บริษัทประกันภัย AXA ในประเทศไทย มาเลเซีย ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ถูกโจมตีโดยแรนซัมแวร์

กลุ่มแรนซัมแวร์ Avaddon อ้างว่าได้ทำการโจมตีและขโมยข้อมูลจำนวน 3 TB ของ AXA โดยระบุว่าเป็นข้อมูล

รายงานทางการแพทย์ของลูกค้า
การเคลมประกันของลูกค้า
การชำระเงินของลูกค้า
เอกสารสแกนบัญชีธนาคารของลูกค้า
ข้อมูลเฉพาะของโรงพยาบาลและแพทย์
เอกสารประจำตัว เช่น บัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทาง

ซึ่งกลุ่มแรนซัมแวร์ Avaddon ได้ออกมาประกาศการโจมตีนี้ หลังจากทาง AXA ถูกลดการคุ้มครองการจ่ายค่าไถ่ในการโจมตีแรนซัมแวร์ตามนโยบายของ cyber-insurance ในประเทศฝรั่งเศส และปัจจุบันทางบริษัทประกันภัย AXA ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของกลุ่มแรนซัมแวร์ Avaddon

ก่อนหน้านี้ กลุ่มแรนซัมแวร์ Avaddon มีการประกาศข่มขู่ว่าจะเริ่มการโจมตี DDoS ไปยังเว็บไซต์ของแอกซ่าจนกว่าจะได้รับการติดต่อและเริ่มเจรจาเพื่อจ่ายค่าไถ่ โดยทาง BleepingComputer รายงานว่ายังพบการโจมตี DDoS อย่างต่อเนื่องกับเว็บไซต์ของแอกซ่า ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ในช่วงเวลาหนึ่งเมื่อวานนี้ (16/5/2021)

การโจมตีในครั้งนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ของบริษัท Asia Assistance ที่ตกเป็นเหยื่อในการโจมตีของแรนซัมแวร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านไอทีในประเทศไทย มาเลเซีย ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ จึงทำให้มีการเข้าถึงข้อมูลบางอย่างโดย Inter Partners Assistance (IPA) โดยเจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจสอบเหตุการณ์นี้และได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

ที่มา : bleepingcomputer.

Qakbot Malware is Targeting the Users Via Malicious Email Campaign

โทรจัน Qakbot หรือที่เรียกว่า QBot หรือ Pinkslipbot เป็นโทรจันที่ถูกใช้กลุ่มผู้ไม่หวังดีที่มีเป้าหมายหลักในการโจมตีทางด้านธนาคารและการเงิน พบการใช้งานตั้งแต่ปี 2017 มีการแพร่กระจายผ่าน payload เชื่อมต่อ Server C&C และ ปัจจุบันเริ่มมีการใช้งานไปในวงกว้างมากขึ้น

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Alien Labs สังเกตเห็นแคมเปญที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่ซึ่งเหยื่อที่ตกเป็นเป้าหมายด้วยอีเมลล์ล่อลวงที่เป็นอันตราย จากผู้รับที่มีความน่าเชื่อถือ หรือมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอยู่แล้ว

โดย email account และข้อมูลภายในเมล์ที่ถูกขโมยออกไป สามารถสร้างผลกระทบได้ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งหลายๆองค์กรสามารถถูกกำหนดเป็นเป้าหมาย จาก email ของผู้ตกเป็นเหยื่อก่อนหน้า

เมื่อเปิดไฟล์ที่เป็นอันตราย โดยสถานะไฟล์จะถูกเรียกว่า DocuSign โดยซอฟต์แวร์ยอดนิยมที่ใช้ในการแพร่กระจาย malicious คือ Excel ใช้ประโยชน์จาก Macros Excel 4.0 (XML macros) ทำการซ่อน sheets ดาวน์โหลด QakBot และ payload จากอินเทอเน็ตเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ผู้โจมตี ก่อนที่จะเข้าสู่ Payload หลัก QakBot loader จะทำการทดสอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับเครื่องที่ติดตั้งอยู่เพื่อเลือกว่าจะทำการดาวน์โหลดไฟล์อะไรมาติดตั้งบนเครื่องของเหยื่อต่อไป โดย Qakbot จะมีการเช็คสภาพแวดล้อมของเครื่องว่าเป็น Virtual Machine และหาว่าเครื่องดังกล่าวมีการลงโปรแกรม Antivirus หรือ common security researcher tools ไว้ภายในเครื่องหรือไม่

