SSH Key ของ Cisco Umbrella อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมย Credential ของผู้ดูแลระบบได้

Cisco ได้ออกแพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูงใน Cisco Umbrella Virtual Appliance (VA) ซึ่งทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถขโมยข้อมูลประจำตัวของผู้ดูแลระบบได้จากระยะไกล

Fraser Hess จาก Pinnacol Assurance พบช่องโหว่ (หมายเลข CVE-2022-20773) ในกลไกการพิสูจน์ตัวตน SSH แบบใช้คีย์ของ Cisco Umbrella VA

Cisco Umbrella ให้บริการด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ กับองค์กรกว่า 24,000 แห่ง ในการรักษาความปลอดภัย DNS ต่อการโจมตีจากฟิชชิ่ง มัลแวร์ และแรนซัมแวร์ โดยการตั้งเครื่อง virtual machine ไว้ภายในองค์กรเพื่อช่วยในการทำ DNS Forwarders ที่จะบันทึก เข้ารหัส และรับรองความถูกต้องของข้อมูล DNS

ช่องโหว่นี้เกิดจาก static SSH host key ซึ่งผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ด้วยการโจมตีแบบ man-in-the-middle ในการเชื่อมต่อระหว่าง SSH กับ Umbrella VA" Cisco กล่าว

หากโจมตีได้สำเร็จ จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึง credentials ของผู้ดูแลระบบ เปลี่ยนค่าคอนฟิค หรือ reload VA ได้

ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ Cisco Umbrella VA สำหรับ Hyper-V และ VMWare ESXi เวอร์ชันก่อนหน้า 3.3.2

(more…)

แฮ็กเกอร์เริ่มโจมตีช่องโหว่ Critical บน VMware CVE-2022-22954 ควรรีบอัพเดทแพตช์ทันที

proof-of-concept exploit ที่ใช้ในการโจมตีช่องโหว่บน VMware CVE-2022-22954 remote code execution vulnerability ได้ถูกปล่อยออกมาสู่สาธารณะ และพบมีการใช้ในการโจมตีเพื่อติดตั้ง coin miners

ช่องโหว่ CVE-2022-22954 ซึ่งมีระดับ CVSS: 9.8 เป็นช่องโหว่การเรียกใช้งานโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (remote code execution) ซึ่งส่งผลกระทบต่อ VMware Workspace ONE Access และ VMware Identity Manager ซึ่งเป็น 2 รุ่นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

VMware ได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2565 โดยเตือนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ผู้โจมตีอาจมีการเข้าถึงเครือข่ายด้วยการเรียกใช้ server-side template injection ซึ่งจะส่งผลให้เกิด RCE

VMware ได้ออกอัปเดตแพตซ์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ และ workaround ในการแก้ไขชั่วคราว ในกรณีที่ผู้ดูแลระบบยังไม่สามารถอัปเดตได้ในทันที แต่ก็ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว: “ช่องโหว่นี้ควรได้รับการแก้ไขทันทีตามคำแนะนำใน VMSA-2021-0011”

ในสัปดาห์นี้ นักวิจัยด้านความปลอดภัยจำนวนมากได้ทดสอบ proof-of-concept exploit กับช่องโหว่ CVE-2022-22954 โดยพบ proof-of-concept exploit อย่างน้อยหนึ่งรายการบน Twitter ที่มีการปล่อยออกสู่สาธารณะ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ผู้โจมตีจะสามารถนำไปใช้ในการโจมตีได้ แต่การปล่อย proof-of-concept exploit ออกมาก็สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบระบบหลังจากการแก้ไขชั่วคราวด้วย workaround หรือการอัพเดทแพทช์ได้

ปัจจุบัน ผู้โจมตีกำลังพยายามสแกนหาโฮสต์ที่มีช่องโหว่มากขึ้น และ Bad Packets บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ บอกกับ BleepingComputer ว่าพวกเขาพบความพยายามที่จะโจมตีช่องโหว่ดังกล่าว

IP address : 106.246.224.219 เป็นไอพีที่ใช้เป็นเพย์โหลด สำหรับแบ็คดอร์ Linux Tsunami ส่วนการโจมตีอื่นๆยังไม่แน่ชัด

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Daniel Card ได้แชร์ข้อความบน Twitter ว่าช่องโหว่นี้กำลังถูกใช้เพื่อ drop coin miner payloads

