Cloudflare ลดจำนวนการโจมตี DDoS ลงได้มากเป็นประวัติการณ์ในปี 2025

Cloudflare ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เปิดเผยว่าสามารถป้องกันการโจมตี DDoS ได้มากเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 โดยสามารถป้องกันได้เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 358% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 198% เมื่อเทียบกับไตรมาสต่อไตรมาส

(more…)

กองทัพรัสเซียตกเป็นเป้าหมายของมัลแวร์บน Android ตัวใหม่ที่ซ่อนอยู่ในแอปแผนที่

มีการพบมัลแวร์บน Android รูปแบบใหม่ที่ถูกซ่อนอยู่ภายในแอป Alpine Quest เวอร์ชันที่ถูกดัดแปลงเป็นโทรจัน ซึ่งถูกใช้งานโดยทหารรัสเซียในการวางแผนปฏิบัติการในเขตสงคราม

ผู้โจมตีโปรโมตแอป Alpine Quest Pro เวอร์ชันดัดแปลงนี้ผ่านทาง Telegram และ app catalogs ของรัสเซีย โดยโฆษณาว่าเป็นเวอร์ชันพรีเมียมที่ถูกแคร็ก และสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี (more…)

ผู้โจมตีใช้ Google OAuth เพื่อปลอมตัวเป็น Google ผ่านการโจมตีแบบ DKIM Replay attack

แฮ็กเกอร์ทำการโจมตีอย่างชาญฉลาด โดยใช้อีเมลปลอมที่ดูเหมือนว่าถูกส่งมาจาก Google ซึ่งผ่านการตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมดแล้ว แต่ก็จะนำผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บไซต์ปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อขโมยข้อมูลการเข้าสู่ระบบ (more…)

Google ยกเลิกการแจ้งเตือนคุกกี้ใน Chrome และเพิ่มการป้องกัน IP ให้กับโหมดไม่ระบุตัวตน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 เมษายน 2025) Google เปิดเผยว่า จะไม่เสนอ standalone prompt สำหรับคุกกี้ของ third-party ในเบราว์เซอร์ Chrome อีกต่อไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Privacy Sandbox (more…)

ผู้ไม่หวังดีปลอม npm Packages เลียนแบบ Telegram Bot API เพื่อฝัง SSH Backdoors บนระบบปฏิบัติการ Linux

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ พบแพ็กเกจอันตราย 3 รายการใน npm registry ซึ่งปลอมตัวเป็นไลบรารี Telegram bot แต่แฝง SSH backdoors และความสามารถในการทำ data exfiltration (more…)

แฮ็กเกอร์ใช้ช่องโหว่ฟีเจอร์ remote control ของ Zoom เพื่อขโมยคริปโตผู้ใช้งาน

กลุ่มผู้โจมตีที่มีชื่อว่า ‘Elusive Comet’ มุ่งเป้าโจมตีไปยังผู้ใช้คริปโตเคอร์เรนซี โดยใช้เทคนิค Social Engineering ร่วมกับฟีเจอร์ remote control ของ Zoom เพื่อหลอกให้เหยื่อยินยอมให้เข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของตน (more…)

แฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐใช้วิธี ClickFix Social engineering เทคนิค

การโจมตีแบบ ClickFix กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่แฮ็กเกอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ, อิหร่าน และรัสเซีย ซึ่งได้นำเทคนิคนี้ไปใช้ในปฏิบัติการล่าสุด (more…)

บัญชี Microsoft Entra ถูกล็อกเนื่องจากความผิดพลาดในการจัดการ token ของผู้ใช้

Microsoft ยืนยันว่าเหตุการณ์บัญชี Entra ถูกล็อกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากการที่ refresh tokens ของผู้ใช้ถูกยกเลิกโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากมีการ logged token เหล่านั้นลงในระบบภายในของบริษัทอย่างไม่ถูกต้อง (more…)

ASUS ยืนยันพบช่องโหว่ระดับ Critical ในเราเตอร์ AiCloud แนะนำผู้ใช้งานให้อัปเดตเฟิร์มแวร์โดยด่วน