เพื่อให้การตรวจจับและวิเคราะห์ยากขึ้น QakBot จะเข้ารหัส String และถอดรหัสเมื่อมีการรันโปรเซส เมื่อดำเนินการเสร็จ จะดำเนินการลบข้อมูลออกจาก memory ทันที จุดเด่นของ โทรจัน QakBot ที่ใช้ในการ phishing ในอีเมล์ปลอมจะมีข้อมูล เช่นการจัดส่งใบสั่งงานคำขอเร่งด่วนใบแจ้งหนี้การอ้างสิทธิ์ ฯลฯ อีเมลฟิชชิ่งจะมีรูปแบบสลับกันระหว่าง ไฟล์แนบและลิงค์ QakBot มักใช้เป็นทางคล้ายกับ TrickBot หรือ Emotet ซึ่งนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการติดตั้ง Ransomware ต่อไป

ที่มา : ehackingnews

Adobe ปล่อย Update Patch Tuesday สำหรับเดือน พฤษภาคม 2021

โดยมีการแก้ไขช่องโหว่หลายรายการที่ครอบคลุมทั้ง 12 ผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงช่องโหว่ Zero-day ที่ส่งผลกระทบกับ Adobe Reader

มีรายงานว่า พบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โจมตีไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้ Adobe Reader บน Windows (CVE-2021-28550) ช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถเรียกใช้โค้ดแปลกปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต (Arbitrary Code Execution) บนระบบเป้าหมายได้
ส่งผลกระทบกับ Windows และ macOS เวอร์ชัน Acrobat DC, Acrobat Reader DC, Acrobat 2020, Acrobat Reader 2020, Acrobat 2017 และ Acrobat Reader 2017

รายการแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่มีการอัปเดต ได้แก่
Adobe Experience Manager

Adobe InDesign

Adobe Illustrator

Adobe InCopy

Adobe Genuine Service

Adobe Acrobat and Reader

Magento

Adobe Creative Cloud Desktop Application

Adobe Media Encoder

Adobe After Effects

Adobe Medium

Adobe Animate

โดยมี 10 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Critical และ 4 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Important ถูกพบใน Adobe Acrobat and Reader และช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 5 รายการ (CVE-2021-21101-CVE-2021-21105) ใน Adobe Illustrator ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินการเรียกใช้คำสั่ง หรือโค้ดที่อาจจะเป็นอันตรายด้วย User ที่ใช้งานอยู่ในตอนนั้น

ช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขแล้วใน Patch Tuesday โดยรวมแล้วทั้งหมด 43 รายการ

แนะนำให้ผู้ใช้ทำการรีบอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อทำการโจมตีระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัย

ที่มา : thehackernews

U.S. Declares Emergency in 17 States Over Fuel Pipeline Cyber Attack

สหรัฐออกกฎหมายฉุกเฉินหลัง Colonial Pipeline บริษัทผู้ดูแลท่อส่งน้ำมันฝั่งตะวันออกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ออกประกาศว่าถูกโจมตีระบบเครือข่ายด้วย DarkSide Ransomware ส่งผลกระทบต่อการจัดหา น้ำมันเบนซิน, ดีเซล, น้ำมันเครื่องบินและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นอื่น ๆ และต้องทำการปิดท่อส่งเชื้อเพลิง 5,500 ไมล์จากเมืองฮุสตันของเท็กซัสไปยังท่าเรือนิวยอร์ก

Colonial Pipeline เป็นบริษัทที่ทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือคิดเป็น 45% ของปริมาณการใช้น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงอากาศยานในฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ การโจมตีทำให้กลุ่มแฮกเกอร์ได้ข้อมูลภายในของบริษัทเกือบ 100 กิกะไบต์ และทำการเข้ารหัสคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์บางส่วนเพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งหากบริษัทไม่ยอมจ่ายเงิน ก็จะทำการปล่อยข้อมูลดังกล่าวสู่สาธารณะ

