Canon ถูกโจมตีด้วย Maze Ransomware และคาดว่าข้อมูล 10TB ถูกขโมยไปด้วย

Canon ประสบปัญหาถูกโจมตีด้วย Maze Ransomware ส่งผลกระทบทำให้บริการหลายๆ อย่าง อาทิ เช่น อีเมล, Microsoft Teams, เว็บไซต์ของ Canon ที่อยู่ภายในประเทศสหรัฐอเมริกาและแอปพลิเคชันภายในอื่น ๆ

BleepingComputer ได้ทำการติดต่อ Canon เพื่อถามถึงสาเหตุการหยุดให้บริการของ image.

Microsoft Teams ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ที่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล (RCE) ได้

Reegun Jayapaul นักวิจัยจาก Trustwave SpiderLabs ได้เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ช่องโหว่ใน Microsoft Teams ที่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลได้ผ่าน Microsoft Teams update

นักวิจัยกล่าวว่าช่องโหว่ดังกล่าวอาศัยอยู่ในการอัปเดตของ Microsoft Teams โดยการตั้งค่าโฟลเดอร์การอัปเดตในผลิตภัณฑ์ Microsoft Teams จะเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลโดยการส่งเพย์โหลดที่เป็นอันตรายไปกับการเปลื่ยนเส้นทางการอัปเดตของ Microsoft Teams และด้วยเทคนิคนี้ยังช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายภายในผ่านแชร์โฟลเดอร์ภายใต้โปรโตคอล Server Message Block (SMB) ได้

เพื่อหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาการโจมตี นักวิจัยได้ทำการเนะนำให้ผู้ใช้ทำการอัปเดต Microsoft Teams ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแและทำการตรวจสอบโดยการค้นหาการเชื่อมต่อที่น่าสงสัยภายในเครือข่ายทั้ง inbound และ outbound ทั้งนี้ผู้นักวิจัยได้เเนะนำให้ผู้ใช้ทำการติดตั้ง Microsoft Teams ภายใต้โฟลเดอร์“ Program Files” เพื่อจะช่วยให้ผู้โจมตีไม่สามารถวางและเรียกใช้งานเพย์โหลดระยะไกลได้

ที่มา: threatpost.

Google ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่บน Android จำนวน 54 รายการในการอัปเดตเเพตซ์ประจำเดือนสิงหาคม

Google ได้เปิดตัวแพตช์ประจำเดือนเดือนสิงหาคมสำหรับระบบปฏิบัติการ Android เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีความรุนแรงสูงใน framework component ซึ่งหากใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ทำการเเก้ไขอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดระยะไกล (RCE) บนอุปกรณ์มือถือ Android ได้

Google กล่าวว่าช่องโหว่ที่ได้รับการเเพตซ์ในเดือนนี้นั้นเป็นช่องโหว่ความรุนเเรงระดับสูงอยู่ 54 รายการ ซึ่งพบว่าอุปกรณ์มือถือ Android ที่ใช้ชิปของ Qualcomm มีช่องโหว่มากถึง 31 รายการ โดยช่องโหว่ที่ได้รับการเเก้ไขและมีความสำคัญเช่นช่องโหว่ CVE-2020-0240 เป็นช่องโหว่ที่อาจช่วยให้ผู้โจมตีจากระยะไกลที่ใช้ไฟล์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษทำการรันโค้ดในบริบทของกระบวนการที่ไม่มีสิทธิพิเศษ เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้ใช้งานอุปกรณ์มือถือ Android ควรทำการอัปเดตอุปกรณ์มือถือ Android ให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายหาประโยชน์จากช่องโหว่และเพื่อป้องกันข้อมูลของผู้ใช้เอง

ผู้ที่สนใจรายละเอียดการอัพเดตเพิ่มเติมสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่: https://source.

Twitter ประกาศเเก้ไขช่องโหว่ของแอปบน Android ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึง Direct Messages

Twitter ได้ประกาศการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในแอป Twitter สำหรับ Android ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้รวมไปถึง Direct Messages

Twitter กล่าวว่าทาง Twitter ได้ทำการค้นพบและทำการเเก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับแอป Twitter สำหรับ Android ที่ติดตั้งบนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 8 และ 9 ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีผู้ประสงค์ร้ายใช้ช่องโหว่ของ Twitter ทำการโจมตี ทั้งนี้แอป Twitter สำหรับ iOS และ Twitter.

