นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้ชื่อว่า Nightmare Eclipse ได้เปิดเผยช่องโหว่ Zero-day ตัวใหม่บน Microsoft Defender ที่มีชื่อว่า "ShieldCrash" ทันทีหลังจากที่ Microsoft ปล่อยอัปเดตความปลอดภัย Patch Tuesday ประจำเดือนกันยายน 2026
(more…)
นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้ชื่อว่า Nightmare Eclipse ได้เปิดเผยช่องโหว่ Zero-day ตัวใหม่บน Microsoft Defender ที่มีชื่อว่า "ShieldCrash" ทันทีหลังจากที่ Microsoft ปล่อยอัปเดตความปลอดภัย Patch Tuesday ประจำเดือนกันยายน 2026
(more…)
พบแคมเปญมัลแวร์ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งใช้เว็บไซต์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ปลอมในการปลอมตัวเป็น vendors ที่น่าเชื่อถือ เพื่อเผยแพร่ตัวติดตั้งที่เป็นอันตราย
(more…)
Check Point Research ได้เปิดเผยเทคนิคที่ใช้ไดรเวอร์สำหรับการแก้ไขปัญหาในขั้นตอนการบูตของ Microsoft Defender เอง ซึ่งเป็นไดรเวอร์ที่ผ่านการ Sign อย่างถูกต้อง มาใช้ดำเนินการกับไฟล์ และ Registry ในระดับ Kernel ได้ตามที่ต้องการ บนระบบ Windows ตั้งแต่ Windows 7 ไปจนถึง Windows 11 25H2 โดยไม่มีการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ (exploit) และไม่มีการนำไดรเวอร์จากภายนอกเข้ามาในเครื่องแต่อย่างใด (more…)
Microsoft ประกาศว่า ได้ถอดเครื่องมือ Windows Management Instrumentation Command-line (WMIC) ออกจาก Windows 11 24H2 และ 25H2 รวมถึง Beta Build ของ Windows 11 ที่ปล่อยออกมาในสัปดาห์นี้แล้ว (more…)
นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้ชื่อว่า Nightmare Eclipse ได้เผยแพร่ Exploit ของช่องโหว่ zero-day ตัวใหม่ใน Microsoft Defender ที่มีชื่อว่า "ShieldBreak" หลังจากที่ Microsoft ได้ปล่อยแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยประจำเดือนสิงหาคม 2026 (Patch Tuesday)
(more…)
นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ปล่อยโค้ด exploit สำหรับช่องโหว่ zero-day ตัวใหม่บน Microsoft Defender ในชื่อ "RoguePlanet" เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก Microsoft เพิ่งออกอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026
นักวิจัยที่ใช้นามแฝงว่า Nightmare Eclipse ระบุว่า ช่องโหว่ใหม่นี้ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Windows 10 และ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ล่าสุดแล้ว โดยช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเปิด command prompt ที่มีสิทธิ์ระดับ SYSTEM ผ่านช่องโหว่ประเภท race condition บน Microsoft Defender ได้
นักวิจัยได้แชร์โค้ด POC เมื่อบ่ายวันอังคารที่ผ่านมาใน self-hosted Git repository หลังจากระบุว่าคลังเก็บซอร์สโค้ด (Repository) บน GitHub และ GitLab ที่เคยโฮสต์ของพวกเขาได้ถูก Microsoft ลบออกไปก่อนหน้านี้
Nightmare Eclipse เขียนไว้ใน repository ว่า "การโจมตีนี้เป็นแบบ race condition ดังนั้นผลลัพธ์จึงมีทั้งสำเร็จ และล้มเหลว แต่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ถึง 100% บนคอมพิวเตอร์บางเครื่อง ในขณะที่บางเครื่องก็รันได้ค่อนข้างลำบาก"
มีรายงานว่าช่องโหว่นี้ได้รับการทดสอบกับ Windows 11 เวอร์ชัน Official และ Canary รวมถึงระบบ Windows 10 ที่ติดตั้ง security updates รอบเดือนมิถุนายน 2026 แล้ว
เมื่อการโจมตีสำเร็จ command prompt จะถูกเปิดขึ้นมาพร้อมสิทธิ์ระดับ SYSTEM
บริษัท ThreatLocker เปิดเผยกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาสามารถทดสอบ และทำซ้ำ exploit นี้ได้สำเร็จ และยืนยันว่าโค้ดโจมตีนี้ทำงานได้จริงบนระบบ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ KB5094126 เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งแชร์วิดีโอสาธิตการทำงาน
Danny Jenkins CEO ของ ThreatLocker ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า "การวิเคราะห์เบื้องต้นของเรายืนยันว่า การโจมตี RoguePlanet นั้นใช้งานได้จริง และทำงานตามที่อธิบายไว้ องค์กรที่ใช้ระบบ application allowlisting สามารถป้องกันไม่ให้โค้ดโจมตีนี้ทำงานได้ ซึ่งถือเป็นเลเยอร์การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต่อการโจมตีนี้"
