Broadcom ได้ออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ 2 รายการที่ส่งผลกระทบต่อ VMware Workstation และ Fusion โดยหนึ่งในนั้นเป็นช่องโหว่ระดับ Critical ที่อาจนำไปสู่การรันโค้ดตามที่ต้องการได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ (more…)
พบช่องโหว่ระดับ Critical ใน VMware Workstation และ Fusion ทำให้ผู้ดูแลระบบ Virtual machine สามารถรันโค้ดบนเครื่อง Host ได้
VMware Releases Security Updates for Multiple Products
VMware ออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 6 รายการในผลิตภัณฑ์ ESXi, Workstation, Fusion และ NSX-T
VMware ได้ประกาศออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 6 ช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ ESXi, Workstation, Fusion และ NSX-T โดยจาก 6 ช่องโหว่นี้ มีช่องโหว่ที่น่าสนใจคือ
ช่องโหว่ CVE-2020-3992 (CVSSv3: 9.8/10) เป็นช่องโหว่ประเภท use-after-free ที่ส่งผลกระทบต่อบริการ OpenSLP ใน ESXi โดยช่องโหว่นี้จะสามารถอนุญาตให้ผู้โจมตีจากระยะไกลเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ผู้โจมตีที่จะสามารถใช้ประโยชน์ช่องโหว่นี้ได้ต้องอยู่ในเครือข่ายการจัดการและต้องสามารถเข้าถึงพอร์ต 427 บนเครื่อง ESXi ได้จึงจะสามารถช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้
ช่องโหว่ CVE-2020-3993 (CVSSv3: 7.5/10) เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากการที่โฮสต์ KVM อนุญาตให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแพ็กเกจจาก NSX manager ด้วยข้อบกพร่องนี้อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถทำการ Man-in-the-middle attack (MitM) เพื่อโจมตี Transport Node
ช่องโหว่ CVE-2020-3994 (CVSSv3: 7.5/10) เป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถ hijack เซสชัน vCenter Server ในฟังก์ชันของการอัปเดต
ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตเเพตซ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อทำการเเก้ไขช่องโหว่และเพื่อเป็นการป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ
ที่มา : securityaffairs | vmware
VMware fixes critical vulnerability in Workstation and Fusion
VMware ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับความรุนเเรง “Critical” 10 รายการใน VMware Workstation และ Fusion
VMware ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ 10 รายการที่ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ VMware ESXi, Workstation และ Fusion ซึ่งช่องโหว่มีความรุนเเรงระดับ “Critical” โดยช่องโหว่ที่สำคัญมีรายละเอียดดังนี้
ช่องโหว่ CVE-2020-3962 (CVSSv3: 9.3) และ CVE-2020-3969 (CVSSv3: 8.1) เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์ SVGA ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครื่อง VM ที่ทำการเปิด 3D graphic ใช้งานอยู่ อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อเรียกใช้งานโค้ดบน hypervisor จากเครื่อง VM
ช่องโหว่ CVE-2020-3970 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลกับ VMware ESXi, Workstation และ Fusion ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงเครื่อง VM สามารถทำการ Denial of Service (DoS) โปรเซส vmx บนเครื่อง VM ที่ทำการเปิด 3D graphic ใช้งานอยู่
ช่องโหว่ CVE-2020-3967 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ USB 2.0 สำหรับผลิตภัณฑ์ VMware ESXi, Workstation และ Fusion โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงเครื่อง VM ทำการเรียกใช้โค้ดบน hypervisor
ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกับ VMware ESXi เวอร์ชั่น 6.5, 6.7 และ 7.0, Workstation เวอร์ชั่น 15.X และ Fusion เวอร์ชั่น 11.X ทั้งนี้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบควรทำการอัพเดตและติดตั้งแพตซ์ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่
ที่มา: securityaffairs | vmware
VMWARE PATCHES BUG THAT ALLOWS GUEST TO EXECUTE CODE ON HOST
ผู้ใช้ที่ใช้งาน VMware ได้แก่ ESXi, vCenter Server, Fusion และ Workstation แนะนำให้ทำการอัพเดทเพื่อปรับปรุง และแก้ไขปัญหาช่องโหว่ต่างๆที่พบ
ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือช่องโหว่ Out-of-bounds ที่เกิดจากการเขียนข้อมูล ส่งผลกระทบกับ ESXi, desktop hypervisors Workstation และ Fusion ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากปัญหาที่มีอยู่ในอุปกรณ์ SVGA เพื่อรันโค้ดบนเครื่องโฮสต์ได้ ช่องโหว่ CVE-2017-4924 นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัย Nico Golde และ Ralf-Philipp Weinmann จาก Comsecuris UG ซึ่งกระทบต่อเวอร์ชัน 6.5 ของ ESXi และไม่ส่งผลต่อเวอร์ชัน 6.0 และ 5.5 นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อเวอร์ชัน 12.x ของ Workstation และเวอร์ชัน 8.x ของ Fusion และถูกจัดเป็นช่องโหว่ระดับรุนแรง(Critical) เนื่องจากผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ในการสั่งรันโค้ด และทำให้เครื่องเกิดการ Crash ได้
ช่องโหว่ระดับความรุนแรงปานกลางมีผลกระทบต่อเวอร์ชัน 6.5, 6.0 และ 5.5 ของ ESXi, เวอร์ชัน 12.x ของ Workstation และ 8.x ของ Fusion ซึ่งควรถูกแพทช์เพื่อปิดช่องโหว่ เนื่องจากยังไม่มีวิธีใดที่สามารถหลีกเลี่ยงช่องโหว่ดังกล่าวได้ และช่องโหว่สุดท้ายที่ VMware เตือนเมื่อวันศุกร์มีผลต่อ vCenter Server ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ใช้ในการจัดการ vSphere ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ของผู้ใช้เป็น VC สามารถรัน JavaScript ที่เป็นอันตรายและใช้ช่องโหว่ cross-site scripting ใน HTML5. ช่องโหว่นี้มีผลกระทบต่อ vCenter Server เวอร์ชั่น 6.5 ที่เป็น Windows เท่านั้น โดยผู้ใช้ควรอัพเดตเป็นเวอร์ชัน 6.5 U1
ที่มา : threatpost
