RTM Locker Ransomware เวอร์ชัน Linux มีเป้าหมายโจมตีที่เซิร์ฟเวอร์ VMware ESXi

กลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์ RTM (Read The Manual) มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2015 โดยการใช้โทรจันเพื่อขโมยเงินจากธนาคารของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

ในเดือนธันวาคม 2022 MalwareHunterTeam นักวิจัยด้านความปลอดภัยระบุว่า RTM ให้บริการ Ransomware-as-a-Service (RaaS) ซึ่งมีการให้บริการมาแล้วอย่างน้อยห้าเดือน ในขณะนั้นพบเพียงตัวเข้ารหัสแรนซัมแวร์บน Windows เท่านั้น แต่รายงานจาก Uptycs เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2023 RTM ได้เปิดตัวบริการ RaaS รูปแบบใหม่ ซึ่งขยายเป้าหมายไปยังเซิร์ฟเวอร์ Linux และ VMware ESXi

ตามรายงานของ Uptycs ตัวเข้ารหัสของ RTM Locker บน Linux ถูกสร้างขึ้นสำหรับการโจมตีระบบ VMware ESXi เนื่องจากมีคำสั่งจำนวนมากที่ใช้ในการจัดการ Virtual Machines

เมื่อเปิดใช้งาน ตัวเข้ารหัสจะพยายามเข้ารหัส VMware ESXi Virtual Machines ทั้งหมดก่อน โดยรวบรวมรายการ VM ที่รันอยู่โดยใช้ Command "esxcli vm process list >> vmlist.

QNAP แจ้งเตือนลูกค้ารีบอัปเดตแพตซ์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ของ Linux Sudo ในอุปกรณ์ NAS

QNAP ผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์ด้านการสำรองข้อมูลของไต้หวัน ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานให้รีบทำการอัปเดตแพตซ์ด้านความปลอดภัยในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย Network-Attached Storage ที่ใช้งานบนระบบ Linux เพื่อป้องกันช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ Sudo ที่มีระดับความรุนแรงสูง

CVE-2023-22809 (คะแนน CVSS 7.8/10 ระดับความรุนแรงสูง) เป็นช่องโหว่การ bypass sudoers policy ใน Sudo เวอร์ชัน 1.9.12p1 เมื่อใช้ sudoedit ทำให้สามารถเพิ่มระดับสิทธิ์โดยการแก้ไขไฟล์ที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยการเพิ่ม arbitrary entries ลงในรายการไฟล์ที่ต้องดำเนินการ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ที่ใช้ Sudo เวอร์ชัน 1.8.0 ถึง 1.9.12p1 รวมไปถึงระบบปฏิบัติการ NAS ของ QTS, QuTS Hero, QuTScloud และ QVP (QVR Pro)

การป้องกัน

ทำการอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่โดยทันทีจาก QNAP โดยทำการเลือกประเภทผลิตภัณฑ์ และรุ่นของอุปกรณ์
หากต้องการอัปเดต QTS, QuTS Hero หรือ QuTScloud ผู้ใช้งานต้องคลิกตัวเลือก "Check for Update" ในส่วน "Live Update" หลังจากเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบและไปที่ Control Panel > System > Firmware Update

QNAP NAS ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง อย่างในกรณีล่าสุดที่พบแคมเปญการโจมตีของ DeadBolt และ eCh0raix ransomware ที่มีการใช้ช่องโหว่ของ QNAP NAS เพื่อเข้ารหัสข้อมูลบนอุปกรณ์ QNAP NAS ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต

ที่มา : bleepingcomputer

IceFire Ransomware โจมตีเครื่อง Linux ที่อยู่ในระบบขององค์กรด้วยช่องโหว่ IBM Aspera Faspex

SentinelOne บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เผยแพร่รายงานการพบ IceFire Ransomware ซึ่งเดิมได้มุ่งเป้าโจมตีระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก แต่ปัจจุบันพบว่าได้มีการมุ่งเป้าหมายการโจมตีไปยังระบบปฏิบัติการ Linux ขององค์กรภาคสื่อ และความบันเทิงหลายแห่งทั่วโลก โดยใช้ช่องโหว่ของ IBM Aspera Faspex (more…)

มัลแวร์ Mirai สายพันธุ์ใหม่ โจมตี Linux เซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้เป็น DDoS botnet

Mirai botnet สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า 'V3G4' กำลังโจมตีเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Linux และอุปกรณ์ IoT โดยการใช้ช่องโหว่อย่างน้อย 13 รายการ เพื่อเข้าควบคุมระบบ และนำมาใช้ในการโจมตีแบบ DDoS (distributed denial of service)

