Google ปฏิบัติการระงับเครือข่าย Residential Proxy ของ IPIDEA หลังตรวจพบการใช้มัลแวร์ฝังตัวในอุปกรณ์ผู้ใช้งาน

IPIDEA หนึ่งในเครือข่าย Residential Proxy รายใหญ่ที่สุดที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีนิยมใช้งาน ถูกระงับการทำงานเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาโดย Google Threat Intelligence Group (GTIG) ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม

การปฏิบัติการครั้งนี้รวมถึงการสั่งปิด Domain ที่เกี่ยวข้องกับบริการของ IPIDEA, ระบบจัดการอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์ และการกำหนด Traffic routing ของ Proxy นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) ของ IPIDEA ที่ใช้ในการแพร่กระจายเครื่องมือ Proxy ดังกล่าวอีกด้วย

(more…)

พบยอดเงินผิดกฎหมายที่โอนเข้ากระเป๋าเงินคริปโตพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.58 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

พบการหมุนเวียนของสกุลเงินดิจิทัลที่ผิดกฎหมายพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.58 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งสวนทางกับแนวโน้มที่ลดลงมาตลอด 3 ปี หลังจากที่ยอดเงินเคยลดลงจาก 8.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2021 เหลือเพียง 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024

การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 145% นี้ได้รับการรายงานโดยTRM Labs บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์บล็อกเชน แม้ว่าสัดส่วนการกระทำที่ผิดกฎหมายของปริมาณธุรกรรมทั้งหมดบนบล็อกเชนจะลดลงเล็กน้อยจาก 1.3% ในปี 2024 เหลือ 1.2% ในปี 2025 ก็ตาม

(more…)

ผู้โจมตีใช้ Hugging Face Hosting เพื่อส่ง Payload RAT บน Android

พบภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่บน Android ที่ใช้วิธีการ Social Engineering ผสมผสานกับการอาศัยแพลตฟอร์ม Machine Learning ที่ดูน่าเชื่อถือ เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์อันตรายไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน

การโจมตีจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ใช้งานเห็นการแจ้งเตือนความปลอดภัยปลอม ที่อ้างว่าโทรศัพท์ของตนติดมัลแวร์ และจำเป็นต้องได้รับการป้องกัน ข้อความหลอกลวงเหล่านี้จะชักจูงให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปรักษาความปลอดภัยปลอมที่ชื่อว่า TrustBastion ซึ่งในตอนแรกดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย

(more…)

ช่องโหว่ RCE 0-day ระดับ Critical ใน Ivanti Endpoint Manager กำลังถูกใช้ในการโจมตี

มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ Code-injection ระดับ Critical จำนวน 2 รายการ บนแพลตฟอร์ม Endpoint Manager Mobile (EPMM) ซึ่งพบว่ากำลังถูกผู้โจมตีนำไปใช้ในการโจมตีจริง

ช่องโหว่ความปลอดภัยดังกล่าว มีหมายเลข CVE-2026-1281 และ CVE-2026-1340 ทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลบนระบบที่มีช่องโหว่ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน

(more…)

Microsoft ระบุว่าปัญหาการบูตไม่สำเร็จของ Windows 11 เกิดจากการอัปเดตที่ผิดพลาดในเดือนธันวาคม 2025

Microsoft ได้ออกมาชี้แจงถึงรายงานล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาการบูตไม่สำเร็จของ Windows 11 หลังจากติดตั้งอัปเดตเดือนมกราคม 2026 โดยระบุว่าสาเหตุเชื่อมโยงกับความพยายามในการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ที่ไม่สำเร็จก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ระบบอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์

ปัญหาการบูตไม่สำเร็จนี้ เริ่มมีรายงานเข้ามาเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 หลังจากที่ผู้ใช้ได้ติดตั้งอัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 บน Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2

โดยหลังจากติดตั้งอัปเดตดังกล่าว ระบบที่ได้รับผลกระทบจะไม่สามารถเริ่มทำงานได้ และจะแสดงหน้าจอสีฟ้า (BSOD) พร้อม error code "UNMOUNTABLE_BOOT_VOLUME"

จากการอัปเดตข้อมูลล่าสุดที่พบโดย Susan Bradley จาก AskWoody นั้น Microsoft ระบุว่า ผลการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบเกิดจาก errors ในการบูตครั้งนี้มาจากกรณีที่เครื่องไม่สามารถติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ได้มาก่อนหน้านี้

เมื่อการติดตั้งอัปเดตที่ไม่สำเร็จดังกล่าวถูก Rolled back กลับไป Windows จะถูกทิ้งไว้ในสถานะที่ไม่เสถียร หรือที่เรียกว่า "Improper state"

