แฮ็กเกอร์จีนใช้ Malware SparroWocky ในการโจมตีหน่วยงานรัฐบาลเพื่อจารกรรมข้อมูล

กลุ่มจารกรรมทางไซเบอร์ FamousSparrow ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับจีน กำลังใช้ Backdoor ตัวใหม่ชื่อ SparroWocky ในการโจมตีหน่วยงานรัฐบาลในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินมานานกว่าหนึ่งปี โดย Malware ตัวใหม่นี้เข้ามาแทนที่ Custom Backdoor เดิมที่กลุ่มดังกล่าวเคยใช้งาน ซึ่งมีชื่อว่า SparrowDoor

นักวิจัยจาก ESET พบการใช้งาน SparroWocky ในการโจมตีองค์กรในอาร์เจนตินา, เอกวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, ปานามา, เปรู, เปอร์โตริโก และเวเนซุเอลา

นักวิจัยเชื่อว่าเป้าหมายของ Threat Actor คือการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับการตอบสนองของรัฐบาลในลาตินอเมริกาต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีน

จากการวิเคราะห์ของ ESET พบว่า SparroWocky เป็น C++ Backdoor แบบ Modular ที่มาพร้อมความสามารถหลากหลาย และมีการนำ Code จากโครงการ Open Source มาใช้งาน

Malware ดังกล่าวมี Mechanism สำหรับหลบเลี่ยงการวิเคราะห์หลายรูปแบบ เช่น การ Manipulate โครงสร้างระดับ Low-level ภายใน Memory และการ Patch Code ระหว่าง Runtime โดย SparroWocky มีความสามารถดังต่อไปนี้:

รัน Commands และ Executable Files
Load และ Execute Beacon Object Files (BOF) ภายใน Memory
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ System, Network, User, Domain และ Windows Version
Enumerate Drives, Directories, Files, Displays และ Active User Sessions
Upload, Download, Copy, Move, Rename และ Delete Files
Capture Screenshots ทุก ๆ 500 มิลลิวินาที โดยหลังจากส่งภาพหน้าจอแบบเต็มเป็นครั้งแรกแล้ว Malware จะส่งเฉพาะส่วนของหน้าจอที่มีการเปลี่ยนแปลง
สร้าง Process ภายใน Session ของ User อื่นที่ Login อยู่
ทำงานเป็น TCP Proxy และ Forward Connections
ลบ Persistence ของตัวเอง และลบ Files ของ Malware

ตามข้อมูลของนักวิจัย Malware ถูก Deploy ผ่านเทคนิค DLL Side-loading หลังจาก Loader ทำการ Decrypt Payload ที่ถูกเข้ารหัสด้วย RC4 และเก็บอยู่ภายในไฟล์ .dat จากนั้นจึง Map Payload เข้า Memory โดยตรงเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ

Malware ยังมี Mechanism สำหรับ Evasion อีกหลายรูปแบบ ได้แก่ Call Stack และ Threat Origin Spoofing, Dynamic API Resolving รวมถึงการปลอม Code และ DLL ที่เป็นอันตรายซึ่งอยู่ใน Memory ให้ดูเหมือนเป็น Components ที่ถูกต้องของ Windows

เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจาก Security Solutions, SparroWocky จะ Intercept กระบวนการสร้าง Thread ของ Windows เพื่อแก้ไข Start Address

ESET อธิบายว่า SparroWocky ใช้ Library MinHook เพื่อ Hook ฟังก์ชัน CreateThread และซ่อนค่า lpStartAddress เดิมจาก Security Products

กล่าวโดยสรุป Thread ที่ถูกสร้างโดย SparroWocky จะกำหนดให้ AnimateWindow เป็น Start Address ซึ่งมีแนวโน้มที่จะถูก Security Product มองว่า Thread ดังกล่าวเป็นการทำงานที่ถูกต้องตามปกติ

SparroWocky สร้าง Persistence ได้ 2 วิธี ได้แก่ การทำงานผ่าน Windows Service ที่ชื่อ ProcAuditManager หรือการเพิ่ม Windows Registry Key ชื่อ SnapCart ภายใต้ HKLM หรือ HKCU โดยวิธีที่เลือกใช้จะขึ้นอยู่กับระดับ Privileges ที่ Malware สามารถเข้าถึงได้

นักวิจัยระบุว่า Architecture และเทคนิค Evasion ของ Malware แสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคนิค Anti-analysis และ Windows Internals ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินว่าเบื้องหลังการโจมตีคือ Threat Group ที่มีทรัพยากร และมีประสบการณ์สูง

ระหว่างการวิเคราะห์การโจมตี ESET พบ Command-and-Control (C2) Addresses อย่างน้อย 18 รายการ ที่สื่อสารกับ Malware โดยตรงผ่าน Port 443 หรือ 8080 หรือสื่อสารผ่าน HTTP และ SOCKS5 Proxies

ข้อมูล Telemetry ของ ESET ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2025 เป็นต้นมา FamousSparrow มุ่งเป้าหมายหลักไปยังองค์กรในภูมิภาคลาตินอเมริกา

รายงานของ ESET ประกอบด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ SparroWocky Backdoor รวมถึงเผยแพร่รายการ Indicators of Compromise (IoCs) ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว
**

ที่มา : bleepingcomputer.