มัลแวร์จะแพร่กระจายโดยการ brute force credentials บน telnet/SSH รวมถึงการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บน hardcoded เพื่อสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายบนเครื่องเป้าหมาย เมื่อสามารถโจมตีได้สำเร็จ มัลแวร์จะถูกติดตั้งบนเครื่องเหยื่อ และจะถูกนำเข้าสู่การควบคุมในฐานะ botnet (more…)

Citrix ออกแพตซ์อัปเดตแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ใน Workspace, Virtual Apps และ Desktops

Citrix Systems ออกแพตซ์อัปเดตแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ซึ่งพบในผลิตภัณฑ์ Virtual Apps and Desktops และ Workspace Apps

โดยช่องโหว่ที่ได้รับการอัปเดต เป็นช่องโหว่ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเป้าหมายในแบบ local access เพื่อยกระดับสิทธิ์ และเข้าควบคุมระบบที่ได้รับผลกระทบได้

การยกระดับสิทธิ์เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญของการโจมตีทางไซเบอร์ เนื่องจากผู้โจมตีจำเป็นต้องได้รับสิทธิ์ที่สูงขึ้นสำหรับการขโมยข้อมูล, การปิดใช้งานซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย หรือแพร่กระจายไปยังระบบอื่น ๆ ของเป้าหมายเพื่อโจมตีด้วยแรนซัมแวร์

ช่องโหว่ที่ Citrix ได้ออกประกาศให้ทำการอัปเดต

CVE-2023-24483 : ช่องโหว่ในการจัดการสิทธิ์ที่ไม่เหมาะสมซึ่งนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ไปยัง NT AUTHORITY\SYSTEM ส่งผลกระทบต่อ Citrix Virtual Apps and Desktops เวอร์ชันก่อน 2212, 2203 LTSR ก่อน CU2 และ 1912 LTSR ก่อน CU6
CVE-2023-24484 : ช่องโหว่ในการควบคุมการเข้าถึงที่ไม่เหมาะสมทำให้สามารถเขียน log files ไปยังไดเร็กทอรีที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ควรเข้าถึง ส่งผลกระทบต่อ Citrix Workspace App สำหรับ Windows เวอร์ชันก่อน 2212, 2203 LTSR ก่อน CU2 และ 1912 LTSR ก่อน CU6
CVE-2023-24485 : ช่องโหว่ในการการควบคุมการเข้าถึงที่ไม่เหมาะสมซึ่งนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ ส่งผลกระทบต่อ Citrix Workspace App สำหรับ Windows เวอร์ชันก่อน 2212, 2203 LTSR ก่อน CU2 และ 1912 LTSR ก่อน CU6
CVE-2023-24486 : ช่องโหว่ในการควบคุมการเข้าถึงที่ไม่เหมาะสมซึ่งนำไปสู่การยึดครองเซสชัน ส่งผลกระทบต่อแอป Citrix Workspace สำหรับ Linux เวอร์ชันก่อน 2302

โดย CVE-2023-24483 ถือได้ว่าเป็นช่องโหว่ที่รุนแรงที่สุดที่ได้รับการแก้ไขในครั้งนี้ โดย NT AUTHORITY\SYSTEM คือสิทธิ์การเข้าถึงระดับสูงสุดบน Windows ทำให้สามารถสั่งรันคำสั่งได้ตามที่ต้องการ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญ และแก้ไขการกำหนดค่าระบบโดยไม่มีข้อจำกัด รวมไปถึงสามารถโจมตีไปยังระบบอื่น ๆ ที่อยู่ภายในเครือข่ายเดียวกันได้

การป้องกัน

Citrix แนะนำให้เร่งทำการอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ โดยอัปเดตไปยังเวอร์ชันดังต่อไปนี้

Citrix Virtual Apps และ Desktops 2212 และ version ที่ใหม่กว่า
Citrix Virtual Apps and Desktops 2203 LTSR CU2 และ cumulative updates ที่ใหม่กว่า
Citrix Virtual Apps and Desktops 1912 LTSR CU6 และ cumulative updates ที่ใหม่กว่า
Citrix Workspace App 2212 และ version ที่ใหม่กว่า
Citrix Workspace App 2203 LTSR CU2 และ cumulative updates ที่ใหม่กว่า
Citrix Workspace App 1912 LTSR CU7 Hotfix 2 (19.12.7002) และ cumulative updates ที่ใหม่กว่า
แอป Citrix Workspace สำหรับ Linux 2302 และ version ที่ใหม่กว่า