เนื่องจากเริ่มพบการโจมตีโดยการใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จึงแนะนำให้ผู้ดูแลระบบรีบดำเนินการอัปเดตแพตซ์โดยเร็วที่สุด ซึ่งในปัจจุบัน VMware มีการพบช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูงหลายรายการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นอกเหนือจาก Workspace One Access และ Identity Manager อีกด้วย ดังนั้นผู้ใช้งานควรตรวจสอบว่าปัจจุบันได้อัพเดทแพตซ์ของผลิตภัณฑ์ที่ตนเองใช้งานอยู่ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันแล้วหรือไม่

ที่มา : bleepingcomputer

VMware ออกแพตช์ความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายผลิตภัณฑ์

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา VMware ได้ทำการออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูงหลายช่องโหว่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ESXi, Workstation, Fusion, Cloud Foundation และ NSX Data Center สำหรับ vSphere ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เพื่อสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ และยังสามารถทำให้เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ Denial-of-Service (DoS) ได้

(more…)

กลุ่ม Night Sky Ransomware ใช้ช่องโหว่ของ Log4j เพื่อโจมตี VMware Horizon servers

กลุ่ม Night Sky เริ่มใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2021-44228 หรือที่เรียกว่า Log4Shell เพื่อเข้าถึงระบบ VMware Horizon

การโจมตีเริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคม

Night Sky Ransomware ถูกตรวจพบเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2564 โดยทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ MalwareHunter ซึ่งกล่าวถึงกลุ่ม Night Sky Ransomware ว่ามีการมุ่งเป้าไปที่เครือข่าย Network ขององค์กรต่างๆ และมีเหยื่อหลายรายที่โดน Ransomware เรียกค่าไถ่ และพบว่ามีเหยื่อจากหนึ่งในนั้นถูกเรียกค่าไถ่เป็นจำนวน 800,000 ดอลลาร์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Microsoft ได้เผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับแคมเปญใหม่จากแฮ็กเกอร์ชาวจีนที่ถูกเรียกชื่อว่า DEV-0401 ซึ่งใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Log4Shell บนระบบ VMware Horizon เพื่อติดตั้ง Night Sky ransomware.

แฮกเกอร์เริ่มทำการสแกนหา VMware vCenter ที่มีช่องโหว่ CVE-2021-22005 แนะผู้ใช้งานรีบอัปเดตด่วน

มีรายงานพบว่าแฮกเกอร์ได้เริ่มเริ่มทำการสแกนหาเซิร์ฟเวอร์ VMware vCenter ที่ไม่ได้รับการแพตช์ช่องโหว่การอัปโหลดไฟล์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้

CVE-2021-22005 เป็นช่องโหว่บน vCenter Server 6.7 และ 7.0 ที่ถูกติดตั้งด้วยค่า Configuration เริ่มต้น

ช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการรายงานโดย George Noseevich และ Sergey Gerasimov จาก SolidLab LLC โดยทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันคำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้งาน และ Interaction ใดๆจากฝั่งผู้ถูกโจมตีอีกด้วย

พบการสแกนหาช่องโหว่ เพียง 1 ชั่วโมงหลังจากที่มีการปล่อยแพตช์อัปเดต

แม้ว่าจะยังไม่มีโค้ดที่ใช้ในการโจมตีถูกปล่อยออกสู่สาธารณะ แต่บริษัท Bad Packets ได้รายงานการพบการสแกนหาช่องโหว่นี้จาก VMware Honeypots ที่บริษัทสร้างขึ้น เพียงแค่ 1 ชั่วโมงหลังจากการออกแพตช์อัปเดตจาก VMware

Bad Packets แจ้งผ่านทาง Twitter เมื่อไม่กี่วันก่อนว่าพวกเค้า พบการสแกนหาช่องโหว่ CVE-2021-22005 จาก IP ต้นทาง 116[.]48.233.234 โดยการสแกนนั้นหาช่องโหว่นั้นใช้ข้อมูลจาก Workaround ที่ทาง VMware แจ้งกับลูกค้าที่ยังไม่สามารถทำการอัปเดตแพตช์ได้ในปัจจุบัน

ตอนนี้มากกว่า 1 พัน vCenter servers ที่มีช่องโหว่ ถูกรายงานไว้อยู่บนเว็บไซต์ Shodan เรียบร้อยแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้โจมตีมีการรวบรวมข้อมูลของ VMware vCenter servers ที่มีช่องโหว่

