Garmin บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สวมใส่ชื่อดังได้เเจ้งการหยุดให้บริการชั่วคราวในหลายๆระบบของ Garmin เช่น เว็บไซต์ Garmin.
Garmin หยุดให้บริการชั่วคราวหลังจากสงสัยว่ามีการโจมตี Ransomware
Microsoft จะหยุดการให้บริการ TLS 1.0 และ 1.1 ใน Office 365 ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2020
Microsoft ได้ประกาศหยุดการให้บริการสำหรับโปรโตคอล Transport Layer Security (TLS) เวอร์ชั่น 1.0 และเวอร์ชั่น 1.1 ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ Office 365 โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2020 เป็นต้นไป โดยการหยุดให้บริการนั้นถูกประกาศใน MC218794 Microsoft 365 admin center ของ Microsoft
Microsoft ได้เเจ้งว่าพวกเขากำลังจะย้ายบริการออนไลน์ทั้งหมดไปยังโปรโตคอล Transport Layer Security (TLS) เวอร์ชั่น 1.2+ ซึ่ง Microsoft กำลังผลักดันการยกเลิกใช้โปรโตคอล TLS 1.0 เฉกเช่นเดียวกับผู้ให้บริการเบราว์เซอร์รายใหญ่ทั้งหมดเช่น Google , Apple และ Mozilla
Microsoft ยังกล่าวอีกว่าสำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบและจะได้รับการเเจ้งเตือนคำแนะนำให้ทำการอัปเดต TLS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดนั้นมีดังนี้
Android เวอร์ชั่น 4.3 และรุ่นก่อนหน้า
Firefox เวอร์ชั่น 5.0 และรุ่นก่อนหน้า
Internet Explorer เวอร์ชั่น 8-10 บน Windows 7 และรุ่นก่อนหน้า
Internet Explorer เวอร์ชั่น 10 บน Windows Phone 8
Safari เวอร์ชั่น 6.0.4
OS X เวอร์ชั่น 10.8.4 และรุ่นก่อนหน้า
ทั้งนี้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบไอทีสามารถใช้เอกสาร KB4057306 อย่างเป็นทางการของ Microsoft เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการอัปเกรด TLS 1.2 ใน Office 365 และ Office 365 GCC ได้ที่นี่: https://docs.
กลุ่ม REVIL Ransomware ทำการข่มขู่ผู้ให้บริการ ISP รายใหญ่ของอาเจนติน่าให้ส่งมอบเงินค่าไถ่จำนวน $7.5 ล้านเหรียญเพื่อปลดล็อกไฟล์ที่ถูกเข้ารหัส
บริษัท Telecom Argentina ผู้ให้บริการ ISP รายใหญ่ของประเทศอาเจนติน่าได้เปิดเผยถึงกลุ่ม REVIL Ransomware หรือ Sodinokibi ได้ทำการโจมตีบริษัทและทำการเรียกร้องค่าไถ่เป็นเงินจำนวน $7.5 ล้านเหรียญเพื่อเป็นค่าไถ่สำหรับการปลดล็อกไฟล์ที่ถูกเข้ารหัส
เหตุการณ์เกิดในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2020 โดยกลุ่ม REVIL Ransomware ได้ทำการโจมตีเครือข่ายของบริษัทหลังจากที่พนักงานคนหนึ่งของบริษัทเปิดไฟล์ที่เเนบมากับอีเมลที่เป็นอันตรายของกลุ่ม REVIL Ransomware จึงทำให้กลุ่ม REVIL Ransomware สามารถเข้าควบคุม Domain Admin ภายในเครือข่ายบริษัทและทำแพร่กระจาย Ransomware ภายในเครือข่าย ซึ่งในช่วงเวลาที่ถูกบุกรุกนั้นทาง ISP ได้ทำการตรวจจับการบุกรุกในทันทีและได้แจ้งเตือนพนักงานผ่านการแจ้งเตือนภายใน เพื่อจำกัดการเชื่อมภายในเครือข่ายขององค์กรกับเครือข่าย VPN ภายในและยังสั่งห้ามพนักงานไม่ให้ทำการเปิดอีเมลที่มีไฟล์แนบ
ผู้ให้บริการ ISP กล่าวว่าอีกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อบริการโทรศัพท์พื้นฐานหรือเคเบิลทีวีและไม่ได้ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าของ ISP มีปัญหา หลังจากเกิดเหตุการณ์ภายในเว็บพอร์ทัลของ REVIL Ransomware มีข้อความแสดงความต้องการค่าไถ่จำนวน 109,345.35 เหรียญ Monero หรือประมาณ 7.5 ล้านเหรียญและถ้าหากไม่ทำการจ่ายภายใน 3 วันจำนวนเงินเรียกค่าไถ่จะเพิ่มเป็น 2 เท่า