จากรายงานของ Crowdstrike คาดว่า DarkSide เป็นฝีมือแฮกเกอร์ที่เรียกว่า Carbon Spider (aka Anunak, Carbanak หรือ FIN7) ซึ่งผู้จัดการระดับสูงและผู้ดูแลระบบเพิ่งถูกตัดสินจำคุกในสหรัฐฯเป็นเวลา 10 ปี และจากการตรวจสอบบนเว็บไซต์ของกลุ่มแฮกเกอร์ ที่ชื่อว่า DarkSide's data leak ยังพบการเผยแพร่ข้อมูลของธุรกิจน้ำมันและก๊าซอื่นๆ เช่น Forbes Energy Services และ Gyrodata
ปัจจุบันบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งกู้คืนระบบ และพยายามทำให้ระบบบางส่วนกลับมาให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง

ที่มา : thehackernews

กลุ่มอาชญากรไซเบอร์อยู่เบื้องหลังการใช้แรนซัมแวร์ Babuk โจมตีและขู่เปิดเผยไฟล์ส่วนบุคคลของกรมตำรวจนครบาล (MPD) ในสหรัฐอเมริกา

กลุ่มผู้โจมตีได้ขโมยข้อมูลที่ไม่มีการเข้ารหัส จำนวน 20 ไฟล์ ขนาด 250 GB ซึ่งเป็นข้อมูล รายงานการสอบสวนการจับกุม การดำเนินการทางวินัย และสรุปข่าวกรองอื่น ๆ

โดยการโจมตีที่เกิดขึ้นมาจาก DarkSide Ransomware ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับ Ransomware อื่นๆ ที่มีการพยายามข่มขู่ด้วยวิธีที่เรียกว่า “Double Extortion” เพื่อเรียกร้องให้จ่ายเงินแลกกับการปลดล็อกไฟล์และเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเข้ารหัส รวมถึงจะไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ขโมยมา

The Hacker News เปิดเผยว่ากลุ่มผู้โจมตีเรียกร้องให้จ่ายค่าไถ่อยู่ที่ 4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทางตำรวจ DC ยินยอมที่จะจ่ายเงินจำนวน 100,000 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกขโมยออกไป ซึ่งหากข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับ ก็มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้โจมตีจะเปิดเผยข้อมูลที่ขโมยไปทั้งหมดออกมา

ที่มา : thehackernews

Nvidia แจ้งเตือนการพบปัญหาใน GPU driver และซอฟต์แวร์ vGPU ส่งผลให้สามารถถูกใช้ในการยกระดับสิทธิ์, รันคำสั่งอันตราย หรือทำ DoS

ช่องโหว่ทั้งหมดในส่วนของ GPU Display Driver ผู้ไม่หวังดีจำเป็นจะต้องเข้ามาถึงเครื่องได้ก่อน (local) จึงจะสามารถทำการโจมตีได้ ซึ่งประกอบด้วย

CVE-2021-1074 (คะแนน 7.5/10): ปัญหาอยู่ในตัว Installer ของ driver รุ่น R390 สำหรับ Windows ผู้ไม่หวังดีที่สามารถเข้ามาถึงเครื่องได้ (local) สามารถแทรกไฟล์อันตรายลงไปแทนที่ไฟล์ปกติ เพื่อใช้รันคำสั่งอันตราย, ยกระดับสิทธิ์, DoS หรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญได้
CVE-2021-1075 (คะแนน 7.3/10): ปัญหาอยู่ในส่วน kernel (nvlddmkm.

FBI แชร์ข้อมูลอีเมลที่ถูกใช้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ Emotet มากกว่า 4 ล้านรายการให้กับ Have I Been Pwned

สืบเนื่องจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อทลายเครือข่ายของมัลแวร์ Emotet ส่งผลให้มีการยึดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกใช้ในการกระทำความผิดหลายร้อยเครื่องทั่วโลก ตามมาด้วยการถอนการติดตั้งมัลแวร์บนเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา นอกจากจะติดตั้งไฟล์มัลแวร์บนเครื่องเหยื่อแล้ว Emotet ยังมีการขโมยข้อมูลอีเมลที่มีการใช้งานบนเครื่องของเหยื่อด้วย เพื่อนำไปใช้แพร่กระจายมัลแวร์ต่อไป โดยข้อมูลอีเมลส่วนนี้ที่ถูกขโมยมา FBI ได้ทำการแชร์ให้กับ Have I Been Pwned เพื่อให้ผู้ที่สงสัยว่าตนเองตกเป็นเหยื่อหรือไม่ สามารถร้องขอเพื่อทำการตรวจสอบได้