ในเดือนกุมภาพันธ์ พบผู้โจมตีมีการสแกนหา vCenter ที่ยังไม่ได้รับการแพตช์เป็นจำนวนมาก หลังจากที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เผยแพร่โค้ดที่ใช้สำหรับทดสอบการโจมตีช่องโหว่ (Proof-of-Concept (PoC)) สำหรับช่องโหว่ที่สำคัญอีกรายการหนึ่ง

ในเดือนมิถุนายนก็พบการสแกนเซิร์ฟเวอร์ VMware vCenters servers ที่ยังไม่ได้รับการแพตช์จาก CVE-2021-21985 หลังจากมีการเผยแพร่โค้ดที่ใช้สำหรับโจมตีช่องโหว่เช่นเดียวกัน

VMware ออกมาเตือนผู้ใช้งานถึงความพยายามในการโจมตี

การสแกนอย่างต่อเนื่องเหล่านี้เป็นไปตามคำเตือนที่ออกโดย VMware เมื่อวานนี้ เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอัปเดตแพตช์เซิร์ฟเวอร์ CVE-2021-22005 โดยเร็วที่สุด

"ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้โดยใครก็ได้ที่สามารถเข้าถึง vCenter servers โดยที่ไม่ต้องสนใจการตั้งค่าการเข้าใช้งานบน vCenter Server เลย" Bob Plankers จาก VMware กล่าว

อย่างไรก็ดีทีมงาน VMware ได้แสดงความกังวลถึงการใช้งานจากกลุ่มแรนซัมแวร์ที่อาจฝังตัวอยู่แล้ว และบังเอิญมีช่องโหว่นี้เผยขึ้นมา ซึ่งคาดว่าอาจมีโค้ดการทดสอบการโจมตีเกิดขึ้นตามมา และนำไปสู่การประยุกต์ใช้โจมตีอย่างรวดเร็ว เพราะด้วยความสำคัญของตัว vCenter เอง

สำหรับใครที่ไม่สามารถแพตช์ได้จริงๆ VMware ได้ออก Workaround และสคริปต์แก้ไขไว้แล้ว และในช่วงนี้ VMware ยังมีแพตช์อื่นอีก 10 กว่ารายการที่แก้ไขช่องโหว่ให้ vCenter อีกด้วย

คำแนะนำ
ควรอัปเดตแพตช์ VMware เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อลดความเสี่ยง และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีนี้

ที่มา : bleepingcomputer

Ransomware BlackMatter เวอร์ชัน Linux มุ่งเป้าโจมตีไปยัง VMWare ESXi

Ransomware BlackMatter เวอร์ชัน Linux มุ่งเป้าโจมตีไปยัง VMWare ESXi

กลุ่ม BlackMatter ได้เข้าร่วมกลุ่มปฏิบัติการแรนซัมแวร์เพื่อพัฒนาตัวเข้ารหัสเวอร์ชัน Linux ที่กำหนดเป้าหมายไปยัง VMWare ESXi
องค์กรมีการเปลี่ยนไปใช้ Virtual Machine สำหรับเซิร์ฟเวอร์ของตนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้นและการกู้คืนระบบจากความเสียหาย เนื่องจาก VMware ESXi เป็นแพลตฟอร์ม Virtual Machine ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทำให้ Ransomware ส่วนใหญ่เริ่มพัฒนาตัวเข้ารหัสที่มุ่งเป้าโจมตีไปที่ Virtual Machine กันมากขึ้น

BlackMatter มุ่งเป้าไปที่ VMware ESXi
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา นักวิจัยด้านความปลอดภัย MalwareHunterTeam พบตัวเข้ารหัส Linux ELF64 [VirusTotal] ของกลุ่มแรนซัมแวร์ BlackMatter ที่กำหนดเป้าหมายเซิร์ฟเวอร์ไปยัง VMware ESXi โดยเฉพาะ โดยดูจากฟังก์ชันของการทำงาน

BlackMatter เป็นปฏิบัติการแรนซัมแวร์ที่ค่อนข้างใหม่ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้ว และเชื่อว่าเป็นการรีแบรนด์ของ DarkSide หลังจากที่นักวิจัยพบตัวอย่าง ก็พบว่าการทำงานเข้ารหัสที่ใช้โดย Ransomware นั้นเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน DarkSide

