Demo Exploit Code Published for Remote Code Execution via Microsoft Edge

โค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ CVE-2018-8629 บนเว็บเบราเซอร์ Microsoft Edge ถูกเผยแพร่โดยนักวิจัยที่พบช่องโหว่นั้น โดยโค้ดนี้สามารถถูกใช้เพื่อทำการโจมตีจากระยะไกลบนเครื่องที่ยังไม่มีการแพตช์ได้

ช่องโหว่ CVE-2018-8629 กระทบ Chakra ซึ่งเป็น JavaScript engine ภายใน Edge ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อรันคำสั่งอันตรายด้วยสิทธิเดียวกับผู้ใช้งานที่เข้าสู่ระบบอยู่ ช่องโหว่นี้ถูกระบุว่ามีผลกระทบร้ายแรง (critical) กับระบบปฏิบัติการแทบทุกรุ่นของ Microsoft ยกเว้น Windows Server 2019 และ 2016 ที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้ระดับปานกลาง (moderate) ซึ่งทาง MIcrosoft ได้แก้ไขช่องโหว่นี้แล้วในแพตช์ปรับปรุงความปลอดภัยของเดือนธันวาคม 2018

Bruno Keith นักวิจัยผู้เป็นคนค้นพบช่องโหว่ได้ปล่อยตัวอย่างโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่ออกมาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2018 โดยโค้ดที่ถูกปล่อยออกมาโดยนักวิจัยสามารถทำให้เกิดการอ่านข้อมูลในหน่วยความจำเกินกว่าที่ควร (out-of-bounds memory read leak) ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงโดยตรง แต่สามารถถูกผู้ไม่หวังดีนำไปดัดแปลงต่อได้

ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตระบบเพื่อความปลอดภัยจากการโจมตีด้วยช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา: bleepingcomputer.

Microsoft releases security update for new IE zero-day

Microsoft ออกแพตช์นอกรอบสำหรับแก้ไขช่องโหว่ zero day ใน IE ที่กำลังถูกใช้โจมตี ควรอัปเดตโดยด่วน

Microsoft ออกแพตช์นอกรอบสำหรับแก้ไขช่องโหว่ zero day ใน Internet Explorer โดยช่องโหว่ดังกล่าวได้รับ CVE-2018-8653 ช่องโหว่นี้ถูกแจ้งมายัง Microsoft โดยนักวิจัยภัยคุกคามของ Google หลังจากพบการโจมตีผ่านช่องโหว่ดังกล่าว

ผู้โจมตีจะทำการสร้างหน้าเว็บที่มีคำสั่งพิเศษเพื่อโจมตีช่องโหว่ จากนั้นหลอกให้ผู้ใช้งานเข้าสู่เว็บดังกล่าว เมื่อโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งอันตรายด้วยสิทธิ์ของผู้ใช้งานที่กำลังใช้งาน Internet Explorer อยู่ในขณะนั้นได้

ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบกับ Internet Explorer 9 ถึง Internet Explorer 11 บน Windows 7 ถึง Windows 10 และ Windows Server 2008 ถึง 2019

นอกจากการอัปเดตแพตช์แล้ว ยังสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่นี้ได้โดยปิดการเข้าถึง JScript.

Microsoft December 2018 Patch Tuesday Fixes Actively Used Zero-Day Vulnerability

ไมโครซอฟต์และ Adobe ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ประจำเดือนธันวาคม 2018 แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่กำลังถูกใช้โจมตี

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2018 ไมโครซอฟต์ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ประจำเดือนธันวาคม 2018 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ใน Windows และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมด 39 ช่องโหว่ เป็นช่องโหว่ร้ายแรงมาก (Critical) 9 ช่องโหว่ มีการแก้ไขช่องโหว่ที่สำคัญคือ ช่องโหว่ CVE-2018-8611 ซึ่งเป็น Zero-day ที่กำลังถูกใช้โจมตีด้วยมัลแวร์ ช่องโหว่นี้พบใน Windows Kernel ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโปรแกรมเพื่อยกระดับสิทธิ์ได้ ถูกค้นพบโดย Kaspersky

นอกจากนี้ Adobe ยังได้ออกแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ประจำเดือนธันวาคม 2018 เช่นกัน โดยแก้ไขช่องโหว่ใน Adobe Acrobat และ Adobe Reader กว่า 87 ช่องโหว่ เป็นช่องโหว่ร้ายแรงมาก (Critical) ถึง 39 ช่องโหว่

ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตเพื่อลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา : BLEEPINGCOMPUTER

Internet Explorer scripting engine becomes North Korean APT’s favorite target in 2018

Script engine ของ Internet Explorer เป็นเป้าหมายที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้โจมตีทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือในปีนี้ หลังจากที่แฮกเกอร์ได้ใช้ช่องโหว่ zero-day ทั้งใหม่และเก่าเพื่อเป็นเครื่องมือในการโจมตี

DarkHotel กลุ่มผู้โจมตีทางไซเบอร์ที่ McAfee และผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆ องค์กรเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ ซึ่งเคยถูกระบุในรายงานของ Kaspersky เมื่อปี 2014 ว่าเป็นกลุ่มที่ทำการโจมตีระบบ WiFi ของโรงแรมมากกว่า 100 แห่งเพื่อทำการแพร่กระจายมัลแแวร์ ล่าสุดกลุ่มดังกล่าวก็ได้ลงมืออีกครั้งในปีนี้ผ่านการใช้ช่องโหว่ของ VBScript engine ของ Internet Explorer 2 ตัว ได้แก่ CVE-2018-8174 ในเดือนเมษายน และ CVE-2018-8373 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งทั้งสองช่องโหว่ได้รับการแพทช์โดย Microsoft ไปเรียบร้อยแล้ว และที่เพิ่งถูกรายงานออกมาล่าสุดจาก Qihoo 360 Core ได้ระบุว่ากลุ่มนี้มีการใช้วิธีการโจมตีใหม่ผ่านช่องโหว่ของ IE Script เก่า 2 ตัว คือ CVE-2017-11869 และ CVE-2016-0189

ทั้งนี้ Internet Explorer เป็นจุดที่ค่อนข้างน่ากังวลมากด้านความปลอดภัย เนื่องจากถูกพัฒนามานานมากแล้ว ทำให้ Code บางส่วนอาจจะไม่ปลอดภัยในปัจจุบัน Microsoft เองก็ได้เล็งเห็นถึงจุดนี้ ในเดือนกรกฎาคมปี 2017 จึงได้ปิดความสามารถการรัน VBScript อัตโนมัติบน IE เวอร์ชั่นใหม่ๆ การปรับปรุงในครั้งนั้นอาจจะช่วยป้องกันให้ผู้โจมตีไม่สามารถรัน VBScript ที่เป็นอันตรายบนเครื่อง Windows 10 ผ่าน IE ได้ แต่ก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีจากกลุ่ม DarkHotel ซึ่งได้เปลี่ยนวิธีการใหม่เป็นการแนบ Code ไปในเอกสาร Word เพื่อทำการเรียกหน้าเว็บผ่าน IE Frame แทน

ที่มา : zdnet

Microsoft November 2018 Patch Tuesday Fixes 12 Critical Vulnerabilities

Microsoft ออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2018 เพื่อแก้ไขช่องโหว่จำนวนมากซึ่งรวมไปถึงช่องโหว่ที่กำลังมีการใช้โจมตีจริงและช่องโหว่ที่ถูกเผยแพร่วิธีการโจมตี
แพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2018 นี้มีการแก้ไขช่องโหว่กว่า 60 ช่องโหว่ ซึ่งมีการแก้ไขช่องโหว่ Zero-day หลายช่องโหว่ ได้แก่
CVE-2018-8589 เป็นช่องโหว่ใน win32k.sys ที่ทำให้สามารถยกระดับสิทธิ์ของผู้ใช้ได้ ถูกค้นพบโดย Kaspersky Labs และกำลังถูกใช้โจมตีอยู่ในตะวันออกกลาง
CVE-2018-8566 ช่องโหว่ใน BitLocker ที่ทำให้สามารถดูข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสได้เนื่องจากความผิดพลาดในการเข้ารหัสของ SSD
CVE-2018-8584 ช่องโหว่ใน Windows ALPC ที่ทำให้สามารถยกระดับสิทธิ์ของผู้ใช้ได้ ซึ่งถูกเผยแพร่ เมื่อ 24 ตุลาคม 2018 ในทวิตเตอร์ของ @SandboxEscaper

ผู้ใช้ควรตรวจสอบและอัปเดตเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากช่องโหว่ต่างๆ โดยสามารถอ่านรายละเอียดของแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2018 ได้จาก https://blogs.