Troy Hunt ซึ่งเป็นผู้สร้างเว็บไซต์ Have I Been Pwned ขึ้นมาระบุว่า 39% ของอีเมลที่ตกเป็นเหยื่อของ Emotet นี้ ถูกพบว่าเคยรั่วไหลมาก่อนหน้านี้แล้ว จากบริการอื่น ๆ ที่ Have I Been Pwned มีข้อมูลอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามข้อมูลส่วนนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ "Sensitive Breach" ตามรายงานของ Troy Hunt นั่นแสดงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถถูกค้นหาบนหน้าเว็บไซต์ได้อย่างสาธารณะ (Public) ผู้ที่เป็นเจ้าของอีเมล หรือโดเมนขององค์กรเท่านั้นที่จะสามารถร้องขอให้ค้นหาได้ โดยต้องทำการพิสูจน์ตัวตนตามกระบวนการของ Have I Been Pwned ก่อน

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจาก Have I Been Pwned แล้ว ยังมีเว็บไซต์ที่ชื่อว่า "Have I Been Emotet" ด้วยที่สามารถถูกใช้เพื่อตรวจสอบว่าอีเมลที่สงสัย เคยถูกใช้โดยมัลแวร์ Emotet หรือไม่ โดยพบว่ามีข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 25 มกราคม 2วันก่อนที่มัลแวร์ Emotet จะถูกปิดตัวลง

ที่มา: bleepingcomputer

ค้นพบช่องโหว่ใหม่บน F5 Big-IP ส่งผลให้สามารถข้ามผ่านกระบวนการความปลอดภัยของ Key Distribution Center (KDC) บน Kerberos Protocol ได้

ช่องโหว่ CVE-2021-23008 (คะแนน 8.1/10) ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถข้ามผ่าน (Bypass) กระบวนการพิสูจน์ตัวตน (Authentication) บน Kerberos ไปยัง Big-IP Access Policy Manager (APM) และข้ามผ่านข้อกำหนดความปลอดภัย (Security Policies) ได้

ทั้งนี้ Key Distribution Center (KDC) ทำงานอยู่บนโปรโตคอล Kerberos ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ใช้สำหรับทำหน้าที่พิสูจน์ตัวตน (Authentication) โดยมี KDC ที่ทำงานเปรียบเสมือนเซิร์ฟเวอร์ตัวกลางที่ใช้ในการเก็บ Shared Secret Key และสิทธิ์ของผู้ใช้งานทุกคน จากนั้นจะทำหน้าที่แจกจ่าย Ticket ให้กับผู้ใช้งานที่ถูกต้องไปใช้เข้าถึง service ที่ต้องการ การโจมตีนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ผู้ไม่หวังดีส่ง Response (AS-REP: Kerberos Authentication Service Response) ที่ถูกปลอม (Spoofed) ในกระบวนการเชื่อมต่อของ Kerberos Key Distribution Center (KDC) ที่ถูกยึดครองแล้ว หรือจาก AD Server ที่ถูกยึดครองโดยผู้ไม่หวังดีแล้ว หากมีการใช้งานร่วมกับ AD ด้วย

Big-IP APM เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบจะประกอบไปด้วย 11.5.2 - 11.6.5 (ยังไม่มีแพทช์), 12.1.0 - 12.1.5 (อัพเดตเป็น 12.1.6), 13.1.0 - 13.1.3 (อัพเดตเป็น 13.1.4), 14.1.0 - 14.1.3 (อัพเดตเป็น 14.1.4), 15.0.0 - 15.1.2 (อัพเดตเป็น 15.1.3) และ 16.0.0 - 16.0.1 (ยังไม่มีแพทช์) ควรทำการอัพเดตตามเวอร์ชัน หากมีแพทช์แล้ว

ที่มา: thehackernews, support.