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวของ ZDNet ให้ความเห็นว่าการโจมตีผ่านอีเมลของกลุ่ม REVIL ในครั้งนี้แตกต่างจากพฤติกรรมในอดีตที่มักโจมตีผ่านช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ระดับองค์กรอย่างที่เคยมีประวัติโจมตีด้วยช่องโหว่ Pulse Secure และ Citrix VPN ซึ่งนักวิจัยด้านความปลอดภัยจากบริษัท Bad Packets พบว่าบริษัท Telecom Argentina นั้นมีการใช้ Citrix VPN และใช้ Citrix ที่มีช่องโหว่ CVE-2019-19781 อีกด้วย
ทั้งนี้ผู้ใช้งานควรทำการตรวจสอบเเหล่งที่มาของอีเมลและทำการตรวจสอบไฟล์ที่แนบมากับอีเมลทุกครั้งที่เปิดเพื่อป้องกันการโจมตีด้วย Ransomware ซึ่งอาจจะทำให้ระบบของผู้ใช้งานได้รับผลกระทบและเสียหาย รวมถึงผู้ดูแลระบบควรอัพเดตแพตช์ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ระดับองค์กรเพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตี
ที่มา: zdnet.
ช่องโหว่ Zero-Day ใหม่ที่อยู่ใน Vanity URL ของ Zoom ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเลียนเเบบองค์กรได้
นักวิจัยของ Check Point ได้ทำการเปิดเผยช่องโหว่ Zero-Day ใหม่ในแอปพลิเคชันยอดนิยม Zoom ซึ่งช่องโหว่จะเปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถปลอมเเปลงเป็นองค์กรเพื่อหลอกพนักงานหรือหุ้นส่วนธุรกิจให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับอื่น ๆ โดยใช้กลวิธีทาง Social-engineering
นักวิจัยของ Check Point กล่าวว่าช่องโหว่นี้อยู่ในฟีเจอร์ Vanity URL ของ Zoom ซึ่งฟีเจอร์นี้ได้เปิดให้ผู้ใช้งานในรูปเเบบบริษัทสามารถทำการกำหนดโดเมน Zoom meeting ที่เชื่อมโยงไปยังห้องการประชุม Zoom ได้เช่น https://organization_name.
Orange ยืนยันโดน Nefilim Ransomware โจมตี ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 กลุ่ม Nefilim Ransomware ได้เปิดเผยข้อมูลของ Orange บริษัทโทรคมนาคมของฝรั่งเศสลงในเว็บไซต์ของกลุ่ม ซึ่งเป็นไฟล์ข้อมูลชื่อ 'Orange_leak_part1.rar' ขนาด 339 MB ในไฟล์มีข้อมูลที่สงสัยว่าถูกขโมยมาในระหว่างการโจมตี
ผู้ใช้งาน Twitter ชื่อ Ransom Leaks ซึ่งเป็นนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลรั่วไหลจาก Ransomware ระบุกับทาง BleepingComputer ว่าในไฟล์ข้อมูลนี้มีอีเมลและไฟล์จาก ATR Aircraft ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินฝรั่งเศส จากข้อมูลดังกล่าวอาจบ่งบอกได้ว่า ATR เป็นลูกค้าแพลตฟอร์ม Le Forfait Informatique ของบริษัท Orange และถูกขโมยข้อมูลไปในระหว่างการโจมตีด้วย
อย่างไรก็ตามการโจมตีนี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า PRO/SME 20 ราย ที่โฮสต์บนแพลตฟอร์ม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบได้รับแจ้งจากบริษัท Orange แล้ว และบริษัทยังคงติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์ในครั้งนี้เพิ่มเติม
ที่มา: bleepingcomputer
“wsreset” เครื่องมือบน Windows 10 Store ช่วยให้ผู้โจมตี Bypass โปรแกรมป้องกันไวรัส
Daniel Gebert นักวิจัยระบบด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยการค้นพบเทคนิคใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือบน Windows 10 Microsoft Store ที่เรียกว่า “wsreset.