DarkSide ปิดตัวลงหลังจากโจมตี และปิดระบบท่อส่งน้ำมันโคโลเนียล จึงทำให้ถูกกดดัน และไล่ล่าอย่างหนักจากการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และรัฐบาลสหรัฐฯ

จากตัวอย่างตัวเข้ารหัส Linux ของ BlackMatter ที่ BleepingComputer ได้รับมา เป็นที่ชัดเจนว่าได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อกำหนดเป้าหมายไปยังเซิร์ฟเวอร์ VMWare ESXi

Vitali Kremez ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท Intel ซึ่งได้ลองทดสอบด้วยการ Reverse Engineering ได้ให้ข้อมูลกับทาง BleepingComputer ว่าผู้โจมตีได้สร้างไลบรารี 'esxi_utils' ที่ใช้ในการดำเนินการต่างๆ บนเซิร์ฟเวอร์ VMware ESXiรูปที่ 1.1 ตัวอย่าง แต่ละฟังก์ชัน

รูปที่ 1.2 ตัวอย่าง ฟังก์ชัน stop_firewall()

ในขณะที่ฟังก์ชัน stop_vm() จะดำเนินการคำสั่ง esxcli ต่อไปนี้ รูปที่ 1.3 ตัวอย่าง ฟังก์ชัน stop_vm()

Ransomware ทั้งหมดที่กำหนดเป้าหมายไปยังเซิร์ฟเวอร์ ESXi พยายามปิดเครื่องเสมือนก่อนที่จะเข้ารหัสไดรฟ์ เพื่อป้องกันข้อมูลเสียหายขณะเข้ารหัส

เมื่อ VM ทั้งหมดถูกปิด มันจะเข้ารหัสไฟล์ที่ตรงกับนามสกุลไฟล์เฉพาะตามการกำหนดค่าที่มาพร้อมกับ Ransomware

การกำหนดเป้าหมายเซิร์ฟเวอร์ ESXi นั้นมีประสิทธิภาพมากเมื่อทำการโจมตีโดยใช้ Ransomware เนื่องจากช่วยให้ผู้คุกคามสามารถเข้ารหัสเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากพร้อมกันด้วยคำสั่งเดียว

เมื่อมีธุรกิจจำนวนมากที่ย้ายไปยังแพลตฟอร์มประเภทนี้สำหรับเซิร์ฟเวอร์ เราจะยังคงเห็นนักพัฒนาแรนซัมแวร์มุ่งเน้นไปที่เครื่อง Windows เป็นหลัก แต่ยังสร้างตัวเข้ารหัสเวอร์ชัน Linux โดยเฉพาะซึ่งมุ่งเป้าไปยัง ESXi

Emsisoft CTO Fabian Wosar บอกกับ BleepingComputer ว่าปฏิบัติการ Ransomware อื่นๆ เช่น REvil, HelloKitty, Babuk, RansomExx/Defray, Mespinoza, GoGoogle ได้สร้างตัวเข้ารหัสเวอร์ชัน Linux เพื่อจุดประสงค์นี้เช่นกัน

ที่มา : Bleepingcomputer

พบช่องโหว่ Remote Code Execution ระดับ Critical บน VMware vCenter Server

VMware ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับแพตช์สำหรับแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical บน vCenter Server ที่อาจใช้โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีในการยกระดับสิทธิ์เพื่อสั่งรันโค้ดระยะไกลบน Server ได้

CVE-2021-21985 (RCE vulnerability in the vSphere Client) เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากการไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของ Input ใน plug-in สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของ Virtual SAN (vSAN) ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานโดยค่า default ใน vCenterServer และทาง VMware ได้กล่าวเกี่ยวกับช่องโหว่นี้ว่า “ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายจะไปที่พอร์ต 443 และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อรันคำสั่งด้วยสิทธ์ Privilege บนระบบปฏิบติการใน host ของ vCenter Server ” โดยช่องโหว่นี้มีระดับความรุนแรง CVSS อยู่ที่ 9.8/10