Microsoft ประกาศปลดระวาง .NET Framework เก่าหลายเวอร์ชัน

สืบเนื่องจาก SHA-1 ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป และมี .NET หลายเวอร์ชันที่ใช้ Hash Algorithm นี้ในการ Signed จึงถึงเวลาที่จะต้องหยุดใช้งานเวอร์ชันดังกล่าวเนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วยเวอร์ชัน 4.5.2, 4.6 และ 4.6.1 และเปลี่ยนไปใช้เป็น SHA-2 แทน โดยเวอร์ชันทั้งหมดนี้จะยังได้รับการอัพเดตจาก Microsoft ต่อไปจนถึงวันที่ 26 เมษายน 2022 หลังจากนั้นจะไม่มีการปล่อยอัพเดตใด ๆ จาก Microsoft ต่อไป ยกเว้นเวอร์ชัน 4.6 ที่มากับ Windows 10 Enterprise LTSC 2015 ที่จะยังได้รับการอัพเดตจนถึงเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ระบบปฏิบัติการดังกล่าวจะไม่ได้รับการอัพเดตจาก Microsoft อีกต่อไปเช่นเดียวกัน

นักพัฒนาที่มีการใช้งานเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวควรเปลี่ยนไปใช้เวอร์ชัน 4.6.2 เป็นอย่างน้อย เพื่อจะได้รับการอัพเดตต่อไปหากมีปัญหาในอนาคต ทั้งนี้มีการระบุว่าเวอร์ชัน 4.6.2 (ถูกปล่อยออกมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว) และ 4.8 (ถูกปล่อยออกมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว) ถือว่าเป็นเวอร์ชันที่มีความเสถียรสูง จากข้อมูลที่อ้างอิงว่ามีมากกว่า 100 ล้านเครื่องที่ใช้งานอยู่ โดยระบุว่าการอัพเดตครั้งนี้ นักพัฒนาไม่จำเป็นต้อง recompile หรือ retarget แอพพลิเคชั่นที่พัฒนาใหม่ เพียงแต่แนะนำให้ลองทำการทดสอบบน runtime เวอร์ชันใหม่นี้ก่อน หากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวได้รับการ deploy ไปแล้ว

ที่มา: bleepingcomputer

กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil ลบข้อมูลรั่วไหลของ Apple จากเว็บไซต์ใต้ดินของตนเอง เพื่อเตรียมปล่อยข้อมูลชุดใหม่

กลุ่ม REvil ได้ทำการลบข้อมูลแผนผังส่วนประกอบ (Schematic) ของอุปกรณ์ Apple ที่ถูกเปิดเผยเพื่อเรียกค่าไถ่บนเว็บไซต์ใต้ดินของตนเอง หลังจากที่มีรายงานว่าได้ทำการคุยตกลงส่วนตัวกับบริษัท "Quanta" ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติไต้หวันที่ช่วยผลิต Apple Watch, Macbook Air และ Macbook Pro เหยื่อของการรั่วไหลข้อมูลในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้กลุ่มนี้ได้มีการเรียกค่าไถ่เป็นจำนวน 50 ล้านเหรียญเพื่อแลกกับการปกปิดข้อมูล แต่เมื่อไม่มีการตอบรับจากเหยื่อจึงได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวบนเว็บไซต์ใต้ดินของตนเอง นอกจากนี้ยังได้มีการแจ้งเตือนไปยัง Apple ให้ทำการซื้อข้อมูลดังกล่าวกลับไปก่อนวันที่ 1 พฤษภาคมที่จะถึง หากไม่จะทำการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม

การลบข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ครั้งนี้ ประกอบด้วยข้อมูลแผนผังส่วนประกอบ (Schematic) และแบบร่าง (Drawing) ของอุปกรณ์ Apple จากรายงานระบุว่ากลุ่มเรียกค่าไถ่ และบริษัท Quanta ที่เป็นเหยื่อได้มีการคุยแชทส่วนตัวกัน โดยกลุ่มเรียกค่าไถ่ได้มีการแจ้งว่าจะทำการซ่อนข้อมูลดังกล่าวบนเว็บไซต์ และหยุดให้ข้อมูลกับสื่อ (reporters) ไปก่อน เพื่อให้การเจรจาสามารถดำเนินการต่อไปได้ และหากยอมเจรจาด้วยก่อนวันที่ 7 พฤษภาคม จะทำการลดค่าไถ่ให้เหลือเพียง 20 ล้านเหรียญ แต่ถ้าหากไม่มีการตอบสนองกลับมา จะทำการเปิดเผยข้อมูลใหม่ ที่ถูกระบุว่าจะเป็นแบบร่าง (Drawing) ของ iPad ตัวใหม่ และ Logo ใหม่ของ Apple

ที่มา: bleepingcomputer