มัลแวร์บน Android ตัวใหม่แอบอ้างเป็น Antivirus จากหน่วยข่าวกรองรัสเซียเพื่อโจมตีเป้าหมายในประเทศ

มัลแวร์บน Android ตัวใหม่ ที่ปลอมตัวเป็นโปรแกรม Antivirus ซึ่งอ้างว่าพัฒนาโดยหน่วยงานบริการความมั่นคงแห่งรัฐของรัสเซีย (FSB) กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีผู้บริหารของธุรกิจในรัสเซีย (more…)

ช่องโหว่ใน Output Messenger ถูกใช้เป็น Zero-Day ในการโจมตีทางไซเบอร์

กลุ่มผู้ไม่หวังดีทางไซเบอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตุรกี ได้ใช้ช่องโหว่ Zero-Day เพื่อโจมตีผู้ใช้งาน Output Messenger ที่เชื่อมโยงกับกองทัพเคิร์ดในอิรัก (more…)

DNS Tunneling ถูกใช้เพื่อซ่อนการสแกนช่องโหว่ และติดตามอีเมลฟิชชิ่ง

DNS Tunneling กำลังถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการด้านความปลอดภัย โดยการซ่อนการรับส่งข้อมูลที่เป็นอันตรายในแพ็กเก็ต DNS ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลที่สำคัญ, ซ่อนมัลแวร์ หรือการเชื่อมต่อกับ command-and-control เซิร์ฟเวอร์ได้

Unit 42 ของ Palo Alto Networks พบว่ากลุ่มผู้โจมตีกำลังใช้เทคนิค DNS Tunneling นอกเหนือจากการสร้างช่องทางสื่อสารกับ command-and-control เซิร์ฟเวอร์ และ VPN เช่น การสแกนหาช่องโหว่บนเครือข่าย และการประเมินผลสำเร็จของแคมเปญฟิชชิ่ง

DNS Tunneling สำหรับการติดตามแคมเปญการโจมตี

ตามรายงาน ผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากเทคนิค DNS Tunneling เพื่อติดตามพฤติกรรมของเหยื่อที่เกี่ยวข้องกับการสแปม, ฟิชชิ่ง หรือโฆษณาต่าง ๆ และส่งข้อมูลของเหยื่อกลับไปยังโดเมนที่เป็นอันตราย

ตัวอย่างเช่น ในการโจมตีด้วยฟิชชิ่ง เทคนิค DNS Tunneling ช่วยให้ผู้โจมตีแฝงการติดตามข้อมูลลงใน DNS requests ทำให้ผู้โจมตีสามารถสังเกตการมีส่วนร่วมของเหยื่อกับเนื้อหาฟิชชิ่งที่อยู่บน Content Delivery Networks (CDNs) เพื่อดูว่าอีเมลฟิชชิ่งสำเร็จหรือไม่

พฤติกรรมนี้ถูกพบในแคมเปญ TrkCdn ซึ่งมีเป้าหมายเป็นเหยื่อ 731 ราย โดยใช้ 75 IP Addresses สำหรับ nameservers และในแคมเปญ SpamTracker ซึ่งมีเป้าหมายเป็นสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่น โดยใช้ 44 โดเมนสำหรับ tunneling ด้วย IP 35.75.233.210 ทั้งสองแคมเปญใช้วิธีการสร้างชื่อโดเมน และการเข้ารหัสเป็นซับโดเมนแบบเดียวกัน

ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จาก DNS logs เพื่อติดตามอีเมลของเหยื่อ และตรวจสอบผลการดำเนินการของแคมเปญ โดยมีการลงทะเบียนโดเมนใหม่ระหว่างเดือนตุลาคม 2020 และมกราคม 2024 ก่อนการเริ่มการโจมตี 2 ถึง 12 สัปดาห์ และทำการติดตามพฤติกรรมเป็นเวลา 9 ถึง 11 เดือน และยกเลิกหลังจากใช้งานมาหนึ่งปี