Cluster of 295 Chrome extensions caught hijacking Google and Bing search results

พบ Chrome Extension อันตราย แอบเพิ่มโฆษณาในผลการค้นหาจาก Google และ Bing

บริษัท AdGuard ผู้ให้บริการโซลูชันการบล็อกโฆษณาได้เปิดเผยถึงการค้นพบ Extension ที่เป็นอันตรายบน Chrome Extension จำนวน 295 Extension ซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่บนออฟฟิเชียลของ Chrome Web Store มีผู้ติดตั้งรวมกันกว่า 80 ล้านราย

ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการวิเคราะห์ 295 Extension ที่ตรวจพบนั้น Extension ทั้งหมดนั้นได้ทำการโหลดโค้ดที่เป็นอันตรายจาก fly-analytics.

Iranian hacker group becomes first known APT to weaponize DNS-over-HTTPS (DoH)

นักวิจัยจาก Kaspersky พบกลุ่ม APT จากอิหร่านเริ่มนำ DNS-over-HTTPS (DoH) มาใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตี

Vincente Diaz นักวิเคราะห์มัลแวร์และนักวิจัยโปรแกรมป้องกันไวรัสจาก Kaspersky ได้กล่าวถึงกลุ่ม APT จากอิหร่านหรือที่รู้จักกันในชื่อ OilRig หรือ APT34 ในงาน webinar ว่ากลุ่ม OilRig นี้ได้นำโปรโตคอล DNS-over-HTTPS (DoH) มาพัฒนาในเครื่องมือที่ใช้ในการโจมตีเป็นกลุ่มเเรก เพื่อใช้ exfiltration หรือขโมยข้อมูลออกจากระบบ

Diaz กล่าวว่ากลุ่ม OilRig นั้นได้เริ่มใช้ยูทิลิตี้ใหม่ที่เรียกว่า DNSExfiltrator เป็นส่วนหนึ่งของการบุกรุกเครือข่ายที่ถูกแฮก โดย DNSExfiltrator เป็นโอเพนซอร์สที่มีอยู่ใน GitHub โดย DNSExfiltrator จะสร้างช่องทางการสื่อสารที่ซ่อนตัวอย่างลับๆ โดยการใช้ funneling data และจะซ่อนช่องทางไว้ภายในโปรโตคอลที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะสามารถถ่ายโอนข้อมูลระหว่างสองจุดโดยใช้ DNS requests หรือ DNS-over-HTTPS (DoH) ในการดำเนินการ

Diaz ยังกล่าวอีกว่ากลุ่ม OilRig หรือ APT34 ได้ใช้ DNSExfiltrator ในการย้ายข้อมูลภายในเครือข่ายจากนั้นจะทำการ exfiltration ไฟล์ไปยังเครือข่ายภายนอกอีกครั้ง โดยกลุ่ม OilRig น่าจะนำเทคนิคนี้มาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับในขณะทำการขโมยข้อมูลออกสู่เครือข่ายภายนอก

ทั้งนี้กลุ่ม OilRig หรือ APT34 นั้นเป็นกลุ่มเเรกที่ใช้เทคนิคขโมยข้อมูลผ่าน DNS มาก่อน จึงไม่แปลกที่กลุ่มนี้จะหันมาพัฒนาเทคนิคเป็นการขโมยข้อมูลผ่าน DNS-over-HTTPS (DoH)

Kaspersky กล่าวว่าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้นพบกลุ่ม OilRig มีความเชื่อมโยงกับการ exfiltration ข้อมูลผ่าน DoH ไปยังโดเมนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19

ที่มา: zdnet

CISA, DOD, FBI expose new Chinese malware strain named Taidoor

CISA, DOD และ FBI ออกแจ้งเตือนมัลเเวร์สายพันธุ์ใหม่ Taidoor ที่ถูกใช้ในการจารกรรมข้อมูลโดยเเฮกเกอร์จีน

สำนักงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA), กระทรวงกลาโหม (DOD) และสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้ออกรายงานการเเจ้งเตือนเกี่ยวกับมัลเเวร์สายพันธุ์ใหม่ชื่อ “Taidoor” ที่ถูกใช้งานทางด้านจารกรรมข้อมูลโดยแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่หน่วยงานในรัฐบาล, บริษัทและองค์กรต่างๆ