ASUS เปิดเผยช่องโหว่ระดับ Critical ซึ่งส่งผลกระทบต่อเราเตอร์ที่เปิดใช้งานฟีเจอร์ AiCloud โดยช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกสามารถเข้าถึง และสั่งการฟังก์ชันต่าง ๆ บนอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2025-2492 และมีระดับความรุนแรง CVSS อยู่ที่ 9.2

ช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขแล้วผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ในเวอร์ชันต่อไปนี้:

3.0.0.4_382

3.0.0.4_386

3.0.0.4_388

3.0.0.6_102

เพื่อความปลอดภัย ASUS แนะนำให้ผู้ใช้งานอัปเดตเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

โดย ASUS ระบุว่า "ควรใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับเครือข่าย wireless และ administration page ของเราเตอร์ และควรใช้รหัสผ่านที่มีความยาวอย่างน้อย 10 ตัวอักษร โดยผสมตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษ"

"ไม่ควรใช้รหัสผ่านเดียวกันสำหรับอุปกรณ์ หรือบริการมากกว่าหนึ่งรายการ และไม่ควรใช้รหัสผ่านที่มีตัวเลข หรืออักษรเรียงต่อกัน เช่น 1234567890, abcdefghij หรือ qwertyuiop"

หากไม่สามารถอัปเดตแพตช์ได้ทันที หรือเราเตอร์สิ้นสุดอายุการใช้งานแล้ว (EoL) แนะนำให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารหัสผ่านสำหรับการล็อกอิน และ Wi-Fi ยากต่อการคาดเดา

อีกทางเลือกหนึ่งคือการปิดใช้งานฟีเจอร์ AiCloud และบริการใด ๆ ที่สามารถเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต เช่น การเข้าถึงระยะไกลผ่าน WAN, Port Forwarding, DDNS, VPN Server, DMZ, Port Triggering และ FTP

ที่มา : thehackernews

มัลแวร์ SuperCard X บน Android ใช้บัตรที่ถูกขโมยในการโจมตีแบบ NFC Relay

พบแพลตฟอร์ม malware-as-a-service (MaaS) ใหม่ที่ชื่อว่า 'SuperCard X' โดยมีเป้าหมายโจมตีอุปกรณ์ Android ผ่านการโจมตีแบบ NFC Relay ซึ่งช่วยให้สามารถทำธุรกรรมที่ point-of-sale และตู้ ATM โดยใช้ข้อมูลบัตรที่ถูกขโมยมา

SuperCard X เชื่อมโยงกับกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ภาษาจีน และมีลักษณะโค้ดที่คล้ายคลึงกับโปรเจกต์โอเพ่นซอร์ส NFCGate รวมถึงเวอร์ชันที่พัฒนาจากโปรเจกต์ดังกล่าวอย่าง NGate ซึ่งมีส่วนในการโจมตีในยุโรปตั้งแต่ปีที่แล้ว

แพลตฟอร์ม malware-as-a-service นี้ถูกโปรโมตผ่านช่องทาง Telegram ซึ่งยังมีการเสนอการสนับสนุนโดยตรงแก่ลูกค้า

SuperCard X ถูกพบโดยบริษัทด้านความปลอดภัยบนมือถือ Cleafy ซึ่งรายงานว่าได้พบการโจมตีที่ใช้มัลแวร์ Android นี้ในอิตาลี การโจมตีเหล่านี้ประกอบด้วยตัวอย่างมัลแวร์หลายตัวที่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ร่วมงานสามารถเลือกสร้างเวอร์ชันที่ปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะของภูมิภาค หรือความต้องการอื่น ๆ ได้

การโจมตีของ SuperCard X ดำเนินไปอย่างไร

การโจมตีเริ่มต้นจากเหยื่อได้รับข้อความ SMS หรือ WhatsApp ปลอม ที่แอบอ้างว่าเป็นธนาคารของตน โดยอ้างว่ามีธุรกรรมที่น่าสงสัยเกิดขึ้น และขอให้เหยื่อติดต่อกลับผ่านหมายเลขโทรศัพท์เพื่อแก้ไขปัญหา

เมื่อเหยื่อติดต่อไปตามหมายเลขดังกล่าว จะมีมิจฉาชีพรับสายโดยแสร้งทำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนของธนาคาร จากนั้นจะใช้วิธีการ social engineering เพื่อหลอกให้เหยื่อยืนยันหมายเลขบัตร และรหัส PIN หลังจากนั้นจะพยายามโน้มน้าวให้ผู้ใช้ยกเลิกการจำกัดวงเงินใช้จ่ายผ่านแอปธนาคารของตน