ข้อความแจ้งเตือนฉบับปรับปรุงระบุว่า "การตรวจสอบล่าสุดระบุว่า ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนธันวาคม 2025 ไม่สำเร็จ และตกอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back การอัปเดต"

"ความพยายามในการติดตั้งอัปเดต Windows ขณะที่ระบบยังอยู่ในสถานะที่ไม่สมบูรณ์นี้ อาจส่งผลให้อุปกรณ์ไม่สามารถบูตได้ ขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาบางส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ประสบปัญหาบูตไม่ได้ หากมีการพยายามติดตั้งอัปเดตในขณะที่ระบบยังไม่สมบูรณ์"

“อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ปัญหาเพียงบางส่วนนี้จะไม่สามารถป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก และจะไม่สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ไม่สามารถบูตได้อยู่แล้ว"

บริษัทระบุว่ากำลังตรวจสอบสาเหตุที่อุปกรณ์บางเครื่องไม่สามารถติดตั้งการอัปเดต Windows หรือเข้าสู่สถานะที่ไม่สมบูรณ์หลังจากทำ Rolled back

Microsoft ระบุว่าขณะนี้ปัญหาจำกัดเฉพาะ physical devices เท่านั้น ยังไม่มีรายงานว่า virtual machines ได้รับผลกระทบ

 

ที่มา : bleepingcomputer.

SolarWinds แจ้งเตือนช่องโหว่ RCE และ Auth Bypass ระดับ Critical ใน Web Help Desk

SolarWinds ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ authentication bypass และ remote command execution ระดับ Critical ในซอฟต์แวร์ Web Help Desk IT help desk

ช่องโหว่ authentication bypass ดังกล่าวมีหมายเลข CVE-2025-40552 และ CVE-2025-40554 โดยช่องโหว่ที่ SolarWinds ได้แก้ไขในครั้งนี้ ได้รับการรายงานโดย Piotr Bazydlo จาก watchTowr และสามารถถูกโจมตีโดยผู้โจมตีจากภายนอกที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน ด้วยวิธีการโจมตีที่มีความซับซ้อน

Bazydlo ยังพบ และรายงานช่องโหว่ระดับ Critical ในการเรียกใช้คำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) หมายเลข CVE-2025-40553 ซึ่งเกิดจาก Data Deserialization ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถทำให้ Hacker ที่ไม่มีสิทธิ์สามารถเรียกใช้คำสั่งบนโฮสต์ที่มีช่องโหว่ได้

ช่องโหว่ RCE อีกรายการหมายเลข CVE-2025-40551 ที่สามารถทำให้ Hacker สามารถเรียกใช้คำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ ถูกรายงานโดย Jimi Sebree นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Horizon3.ai

รวมถึงทาง SolarWinds ยังได้แก้ไขช่องโหว่การเข้าถึงข้อมูล hardcoded credentials ที่มีระดับความรุนแรงสูง (CVE-2025-40537) ที่ทำให้ Hacker ที่มีสิทธิ์ต่ำสามารถเข้าถึง administrative functions ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถูกรายงานโดย Sebree

SolarWinds ได้ให้คำแนะนำโดยละเอียดสำหรับการอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่เป็น Web Help Desk 2026.1 ซึ่งแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเหล่านี้แล้ว และได้แนะนำให้ผู้ดูแลระบบอัปเดตอุปกรณ์ของตนโดยเร็วที่สุด เนื่องจาก Hacker มักใช้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของ Web Help Desk ในการโจมตี

ตัวอย่างเช่น ในเดือนกันยายน 2025 ทาง SolarWinds ได้แก้ไขช่องโหว่ Patch Bypass ครั้งที่สอง (CVE-2025-26399) สำหรับช่องโหว่ RCE ของ WHD ซึ่ง CISA ได้ระบุว่าถูกใช้ในการโจมตีมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว โดยเพิ่มช่องโหว่นี้ลงในรายการของช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี และสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางรักษาความปลอดภัยระบบของตนภายในสามสัปดาห์

ในขณะนั้น SolarWinds ระบุว่าช่องโหว่นี้เป็น "ช่องโหว่ Patch Bypass ของ CVE-2024-28988 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Patch Bypass ของ CVE-2024-28986 อีกที"

นอกจากนี้ CISA ยังได้ระบุช่องโหว่สำคัญเกี่ยวกับข้อมูล credentials ที่ถูกกำหนดไว้ในโค้ดของ Web Help Desk ว่ากำลังถูกใช้ในการโจมตีอย่างแพร่หลายในเดือนตุลาคม 2024 และขอให้หน่วยงานของรัฐบาลทำการแก้ไขอุปกรณ์ของตนอีกครั้ง
**

Web Help Desk (WHD) ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายโดยบริษัทขนาดใหญ่ องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานของรัฐบาลสำหรับการจัดการฝ่ายช่วยเหลือ SolarWinds กล่าวว่าผลิตภัณฑ์การจัดการไอทีของบริษัทมีลูกค้าใช้งานมากกว่า 300,000 รายทั่วโลก

 

ที่มา : bleepingcomputer.