CVE-2021-21986 (Authentication mechanism issue in vCenter Server Plug-ins) เป็นช่องโหว่ที่อยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนของ vSphere สำหรับ Virtual SAN Health Check, Site Recovery, vSphere Lifecycle Manager, and VMware Cloud Director Availability plug-ins ที่อนุญาตให้ผู้โจมตีใช้งานฟังก์ชัน plug-in ได้โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง โดยช่องโหว่นี้มีระดับความรุนแรง CVSS อยู่ที่ 6.5/10 (more…)

VMware ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ที่ถูกพบใน vRealize Operations

VMware ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ที่สำคัญ 2 รายการในแพลตฟอร์ม IT operations management อย่าง vRealize Operations ซึ่งช่องโหว่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูล Administrative credentials ได้ โดยทั้ง 2 ช่องโหว่ถูกค้นพบโดย Egor Dimitrenko จาก Positive Technologies

ช่องโหว่เเรกเป็น CVE-2021-21975 มีคะแนนความรุนเเรงอยู่ที่ CVSS 8.6/10 โดยช่องโหว่ถูกพบใน vRealize Operations Manager API ซึ่งช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เทคนิค Server-side request forgery (SSRF) เพื่อเข้าถึงการทำงานของเซิร์ฟเวอร์หรือเข้าถึงการจัดการข้อมูลที่ผู้โจมตีจะไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรงจากระยะไกล

ช่องโหว่ที่สองเป็น CVE-2021-21983 มีคะแนนความรุนเเรงอยู่ที่ CVSSv3 7.2/10 เป็นช่องโหว่ Arbitrary file write หรือช่องโหว่การเขียนไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาตใน VROps Manager API ที่สามารถใช้เพื่อเขียนไฟล์ไปยังระบบปฏิบัติการได้

ทั้งนี้ช่องโหว่ทั้ง 2 รายการ ผู้โจมตีจะต้องมี administrative credentials ก่อนจึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้ อย่างไรก็ตาม VMware ได้ออกเเพตช์สำหรับแก้ไขช่องโหว่ทั้ง 2 แล้วใน vROps Manager เวอร์ชัน 7.5.0 ถึง 8.3.0 ผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตแพตช์ให้เป็นเวอร์ชันดังกล่าวเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: databreachtoday

VMware แก้ไขปัญหาช่องโหว่สำคัญใน VMware Carbon Black Cloud Workload

ช่องโหว่ดังกล่าว (CVE-2021-21982) มีความรุนแรงระดับ critical ได้รับคะแนน CVSS 9.1 จาก 10 ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตน (authentication bypass) Carbon Black Cloud Workload เป็นผลิตภัณฑ์ Data Center ที่มีความสามารถด้าน security มาด้วย หากผู้โจมตีสามารถเข้าถึงหน้า URL สำหรับเข้าสู่ระบบของผู้ดูแลได้ ก็จะสามารถโจมตีเพื่อรับ authentication token และสามารถใช้งาน API ของผลิตภัณฑ์ได้

VMware Carbon Black Cloud Workload appliance เวอร์ชั่น 1.0.1 และก่อนหน้านั้น คือเวอร์ชั่นที่ได้รับผลกระทบ ควรอัพเดตเป็นเวอร์ชั่น 1.0.2

ที่มา: securityaffairs, vmware

VMware ออกเเพตช์แก้ไขช่องโหว่ RCE ใน VMware View Planner

VMware ออกเเพตช์แก้ไขช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล (Remote Code Execution - RCE) บนผลิตภัณฑ์ View Planner 4.6

ช่องโหว่ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2021-21978 มีระดับความรุนเเรง CVSS อยู่ที่ 8.6/10 ถูกรายงานโดย Mikhail Klyuchnikov นักวิจัยจาก Positive Technologies โดยช่องโหว่เกิดจากการตรวจสอบอินพุตที่ไม่เหมาะสม ผู้โจมตีสามารถนำช่องโหว่นี้ไปใช้ประโยชน์ได้โดยการอัปโหลดไฟล์ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษในเว็บแอปพลิเคชัน logupload เพื่อทำการเรียกใช้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้โจมตีที่ต้องการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้จำเป็นต้องเข้าถึงเครือข่ายก่อนจึงจะเข้าถึงในส่วน View Planner Harness เพื่อทำการอัปโหลดและเรียกใช้ไฟล์ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษได้

ทั้งนี้ช่องโหว่จะส่งผลกระทบกับ VMware View Planner เวอร์ชัน 4.6 ผู้ใช้ควรทำการอัปเดตเเพตช์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: securityweek, vmware