Windows 10 Bug Let UWP Apps Access All Files Without Users’ Consent

เกิด Bug ใน Windows 10 ที่ให้แอปพลิเคชั่น Universal Windows Platform (UWP) เข้าถึงไฟล์ทั้งหมดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้

Microsoft แก้ไขข้อบกพร่องในระบบปฏิบัติการ Windows 10 ด้วยแพตช์ประจำเดือนตุลาคมปี 2018 (เวอร์ชัน 1809) ซึ่งอนุญาตให้แอปใน Microsoft Store มีสิทธิ์ในระบบไฟล์ที่ครอบคุลมในการเข้าถึงไฟล์ทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม

Microsoft ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มทั่วไปที่เรียกว่า Universal Windows Platform (UWP) เริ่มใช้งานใน Windows 10 ซึ่งช่วยให้แอปพลิเคชั่นสามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 ทั้งหมดได้แก่ PC, Xbox, IoT, Surface Hub และ Mixed-reality headset

แอปพลิเคชั่น UWP มีความสามารถในการเข้าถึง API บางไฟล์เช่นรูปภาพเพลงหรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่นกล้องถ่ายรูปและไมโครโฟน UWP สามารถเข้าถึงไดเร็กทอรีที่มีการติดตั้งแอปในระบบของผู้ใช้และแอปสามารถจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้ (local, roaming และ temporary folders) ได้ และมีความสามารถ broadFileSystemAccess (Broad Files System Access) ช่วยให้แอปพลิเคชั่นสามารถเข้าถึงระบบไฟล์ได้ในระดับเดียวกับผู้ใช้ที่เปิดตัวแอปพลิเคชันนั้นๆ แต่ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ใช้ก่อน

Sébastien Lachance นักพัฒนาของ Microsoft เรียนรู้เกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้บน Windows 10 รุ่นก่อนหน้าแพตช์ประจำเดือนตุลาคม 2018 ในแอปพลิเคชันที่เขาพัฒนาที่ใช้สิทธิ์ broadFileSystemAccess โดยไม่แสดงข้อความแจ้งเกี่ยวกับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบไฟล์ ทำให้ Windows 10 จนกระทั่งรุ่น 1809 แอปพลิเคชันสามารถเข้าถึงระบบไฟล์ทั้งหมดโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ใช้อนุญาต

ทั้งนี้วิศวกรของ Microsoft ได้อธิบายกับ Lachance ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการปิดการตั้งค่า 'broadFileSystemAccess' เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งแอปพลิเคชั่น UWP ทั้งหมดอาจจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเพื่อป้องกันการขัดข้อง

แต่เนื่องจากมีการหยุดให้อัปเดต Windows 10 บนแพตช์ประจำเดือนตุลาคมปี 2018 จึงแนะนำให้ตั้งค่าก่อนที่จะเปิดตัวแอปพลิเคชันแทนก่อน โดยให้เข้าไปปิดการอัพเดต ที่ Windows 10 Settings → Privacy → File system
ที่มา:thehackernews

Microsoft Windows zero-day disclosed on Twitter, again, impacts Windows 10, Server 2016, and Server 2019 only.

นักวิจัยด้านความปลอดภัยชื่อ "SandboxEscaper" ได้เผยแพร่ช่องโหว่ Zero-day ใหม่ใน Windows บน Twitter ของตัวเองอีกครั้งเป็นครั้งที่สองในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และเปิดเผย proof-of-concept (POC) ของช่องโหว่ดังกล่าวบน GitHub

ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบกับ Microsoft Data Sharing (dssvc.

Windows 0-day pops up out of Twitter

บัญชีทวิตเตอร์ @SandboxEscaper ได้โพสทวิตเกี่ยวกับการพบช่องโหว่บน ALPC ที่ถูกใช้งานใน task scheduler ซึ่งไม่มีใครค้นพบมาก่อนบน Microsoft Windows (ช่องโหว่ zero day) ผู้เชี่ยวชาญ CERT/CC ตรวจสอบข้อผิดพลาดดังกล่าว พร้อมยืนยันการค้นพบช่องโหว่นี้

Microsoft Windows task scheduler มีช่องโหว่ในการยกระดับสิทธิ์ ที่ ALPC สามารถอนุญาตให้ local user ยกระดับสิทธิ์เป็น SYSTEM ได้ หากช่องโหว่นี้ถูกประยุกต์ใช้จะทำให้ malware ทำการควบคุมเครื่องได้ที่ถูกโจมตีได้

