นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ พบแคมเปญมัลแวร์ซึ่งใช้ไฟล์ SVG (Scalable Vector Graphics) และไฟล์แนบอีเมลเป็นช่องทางในการแพร่กระจาย Remote Access Trojan (RAT) โดยเฉพาะ XWorm และ Remcos RAT (more…)
การโจมตีด้วยมัลแวร์รูปแบบใหม่ใช้ไฟล์ SVG และไฟล์แนบอีเมลเพื่อส่ง XWorm และ Remcos RAT
บริการฟิชชิ่งตัวใหม่ VoidProxy มุ่งเป้าการโจมตีไปที่บัญชี Microsoft 365 และ Google
แพลตฟอร์ม Phishing-as-a-Service (PhaaS) ตัวใหม่ที่ชื่อ “VoidProxy” กำลังมุ่งเป้าการโจมตีไปที่ผู้ใช้บัญชี Microsoft 365 และ Google รวมถึงบัญชีที่ได้รับการป้องกันแบบ Single Sign-On (SSO) จากผู้ให้บริการภายนอกอย่าง Okta
แพลตฟอร์มดังกล่าวใช้วิธีการโจมตีแบบ Adversary-in-the-Middle (AitM) เพื่อขโมยข้อมูล Credentials, Multi-factor authentication (MFA) และ Session Cookies ของเหยื่อ โดยสามารถขโมยได้แบบ real time
VoidProxy ถูกพบโดยนักวิจัยจาก Okta Threat Intelligence ซึ่งระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวมีความสามารถในการ Scalable, หลบเลี่ยงการตรวจจับได้ดี และมีความซับซ้อนสูง
การโจมตีจะเริ่มต้นจากอีเมลที่ส่งมาจากบัญชีที่ถูกแฮ็กบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการส่งอีเมล เช่น Constant Contact, Active Campaign และ NotifyVisitors โดยอีเมลเหล่านี้จะมี Shortened Links ที่จะส่งผู้รับไปยังเว็บไซต์ phishing หลังจากถูกเปลี่ยนเส้นทางหลายครั้ง
เว็บไซต์อันตรายเหล่านี้จะ Host จะอยู่บนโดเมนราคาถูก เช่น .icu, .sbs, .cfd, .xyz, .top และ .home โดยใช้ Cloudflare เพื่อซ่อน IP Address ที่แท้จริงของเซิร์ฟเวอร์ไว้
เมื่อผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์ จะพบกับ CAPTCHA ของ Cloudflare เพื่อกรองบอทออกไป และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ในขณะเดียวกัน ก็ใช้สภาพแวดล้อมของ Cloudflare Workers เพื่อ filter traffic และโหลดหน้าเว็บต่าง ๆ ที่ใช้ในการโจมตี
โดยเป้าหมายที่ถูกเลือกจะเจอหน้าเว็บที่เลียนแบบหน้าการล็อกอินของ Microsoft หรือ Google ส่วนผู้ใช้งานรายอื่น ๆ จะถูกส่งไปยังหน้าเว็บทั่วไปที่ขึ้นข้อความว่า “Welcome” ซึ่งไม่มีอันตรายใด ๆ
หากมีการกรอกข้อมูล Credentials ลงใน Phishing form, Requests จะถูกส่งผ่าน Proxy ด้วยเทคนิคการโจมตีแบบ AitM ของ VoidProxy ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Google หรือ Microsoft โดยตรง
สำหรับบัญชีแบบ Federated ที่ใช้ Okta ในการ SSO จะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าถัดไปของเว็บ Phishing ซึ่งจะทำเลียนแบบเป็นหน้าขั้นตอน SSO ของ Microsoft 365 หรือ Google ที่ทำงานร่วมกับ Okta โดย Requests เหล่านี้จะถูกส่งผ่าน Proxy ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Okta
Proxy Server ของบริการนี้จะทำหน้าที่รับ-ส่ง traffic ระหว่างเหยื่อกับ Microsoft หรือ Google ขณะเดียวกันก็จะดักจับข้อมูลชื่อผู้ใช้, รหัสผ่าน, และรหัส MFA ในระหว่างการส่งข้อมูล
เมื่อ Microsoft หรือ Google ออก Session Cookie เพื่อยืนยันการเข้าระบบ, VoidProxy จะดักจับคุกกี้นั้นไว้ และสร้าง Copy ขึ้นมา จากนั้นจะถูกส่งไปให้ผู้โจมตี ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงผ่าน Admin Panel ของแพลตฟอร์มได้
Okta ระบุว่า ผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนใช้การยืนยันตัวตนแบบ Phishing-resistant เช่น Okta FastPass จะได้รับการป้องกันจากขั้นตอนการโจมตีของ VoidProxy และจะได้รับการแจ้งเตือนว่าบัญชีของพวกเขากำลังถูกโจมตี
นักวิจัยได้ให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการโจมตีในลักษณะนี้ ได้แก่ :
จำกัดการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่สำคัญให้ใช้ได้เฉพาะ Managed Devices เท่านั้น
บังคับใช้นโยบาย Risk-based Access Controls
ใช้ IP Session Binding สำหรับ administrative apps
บังคับให้มีการ Re-authentication เมื่อผู้ดูแลระบบพยายามดำเนินการในส่วนที่มีความสำคัญ
ที่มา : bleepingcomputer
Ransomware HybridPetya ตัวใหม่สามารถ Bypass UEFI Secure Boot ได้
ตรวจพบ Ransomware สายพันธุ์ใหม่ชื่อ HybridPetya ซึ่งสามารถ Bypass การทำงานของ UEFI Secure Boot เพื่อทำการติดตั้งแอปพลิเคชันอันตรายลงใน EFI System Partition ได้
HybridPetya ดูเหมือนจะได้รับแรงบันดาลใจจากมัลแวร์ Petya/NotPetya ซึ่งเคยเข้ารหัสคอมพิวเตอร์ และทำให้ Boot Windows ไม่ได้ในการโจมตีเมื่อปี 2016 และ 2017 โดยไม่มีวิธีกู้คืนข้อมูล
นักวิจัยจากบริษัท ESET พบตัวอย่างของ HybridPetya บน VirusTotal โดยระบุว่า มัลแวร์นี้อาจเป็นโครงการวิจัย, Proof-of-Concept (PoC) หรือเป็นเวอร์ชันเริ่มต้นของเครื่องมือของกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ ที่ยังอยู่ในระยะทดลอง
อย่างไรก็ตาม ESET ระบุว่า การพบ HybridPetya ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง (เช่นเดียวกับ BlackLotus, BootKitty และ Hyper-V Backdoor) ที่แสดงให้เห็นว่า UEFI bootkit ซึ่งมีความสามารถ Bypass การป้องกัน Secure Boot นั้นเป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริง
HybridPetya ผสานลักษณะเด่นของ Petya และ NotPetya เข้าด้วยกัน ทั้งในด้านลักษณะการแสดงผล และขั้นตอนการโจมตีของมัลแวร์รุ่นเก่าเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนา Ransomware HybridPetya ได้เพิ่มความสามารถใหม่ เช่น การติดตั้งลงใน EFI System Partition และความสามารถในการ Bypass การป้องกัน Secure Boot โดยอาศัยช่องโหว่ CVE-2024-7344
ESET ค้นพบช่องโหว่นี้เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ โดยปัญหานี้เกิดจาก แอปพลิเคชันที่มีการ signed โดย Microsoft ซึ่งอาจถูกผู้โจมตีใช้เพื่อติดตั้ง Bootkit ได้ แม้ว่า Secure Boot ของเครื่องเป้าหมายจะยังทำงานอยู่
เมื่อเริ่มทำงาน HybridPetya จะตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์เป้าหมายใช้ UEFI แบบ GPT partitioning หรือไม่ จากนั้นจะปล่อย Bootkit อันตรายลงใน EFI System Partition ซึ่งประกอบด้วยไฟล์หลายไฟล์
ซึ่งไฟล์เหล่านี้ประกอบด้วย ไฟล์ configuration และ validation, modified bootloader, fallback UEFI Bootloader, exploit payload container และ status file สำหรับติดตามความคืบหน้าของการ encryption
ESET ระบุไฟล์ที่พบในหลายเวอร์ชันของ HybridPetya ดังนี้
\EFI\Microsoft\Boot\config – เก็บข้อมูล encryption flag, key, nonce และ victim ID
\EFI\Microsoft\Boot\verify – ใช้สำหรับตรวจสอบ decryption key ว่าถูกต้องหรือไม่
\EFI\Microsoft\Boot\counter – ใช้ติดตามความคืบหน้าของการ encrypted clusters
\EFI\Microsoft\Boot\bootmgfw.
Samsung แก้ไขช่องโหว่ Zero-Day CVE-2025-21043 ระดับ Critical ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีบน Android
Samsung ได้เผยแพร่การอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ Android ซึ่งรวมถึงการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ถูกระบุว่ามีการนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Zero-Day แล้ว
ช่องโหว่ CVE-2025-21043 (CVSS Score : 8.8) เป็นช่องโหว่ out-of-bounds write ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดตามต้องการได้
Samsung ระบุใน advisory ว่า “Out-of-bounds Write ใน libimagecodec.
