Microsoft makes Windows Defender anti-phishing plugin available for Chrome

Microsoft ได้เผยแพร่ใน ปลั๊กอินที่ป้องการฟิชชิ่ง ของ Windows Defender ใน Chrome ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 เมษายน 2018 เป้าหมายหลักของ บริษัท คือการปกป้องผู้ใช้จากรายการลิงก์ที่เป็นอันตรายที่เป็นที่รู้จัก
สามารดาวน์โหลดได้ใน Chrome ไม่ขัดแย้งกับมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ ที่อาจมีการตั้งค่าไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์และจะไม่เป็นการรบกวนการป้องกันในตัวของ Chrome
ฟิชชิ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน ผู้ไม่หวังดีมักจะส่งอีเมลปลอมอ้างว่าเป็นธนาคารของเหยื่อหรือบริการด้านภาษีและเพิ่มลิงก์เรียกผู้กระทำความผิดเพื่อทำหน้าที่ เมื่อเหยื่อคลิกที่ลิงค์มีความเป็นไปได้ที่เขา / เธอจะดาวน์โหลดรูปแบบของมัลแวร์

ที่มา: zdnet

Microsoft Out-Of-Band Security Update Patches Malware Protection Engine Flaw

วันที่ 3 เมษายน Microsoft ประกาศอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัยฉุกเฉินผ่านทาง Windows Update ซึ่งเป็นการแก้ไขช่องโหว่ CVE-2018-0986 ที่เป็นช่องโหว่ระดับ critical ใน Microsoft Malware Protection Engine (MMPE)

MMPE (mpengine.

Microsoft February Patch Tuesday Fixes 50 Security Issues

ไมโครซอฟต์ประกาศ Patch Tuesday ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2018 แล้วเมื่อวานนี้ โดยในรอบนี้นั้นมีแพตช์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทั้งหมด 50 รายการ ซึ่งมี 14 รายการเป็นแพตช์ระดับร้ายแรง (critical) รวมไปถึงแพตช์ปรับปรุงสำเร็จช่องโหว่ Spectre และ Meltdown ด้วย

หนึ่งในแพตช์ที่น่าสนใจในรอบนี้มาจากช่องโหว่รหัส CVE-2018-0852 สำหรับผลิตภัณฑ์ Microsoft Outlook มีการค้นพบว่าผู้โจมตีสามารถรันโค้ดที่อันตรายบนระบบของเหยื่อ ติดตั้งมัลแวร์หรือขโมยข้อมูลที่สำคัญออกไปได้เพียงแค่ส่งอีเมลที่มีโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่อยู่และถูกเปิดโดย Microsoft Outlook นั้นรุ่นที่มีช่องโหว่

Recommendation
แนะนำให้ตรวจสอบและอัปเดตแพตช์ผ่านทางช่องทางต่างๆ เพื่อลดผลกระทบหากมีการโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวโดยด่วน

Affected Platform
- IE 9, 10, 11
- Microsoft Edge
- Windows 7, 8.1, RT 8.1, 10, Server 2008/2008 R2, Sever 2012, 2012 R2, Server 2016
- SharePoint Server 2016
- Project Server 2013
- Outlook/Word/Office 2007, 2010, 2013, 2016
- ChakraCore
- Adobe Flash

ที่มา : bleepingcomputer

Microsoft January Patch Tuesday Fixes 56 Security Issues, Including a Zero-Day

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Microsoft ได้ออกแพทซ์แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม(Tuesday Patch) ทั้งหมด 56 รายการ และคำแนะนำด้านความปลอดภัยพิเศษ 3 รายการ ประกอบด้วยการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับช่องโหว่ของ Adobe Flash, Meltdown และ Spectre และ Microsoft Office