ข้อมูลจาก Nightmare Eclipse ระบุว่า เดิมที RoguePlanet ถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะช่องโหว่ประเภท RCE ที่ใช้ประโยชน์จากการที่ Microsoft Defender จัดการกับไฟล์ที่โฮสต์อยู่บน remote SMB shares
นักวิจัยอธิบายในบล็อกโพสต์ว่า "ในการพัฒนาช่วงแรก ได้รับการยืนยันแล้วว่าช่องโหว่นี้คือ RCE มันต้องการให้ผู้โจมตีล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ .vhd ใน remote SMB server ซึ่งหากโจมตีสำเร็จจะส่งผลให้ Defender เขียนทับไฟล์ของตัวเอง และผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ RCE อย่างชัดเจน"
นักวิจัยระบุว่า อีกสถานการณ์หนึ่งของการโจมตีอาจนำไปสู่ RCE ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ล่อให้เหยื่อเปิด SMB share หากมีการเปิดใช้งานการตั้งค่า symlink evaluation ไว้
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยอ้างว่า Microsoft ได้แอบทำการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Defender ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยการแพตช์ API "mpengine!SysIO*" ซึ่งบล็อกการโจมตีแบบ junction attacks ไว้
นักวิจัยระบุว่า "การเขียนโค้ด RoguePlanet ใหม่เพื่อให้ใช้งานได้อีกครั้งนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก และไม่สามารถทำสถานการณ์การโจมตีรูปแบบอื่นให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ในตอนนี้จึงยังไม่ชัดเจนว่า RoguePlanet จะถูกจำกัดอยู่แค่ LPE (Local Privilege Escalation) หรือจะมีวิธีบางอย่างในการเปลี่ยนมันให้เป็น RCE"
การปล่อยโค้ดโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่าง Nightmare Eclipse และ Microsoft เกี่ยวกับแนวทางการเปิดเผยช่องโหว่ และโครงการ bug bounty ของบริษัท
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักวิจัยรายนี้ได้เปิดเผยช่องโหว่ zero-days ของ Windows ออกสู่สาธารณะหลายตัว ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ BlueHammer, RedSun, GreenPlasma และ YellowKey โดย zero-days บางตัวมีเป้าหมายที่ Microsoft Defender ในขณะที่ตัวอื่น ๆ มุ่งเป้าไปที่ BitLocker และส่วนประกอบของ Windows
Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ GreenPlasma และ YellowKey ในวันนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026
ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยตอบโต้การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วยการแจ้งเตือนว่าจะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อมีผู้ทำ "กิจกรรมที่เป็นอันตรายซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายจริงต่อลูกค้า" ซึ่งทำให้หลายคนในชุมชน Cyber Security มองว่า Microsoft กำลังข่มขู่นักวิจัย
Nightmare Eclipse อ้างว่า Microsoft มุ่งเป้า และลบ repository ก่อนหน้านี้ที่โฮสต์บน GitHub และ GitLab ซ้ำ ๆ ส่งผลให้ต้องสร้างแพลตฟอร์มโค้ดที่โฮสต์เองขึ้นมาที่ projectnightcrawler[.]dev
อัปเดต 10-06-2026 :
หลังจากเผยแพร่เรื่องนี้ Microsoft แจ้งกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบอยู่ โดยโฆษกของไมโครซอฟต์ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า “Microsoft รับทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบความถูกต้อง และความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบจากข้อกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างจริงจัง บริษัทมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัย และอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบเพื่อปกป้องลูกค้าโดยเร็วที่สุด” “ที่สำคัญ เราสนับสนุนการเปิดเผยช่องโหว่แบบประสานงาน ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปกป้องลูกค้า และสนับสนุนชุมชนนักวิจัยโดยการรับรองว่าผลการค้นพบของพวกเขาได้รับการตรวจสอบ และแก้ไขอย่างละเอียดก่อนที่จะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ”
ที่มา : bleepingcomputer.