“Taidoor” เป็นมัลเเวร์ที่ถูกตรวจพบตั้งแต่ปี 2008 โดยมัลเเวร์ชนิดนี้ถูกระบุว่าเป็น REMOTE ACCESS TROJAN (RAT) ตามรายงานระบุว่ามัลเเวร์ชนิดใหม่นี้มีอยู่สองเวอร์ชั่นคือ เวอร์ชั่น 32 บิตและ 64 บิต โดยมัลเเวร์จะทำการติดตั้งในเครื่องของเหยื่อในรูปแบบ dynamic link library (DLL) โดยในไฟล์ DLL ที่ถูกติดตั้งนั้นจะประกอบไปด้วยสองไฟล์ ไฟล์แรกเป็นไฟล์ดาวน์โหลดเพื่อเริ่มต้นเซอร์วิสและสองคือไฟล์ที่ใช้ในการประมวลผลในหน่วยความจำและเป็นไฟล์หลักของ Remote Access Trojan (RAT) ซึ่งหลังจากที่เหยื่อติดเชื้อแล้ว Taidoor RAT จะเปิดช่องทางให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงได้จากระยะไกลเพื่อทำการโจมตีระบบหรือขโมยข้อมูลต่อไป

ทั้งนี้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบสามารถติดตามรายละเอียด IOCs ได้ที่: https://us-cert.

Confirmed: Garmin received decryptor for WastedLocker ransomware

ไม่ยืนยันว่าจ่ายค่าไถ่: Garmin ได้รับตัวถอดรหัสเพื่อกู้คืนไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสด้วย WastedLocker Ransomware

วันที่ 23 กรกฎาคม 2020 ที่ผ่านมา Garmin ประสบปัญหาลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงบริการที่เชื่อมต่อบริการ Garmin Connect, flyGarmin, Strava และ inReach solutions ทั่วโลก จนมีข่าวที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า Garmin ถูกโจมตีและถูกเข้ารหัสไฟล์ด้วย WastedLocker Ransomware และถูกเรียกค่าไถ่เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านดอลลาร์

BleepingComputer เข้าถึงคีย์ถอดรหัสเพื่อกู้คืนไฟล์ที่เข้ารหัสในการโจมตีด้วย WastedLocker Ransomware จากแหล่งข่าวโดยในชุดไฟล์ที่ได้รับนั้นประกอบไปด้วย ตัวติดตั้งซอฟแวร์, คีย์ถอดรหัส, ตัวถอดรหัส WastedLocker และสคริปเพื่อรันตัวถอดรหัส หลังจากสามารถเข้าถึงชุดไฟล์ที่ใช้ในการถอดรหัส BleepingComputer ได้ทำการทดสอบคีย์ถอดรหัสดูว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ ซึ่งหลังจากการทดสอบคีย์ถอดรหัสสามารถใช้งานได้จริง

WastedLocker Ransomware นั้นเป็น Ransomware ที่กำหนดเป้าหมายไปยังองค์กรระดับใหญ่ของโลกโดยมีกลุ่ม Evil Corp อยู่เบื้องหลังการปฏิบัติการ ในขณะนี้ยังไม่สามารถสร้างชุดถอดรหัสได้ฟรี ซึ่งองค์กรต่างๆ ควรทำการระมัดระวังการโจมตีด้วย Ransomware ในลักษณะนี้

BleepingComputer กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัท Emsisoft และบริษัท Coveware เป็นผู้ช่วยเหลือ Garmin ในการเจรจาเกี่ยวกับคีย์ถอดรหัส WastedLocker Ransomware แต่บริษัททั้งสองไม่ได้ออกความเห็นใดๆ รวมถึง Garmin เองก็ไม่เเสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อกู้คืนไฟล์ที่เข้ารหัสในการโจมตีด้วย WastedLocker Ransomware ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการจ่ายค่าไถ่จริงหรือไม่ รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดในการโจมตี ต้องรอทาง Garmin เเถลงอย่างเป็นทางการหลังจากการสืบสวนเหตุการณ์ต่อไป

ที่มา: bleepingcomputer

Florida teen arrested for orchestrating Twitter hack

เด็กหนุ่มวัย 17 ปีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีแฮก Twitter และทำการหลอกลวงให้โอนเงิน Bitcoin