Microsoft อธิบายถึงช่องโหว่ Zero-Day ในโปรแกรม Microsoft Office และ Microsoft WordPad (CVE-2018-0802) ที่เกิดจากความผิดพลาดของหน่วยความจำทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้ ซึ่งช่องโหว่นี้เกิดขึ้นใน Office Equation Editor เวอร์ชันเก่า ซึ่งช่วยให้เอกสารที่สร้างโดย Microsoft Office เวอร์ชั่นเก่ากว่า 2007 สามารถทำการแก้ไขบน Microsoft Office เวอร์ชันใหม่ได้ รวมทั้งมีการนำ DDE ออกจาก Microsoft Word แต่ยังคงมีอยู่ใน Microsoft Office อื่นๆ นอกจากนี้ Microsoft ยังได้แก้ปัญหาช่องโหว่ Mailsploit ใน Outlook บน Mac (CVE-2018-0819) ซึ่งอนุญาตให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลที่มีการปลอมแปลงตนเองได้

โดยรวมแล้ว Microsoft ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Internet Explorer, Microsoft Edge, Microsoft Windows, Microsoft Office, SQL Server, ChakraCore,. NET Framework, .Net Core และ ASP.NET Core รวมถึงการออกแพทซ์สำหรับปิดช่องโหว่ของ Meltdown และ Spectre ที่ยังไม่มีการปล่อยอัพเดทออกมาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา

ที่มา : bleepingcomputer

Microsoft November Patch Tuesday Fixes 53 Security Issues

Microsoft ได้ออก Tuesday Patch ประจำเดือนพฤศจิกายน ออกมาเมื่อวานนี้ การ Patch ในรอบนี้ครอบคลุม
CVE ทั้งหมด 53 รายการ ซึ่งรวมถึงการแก้ไขในส่วนของ Adobe Flash และ Microsoft Office ด้วย โดยมี 19 รายการที่ถูกจัดอยู่ในระดับ "Critical", 31 รายการถูกจัดอยู่ในระดับ "Important" และ 3 รายการที่ถูกจัดอยู่ในระดับ "Moderate"
ทั้งนี้รายการแก้ปัญหาส่วนใหญ่ที่เป็นระดับ "Critical" ในรอบนี้จะเป็นปัญหาในส่วนของ Microsoft Scripting Engine นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นการแก้ปัญหาใน Internet Explorer และ Edge, ส่วนที่เป็นการแก้ปัญหาใน Microsoft Office จะอยู่ในระดับ "Important" ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับการสั่งรัน Code ที่ไม่ปลอดภัย(arbitrary code execution) และการเพิ่มสิทธิ์อย่างไม่ถูกต้อง(privilege escalation)
ถึงแม้จะมีการออก Patch เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ต่างๆ ออกมาเป็นระยะก็ตาม แต่ผู้ใช้งานก็ยังคงต้องหลีกเลี่ยงการเข้าสู่เวปไซต์ใดๆ ก็ตามที่มีความเสี่ยง หรือเปิดเอกสารใดๆ ก็ตามที่อาจไม่ปลอดภัย จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่ช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ได้

ที่มา : BLEEPINGCOMPUTER

Microsoft Cortana Can Now Read Your Skype Messages to Make Chat Smarter

Microsoft Cortana เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถอ่านข้อความ Skype ของผู้ใช้งานได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

Microsoft ได้มีการเพิ่มการทำงานของ Cortana เข้ามาเป็นผู้ช่วยของ Skype messenger บนอุปกรณ์ Android รวมทั้งอุปกรณ์ iOS โดยมีการใช้ความสามารถของ AI เพื่อทำความเข้าใจบทสนทนาของผู้ใช้งานและช่วยผู้ใช้งานในการให้คำแนะนำต่างๆ

อย่างไรก็ตามประเด็นที่ส่งผลตามมาอย่างชัดเจนคือประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว เนื่องจากการสนทนาผ่าน Skype นั้นไม่มีการเข้ารหัสแบบ end-to-end ซึ่งส่งผลให้ Microsoft มีสิทธิ์เข้าถึงการสื่อสารส่วนตัวทั้งหมดของผู้ใช้งานได้ อีกทั้งข้อมูลที่ถูกเก็บโดย Cortana นั้นก็อาจมีข้อมูลส่วนตัวที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานได้เช่นเดียวกัน