การอัปเดต Windows 11 KB5074109 ทำให้ระบบมีปัญหา Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งการอัปเดต

อัปเดตความปลอดภัย Windows 11 ประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 ของ Microsoft ได้ก่อให้เกิดปัญหาความเสถียรของระบบหลายประการ รวมถึงอาการเครื่องค้าง และหน้าจอดำ ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องถอนการติดตั้งอัปเดตดังกล่าว โดยมีรายงานระบุถึงปัญหาด้านกราฟิก และแอปพลิเคชันล้มเหลว ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มองค์กร

KB5074109 อยู่ในอัปเดตบน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 (build 26200.7623) และ 25H2 (build 26100.7623) โดยประกอบด้วยการแก้ไขความปลอดภัยกว่า 100 รายการ รวมถึงช่องโหว่ Zero-day 3 รายการ พร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น การปรับปรุงการใช้พลังงานของ NPU

การอัปเดตนี้เผยแพร่ใน Patch Tuesday วันที่ 13 มกราคม 2026 โดยการอัปเดตนี้ยังรวมถึง Servicing Stack Update รหัส KB5071142 และ AI components สำหรับ Copilot+ PCs นอกจากนี้ Microsoft ได้ลดความซับซ้อนของชื่อการอัปเดตในเวอร์ชันนี้เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

ปัญหาด้านกราฟิก และการค้างของระบบ

ผู้ใช้บางส่วนรายงานว่าพบว่าระบบค้างโดยไม่มีหน้าจอ blue screens โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่ใช้กราฟิกหนัก เช่น BforArtists 5.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาต่อยอดจาก Blender เมื่อทำการสลับโหมดการแสดงผล

ปัญหาการค้างเหล่านี้เกิดจากความบกพร่องของ DirectX และ GPU driver ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง Kernel หรือ Graphics stack ในการอัปเดต

หลังการติดตั้ง ระบบ GPU ของ Nvidia และ AMD มักพบปัญหาหน้าจอดำ นอกจากนี้ File Explorer ยังไม่ตอบสนองต่อการตั้งค่า LocalizedResourceName ในไฟล์ desktop.

Fortinet บล็อกการเชื่อมต่อของ FortiCloud SSO เพื่อป้องกันการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ Zero-Day จนกว่าแพตช์จะพร้อมใช้งาน

Fortinet ออกมายืนยันการค้นพบช่องโหว่ระดับ critical ตัวใหม่ในระบบ FortiCloud Single Sign-On (SSO) ซึ่งกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง โดยช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2026-24858 โดยเป็นช่องโหว่ authentication bypass และบริษัทระบุว่า ได้ลดผลกระทบจากการโจมตีแบบ zero-day ดังกล่าวแล้ว ด้วยการบล็อกการเชื่อมต่อ FortiCloud SSO จากอุปกรณ์ที่ใช้เฟิร์มแวร์เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ (more…)

Microsoft ออกแพตช์เพื่อปิดช่องโหว่ Zero-day ใน Office หลังพบว่ากำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีจริง

Microsoft ได้ออกอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยฉุกเฉินนอกรอบ เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูงใน Microsoft Office ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี (more…)

พบกลุ่มแฮ็กเกอร์ Sandworm อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีระบบพลังงานของ Poland’s ด้วยมัลแวร์ Wiper แต่ไม่สำเร็จ

การโจมตีทางไซเบอร์ที่มีเป้าหมายไปยังโครงข่ายไฟฟ้าของโปแลนด์ ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 ได้ถูกเชื่อมโยงไปยัง Sandworm กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งพยายามปล่อยมัลแวร์ Data-wiping ตัวใหม่ที่ชื่อว่า "DynoWiper" ในระหว่างการโจมตีดังกล่าว

Sandworm (หรือที่รู้จักกันในชื่อ UAC-0113, APT44 และ Seashell Blizzard) คือกลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับชาติของรัสเซีย ที่ปฏิบัติการมาตั้งแต่ปี 2009 เชื่อกันว่ากลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยทหาร 74455 ภายใต้สังกัดกรมข่าวกรองหลัก (GRU) ของรัสเซีย และมีชื่อเสียงจากการก่อเหตุโจมตีที่สร้างความโกลาหล และความเสียหายอย่างรุนแรง (more…)