Adobe เพิ่มระบบ 2FA ในผลิตภัณฑ์ Magento เพื่อป้องกันการโจมตี Card Skimming Attack
Adobe ได้ประกาศเพิ่มการรับรองการใช้ Two-factor authentication (2FA) ในผลิตภัณฑ์ Magento เพื่อตอบสนองต่อการโจมตีที่มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งการใช้ 2FA จะช่วยป้องกันผู้โจมตีที่พยายามทำการเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทีม Security Operation ของ Adobe ได้เปิดเผยว่าการโจมตีกว่า 75% ในผลิตภัณฑ์ Magento นั้นเกิดขึ้นในลักษณะ Web Skimming (หรือที่รู้จักคือ Magecart หรือ e-skimming) โดยหลังจากการบุกรุกแล้ว ผู้โจมตีจะพยายามใช้สคริปต์ในการลักลอบบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตและการทำธุรกรรมบนเว็บไซต์ซึ่งใช้ Magento เพื่อพยายามขโมยข้อมูลการใช้บัตรเครดิตของลูกค้าซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้บริษัท Sansec ได้เปิดเผยถึงโจมตีรูปแบบนี้ผ่านกลุ่มแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือ Lazarus หรือ Hidden Cobra ที่ได้ทำการขโมยข้อมูลการชำระเงินของลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์ Magento
ทีม Security Operation ของ Adobe ยังกล่าวอีกว่าการใช้งาน 2FA ก่อนเข้าสู่ระบบพอร์ทัลของผู้ดูแลระบบ Magento จะช่วยตรวจสอบความถูกต้องและลดการโจมตี ซึ่งจะช่วยป้องกันผู้ที่ทำการบุกรกไม่ให้เข้าถึงพอร์ทัลของผู้ดูแลระบบด้วยบัญชีที่ถูกบุกรุก สำหรับส่วนขยายการใช้งาน 2FA นั้นจะติดตั้งเป็น Core Bundled Extension (CBE) โดยอัตโนมัติเมื่อติดตั้งหรืออัพเกรดเป็น Magento Open Source หรือ Commerce 2.4.X
ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบหรือผู้ดูแลเว็บไซต์ควรทำการอัพเกรดระบบเพื่อใช้งาน 2FA ในป้องกันผู้ประสงค์ร้ายเข้าถึงระบบของผู้ดูแลระบบ
ที่มา: bleepingcomputer
กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียกำหนดเป้าหมายมุ่งโจมตีสถาบันพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ด้วยมัลแวร์
กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียกำหนดเป้าหมายมุ่งโจมตีสถาบันพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ด้วยมัลแวร์
ศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร หรือ National Cyber Security Centre (NCSC) ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของกลุ่มเเฮกเกอร์รัสเซียซึ่งได้ทำการโจมตีองค์กรที่เกี่ยวข้องในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนต่อต้าน Coronavirus หรือ COVID-19 ซึ่งกิจกรรมการโจมตีดังกล่าวกำลังถูกดำเนินการด้วยกลุ่มภัยคุกคาม APT29
รายงานดังกล่าวประกอบด้วยข้อมูลจากหลายแหล่งซึ่งเป็นความพยายามร่วมมือกันของศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCSC), สำนักงานความมั่นคงด้านการสื่อสารของแคนาดา (CSE), สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NSA) และ หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์ (CISA ) โดยรายละเอียดของรายงานพบว่ากลุ่ม Cozy Bear นั้นพยายามทำการ Spear Phishing รวมไปถึงการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Citrix (CVE-2019-19781), Pulse Secure (CVE-2019-11510), Fortigate (CVE-2019-13379) และ Zimbra Collaboration Suite (CVE-2019-9670)
รายงานยังกล่าวอีกว่าหลังจากกลุ่มเเฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กรที่ตกเป็นเหยื่อแล้วพวกเขาจะทำการดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์ SoreFang, WellMess และ WellMail
ผู้ดูแลระบบควรทำการรีบอัพเดตเเพตซ์การเเก้ไขช่องโหว่ที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อป้องกันการโจมตีและการหาประโยชน์จากช่องโหว่ โดยกลุ่มผู้ประสงค์ร้ายต่างๆ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจ IOCs ของมัลแวร์ข้างต้นสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่: ncsc.