ในการเเถลงการของกระทรวงยุติธรรมและอัยการรัฐซึ่งเเถลงโดย Andrew H. Warren อัยการสูงสุดของฮิลส์โบโร่ ได้ประกาศการจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 คนในการเเฮกบัญชี Twitter และทำการหลอกลวงให้โอนเงิน Bitcoin ไปยังบัญชีที่เกี่ยงข้องกับกลุ่มเเฮกเกอร์ ตามรายงานข่าว WFLA-TV ของฟลอริด้าซึ่งรายงานเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเป็นรายเเรกคือ Graham Ivan Clark เด็กหนุ่มวัย 17 ปีจาก Tampa เขต Hillsborough, Florida รายที่ 2 คือ Mason Sheppard หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Chaewon” อายุ 19 ปีอาศัยอยู่ที่ Bognor Regis ในสหราชอาณาจักร และคนสุดท้าย Nima Fazeli หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Rolex” อายุ 22 ปี จาก Orlando, Florida การจับกุมครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของหน่วยงาน FBI, IRS, DOJ และหน่วยสืบราชการลับ

ตามรายงานการจับกุมเปิดเผยว่าเมื่อ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา Clark สามารถเข้าถึงแบ็กเอนด์ของ Twitter โดยการใช้โทรศัพท์เพื่อทำการ Social-engineering พนักงานของ Twitter ด้วยการใช้ Credential ของพนักงาน Twitter ทำให้พวกเขาเข้าถึงเครื่องมือจากในแบ็กเอนด์ของ Twitter ได้จากนั้นพวกเขาทำการกำหมดเป้าหมายโดยเป็นบัญชี Twitter จำนวน 130 บัญชีเพื่อใช้ในการทวีตข้อความเพื่อหลอกลวงให้โอนเงิน Bitcoin ไปยังบัญชีที่เกี่ยงของกับพวกเขา จากนั้นทำการเซ็ตรหัสผ่าน 45 บัญชีเพื่อครอบครองบัญชีและส่งทวีตใหม่เพื่อโปรโมตการหลอกลวง จากนั้นทำการดาวน์โหลดข้อมูลส่วนตัว 8 บัญชี และกลุ่มเเฮกเกอร์ยังสามารถเข้าถึง Direct messages (DMs) จำนวน 36 บัญชี ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นบัญชีการโหวตเสียงลงคะแนนเสียงอย่างเป็นทางการของประเทศเนเธอร์แลนด์

จากการเเฮกครั้งนี้พบว่ามีผู้โอนเงินมากกว่า $100,000 ไปยังบัญชีที่เกี่ยงข้องกับกลุ่มเเฮกเกอร์ จากการจับกุมในครั้งนี้กลุ่มเเฮกเกอร์ถูกตั้งข้อหาความผิดทางอาญาเป็นจำนวน 30 ข้อหา หลังจากเหตุการณ์นี้ Twitter กล่าวว่าจะมีการจำกัดจำนวนพนักงานที่สามารถเข้าถึงเครื่องมือภายในของ Twitter เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการโจมตีในลักษณะนี้

ที่มา: zdnet

แฮกเกอร์ประกาศขายข้อมูลชื่อผู้ใช้/รหัสผ่านของ Pulse Secure VPN กระทบหน่วยงานไทยและผู้ให้บริการ MSP ชื่อดัง

แฮกเกอร์ประกาศขายรายการของบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านรวมไปถึงรายการไอพีแอดเดรสของ Pulse Secure VPN กว่า 900 รายการลงในบอร์ดใต้ดินสำหรับซื้อขายข้อมูลวันนี้ โดยอ้างอิงจากการตรวจสอบโดย ZDNet รายการข้อมูลนี้เป็นข้อมูลจริง ในเบื้องต้นเชื่อว่ารายการข้อมูลดังกล่าวมีที่มาจากการโจมตีช่องโหว่ CVE-2019-11510

ในรายการข้อมูลนี้ประกอบไปด้วย

หมายเลขไอพีแอดเดรสและโดเมนเนมของ Pulse Secure VPN
รุ่นของเฟิร์มแวร์ Pulse Secure VPN
SSH key
รายการของบัญชีผู้ใช้และแฮชของรหัสผ่านที่อยู่ใน Pulse Secure VPN
รายละเอียดบัญชีของผู้ดูแลระบบ
ข้อมูลการเข้าใช้งาน VPN รวมไปถึง username, password และ session cookie

จากการตรวจสอบโดยไอ-ซีเคียว ในรายการดังกล่าวมีข้อมูลของหน่วยงานไทยระดับกรมและกระทรวง รวมไปถึงหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ให้บริการ MSP ชื่อดังในไทยอยู่ด้วย

ทีม Intelligent Resposne จะประสานงานกับทาง ThaiCERT เพื่อทำการแจ้งเตือนและให้คำแนะนำต่อไป

ดูคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงของช่องโหว่ได้ที่: https://www.