Microsoft กำลังทดสอบความสามารถใหม่ของ Defender for Endpoint ที่จะทำการ isolate อุปกรณ์ที่ถูกโจมตีออกโดยอัตโนมัติ เพื่อขัดขวางความพยายามของผู้โจมตีในการขยายผลการโจมตีไปยังส่วนอื่น ๆ ภายในเครือข่าย (more…)
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Microsoft ได้เริ่มปล่อย Security Patch เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 2 รายการบน Defender ซึ่งพบว่ากำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงแบบ Zero-day แล้ว
ช่องโหว่แรก มีหมายเลข CVE-2026-41091 เป็นช่องโหว่ประเภท Privilege Escalation ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Microsoft Malware Protection Engine เวอร์ชัน 1.1.26030.3008 และเวอร์ชันก่อนหน้า โดยเป็นกลไกหลักที่ทำหน้าที่สแกน ตรวจจับ และกำจัดภัยคุกคามให้กับซอฟต์แวร์ Antivirus และ Antispyware ของ Microsoft
(more…)
นักวิจัยที่ชื่อว่า "Chaotic Eclipse" ได้เผยแพร่ Proof-of-Concept (PoC) สำหรับใช้ในการโจมตีช่องโหว่ zero-day ตัวที่สองของ Microsoft Defender ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "RedSun" ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการประท้วงแนวทางการทำงานของบริษัทที่มีต่อนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (more…)
Microsoft กำลังเร่งแก้ไขเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 10 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ผู้ใช้บางรายไม่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์บางส่วนบนพอร์ทัล Defender XDR ได้
จากประกาศแจ้งเตือนใน admin center service (รหัส DZ1191468) การล่มครั้งนี้อาจส่งผลต่อการใช้งาน หรือการเข้าถึงความสามารถต่าง ๆ ภายในพอร์ทัล Defender
Microsoft ระบุว่า สาเหตุเกิดจากปริมาณทราฟฟิกที่พุ่งสูงผิดปกติ ส่งผลให้ components ที่ทำหน้าที่รองรับการทำงานของพอร์ทัลใช้ทรัพยากรหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) สูงเกินไป จนทำให้บริการล่ม
Microsoft ยืนยันเหตุขัดข้องในช่วงเช้าวันที่ 2 ธันวาคม 2025 เมื่อเวลา 06:10 UTC และจัดให้เป็น "incident" ซึ่งเป็นประเภทที่แสดงถึงปัญหาที่รุนแรง และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานโดยตรง
ต่อมา Microsoft ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา และเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล ส่งผลให้ตามข้อมูล telemetry ณ เวลา 08:00 UTC การให้บริการเริ่มกลับมาใช้งานได้สำหรับลูกค้าบางส่วนที่เคยได้รับผลกระทบ
ปัจจุบัน Microsoft กำลังตรวจสอบไฟล์ HTTP Archive (HAR) ที่ลูกค้าซึ่งได้รับผลกระทบส่งมาให้ โดยอธิบายว่าปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่เข้าใช้พอร์ทัลไม่ได้ แต่ยังรวมถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ที่แสดงผลไม่ครบ เช่น การแจ้งเตือน advanced threat-hunting ที่หายไป หรืออุปกรณ์บางส่วนไม่แสดงผล
นอกจากนี้ Microsoft ยังระบุอีกว่า “มีหลายองค์กรยืนยันแล้วว่าปัญหาได้รับการแก้ไขสำหรับพวกเขาเรียบร้อยแล้ว” พร้อมเสริมว่าข้อมูล telemetry ล่าสุดว่า การใช้ทรัพยากร CPU ยังคงอยู่ในระดับปกติ และปลอดภัย
“เราอยู่ระหว่างประสานงานกับองค์กรส่วนน้อยที่ยังประสบปัญหา เพื่อรวบรวมข้อมูลจากฝั่งไคลเอนต์เพิ่มเติม รวมถึงไฟล์ HTTP Archive (HAR) มาช่วยในการตรวจสอบต้นตอของเหตุขัดข้องครั้งนี้”
ที่มา : bleepingcomputer.