ที่มา : bleepingcomputer

Royal Ransomware เวอร์ชัน Linux กำหนดเป้าหมายไปยัง VMware ESXi

Royal Ransomware เป็น Ransomware ตัวล่าสุดที่มีความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลบนอุปกรณ์ Linux ได้ โดยมีการกำหนดเป้าหมายไปที่ VMware ESXi โดยเฉพาะ ซึ่ง BleepingComputer เคยได้รายงานเกี่ยวกับการเข้ารหัสจากแรนซัมแวร์บน Linux ที่มีรูปแบบคล้ายกันโดยกลุ่ม Ransomware อื่น ๆ เช่น Black Basta, LockBit, BlackMatter, AvosLocker, REvil, HelloKitty, RansomEXX และ Hive (more…)

Titan Stealer: มัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูลแบบใหม่ที่ใช้ภาษา Golang-Based

มัลแวร์สำหรับขโมยข้อมูลตัวใหม่ที่ใช้ภาษา Golang ชื่อว่า Titan Stealer กำลังถูกโฆษณาโดยผู้โจมตีผ่านช่องทาง Telegram

Karthickkumar Kathiresan และ Shilpesh Trivedi นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Uptycs ระบุในรายงานว่า “ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูลที่หลากหลายจากเครื่อง Windows ที่ถูกโจมตี เช่น ข้อมูล credential บนเบราว์เซอร์, กระเป๋าเงินคริปโต, ข้อมูล FTP client, ข้อมูลบันทึกภาพหน้าจอ และรายละเอียดข้อมูลบนระบบของเหยื่อ”

ไททันถูกพัฒนามาในลักษณะการเป็น builder เพื่อช่วยให้ผู้โจมตีที่นำไปใช้สามารถปรับแต่งไบนารีของมัลแวร์เพื่อปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการทำงาน รวมถึงข้อมูลที่ต้องการจะขโมยออกไปจากเครื่องของเหยื่อ

เมื่อเริ่มดำเนินการมัลแวร์จะใช้เทคนิคที่เรียกว่า process hollowing เพื่อ inject เพย์โหลดที่เป็นอันตรายลงในหน่วยความจำของ process ที่ทำงานอยู่ตามปกติเรียกว่า AppLaunch.

Python Malware แอบติดตั้งแบ็คดอร์จากช่องโหว่บน VMware ESXi servers

นักวิจัยจาก Juniper Networks ค้นพบ Python Malware ที่มุ่งเป้าไปยังช่องโหว่บน VMware ESXi servers เพื่อใช้ในการติดตั้งแบ็คดอร์ ซึ่งจะทำให้ Hacker สามารถเข้าถึง หรือรันคำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกลบนระบบที่ถูกโจมตีได้

แต่จนถึงปัจจุบันนักวิจัยยังไม่สามารถระบุวิธีการที่แน่ชัดที่ถูกใช้ในการโจมตีได้ เนื่องจากข้อมูล log ที่หลงเหลือหลังจากการโจมตีมีจำกัด แต่คาดการว่าเซิร์ฟเวอร์อาจถูกโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ CVE-2019-5544 และ CVE-2020-3992 ใน OpenSLP service ของ ESXi โดย Python Malware ยังสามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Linux และ Unix

VMware ESXi คือ แพลตฟอร์ม Virtual Machine (VM) ที่ใช้ทั่วไปในองค์กรเพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์จำลอง (VM) จำนวนมากบนอุปกรณ์เครื่องเดียว โดยใช้ทรัพยากร CPU และหน่วยความจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การโจมตี

จากข้อมูล log ที่หลงเหลือหลังจากการโจมตี พบว่า Python Malware ได้เพิ่มคำสั่ง 7 บรรทัดใน "/etc/rc.

Google ออกแพตช์อัปเดตแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ครั้งที่ 8 ของ Google Chrome ในปีนี้

Google ได้ประกาศแพตช์อัปเดตให้กับ Google Chrome Browser เพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ที่มีระดับความรุนแรงสูง

รายละเอียดของช่องโหว่

โดยปกติแล้ว Google จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องโหว่ Zero-day จนกว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะได้รับการอัปเดตแล้ว โดยช่องโหว่ดังกล่าวมีหมายเลข CVE-2022-4135 เป็นช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูง ที่เกิดจาก Heap-based buffer overflow บน GPU component ที่จะทำให้โปรแกรมเกิดข้อผิดพลาด และผู้ไม่หวังดีสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้หากโจมตีสำเร็จ

ช่องโหว่นี้ถูกพบโดย Clement Lecigne จาก Threat Analysis Group เมื่อวันที่ 22 พฤศจิการยนที่ผ่านมา และในการการอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นช่องโหว่ Zero-day ครั้งที่ 8 นับตั้งแต่ต้นปี ของ Google โดยช่องโหว่ zero-day 7 รายการก่อนหน้านี้ที่ถูกพบ และแก้ไขไปแล้วในปี 2565 ได้แก่ :