กลุ่ม Maze Ransomware ปล่อยข้อมูลชุดสมบูรณ์ 100% ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว
กลุ่ม Maze Ransomware ปล่อยข้อมูลชุด 100% ซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วหลังจากถึงเส้นตายตามมาตรการใหม่ของกลุ่ม Maze
ตามมาตรการใหม่ของ Maze ซึ่งไอ-ซีเคียวได้เคยนำเสนอข่าวไปก่อนแล้วนั้น กลุ่ม Maze จะทำการปล่อยข้อมูลชุดแรกบางส่วนเพื่อยืนยันการโจมตีว่าได้เกิดขึนจริง หลังจากนั้นกลุ่ม Maze จะมีการให้เวลาเหยื่อเป็นเวลา 10 วันเพื่อให้ดำเนินการทำตามข้อตกลง (คำขู่กรรโชก) โดยหากเหยื่อไม่สามารถทำได้ภายในเวลา 10 วัน กลุ่ม Maze จะมีดำเนินการปล่อยข้อมูลทั้งหมดที่กลุ่มได้มาจากการปฏิบัติการนั้น
ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าทาง PEA ตัดสินใจที่จะไม่ปฏิบัติตามคำเรียกร้องของกลุ่ม Maze ซึ่งส่งผลให้เกิดการปล่อยข้อมูลชุดนี้ออกมา การตัดสินใจในครั้งนี้หากอยู่บนพื้นฐานของการมีข้อมูลที่เพียงพอและสามารถประเมินผลกระทบหากข้อมูลที่ถูกผู้โจมตียึดครองถูกปล่อยออกมาได้ก็อาจถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะการยินยอมทำตามคำขู่กรรโชกในทางอ้อมก็ถือเป็นการสนับสนุนให้กลุ่ม Maze คงอยู่และปฏิบัติการต่อไปได้
ไฟล์ที่ถูกปล่อยออกมาในครั้งล่าสุดนี้มีจำนวน 18 ไฟล์ รวมจากที่ปล่อยออกมาแล้วจำนวน 3 ไฟล์เป็นจำนวนทั้งหมด 21 ไฟล์ มีการปรากฎของชื่อไฟล์ที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องกับโครงการของทาง PEA อาทิ ELGBlockchanin.
Cisco ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ความรุนเเรงระดับ “Critical” ที่อนุญาตให้ผู้โจมตีสามารถยึดครองเราเตอร์ได้
Cisco ได้ประกาศถึงเเพตซ์เเก้ไขและปรับปรุงความปลอดภัยเพื่อจัดการเเก้ไขช่องโหว่ Remote Code Execution (RCE), Authentication Bypass และ Static Default Credential ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์เราเตอร์และไฟร์วอลล์หลายตัวใน Cisco ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถครอบครองอุปกรณ์อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ Cisco ยังได้ออกเเพตซ์การปรับปรุงความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่การเพิ่มสิทธิพิเศษในซอฟต์แวร์ Cisco Prime License Manager
ช่องโหว่ที่ได้รับการเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่และปรับปรุงความปลอดภัยทั้ง 5 รายการนี้ถูกจัดระดับคะเเนนความรุนเเรงจาก CVSS อยู่ที่ 9.8 จาก 10 คะเเนน โดยช่องโหว่ที่สำคัญมีดังนี้
ช่องโหว่ CVE-2020-3330 เป็นช่องโหว่ Static Default Credential กระทบกับ Cisco Small Business รุ่น RV110W Wireless-N VPN Firewall firmware เฟิร์มแวร์ก่อนเวอร์ชั่น 1.2.2.8.
ช่องโหว่ CVE-2020-3323 เป็นช่องโหว่ Remote Command Execution (RCE) กระทบกับ Cisco Small Business รุ่น RV110W, RV130, RV130W และ RV215W
ช่องโหว่ CVE-2020-3144 เป็นช่องโหว่ Authentication Bypass กระทบกับ Cisco RV110W, RV130, RV130W และ RV215W
ช่องโหว่ CVE-2020-3331 เป็นช่องโหว่ Arbitrary Code Execution กระทบกับ Cisco เราเตอร์ซีรีส์ RV110W and RV215W เฟิร์มแวร์ก่อนเวอร์ชั่น 1.3.1.7.
ช่องโหว่ CVE-2020-3140 เป็นช่องโหว่ Privilege Escalation กระทบกับ Cisco Prime License Manager เวอร์ชั่นก่อนหน้า 10.5(2)SU9 และ 11.5(1)SU6
ผู้ใช้งานควรรีบทำการอัปเดตเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่
ที่มา: bleepingcomputer