DNS Tunneling สำหรับการสแกนช่องโหว่

ผู้โจมตีสามารถใช้ DNS Tunneling เพื่อสแกนโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายโดยการเข้ารหัส IP addresses และเวลาในการรับส่งข้อมูลผ่านทาง tunneling พร้อมกับการ spoofed IP addresses เพื่อค้นหา DNS resolvers ที่เปิดอยู่, ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของตัว DNS resolver และดำเนินการโจมตีไปยัง DNS นั้น ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย หรือการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS)

วิธีการนี้ถูกพบในแคมเปญ "SecShow" ที่ผู้โจมตีสแกนโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายเหยื่ออย่างต่อเนื่อง และดำเนินการโจมตีแบบ reflection attacks

นักวิจัยจาก Unit 42 ระบุว่า "โดยทั่วไปแล้ว แคมเปญนี้จะเน้นเป้าหมายไปที่ DNS resolver ที่เปิดอยู่ ดังนั้นจึงพบว่าเหยื่อส่วนใหญ่มาจากสถาบันการศึกษา, บริษัทเทคโนโลยี และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นที่ที่มักพบ DNS resolver เปิดใช้งานอยู่"

นอกจากนี้ ผู้โจมตีสามารถใช้เทคนิคเดียวกันนี้เพื่อติดตามเหยื่อหลายรายได้ และกำลังใช้ประโยชน์จาก DNS queries เพื่อตรวจหา configurations ที่ผิดพลาดในองค์กรเป้าหมาย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS), ขโมยข้อมูล หรือติดตั้งมัลแวร์ได้

เพื่อป้องกันการโจมตี ควรมีการใช้งานซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยที่สามารถตรวจจับรูปแบบ DNS traffic ที่ผิดปกติ และอัปเดตระบบปฏิบัติการ และแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอเพื่อแก้ไขช่องโหว่ และระมัดระวังการคลิกลิงก์ที่น่าสงสัยในอีเมล หรือข้อความ

Indicators of Compromise

Domains used for DNS tunneling

85hsyad6i2ngzp[.]com
8egub9e7s6cz7n[.]com
8jtuazcr548ajj[.]com
anrad9i7fb2twm[.]com
aucxjd8rrzh7xf[.]com
b5ba24k6xhxn7b[.]com
cgb488dixfxjw7[.]com
d6zeh4und3yjt9[.]com
epyujbhfhbs35j[.]com
hhmk9ixaw9p3ec[.]com
hjmpfsamfkj5m5[.]com
iszedim8xredu2[.]com
npknraafbisrs7[.]com
patycyfswg33nh[.]com
rhctiz9xijd4yc[.]com
sn9jxsrp23x63a[.]com
swh9cpz2xntuge[.]com
tp7djzjtcs6gm6[.]com
uxjxfg2ui8k5zk[.]com
wzbhk2ccghtshr[.]com
y43dkbzwar7cdt[.]com
ydxpwzhidexgny[.]com
z54zspih9h5588[.]com
3yfr6hh9dd3[.]com
4bs6hkaysxa[.]com
66tye9kcnxi[.]com
8kk68biiitj[.]com
93dhmp7ipsp[.]com
api536yepwj[.]com
bb62sbtk3yi[.]com
cytceitft8g[.]com
dipgprjp8uu[.]com
ege6wf76eyp[.]com
f6kf5inmfmj[.]com
f6ywh2ud89u[.]com
h82c3stb3k5[.]com
hwa85y4icf5[.]com
ifjh5asi25f[.]com
m9y6dte7b9i[.]com
n98erejcf9t[.]com
rz53par3ux2[.]com
szd4hw4xdaj[.]com
wj9ii6rx7yd[.]com
wk7ckgiuc6i[.]com
secshow[.]net
secshow[.]online
secdns[.]site

IP addresses

35.75.233[.]210
202.112.47[.]45

ที่มา: hackread , DNS Tunneling

Ars Technica ถูกใช้ในแคมเปญมัลแวร์ด้วยเทคนิคการหลีกเลี่ยงการตรวจจับที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน

 

นักวิจัยความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก Mandiant ได้รายงานในวันอังคารที่ผ่านมาว่า Ars Technica ได้ถูกนำมาใช้ในการโจมตีด้วยมัลแวร์ใน Stage ที่สอง ในแคมเปญการโจมตีที่ยังไม่เคยถูกพบมาก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับได้อย่างชาญฉลาด (more…)

Microsoft แจ้งเตือน ‘FalseFont’ Backdoor ตัวใหม่ มุ่งเป้าโจมตีอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ

องค์กรต่าง ๆ ในภาคอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ (DIB) ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้ง Backdoor ตัวใหม่ที่ชื่อ FalseFont ซึ่ง Microsoft ตรวจพบจากการติดตามพฤติกรรมของกลุ่ม Peach Sandstorm (Holmium) ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ APT33, Elfin และ Refined Kitten

(more…)

มัลแวร์ EarlyRAT ตัวใหม่ เชื่อมโยงกับกลุ่มแฮ็กเกอร์ Andariel ของเกาหลีเหนือ

นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยพบ remote access trojan (RAT) ชื่อ 'EarlyRAT' ซึ่งถูกใช้งานโดย Andariel ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มแฮ็กเกอร์ Lazarus ของเกาหลีเหนือที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาล

Andariel (หรือที่รู้จักในชื่อ Stonefly) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแฮ็กเกอร์ Lazarus ที่รู้จักกันในการใช้ (more…)

แฮ็กเกอร์ใช้ extension บนเบราว์เซอร์ชื่อ ‘Rilide’ เพื่อ bypass 2FA ขโมยเงิน crypto [EndUser]

นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบ extension ที่เป็นอันตรายตัวใหม่บนเบราว์เซอร์ที่ชื่อว่า 'Rilide' ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่เบราว์เซอร์ที่ใช้ Chromium-based เช่น Google Chrome, Brave, Opera และ Microsoft Edge

โดยมัลแวร์ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจสอบการใช้งานบนเบราว์เซอร์ บันทึกภาพหน้าจอ และขโมย cryptocurrency ผ่านทางสคริปต์ที่แทรกไว้ในหน้าเว็บ (more…)

เกาหลีเหนือใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ VPN เพื่อแฮกสถาบันวิจัยนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้

สถาบันวิจัยพลังงานปรมาณูเกาหลี (KAERI) ของรัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าเครือข่ายภายในของบริษัทถูกบุกรุกโดยผู้ต้องสงสัยที่คาดว่ามาจากเกาหลีเหนือ

การบุกรุกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผ่านช่องโหว่ของ VPN (โดยยังไม่มีการระบุว่าเป็นของผู้ให้บริการรายใด) และมี IP Address ของผู้โจมตีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 13 IP โดยหนึ่งในนั้นคือ IP "27.102.114[.]89" ซึ่งมีประวัติการเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือชื่อว่า Kimsuky

KAERI ก่อตั้งขึ้นในปี 2502 ในเมืองแดจอน เป็นสถาบันวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งออกแบบ และพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องปฏิกรณ์ แท่งเชื้อเพลิง การหลอมรวมของรังสี และความปลอดภัยของนิวเคลียร์

หลังจากการบุกรุก KAERI กล่าวว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อบล็อก IP Address ของผู้โจมตี และอัพเดทแพตซ์ของ VPN ที่มีช่องโหว่เรียบร้อยแล้ว โดยสถาบันฯกำลังสืบสวนรายละเอียดผลกระทบจากการบุกรุก และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น

จากรายงานของสำนักข่าว SISA ของเกาหลีใต้ซึ่งเปิดเผยถึงเหตุการณ์การบุกรุกในครั้งนี้ โดยสำนักข่าวอ้างว่า KAERI พยายามปกปิดการโจมตี โดยพยายามปฏิเสธการโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่ง KAERI อ้างว่าเป็นเพียงความผิดพลาดจากพนักงานระดับปฏิบัติการเท่านั้น

ตั้งแต่ปี 2012 Kimsuky (หรือที่รู้จักในชื่อ Velvet Chollima, Black Banshee หรือ Thallium) เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักในแคมเปญจารกรรมทางอินเทอร์เน็ตที่กำหนดเป้าหมายไปยังสถาบันวิจัย และปฏิบัติการพลังงานนิวเคลียร์ในเกาหลีใต้

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Cyber Security อย่าง Malwarebytes ได้เปิดเผยถึงการโจมตีไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยใช้วิธีการติดตั้ง Backdoor บนระบบปฏิบัติการ Android และ Windows ที่ชื่อว่า AppleSeed โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญ

โดยมีเป้าหมายคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทางนิวเคลียร์ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และรองกงสุลใหญ่ประจำสถานกงสุลเกาหลีใต้ในฮ่องกง โดยมี IP Address ของ command-and-control (C2) ที่ตรงกัน

ยังไม่มีข้อมูลว่าช่องโหว่ VPN ที่ถูกใช้ในการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นของผู้ให้บริการรายใด แต่ที่ผ่านมามีหลายองค์กรที่ถูกโจมตีด้วยช่องโหว่ของ VPN จากผู้ให้บริการต่างๆเช่น Pulse Secure, SonicWall, Fortinet FortiOS และ Citrix หลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ที่มา : thehackernews