CVE-2022-0609 - Use-after-free in Animation – February 14th, 2022
CVE-2022-1096 - Type confusion in V8 – March 25th, 2022
CVE-2022-1364 - Type confusion in V8 – April 14th, 2022
CVE-2022-2294 - Heap buffer overflow in WebRTC – July 4th, 2022
CVE-2022-2856 - Insufficient validation of untrusted input in Intents - September 2nd, 2022
CVE-2022-3075 - Insufficient data validation in Mojo - August 30th, 2022
CVE-2022-3723 - Type confusion in V8 - October 27th, 2022

Google แนะนำให้ผู้ใช้งานอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 107.0.5304.121 สำหรับ macOS และ Linux และเวอร์ชั่น 107.0.5304.121/.122 สำหรับ Windows เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

Browser อื่น ๆ ที่อยู่บน Chromium-based เช่น Microsoft Edge, Brave, Opera และ Vivaldi แนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้วก่อนการใช้งานเช่นเดียวกัน

ที่มา : thehackernews

 

เฟรมเวิร์กการโจมตีรูปแบบใหม่ Alchimist มุ่งเป้าไปที่ Windows, macOS, Linux

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์พบการโจมตีรูปแบบใหม่ และเฟรมเวิร์ก C2 ที่ชื่อว่า "Alchimist" ซึ่งดูเหมือนจะถูกใช้ในการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังระบบปฏิบัติการ Windows, Linux และ Mac OS

เฟรมเวิร์ก และไฟล์ทั้งหมดถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาโปรแกรมมิ่งที่ชื่อว่า GoLang ซึ่งเป็นภาษาที่ทำให้ความเข้ากันได้ของโปรแกรมในแต่ละระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ทำได้ง่ายขึ้นมาก

Alchimist มี web-based interface ที่ใช้ภาษาจีน ซึ่งคล้ายกันกับ Manjusaka ที่เป็นเฟรมเวิร์กที่ถูกใช้หลังการโจมตี (post-exploitation) ที่พึ่งถูกพบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวจีน

นักวิจัยของ Cisco Talos พบว่าทั้ง 2 เฟรมเวิร์คนั้นมีความคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างทางเทคนิคมากพอที่จะสรุปได้ว่าผู้เขียนเฟรมเวิร์คทั้งสองตัวต่างคนต่างพัฒนาเฟรมเวิร์กเหล่านี้

วิธีการสร้างการโจมตี

Alchimist ช่วยให้ผู้โจมตีมีเฟรมเวิร์กที่ใช้งานได้ง่าย ซึ่งช่วยให้สามารถสร้าง และกำหนดค่าเพย์โหลดที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ที่ถูกโจมตี เพื่อบันทึกภาพหน้าจอจากระยะไกล สั่งรัน commands ต่าง ๆ และดำเนินการเรียกใช้ shellcode จากระยะไกลได้

เฟรมเวิร์กนี้ยังสนับสนุนการสร้าง mechanisms เพื่อติดตั้ง 'Insekt' (RAT) บนอุปกรณ์ของเหยื่อ และช่วยในการสร้าง PowerShell (สำหรับ Windows) และ wget (สำหรับ Linux) สำหรับการปรับใช้ RAT

 

เพย์โหลดของ Insekt สามารถกำหนดค่าได้บนอินเทอร์เฟซของ Alchimist โดยใช้พารามิเตอร์ต่าง ๆ เช่น C2 IP/URL แพลตฟอร์ม (Windows หรือ Linux) โปรโตคอล (TLS, SNI, WSS/WS)

 

C2 Address จะถูกกำหนดไว้ในฮาร์ดโค้ด และมี self-signed certificate ซึ่งสร้างขึ้นในระหว่างการคอมไพล์ โดย C2 จะส่งคำสั่ง Ping 10 ครั้งทุกวินาที และหากความพยายามในการเชื่อมต่อทั้งหมดไม่สำเร็จ มัลแวร์จะลองใหม่อีกครั้งหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

Insekt RAT

เซิร์ฟเวอร์ Alchemist C2 จะส่งคำสั่งเพื่อดำเนินการ ซึ่งเป็นการฝัง Insekt ที่ใช้ดำเนินการบนระบบ Windows และ Linux ที่ถูกโจมตี

พฤติกรรมที่เป็นอันตรายที่ Insekt สามารถทำได้:

รับข้อมูลขนาดไฟล์
รับข้อมูลระบบปฏิบัติการ
เรียกใช้คำสั่งโดยผ่าน cmd.