ช่องโหว่ทำงานได้ทั้ง windows 10 64-bit, windows 10 32-bit และ windows Server 2016 ทั้งนี้ Microsoft ได้ออกมาแจ้งว่า จะให้คำแนะนำในการรับมือกับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

ที่มา: The Register

Microsoft Releases August 2018 Security Updates

Microsoft ออกแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนสิงหาคม 2018 แก้ไขช่องโหว่กว่า 60 ช่องโหว่ โดยบางช่องโหว่ถูกใช้โจมตีแล้ว

Microsoft ออกแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนสิงหาคม 2018 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ 60 ช่องโหว่ ซึ่งสองช่องโหว่ในนั้นเป็นช่องโหว่ Zero-Day ได้แก่ CVE-2018-8414 และ CVE-2018-8373 ซึ่งมีรายงานการเผยแพร่และใช้ในการโจมตีแล้ว

CVE-2018-8414 เป็นช่องโหว่ใน Windows Shell ที่กำลังมีผู้พัฒนาทดลองแพร่มัลแวร์ผ่านช่องโหว่นี้ และ CVE-2018-8373 เป็นช่องโหว่ Internet Explorer ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้โค้ดอันตรายได้ จะใช้โค้ดนั้นได้ตามสิทธิ์ของผู้ใช้ที่ใช้งาน Internet Explorer ขณะนั้น

ผู้ใช้และผู้ดูแลระบบควรรีบทำการอัปเดตแพตช์ดังกล่าวเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ดังกล่าว โดยสามารถอ่านรายละเอียดของแต่ละช่องโหว่ทั้งหมดที่ได้รับการแก้ไขได้จากที่มาด้านล่าง

ที่มา : us-cert

Microsoft Releases Patch Updates for 53 Vulnerabilities In Its Software

ไมโครซอฟท์ออก Patch Tuesday ประจำเดือน กรกฏาคม 2561 เพื่ออุดช่องโหว่กว่า 53 รายการ

ไมโครซอฟท์ออก Patch Tuesday ประจำเดือน กรกฏาคม 2561 เพื่ออุดช่องโหว่กว่า 53 รายการ โดยเป็นช่องโหว่ระดับร้ายแรงสูง (critical) จำนวน 17 รายการ และกระทบกว่า 15 โปรแกรม เช่น Internet Explorer Microsoft Edge Microsoft Windows Adobe Flash Player เป็นต้น

ไมโครซอฟท์ออก Patch Tuesday ประจำเดือน กรกฏาคม 2561 เพื่ออุดช่องโหว่กว่า 53 รายการ แบ่งออกเป็น

- ช่องโหว่ระดับร้ายแรงสูง (critical) 17 รายการ
- ระดับ important 34รายการ
- ระดับ moderate 1 รายการ
- ระดับ low 1 รายการ

ช่องโหว่ต่างๆครอบคลุมผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ดังนี้

- Microsoft Windows 7, 8.1, RT 8.1, and 10
- Microsoft Windows Server 2008, 2008 R2, 2012, 2012 R2, 2016
- Microsoft Windows Server Core Installation 2008, 2008 R2, 2012, 2012 R2, 2016
- Microsoft Office 2010, 2013, 2013 RT, 2016, 2016 Click-to-Run
- Microsoft Access 2013, 2016
- Microsoft Internet Explorer 9, 10, 11
- Microsoft Edge
- Microsoft SharePoint Enterprise Server 2013, 2016
- Microsoft Visual Studio 2010, 2012, 2013, 2015, 2017
- Powershell
- Microsoft .NET Framework
- ChakraCore
- Skype for Business 2016
- Expression Blend 4
- ASP.NET Core
- ASP.NET Web Pages
- ASP.NET MVC

และครอบคลุมไปถึงแก้ไขช่องโหว่ของ Adobe Flash Player ด้วย

ช่องโหว่กว่าครึ่งหนึ่งของการอัพเดตครั้งนี้เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับ Remote Code Execution (RCE) ถึงแม้ว่ายังไม่มีการรายงานว่าช่องโหว่เหล่านี้ถูกใช้ในการโจมตี แต่ผู้ใช้งานควรอัพเดทแพตช์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา:thehackernews