CISA เตือนช่องโหว่ RCE ใน Dassault ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (CISA) ออกคำเตือนเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Remote Code Execution ระดับ Critical ใน DELMIA Apriso ซึ่งเป็นโซลูชันการจัดการ และดำเนินการด้านการผลิต (MOM) และ MES จาก Dassault Systèmes ของฝรั่งเศส
โดย CISA ได้เพิ่มช่องโหว่นี้ ซึ่งมีหมายเลข CVE-2025-5086 และถูกจัดระดับความรุนแรงเป็นระดับ Critical (CVSS v3: 9.0) เข้าไปในรายการ Known Exploited Vulnerabilities (KEV) แล้ว
(more…)
Microsoft แก้ไขปัญหาการหยุดให้บริการของ Exchange Online ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วโลก
Microsoft ระบุว่าได้บรรเทาปัญหาการหยุดให้บริการของ Exchange Online ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่งทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงอีเมล และปฏิทินได้
(more…)
Apple แจ้งเตือนผู้ใช้งานว่าอาจกำลังตกป็นเป้าหมายการโจมตีของ Spyware ตัวใหม่
Apple ออกมาแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อต้นเดือนกันยายน 2025 ว่าอุปกรณ์ Apple กำลังตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของ Spyware ตัวใหม่ ตามรายงานของทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินด้านคอมพิวเตอร์แห่งชาติของฝรั่งเศส (CERT-FR)
(more…)
พบการสแกนเครือข่ายที่มุ่งเป้าไปยังอุปกรณ์ Cisco ASA มีปริมาณพุ่งสูงขึ้น
มีการสแกนเครือข่ายในวงกว้างที่มุ่งเป้าไปยังอุปกรณ์ Cisco ASA ทำให้นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ออกมาเตือนว่า อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงช่องโหว่ใหม่ที่กำลังจะถูกเปิดเผยในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
(more…)
ช่องโหว่ Sophos Wireless Access Points ทำให้ผู้โจมตี bypass การยืนยันตัวตนได้
Sophos ได้แก้ไขช่องโหว่ authentication bypass ในอุปกรณ์ AP6 Series Wireless Access Points ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีได้รับสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบได้
บริษัทพบช่องโหว่นี้ระหว่างการทดสอบความปลอดภัยภายใน และได้เผยแพร่การอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว
(more…)
สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่าย Scammers หลังขโมยเงินชาวอเมริกันหลายพันล้านดอลลาร์
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรเครือข่ายมิจฉาชีพทางไซเบอร์หลายกลุ่มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกลุ่มเหล่านี้ได้ขโมยเงินจากชาวอเมริกันไปแล้วกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา
ปฏิบัติการเหล่านี้ โดยเฉพาะในพม่า และกัมพูชา ขึ้นชื่อในเรื่องการใช้แรงงานบังคับ, การค้ามนุษย์ และการใช้ความรุนแรง เรียกได้ว่าเป็นแหล่งค้าทาสยุคใหม่ที่ดำเนินการฉ้อโกงผ่านโลกออนไลน์
รูปแบบของกลโกงมีหลากหลาย ตั้งแต่การหลอกล่อเหยื่อในลักษณะ romance baiting ไปจนถึงการชักชวนให้ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีปลอม
แถลงการณ์เปิดเผยว่าในปี 2024 ศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์ในเอเชียใต้สร้างความเสียหายทางการเงินแก่ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นถึง 66% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) แห่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จึงได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคล และกลุ่มเป้าหมายรวม 19 ราย แบ่งเป็น 9 รายที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ในพม่า และอีก 10 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ในกัมพูชา:
Tin Win – รับผิดชอบการจัดการ และดูแลอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงการดำเนินธุรกิจจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้กับสถานที่เหล่านั้น
Saw Min Min Oo – เจ้าหน้าที่จากกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) และผู้บริหารบริษัทในเครือ KNA มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงนี้
Chit Linn Myaing Co., Ltd (CLM Co.) – บริษัทโฮลดิ้งของกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) เป็นพันธมิตรในโครงการ Myanmar Yatai และสนับสนุนการดำเนินงานหลอกลวง
Chit Linn Myaing Toyota Company Limited – บริษัทในเครือกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ที่มีความเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของศูนย์มิจฉาชีพ
Chit Linn Myaing Mining & Industry Company Limited – บริษัทในเครือกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง
Shwe Myint Thaung Yinn Industry & Manufacturing Company Limited – ทำสัญญาจัดหากระแสไฟฟ้ากับผู้ผลิตพลังงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานมิจฉาชีพใน Shwe Kokko
She Zhijiang – ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Yatai New City ถูกจับกุมในประเทศไทยในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน
Yatai International Holdings Group Limited (Yatai IHG) – บริษัทหลักของ She Zhijiang ที่เป็นเจ้าของหุ้นส่วนใหญ่ของ Myanmar Yatai
Myanmar Yatai International Holding Group Co., Ltd – กิจการร่วมค้าระหว่าง Yatai IHG และ CLM Co. ซึ่งเป็นเจ้าของ และผู้บริหารคอมเพล็กซ์มิจฉาชีพ Yatai New City
T C Capital Co. Ltd.
