางการเงินหรือ ACH routing number, หมายเลขบัญชีผู้รับเงินหรือ international bank account numbers (IBANs), ข้อมูลส่วนบุคคล, ภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย, การบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ และรายงานของหน่วยงานรัฐบาล

NFCA ยังกล่าวอีกว่าข้อมูลที่ถูกทำการเผยเเพร่นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกละเมิดจากบริษัท Netsential ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ตั้งอยู่ในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

Netsential ได้ออกมายืนยันว่าเกิดการละเมิดข้อมูลจริงและยังไม่ชัดเจนว่าการละเมิดนั้นส่งผลกระทบต่อลูกค้ารายอื่นของบริษัทด้วยหรือไม่

ที่มา:

bleepingcomputer.

BitDefender เเก้ไขช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้คำสั่งโจมตีจากระยะไกลได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Wladimir Palant ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่การโจมตีจากระยะไกลใหม่ใน Bitdefender ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-8102 โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้คำสั่งภายในการทำงานของ Safepay Utility

Palant อธิบายว่าช่องโหว่ใหม่ใน Bitdefender ที่เขาค้นพบนั้นอยู่ในส่วนของ Safepay browser component ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่เป็น Man-in-the-Middle (MitM) พร็อกซี่ให้กับผู้ใช้ในการตรวจสอบการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ HTTPS โดยช่องโหว่จะอาศัยการตรวจสอบอินพุตที่ไม่เหมาะสมใน Safepay browser component ของ Bitdefender Total Security 2020 ซึ่งจะช่วยให้ผู้ไม่ประสงค์ดีทำหน้าเว็บภายนอกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเรียกใช้คำสั่งโจมตีจากระยะไกลภายในกระบวนการ Safepay Utility

ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อ Bitdefender Total Security 2020 รุ่นก่อนเวอร์ชั่น 24.0.20.116

คำเเนะนำ
Bitdefender ได้ทำการเเก้ไขช่องโหว่แล้วใน Bitdefender Total Security 2020 เวอร์ชั่น 24.0.20.116 ผู้ใช้งานควรทำการอัพเดตและติดตั้งให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีทำการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่

ที่มา: bleepingcomputer.

Bug in Facebook Messenger for Windows Could’ve Helped Malware Gain Persistence

บัคใน Facebook Messenger สำหรับ Windows ช่วยในการฝังตัวของมัลแวร์ในระบบได้

Reason Labs มีการเปิดเผยถึงรายละเอียดช่องโหว่ในโปรแกรม Facebook Messenger สำหรับ Windows
ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ในแอปพลิเคชัน Messenger รุ่น 460.16 บน Windows ในการเอ็กซีคิวต์และช่วยในการฝังตัวของมัลแวร์ในระบบได้

การฝังตัวนี้เกิดขึ้นเมื่อ Facebook Messenger มีการเรียกการทำงาน Windows PowerShell จาก C:\Python27 พาธนี้มักจะถูกสร้างเมื่อมีการติดตั้ง Python เวอร์ชัน 2.7 โดยไม่ได้มีอยู่ในการติดตั้งทั่วไปของ Windows ด้วยพฤติกรรมในลักษณะนี้ผู้โจมตีสามารถแทนที่ไฟล์หรือโปรแกรมที่ Facebook Messenger เรียกและไม่มีอยู่จริงนั้นด้วยไฟล์หรือโปรแกรมที่เป็นอันตรายได้

ช่องโหว่นี้ถูกแก้ไขในเวอร์ชัน 480.5 ผู้ใช้ที่ใช้งานในเวอร์ชันที่มีปัญหาควรทำการอัปเดตทันที

ที่มา:thehackernews

WFH Alert: Critical Bug Found in Old D-Link Router Models

เตือนภัยสำหรับผู้ WFH: พบช่องโหว่ระดับ “Critical” ใน D-Link Router รุ่นเก่า

นักวิจัยจาก Palo Alto Networks Unit 42 ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ระดับ “Critical” ใน D-Link DIR-865L จำนวน 6 รายการ โดย  นั้นได้ End Of Support ไปแล้วในสหรัฐอเมริกาและกำลังจะหยุดการจำหน่ายในทวีปยุโรป โดยรายละเอียดของช่องโหว่มีดังนี้