ในขั้นตอนสุดท้าย ผู้ไม่หวังดีจะหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปอันตรายที่ชื่อว่า "Reader" ซึ่งถูกปลอมแปลงให้ดูเหมือนเป็นเครื่องมือด้านความปลอดภัย หรือการยืนยันตัวตน โดยภายในแอปนั้นแฝงมัลแวร์ SuperCard X เอาไว้

เมื่อผู้ใช้ติดตั้งแอป Reader แอปจะร้องขอสิทธิ์การเข้าถึงเพียงเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่จะขอสิทธิ์ในการเข้าถึงโมดูล NFC ซึ่งเพียงพอสำหรับการขโมยข้อมูล

มิจฉาชีพจะสั่งให้เหยื่อนำบัตรชำระเงินมาแตะกับโทรศัพท์ของตนเองเพื่อยืนยันบัตร ซึ่งทำให้มัลแวร์สามารถอ่านข้อมูลจากชิปบนบัตร และส่งข้อมูลนั้นไปยังผู้โจมตี

จากนั้นผู้โจมตีจะรับข้อมูลดังกล่าวไว้ในอุปกรณ์ Android ของตน โดยใช้งานแอปอีกตัวที่ชื่อว่า Tapper ซึ่งทำหน้าที่จำลองการทำงานของบัตรเหยื่อด้วยข้อมูลที่ถูกขโมยมา

บัตรที่ถูกจำลองโดยผู้โจมตีสามารถใช้ชำระเงินแบบ contactless ตามร้านค้า หรือถอนเงินจากตู้ ATM ได้ แม้จะมีข้อจำกัดด้านวงเงิน โดยธุรกรรมเหล่านี้มักมีมูลค่าไม่สูง และดำเนินการได้ทันที ทำให้ดูเหมือนเป็นธุรกรรมปกติ จึงยากต่อการตรวจจับ และยกเลิกโดยธนาคาร

มัลแวร์หลบเลี่ยงการตรวจจับได้

Cleafy ระบุว่า ปัจจุบัน SuperCard X ยังไม่ถูกตรวจพบโดยเครื่องมือป้องกันไวรัสใด ๆ บน VirusTotal และการที่แอปไม่มีการขอสิทธิ์ที่เสี่ยง หรือฟีเจอร์ที่เป็นการโจมตีที่ชัดเจน เช่น การทับซ้อนหน้าจอ (screen overlaying) ทำให้มันสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับจากการสแกนพฤติกรรม (heuristic scans) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจำลองบัตรนั้นใช้เทคโนโลยี ATR-based (Answer to Reset) ซึ่งทำให้บัตรดูเหมือนจริง และสามารถทำงานร่วมกับเครื่องชำระเงินได้ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญทางเทคนิค และความเข้าใจในโปรโตคอลของสมาร์ตการ์ดอีกด้วย

อีกหนึ่งแง่มุมทางเทคนิคที่สำคัญคือการใช้ mutual TLS (mTLS) สำหรับการยืนยันตัวตนระหว่างไคลเอนต์ และเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ certificate-based ซึ่งช่วยป้องกันการเชื่อมต่อกับ C2 จากการ interception และการวิเคราะห์จากนักวิจัย หรือเจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย

BleepingComputer ได้ติดต่อไปยัง Google เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของ SuperCard X และโฆษกของ Google ได้ระบุคำแถลงการณ์ดังนี้:

“จากการตรวจสอบปัจจุบันของเรา ยังไม่พบแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์นี้อยู่บน Google Play ผู้ใช้ Android จะได้รับการปกป้องโดยอัตโนมัติจาก Google Play Protect ซึ่งเปิดใช้งานโดยค่าเริ่มต้นบนอุปกรณ์ Android ที่มี Google Play Services โดย Google Play Protect สามารถเตือนผู้ใช้หรือบล็อกแอปที่มีพฤติกรรมเป็นอันตราย แม้ว่าแอปเหล่านั้นจะมาจากแหล่งภายนอก Google Play ก็ตาม”

ที่มา : bleepingcomputer