อ้างอิงจากเอกสารของ NSA ในโครงการ PRISM นั้น เคยมีการแสดงภาพให้เห็นอย่างชัดเจนว่า NSA สามารถเข้าถึงข้อมูลจาก Skype ได้ซึ่งเป็นผลมาจากการดักฟังที่ "อาจ" ได้รับความยินยอมจาก Microsoft

Cortana สำหรับ Skype เวอร์ชั่นล่าสุด มีให้บริการเฉพาะผู้ใช้ชาวอเมริกันและไม่ได้มีการเปิดเป็นค่าเริ่มต้น หากต้องการใช้งานผู้ใช้งานจำเป็นต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวด้วยตัวเอง

ที่มา : thehackernews

It’s 2017… And Windows PCs can be pwned via DNS, webpages, Office docs, fonts – and some TPM keys are fscked too

Microsoft ได้ปล่อย Tuesday Patch ประจำเดือนตุลาคมออกมา ครอบคลุมช่องโหว่มากกว่า 60 รายการ ทั้งที่เป็น Critical และ Important โดยเป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Graphics, Edge, Internet Explorer, Office, Sharepoint, Windows Graphic Display Interface, Windows Kernel Mode Drivers เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังไม่มี Patch สำหรับการแก้ไขช่องโหว่ของ Flash ออกมาแต่อย่างไร

สำหรับ Patch ที่ปล่อยออกมามีช่องโหว่ 3 รายการ ที่ได้รับการแนะนำว่าจำเป็นจะต้องทำการอัพเดท ได้แก่ ช่องโหว่ของ Memory ใน Microsoft Office(CVE-2017-11826), ช่องโหว่ของ Cross-site scripting ใน Sharepoint Server(CVE-2017-11777) และ ช่องโหว่ DoS ใน Windows Subsystem รวมถึงช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับ Firmware อย่าง Trusted Platform Modules (TPMs) ซึ่งเป็นปัญหาของการสร้างคีย์ที่มีความปลอดภัยต่ำ(weak cryptographic keys) ขึ้นมาใช้งาน

ทั้งนี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลด Patch ล่าสุดได้จากเว็ปไซต์ทางการของ Microsoft ได้แล้ว หรือทำการเปิด Automatically Update ไว้ เพื่อให้ระบบทำการอัพเดทให้เองโดยอัตโนมัติ

ที่มา : theregister

WINDOWS DEFENDER BYPASS TRICKS OS INTO RUNNING MALICIOUS CODE

นักวิจัยจาก CyberArk ได้พัฒนาวิธีการที่สามารถทำให้มัลแวร์ข้ามผ่านการตรวจสอบจาก Windows Defender ได้ อย่างไรก็ตามทางด้าน Microsoft กลับออกมาตอบประเด็นดังกล่าวว่าปัญหานี้นั้นไม่ถือเป็นปัญหาด้านความปลอดภัย และจะไม่มีการแก้ไขใดๆ ในส่วนการทำงานของ Windows Defender
ในรายละเอียดนั้น การข้ามผ่านการตรวจจับนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้งาน custom-built SMB server ในการหลอกให้ตัว Windows Defender ไปสแกนตัวไฟล์ปกติ ในขณะที่มัลแวร์ก็จะถูกรันในระบบ ทีมวิจัย CyberArk นำโดย Doron Naim และ Kobi Ben Naim เรียกการโจมตีนี้ว่า Illusion Gap โดยนอกจาก Windows Defender แล้ว Antivirus รายอื่นๆ ก็อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
Microsoft กล่าวในแถลงการณ์กับทาง CyberArk ว่าการที่ Attacker ต้องให้ user ช่วยกดรันตัวโค้ดอันตรายดังกล่าวจาก SMB share นั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของความปลอดภัย แต่เป็นในส่วนของ feature request มากกว่า Ben Naim กล่าวว่านั่นเป็นการตอบโต้ที่แย่มาก เพราะหาก Window Defender ไม่สามารถสแกนไฟล์ได้ ก็ไม่ควรที่จะอนุญาติให้ execute ไฟล์ดังกล่าว และยังบอกอีกว่าหาก Windows Defender สามารระบุที่มาของคำสั่งที่เข้ามาก่อกวนการทำงานได้ ก็อาจช่วยในการป้องกันตัวมันเองและ Antivirus รายอื่นๆ ได้เช่นกัน