CVE-2020-13782 (CVSS 9.8): เป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ Command Injection ได้บนเราเตอร์ด้วยสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบ ซึ่งถือว่าเป็นช่องโหว่ที่มีความอันตรายอย่างมาก
CVE-2020-13786 (CVSS 8.8): เป็นช่องโหว่ Cross-Site Request Forgery (CSRF)
CVE-2020-13785 (CVSS 7.5): ช่องโหว่เกิดจาการเข้ารหัสของอุปกรณ์ที่ไม่มีความเเข็งแกร่งเพียงพอ
CVE-2020-13784 (CVSS 7.5): ช่องโหว่สามารถทำให้ผู้โจมตีทำการสร้าง Session Cookie ได้ถ้ารู้เวลาการเข้าใช้ของผู้ใช้งาน
CVE-2020-13783 (CVSS 7.5): ช่องโหว่สามารถทำให้ผู้โจมตีสามารถค้นหารหัสผ่านและทราบรหัสผ่านได้ เนื่องจากอุปกรณ์ทำการจัดเก็บข้อมูลแบบ Plain text
CVE-2020-13787 (CVSS 7.5): ช่องโหว่เกิดจากการใช้งานโปรโตคอล WEP บนอุปกรณ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถดักจับข้อมูลได้แบบ plaintext
นักวิจัยจาก Palo Alto Networks Unit 42 ยังกล่าวอีกว่าหลังจากการรายงานช่องโหว่ D-Link ได้ทำการปล่อย Beta Firmware เพื่อเเก้ไขช่องโหว่เพียง 3 ช่องโหว่จากช่องโหว่ทั้งหมด ซึ่ง BleepingComputer ได้ทำการสอบถามถึงการเเก้ไขช่องโหว่ D-Link ได้เเจ้งกับ BleepingComputer ว่า D-Link DIR-865L นั้นได้ End Of Support ไปแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา ทาง D-Link จึงขอเเนะนำให้ผู้ใช้งานทำการเปลื่ยนเราเตอร์เป็นรุ่นใหม่ที่สามรถรองรับการอัพเดต Firmware ได้

ทั้งนี้นักวิจัยจาก Unit 42 นั้นได้ออกคำเเนะนำให้ผู้ใช้งาน D-Link DIR-865L ทำการตั้งค่าเราเตอร์ให้เปลื่ยนไปใช้งาน HTTPS เพื่อป้องกันการโจมตี Session Hijacking และทำการเปลื่ยน Time Zone บนเราเตอร์เพื่อป้องกันการโจมตีแบบสุ่มการสร้าง Session ID

ที่มา:bleepingcomputer  threatpost   hackread

Cisco fixes severe flaws in Webex Meetings for Windows, macOS

Cisco เเก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับรุนเเรงสูงใน Webex สำหรับ Windows, macOS

Cisco ได้เปิดตัวแพตซ์ความปลอดภัยเพื่อเเก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนเเรงสูง 2 รายการที่ถูกพบใน Cisco Webex Meetings Desktop App สำหรับ Windows และ macOS โดยช่องโหว่สามารถอนุญาตให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์ สามารถเรียกใช้โปรแกรมและโค้ดบนเครื่องได้ ช่องโหว่ทั้ง 2 รายการถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-3263 และ CVE-2020-3342

ช่องโหว่ CVE-2020-3263 สามารถทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลที่ไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์ สามารถรันโปรแกรมบนระบบที่ใช้งาน Cisco Webex Meetings Desktop App ผู้โจมตีสามารถโจมตีช่องโหว่นี้ได้โดยการหลอกให้เป้าหมายคลิก URL ที่เป็นอันตราย

CVE-2020-3342 สามารถทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์ สามารถรันโค้ดจากระยะไกลโดยใช้สิทธิ์ของผู้ใช้ที่ล็อกอินบน macOS ที่ใช้งาน Cisco Webex Meetings Desktop App สำหรับ macOS

ช่องโหว่ทั้ง 2 มีผลกับผู้ใช้ Cisco Webex Meetings Desktop App เวอร์ชั่น 39.5.12 สำหรับ Windows และ Cisco Webex Meetings Desktop App เวอร์ชั่น 39.5.11 สำหรับ macOS

ข้อเเนะนำ
Cisco ได้ออกเเพตซ์เพื่อเเก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วโดยผู้ใช้งานสามารถทำการอัพเดต Cisco Webex สำหรับ Windows ได้ในเวอร์ชั่น 40.1.0 หรือรุ่นใหม่กว่า และ Cisco Webex สำหรับ macOS ได้ในเวอร์ชั่น 39.5.11 หรือรุ่นใหม่กว่า

ที่มา: bleepingcomputer

 

Zoom backtracks and plans to offer end-to-end encryption to all users

Zoom เปลื่ยนใจกลับมาให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้ E2EE ได้

Zoom ประกาศกลับมาให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานคุณสมบัติ end-to-end encryption (E2EE) ในการใช้งานหลังจากประกาศจะให้เพียงลูกค้าที่จ่ายเงินสามารถใช้คุณสมบัตินี้

เมื่อเดือนที่ผ่านมา Zoom ได้ประกาศการใช้งานคุณสมบัติการเข้ารหัสแบบ end-to-end encryption (E2EE) ซึ่ง Zoom จะเปิดให้ผู้ใช้ที่ชำระเงินเท่านั้น หลักจากการประกาศ Zoom ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว รวมไปถึงจากผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก

ซีอีโอ Zoom "Eric Yuan" ได้กล่าวว่าคุณสมบัติการเข้ารหัสแบบ end-to-end encryption (E2EE) จะเปิดตัวในเดือนหน้าในเดือนกรกฎาคม 2020 ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว Zoom beta ซึงผู้ใช้งาน Free และ Basic user สามารถเข้าถึงคุณสมบัติ E2EE ได้ทุกคน

ที่มา:zdnet | blog.

An SSRF flaw in Maximo Asset Management could be used to target corporate networks

IBM เเก้ไขช่องโหว่ SSRF ใน Maximo Asset Management ที่จะช่วยให้สามารถโจมตีเครือข่ายขององค์กรได้

IBM ได้เปิดเผยถึงการเเก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนเเรงสูงใน Maximo Asset Management โดยถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2020-4529 ซึ่งช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าโจมตีเครือข่ายภายในองค์กรได้

IBM ได้รับการรายงานช่องโหว่โดย Andrey Medov และ Arseniy Sharoglazov จาก Positive Technologies ซึ่งอธิบายว่าช่องโหว่ CVE-2020-4529 (CVSS: 7.3) เป็นช่องโหว่ Server Side Request Forgery (SSRF) ช่องโหว่อาจทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการตรวจสอบสิทธิ์ทำการร้องขอคำสั่งจากระบบซึ่งอาจนำไปสู่การโจมตีอื่นๆ ในระบบเครือข่ายได้

ช่องโหว่นี้มีผลกระทบกับ Maximo Asset Management เวอร์ชั่น 7.6.0 และ 7.6.1

IBM ได้ออกเเพตซ์การเเก้ไขช่องโหว่ใน IBM Maximo เวอร์ชัน 7.6.0.4 ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบควรทำการอัพเดตและทำการติดตั้งให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบเครือข่ายภายใน

ที่มา: securityaffairs

 

Kaspersky ICS CERT เปิดเผยผลการวิเคราะห์มัลแวร์ที่โจมตี Honda ระบุพุ่งเป้ากว้าง ปรับแต่งมาเฉพาะ

Kaspersky ICS CERT ได้มีการเปิดเผยผลการตรวจสอบเพิ่มเติมอ้างอิงจากไฟล์ของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ SNAKE ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตี Honda และบริษัทด้านพลังงาน Enel Group ในช่วงที่ผ่านมา โดยผลการตรวจสอบมาจากการนำโค้ดของมัลแวร์ SNAKE มาวิเคราะห์ระบุหาเวอร์ชันอื่นเพิ่มเติม

ผลลัพธ์ของการตรวจสอบเปิดเผยพฤติกรรมของผู้โจมตีที่น่าสนใจได้ตามประเด็นดังนี้

มัลแวร์ SNAKE เกือบทุกสายพันธุ์ถูกปรับแต่งมาให้พยายามเชื่อมต่อไปที่โดเมนเนมภายในของเป้าหมายเสมอ เพื่อให้สามารถทำงานได้เฉพาะเป้าหมายที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งหมายความแฮกเกอร์จะต้องรู้ลักษณะเครือข่ายก่อนลงมือด้วย
แฮกเกอร์มีขั้นตอนมากกว่าหนึ่งขั้นตอนในการสร้างความเสียหาย โดยอาจพยายามเข้าถึงและขโมยข้อมูลออกไปก่อนจะเริ่มการทำงานของมัลแวร์เรียกค่าไถ่
แฮกเกอร์มีการใช้ Domain policy ในการช่วยแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ซึ่งหมายความว่าแฮกเกอร์จำเป็นที่จะต้องมีสิทธิ์ที่เทียบเท่ากับ Domain admin ก่อนถึงจะดำเนินการได้
Kaspersky ยังระบุถึงกลุ่มเป้าหมายของ SNAKE ซึ่งพุ่งเป้าอย่างชัดเจนไปยังกลุ่มธุรกิจยานยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนซึ่งใช้ในอุตสาหกรรม โดยในปัจจุบันมีการยืนยันการโจมตีแล้วที่จีน, ญี่ปุ่นและประเทศในกลุ่มยุโรป

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับมัลแวร์ ค่าแฮชสำหรับใช้ในการตรวจจับและคำแนะนำในการป้องกันเครือข่ายสามารถดูเพิ่มเติมได้จากแหล่งที่มาข่าว

ที่มา: ics-cert.