ที่มา : Threatpost

Microsoft Patch Tuesday – September 2017

ทาง Microsoft ได้ออกแพตช์ให้อัพเดทประจำเดือน กันยายน 2560 สำหรับช่องโหว่ที่มีความสำคัญในผลิตภัณฑ์ต่างๆ สำหรับเดือนนี้รวมทั้งหมด 81 ช่องโหว่ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ช่องโหว่ที่อยู่ในระดับรุนแรง(critical) มีทั้งหมด 27 รายการ
• ช่องโหว่ที่มีความสำคัญ(important) มีทั้งหมด 52 รายการ
• ช่องโหว่ที่อยู่ในระดับปานกลาง(moderate) มีทั้งหมด 2 รายการ
ช่องโหว่ดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีผลกระทบครอบคลุมผลิตภัณฑ์ตามรายการที่สำคัญดังนี้
• Edge
• Internet Explorer
• Adobe Flash Player ที่ถูกติดตั้งอยู่ใน Edge และ Internet Explorer
• Hyper-V
• Office
• Remote Desktop Protocol
• Sharepoint
• Windows Graphic Display Interface
• Windows Kernel Mode Drivers
• Etc.

Microsoft dumps notorious Chinese secure certificate vendor

Microsoft ถอด Certificate Authorities (CAs) ของ WoSign และ StartCom’s จากประเทศจีน เนื่องจาก Wosign ไม่สามารถรักษามาตราฐาน Trusted Root Program ของ Microsoft ได้และมีการรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ ในไม่ช้านี้ทั้ง Internet Explorer และ Edge จะไม่รับใบรับรองความปลอดภัยใหม่นี้รวมถึงบริษัทอื่นๆเช่นกัน

CA เป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือที่ออกใบรับรองดิจิทัล X.509 ซึ่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลประจำตัว เช่น ชื่อ วันที่หมดอายุของใบรับรอง และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเจ้าของคีย์สาธารณะ(Public Key) โดยปกติจะใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยเว็บไซต์ด้วย https โปรโตคอล

โดยก่อนหน้านี้ SSL Lab ได้ออกมาประกาศว่า WoSign และ StartCom ถูกลดความน่าเชื่อถือลงเนื่องจากตรวจสอบพบการทุจริตอย่างต่อเนื่องในองค์กร เป็นที่น่าเสียดายที่ CA ทั้งสองมีฐานผู้ใช้เป็นจำนวนมาก แต่ที่ติดตั้งส่วนใหญ่จะเป็นเป็นใบรับรองฟรี

ขณะนี้ Microsoft ได้ข้อสรุปว่า CA ของ WoSign และ StartCom มีความล้มเหลวในการรักษามาตรฐาน Trusted Root Program ที่กำหนดโดย Microsoft ซึ่งมีหลายส่วนที่ทาง Microsoft ไม่สามารถรับได้ เช่น การออกใบรับรอง SHA-1 ย้อนหลัง การออกใบรับรองที่ไม่ถูกต้อง การเพิกถอนใบรับรองโดยไม่ได้ตั้งใจ หมายเลขใบรับรองที่ซ้ำกัน เป็นต้น

ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน Mozilla, Apple และ Google เองได้ออกมาประกาศว่าจะไม่ trusted cert ที่ถูกสร้างจาก WoSign และ StartCom ทั้งนี้ Microsoft เองจะรองรับ trusted cert ที่ถูกออกโดย WoSign จนถึง 26 กันยายน 2017 เท่านั้น มีเพียง Web Browser Opera ที่มีแนวโน้มว่าจะยังคงให้ความไว้วางใจใบรับรองของ WoSign เป็นเพราะว่า Opera ถูกซื้อโดยกลุ่มบริษัทจีน Golden Brick Silk Road ในปีพ.ศ.2016 และ Golden Brick เองได้จัดตั้งขึ้นโดย บริษัท Kunlun Tech และ Qihoo 360 ของปักกิ่งซึ่งเป็นเจ้าของ WoSign และ StartCom

ที่มา : zdnet